LOGINเรนิตา ซุปตาร์ สาวชีวิตตกอับ ที่ถูกแฟนหนุ่มนอกใจ และมีเรื่องขัดขากับคนในวงการ ข่าวคาวของเธอทำให้ผู้จัดการดารา ส่งไปเก็บตัวกลบข่าวที่ ไร่น่านฟ้า ที่นั่นเธอได้พบกับ ‘พ่อเลี้ยงภาค’ เรนิตา คิดว่าเขาเกลียดเธอเหมือนที่เขาแสดงออก แต่กลายเป็นว่ามีความลับซ่อนอยู่ เพราะพีคและพลิก ที่แท้เขาไม่ใช่ชาวไร่ส้มธรรมดา แต่พ่อเลี้ยงภาคคือลูกชายคนเดียวของเจ้าของสถานี ครั้งหนึ่งเขาเคยไปเตะตาเด็กสาวกำพร้าคนหนึ่งเข้า และให้ผู้จัดเอาเธอมาปั้นจนโด่งดังจนเป็นดาว เขาแค่มองเธอห่างๆ เพราะเธอมีคนรักแล้ว จนวันนี้วันที่เขาจะมาทวงสิทธิ์…ตอนนั้นเขาคิดจะใช้คอนเนคชันที่มีอยู่ปั้นดินให้เป็นดาว ตอนนี้เขาคิดจะปั้นน้ำเป็นตัวใส่ท้องเธอ....
View Moreแสงจันทร์สาดส่องเหลืองนวลยามค่ำคืน ความเงียบสงัดปกคลุมพื้นที่จนได้ยินเสียงหายใจ และบรรยากาศเต็มไปด้วยไอความหนาวเย็นของฤดูหนาว แต่ไม่สามารถทำให้ความร้อนที่เกิดจากความปรารถนาของหนุ่มสาวทั้งสองที่กำลังกอดกันแน่นอยู่ภายในห้องนอนใหญ่โตโดยมีผ้าห่มนวมสีขาวผืนนุ่มที่ห่มคลุมกายคนทั้งคู่ไว้
พ่อเลี้ยงหนุ่มแห่งไร่น่านฟ้า ผู้ไม่เคยอ่อนข้อหรือก้มหัวให้ใคร แต่นาทีนี้เขากำลังยอมทุกสิ่งทุกอย่างเพียงแค่ให้ได้ ‘เธอมาครอบครอง’ และเป็นของเขาเพียงคนเดียวตลอดไป
เรนิตา เรืองรุจิกุล หรือเรย์ นักแสดงสาวสวยสุดฮอต ที่ชายหนุ่มทุกคนต่างใฝ่ฝันรวมถึงตัวเขาเองด้วยที่หลงในรูปร่าง หน้าตาของหญิงสาวจนแทบจะโงหัวไม่ขึ้น แม้ว่าเรนิตาจะได้ชื่อว่าเป็นผู้หญิงที่มีคนรักแล้ว นักแสดงระดับนางเอกแถวหน้าของเมืองไทย น้อยคนนักที่จะเปิดตัวคนรัก แต่ใครจะสนใจกันในเมื่อยามนี้เธอกำลังอยู่บนเตียงกับเขา! เธอก็ต้องเป็นของเขาสิ
ภาสกรไม่อยากสนใจอะไรทั้งนั้น เวลานี้เขาสนเพียงแค่หญิงสาวตรงหน้า ชายหนุ่มจ้องตาผู้หญิงที่เขาหมายปองสุดหัวใจ ดวงตาน้อยของเธอสั่นระริกราวกับว่ากำลังหวาดหวั่นกับสิ่งที่ต้องเจอในไม่กี่วินาทีข้างหน้า แต่ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้เธอรู้สึกลังเลใจนาน เขาค่อยๆ โน้มศีรษะลงไปจูบเธอเบาๆ ที่ริมฝีปากนุ่ม ทันทีที่ริมฝีปากร้อนของเขาได้สัมผัสกลีบปากนุ่มแล้วบดขยี้มันเบาๆ ความปรารถนาที่ซ่อนอยู่มานานแสนนานก็ถูกปลุกขึ้นทันที เขาบดคลึงกลีบปากทั้งบนล่างอย่างเอาแต่ใจ ในขณะที่หญิงสาวดูเหมือนจะตกใจ พยายามจะผลักเขาออกแต่ควาอ่อนนุ่มกับท่าทางกลัวๆ กล้า ของอีกฝ่าย ทำให้เขาเจียนคลั่ง อยากปลอกเปลือกเธอแล้วกลืนกินเธอทั้งตัว
“อย่าค่ะ..อย่าทำ”
เขาไม่ตอบ เพราะไม่คิดจะตามใจคำขอร้องของเธอในเมื่อเวลานี้อารมร์และความต้องการของเขามันเตลิดจนเหนือการควบคุมไปแล้ว
ชายหนุ่มดันร่างกายนุ่มนิ่มน่าสัมผัสที่เต็มไปด้วยส่วนเว้าส่วนโค้งในแบบฉบับที่ผู้ชายส่วนใหญ่ต้องการของเรนิตาลงบนเตียงกว้างขนาดคิงไซด์
“เป็นของผมนะครับเรย์”
โดยที่ริมฝีปากยังไม่ยอมถอดถอนจากเจ้าตัว ซ้ำกับยิ่งจูบเธอด้วยความโหยหากวาดน้ำผึ้งในโพรงปากจนแทบจะหมดสิ้นและความต้องการมันยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงความประหม่าของสาวน้อยใต้ร่างแต่ไม่นานเธอก็เรียนรู้และปรับตัวได้ทันโดยการไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองเป็นฝ่ายถูกไล่ต้อนอย่างเดียว เรนิตาจูบตอบภาสกรได้เรียกร้องและโหยหาไม่แพ้กันและนั่นก็ยิ่งทำให้ความต้องการของชายหนุ่มปะทุหนักมากขึ้นไปอีก
“อืม…เรย์ เยี่ยม ตอบสนองผมแบบนี้สิคนดี น่ารักที่สุด”
ภาสกรครางออกมาด้วยความพึงพอใจ ขณะที่ริมฝีปปากร้อนผ่าวก็เลื่อนไปยังเป้าหมายใหม่นั่นก็คือซอกคอขาวหอมอ่อนๆ ของดาราสาว ก่อนจะลูบไล้ตามเนื้อตัวบอบบางแต่บางช่วงกลับอวบอิ่มจนล้นฝ่ามือ เธอซ่อนรูปได้อย่างไม่น่าเชื่อ ชายหนุ่มไม่รอช้าใช้จังหวะที่หญิงสาวกำลังเคลิบเคลิ้ม ถอดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดจนตอนนี้เจ้าตัวเหลือเพียงบราเซียสีชมพูหวานที่ห่อหุ้มหน้าอกใหญ่เกินตัวเอาไว้
ภาสกรได้แต่มองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะหลุดออกจากอก เรนิตาซ่อนรูปและสวยถูกใจเขามาก แม้จะยังไม่ได้ถอดปราการสำคัญด่านสุดท้าย ออกแต่เท่านี้ก็พอจะทำให้ความต้องการกึ่งกลางกายของเขาลุกขึ้นมาได้อย่างแข็งขัน ยิ่งเมื่อสบตากับสาวใต้ร่างที่มองมายังเขาด้วยความเขินอายเพราะเสมองไปทางอื่น ยิ่งทำให้ชายหนุ่มอยากจะกลืนกินและเป็นเจ้าของหญิงสาวไปทั้งตัว
ไวกว่าความคิด ภาสกรรีบจัดการบราเซียสีหวานที่เป็นสิ่งที่ขวางความงามของหญิงสาวเอาไว้อย่างรวดเร็ว และทันทีที่หน้าอกอวบหยุ่นของหญิงสาวถูกปลดปล่อยอกมาปรากฏแก่สายตาเขา ชายหนุ่มก็ไม่มีสติที่จะคิดอะไรนอกเสียจากก้มลงไปช่วงชิมหน้าอกงามอย่างห้ามใจไม่อยู่ ลิ้นร้อนปาดป่ายที่ปลายถันสีชมพูหวาน ในขณะที่มืออีกข้างก็บีบเคล้นอย่างเมามันส์
“อ๊ะ!”
เพียงแค่เสียงร้องด้วยความเสียวซ่านของเรนิตาเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกฮึกเหิมได้ใจ เขาจัดการดูดกลืนยอดอกสาวราวกับทารกที่หิวโหย ก่อนจะใช้ลิ้นร้อนไล้เลียจนเรนิตาต้องสั่นสะท้านเพราะไม่อาจกลั้นความทรมานนี้ได้ และเธอได้ตอบโต้ความทรมานนี้ด้วยการกดศีรษะชายหนุ่มให้ดูดดึงหน้าอกเธอมากขึ้นกว่าเดิม
สามเดือนผ่านไปชีวิตหลังแต่งงานของเรนิตากับภาสกรไม่ได้ต่างจากตอนที่ทั้งคู่คบหากันเป็นแฟนมากนัก เพราะว่าปกติชายหนุ่มก็มักจะเข้าไปพบหญิงสาวที่กรุงเทพฯ เสมอ ทำให้เรนิตาไม่ได้รู้สึกห่างจากเขา“วันนี้พี่อยากพาเรย์ไปขี่ม้าชมวิวในไร่ อยากไปไหม” ภาสกรเอ่ยถามขึ้น วันนี้หญิงสาวหยุดและมาเที่ยวที่ไร่น่านฟ้า เขาอยากจะชวนหญิงสาวไปรำลึกความหลังที่เคยไปนั่งเล่นชมวิวท้ายไร่ด้วยกันมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสเสียที“ดีเลยค่ะ เรย์อยากไปชมวิวที่นั่นเหมือนกัน” เรนิตาตอบตกลงอย่างว่าง่าย เธอเองก็อยากไปที่นั่น เพราะมีเรื่องบางอย่างจะบอกชายหนุ่มภาสกรพาเรนิตาขึ้นหลังม้าตัวเดิมที่เขาเคยพาเธอไป ก่อนจะเป็นฝ่ายคร่อมขี่ม้าตัวนั้นเหมือนเดิม เรนิตาดูผ่อนคลายลงเยอะ ต่างจากครั้งแรกที่เธอดูมีท่าทีตื่นกลัวกับการขี่ม้า“เรย์ดูไม่ค่อยกลัวเหมือนครั้งแรกนะ” ภาสกรพูดขึ้นขณะที่จูงมือหญิงสาวลงจากหลังม้าเมื่อพาเธอมาถึงจุดชมวิวท้ายไร่“ผ่านครั้งแรกมาได้ ครั้งที่สองก็จะง่ายเสมอแหละค่ะ” เรนิตาพูดยิ้มๆ“งั้นไว้ว่างๆ
“ใช่ ห้ามร้องเด็ดขาด” เรนิตาพูดขึ้นยิ้มๆ อีกที“คุณเรย์ดื่มนี่ไหมครับ” เขมราชพูดขึ้นก่อนจะยื่นแก้วเหล้าต้มส่งให้เรนิตา“เอ่อ คือว่า…” หญิงสาวยังจำได้ดีว่าฤทธิ์ของเหล้าต้มแรงแค่ไหน เธอแทบไม่มีสติอะไรเลย และที่สำคัญเธอต้องมาเสียตัวเพราะฤทธิ์ของมันแท้ๆ“มึงนี่ยื่นเหล้าให้เมียกูต่อหน้าต่อตาเลยนะไอ้เข้ม” ภาสกรพูดขึ้นยิ้มๆ เพราะเขาไม่ได้โกรธอะไรเข้มจริงจังนัก“อ้าว ขอโทษครับพ่อเลี้ยง ก็ผมจำได้ว่าครั้งก่อนคุณเรย์ชอบ” เขมราชรีบพูดแก้ตัวทันที“ชอบจริงหรือเปล่าเรย์” ภาสกรหันมาถามหญิงสาวด้วยสายตาเจ้าเล่ห์“ฉันบอกลาขาดกับเหล้าต้มแล้วละเข้ม เป็นไปได้ไม่อยากจะแตะแล้ว คืนนั้นแทบไม่มีสติเลย” เรนิตาพูดออกไปด้วยน้ำเสียงขำขัน เพราะเมื่อเอามาเล่าอีกทีก็กลายเป็นเรื่องตลกจริงๆ ที่เมาได้ขนาดนั้น“แต่เอาจริงกินได้นะพี่ไม่ว่าหรอก” ภาสกรพูดขึ้นพร้อมกับหันไปกระซิบเรนิตาเพื่อพูดประโยคถัดไป“คืนนี้พี่จะได้เห็นเรย์ตอนเป็นแบบนั้นอีกไง” ภาสกรพูดด
“ขอบคุณมากนะคะพี่เรย์ อันที่จริงถ้าไม่ได้พี่เรย์เราสองคนก็คงไม่สมหวังแบบนี้” สร้อยพูดขึ้นด้วยความซึ้งใจ พร้อมนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นที่เรนิตาช่วยพูดกับพ่อเลี้ยงจนพ่อเลี้ยงยอมยกเลิกกฎที่ว่า“ใช่ครับ ถ้าไม่ได้คุณเรย์พวกผมก็ไม่รู้จะทำยังไง” เขมราชพูดสำทับอีกทาง จนภาสกรถึงกับกระแอมออกมา“แฮ่มๆ นี่จะบอกว่าฉันเป็นพ่อเลี้ยงใจร้ายขัดขวางคนรักกันอย่างนั้นเหรอ” ภาสกรพูดขึ้นพร้อมกับแกล้งทำน้ำเสียงดุๆ ลูกน้อง“หรือไม่จริงคะ” เรนิตาเป็นฝ่ายหันไปมองจิกชายหนุ่มแทน“โธ่ เรย์ พี่ก็กลับตัวกลับใจแล้วไงครับ” ภาสกรยอมรับว่าตัวเองแทบจะขึ้นชื่อว่า ‘กลัวเมีย’ อย่างสมบูรณ์แบบ และเขาก็ไม่อายด้วยที่แสดงท่าทีกลัวเมียต่อหน้าลูกน้อง“ที่จริงพวกเราต้องขอบคุณพ่อเลี้ยงด้วยนะครับ ที่เชื่อใจในพวกเราและยอมให้พวกเราคบหากัน ผมยังยืนยันคำเดิมว่าผมกับสร้อยจะไม่ทำเรื่องเดือดร้อนให้พ่อเลี้ยงเด็ดขาด” เขมราชรับปากอย่างจริงจัง พ่อเลี้ยงเป็นผู้มีพระคุณกับเขาและสร้อยมาก ชาตินี้เขาคงอยู่ที่นี่เพื่อรับใช้พ่อเลี้ย
“หมายความว่า…” ภาสกรมองหน้าหญิงสาวด้วยใจที่เต้นระทึก“เรย์ตกลงค่ะ” ทันทีที่หญิงสาวตอบตกลง ภาสกรก็รีบดึงเธอเข้ามากอดด้วยความดีใจ“จริงนะเรย์ แต่งงานกับพี่จริงๆ นะ” ภาสกรพูดขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เขาทำสำเร็จแล้ว เรนิตายอมรับรักเขาจริงๆ แล้ว“จะไม่สวมมันเหรอคะ” เรนิตาไม่ตอบ แต่ยื่นมือข้างซ้ายให้ชายหนุ่มเป็นคำตอบแทน“สวมครับๆ” ภาสกรรีบรับมือหญิงสาวมา ก่อนจะเริ่มสวมแหวนให้เธอที่นิ้วนางข้างซ้ายด้วยความตื่นเต้นและตื้นตันใจในคราเดียวกัน“พี่รักเรย์นะครับ” ชายหนุ่มอยากจะย้ำคำว่ารักให้เธอรับรู้มันซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น“เรย์ก็รักพี่ภาคค่ะ” เรนิตาตอบกลับชายหนุ่ม เธอมั่นใจว่าจากนี้ผู้ชายที่เธอเลือกจะไม่มีวันสร้างบาดแผลในใจให้เธอเหมือนคนอื่น“พี่ดีใจมากเลยเรย์รู้ไหม” ภาสกรพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะดึงหญิงสาวเข้ามากอดจากด้านหลังพร้อมกับมองพระอาทิตย์ที่ตอนนี้อยู่บนท้องฟ้าสีทองอร่ามให้หนุ่มสาวได้เชยชม“เรย์ก็ดีใจเหมือนกันค่ะ รู้ไห
เรนิตาจัดเตรียมอาหารให้ชายหนุ่มตามหน้าที่ของเธอ ไม่นานเขาก็กลับเข้าบ้านมาด้วยท่าทีเหนื่อยล้า วันนี้ทั้งวันชายหนุ่มคงต้องอยู่เคลียร์งานหลายอย่างและคงไม่มีเวลาแม้แต่จะหาอะไรกิน
ลินดาพูดอย่างหมายมั่น และต้องการจะเอาชนะชายหนุ่มให้ได้อย่างคำ แล้วสักวันหนึ่ง ภาสกรจะต้องอ้อนวอนขอร้องเธอเหมือนที่เธอกำลังขอให้เขารับรักวันนี้“ผมพูดสิ่งที่อยู่ในใจไปหมดแล้ว ที่เหลือก็แล้วแต่คุณแล้วกัน แต่ขออย่างเดียว อย่ามายุ่งกับคนของผม และอย่าทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผมอีก เพราะคุณ
“ผมไม่หิว แล้วก็ไม่ได้บอกให้คุณทำด้วย” ภาสกรพูดด้วยความงุนงง เรนิตาคงไม่พอใจที่ถูกเขาต่อว่าเมื่อครู่ และชายหนุ่มก็รู้ดีว่าตนเองเป็นพวกชวนใครคุยไม่เก่ง แต่ถ้าหาเรื่องทะเลาะนั้นเก่งกว่าใครทุกคน“ก็ดี เพราะฉันก็อยากพักแล้ว ปล่อย!” เรนิตาพยายามสะบัดแขนอีกครั้ง แต่ก็ไม่ส
“คุณภาค?” แม่ครัวเก่าแก่เอ่ยถามด้วยความสงสัย ปกติแล้วแทบไม่มีใครเรียกพ่อเลี้ยงด้วยชื่อเล่นมาก่อน นางจึงไม่ชินนัก“ก็พ่อเลี้ยงของป้าเพ็ญชื่อ ‘ภาค’ ไม่ใช่เหรอคะ” ดาราสาวเอ่ยถามขึ้น เธอจำได้ว่าเมญ่าเคยบอกว่า พ่อเลี้ยงของที่นี่ชื่อ ‘ภาค ภาสกร’ แล





