Se connecterเมษาตอบรับจูบของเขาอย่างเต็มใจและโหยหา เธอโอบรอบคอของเขา ดึงเขาเข้ามาใกล้ชิดจนแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ลิ้นของพวกเขาสัมผัสและเกี่ยวพันกันอย่างเร่าร้อน เสียงจูบดูดดื่มดังกระเส่าอยู่ในความมืดสลัวของกระท่อม
ลุงชัชค่อยๆ เลื่อนมือลงมาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของเมษา ก่อนที่จะสอดเข้าไปใต้เสื้อผ้าของเธอ สัมผัสของเขาทำให้เมษาสะท้านเฮือก เธอรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอกำลังลุกเป็นไฟ
“ลุงขา…” เมษาครางออกมาเบาๆ
“ว่าไงหนูเมษ์” ลุงชัชกระซิบเสียงแหบพร่าข้างหูของเธอ พลางไล่จูบลงมาที่ซอกคอของเธอ
“เมษ์… เมษ์ต้องการลุงมากๆเลยค่ะ ลุงขา...” เมษาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เธอไม่สามารถอดกลั้นความปรารถนาในใจได้อีกต่อไป
ลุงชัชยิ้มบางๆ เขาค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อของเมษาออกทีละเม็ดอย่างเชื่องช้า เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้า เมษารู้สึกถึงความร้อนผ่าวไปทั่วร่างกาย เธอหลับตาลง ปล่อยให้ลุงชัชเป็นผู้ควบคุมทุกสิ่ง
เสื้อผ้าของเมษาถูกถอดออกอย่างง่ายดาย กองอยู่กับพื้นกระท่อมอย่างไม่เป็นระเบียบ เรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอภายใต้แสงรำไรช่างงดงามราวกับเทพธิดา ลุงชัชจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและปรารถนา ก่อนที่จะค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกบ้าง เผยให้เห็นร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ผิวคล้ำแดดของเขาตัดกับผิวขาวเนียนของเมษาอย่างลงตัว
ชัชโอบอุ้มเมษาขึ้นมาอย่างง่ายดาย พาเธอไปยังมุมหนึ่งของกระท่อมที่มีกองฟางแห้งปูรองอยู่ เขาค่อยๆ วางเธอลงบนกองฟางอย่างอ่อนโยน แล้วทาบทับร่างของเขาลงไปบนร่างของเธออีกครั้ง
“หนูเมษ์… หนูสวย น่าฟัดไปทุกสัดส่วนเลย” ลุงชัชกระซิบเสียงแหบพร่าข้างหูของเมษา ก่อนที่จะก้มลงจูบเธออีกครั้ง
"อุ๊ยย อาา... ซี๊ดดด" เมษาครางเสียงกระเส่า ตอบรับจูบที่เร่าร้อนของชัช
บทรักที่เร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในกระท่อมไม้เก่าๆ แห่งนี้ กลิ่นของฟางแห้งผสมกับกลิ่นกายที่เร่าร้อนของทั้งสองคนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ เสียงหอบหายใจ เสียงครางกระเส่า และเสียงเนื้อหนังกระทบกันดังแว่วอยู่ภายใต้หลังคาผุพัง
ลุงชัชเริ่มต้นด้วยการปรนเปรอเมษาอย่างอ่อนโยน เขาลูบไล้ไปทั่วร่างกายของเธอ จูบและเลียทุกสัดส่วนอย่างชำนาญ เมษารู้สึกถึงความสุขสมที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในร่างกายของเธอ เธอตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างเต็มที่ ปล่อยเสียงครางหวานออกมาอย่างไม่อาจอั้น
จากนั้นลุงชัชก็เปลี่ยนท่า เขาพลิกร่างของเมษาให้คว่ำลง แล้วคุกเข่าอยู่ด้านหลังเธอ เขาใช้มือลูบไล้ไปตามสะโพกมนของเมษา ก่อนที่จะสอดแทรกความแข็งแกร่งของเขาเข้าไปในช่องทางที่ยังคงคับแน่นและร้อนรุ่ม
“อื้อ… ลุงขา…” เมษาครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้ลุงชัชเป็นผู้ควบคุมจังหวะรัก
ลุงชัชเริ่มเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ก่อนที่จะค่อยๆ เร่งจังหวะให้เร็วและแรงขึ้น เขากระแทกกระทั้นร่างของเขาเข้ากับร่างของเมษาอย่างไม่ยั้ง เสียงเนื้อหนังกระทบกันดังสนั่นไปทั่วกระท่อม เมษากัดริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นเสียงครางของเธอไว้ แต่ความเสียวซ่านที่ได้รับมันรุนแรงเกินกว่าที่เธอจะอดทนได้
“อ๊า… ลุง… เบาๆ ก่อนค่ะ … ของลุงมันใหญ่ อุ๊ยยยย ซี้ดดด…” เมษาครางออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เธอรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอกำลังแตกสลาย
ลุงชัชทำตามคำขอของเธอ เขากระแทกกระทั้นร่างของเขาเข้ากับร่างของเมษาช้าๆ ในตอนแรกก่อนที่จะเร่งเร้าและกระแทกอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง เมษากรีดร้องออกมาด้วยความสุขสมที่พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ร่างกายของเธอเกร็งกระตุกไปทั้งตัว
"โอ๊ะๆๆๆ ซี้ดดด... ลุงขา ซี้ดดด อูยย แน่นรูจัง ลุงขา ลุงเก่งจัง ซี้ดดด โอ๊ยๆๆๆ เสร็จๆๆๆ แล้ว โอวววว..."
เมื่อความสุขสมผ่านพ้นไป ลุงชัชยังคงไม่หยุด เขาพลิกร่างของเมษาให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง แล้วนั่งลงบนตัวเธอ เมษาใช้ขาทั้งสองข้างเกี่ยวเอวของเขาไว้แน่น ลุงชัชจับสะโพกของเธอไว้มั่น แล้วเริ่มโยกตัวขึ้นลงอย่างช้าๆ
“เป็นของลุงนะหนูเมษ์จ๋า ซี้ดดด… เป็นของลุงคนเดียว โอววว ซี้ดดด...” ลุงชัชกระซิบเสียงแหบพร่าข้างหูของเธอ
เมษาพยักหน้าทั้งน้ำตา เป็นน้ำตาแห่งความสุข สะใจ ที่เธอเฝ้ารอ เธอเงยหน้าขึ้นจูบลุงชัชอย่างดูดดื่ม ขณะที่สะโพกของเธอก็กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการเคลื่อนไหวของเขา เธอรู้สึกถึงความสุขสมที่กำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้งอย่างช้าๆ แต่หนักหน่วง
"ซี้ดดด ลุงจ๋า ของลุงถูกใจหนูเหลือเกิน ซี้ด เย็ดหนูนาน ๆนะคะ ลุงจ๋า ซี้ดดด อูยยย.." เมษาเพ้อตามอารมร์ที่กำลังพลุ่งพล่าน
ลุงชัชเร่งจังหวะการโยกตัวของเขาให้เร็วขึ้น เมษาก็โอนอ่อนผ่อนตามทุกการเคลื่อนไหวของเขา เธอรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงแห่งความสุขสมที่ไม่มีที่สิ้นสุด เสียงครางหวานของเธอประสานกับเสียงหอบหายใจของลุงชัชดังกระเส่าไปทั่วกระท่อม
"กรีดดด โอวววว เสร็จ อ.อีกแล้ว หนู เสร็จ อีก ล. แล้ว ซี้ดดดด... โอววว..."
ในที่สุด เมษาก็ปล่อยเสียงกรีดร้องออกมาอีกครั้งด้วยความสุขสมที่พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ร่างกายของเธอเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ลุงชัชก้มลงจูบเธออย่างแนบแน่น ขณะที่เขาก็ปลดปล่อยความปรารถนาของเขาออกมาเช่นกัน
หลังจากบทรักที่เร่าร้อนจบลง เมษาและลุงชัชนอนหอบอยู่ข้างกันบนกองฟางในกระท่อมเล็กๆ แห่งนั้น ร่างกายของพวกเขาทั้งสองคนเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่ในดวงตาของพวกเขากลับเปล่งประกายแห่งความสุขสมและความรักที่ไม่มีใครสามารถห้ามปรามได้
“หนูเมษ์… ลุงไม่ได้มีความสุขแบบนี้มานานแล้ว ตั้งแต่หนูแต่งงานไป” ลุงชัชกระซิบเสียงแหบพร่า เมษาซบหน้าลงบนแผงอกของเขา เธอไม่สามารถพูดอะไรได้ เธอเพียงแค่รู้สึกถึงความอิ่มเอมใจที่ท่วมท้นอยู่ในอก
"หนูก็กลับมาแล้วไงคะ... มาหาคนที่ทำให้หนูมีความสุข..." เมษากระซิบออดอ้้อน
พวกเขาใช้เวลาพักผ่อนอยู่ด้วยกันในกระท่อมอีกสักพัก ก่อนที่จะค่อยๆ ลุกขึ้นแต่งตัว เมษามองไปยังกองฟางที่ยับยู่ยี่ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสุขสม ผิดบาป และโหยหา
“เรากลับไปเก็บผักกันต่อเถอะค่ะ..” เมษาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือเล็กน้อย ชัชพยักหน้า เขาจูงมือเมษา พาเธอเดินออกจากกระท่อม กลับไปยังแปลงผักกาดที่แสงแดดยามบ่ายยังคงสาดส่องลงมา
พวกเขากลับมาเก็บผักกันต่อ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในใจของพวกเขาทั้งสองคนนั้นรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาได้ก้าวข้ามเส้นบางๆ ไปอีกครั้ง และเพลิงปรารถนาที่เคยดับมอดไปแล้วนั้น ได้ลุกโชนขึ้นอีกครั้งอย่างไม่มีวันดับมลาย
เมื่อตะกร้าผักเต็ม พวกเขาก็พากันกลับบ้าน ป้าสายกำลังนั่งรออยู่ที่ชานบ้าน เมื่อเห็นทั้งสองคนเดินกลับมาพร้อมตะกร้าผัก ท่านก็ยิ้มบางๆ ให้ แกไม่ได้ถามอะไร แต่ในแววตาของแกนั้นเต็มไปด้วยความเข้าใจและความเห็นใจ
ในค่ำคืนนั้น เมษาและลุงชัชยังคงแอบพบกันอีกครั้งภายใต้เงามะม่วงใหญ่ในสวนหลังบ้าน แสงจันทร์สาดส่องลงมาเป็นสีเงินยวง พวกเขากอดจูบกันอย่างดูดดื่ม สัมผัสกันอย่างโหยหา ราวกับเป็นการตอกย้ำถึงความรู้สึกที่พวกเขามีให้กัน ความสัมพันธ์ต้องห้ามของทั้งสองคนดำเนินต่อไปอย่างลับๆ ท่ามกลางความรู้เห็นและเงียบเชียบของป้าสาย และภายใต้เงามืดของค่ำคืนในบ้านไร่แห่งนี้… เพลิงปรารถนาของพวกเขายังคงโหมกระหน่ำอย่างไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับลงง่ายๆ
ภายในห้องสวีตหรูหรากว้างขวางบนชั้น 21 ของโรงแรมชื่อดังย่านสุขุมวิท 22 บรรยากาศยามค่ำคืนถูกโอบล้อมด้วยความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เบื้องหลังผนังกระจกใสบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นทัศนียภาพอันตระการตาของมหานครยามค่ำคืน แสงไฟระยิบระยับจากหมู่ตึกระฟ้าสูงตระหง่านทอดประกายระยับแข่งกับดวงดาวบนฟากฟ้า ขณะที่สายธารแห่งแสงไฟจากยานพาหนะบนท้องถนนเบื้องล่างไหลรินทอดยาวเป็นเส้นสายสีส้มแดงระเรื่อ งดงามราวกับภาพวาดที่มีชีวิตใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างเอนหลังพิงพนักโซฟาตัวใหญ่หนานุ่ม หันหลังให้กับวิวสวยริมกระจกหน้าต่างบานใหญ่ ใบหน้าคมคายประดับรอยยิ้มบาง ๆ อย่างคนคุมเกม ก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"เอกมีข้อห้ามอะไรเป็นพิเศษไหม... เช่น เอ่อ… ห้ามประตูหลัง หรืออะไรที่น้องเมย์ไม่ชอบเป็นพิเศษหรือเปล่า..."วรินทร์ที่นั่งอยู่ใกล้กันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาด้วยแววตาที่เริ่มฉายแววตื่นเต้นเร้าใจ"มีอยู่เรื่องเดียวครับพี่... อย่าบังคับฝืนใจจนเกินไป และอย่าทำให้น้องเมย์เจ็บตัวก็พอครับ... นอกนั้นพี่จัดเต็มที่ได้เลย..." วรินทร์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่เจือความตื่นเต้นระคนกระสันซ่านอย่างปิดไม่ม
เสียงนกกาเหว่าตัวใหญ่ส่งเสียงร้องกังวานก้องกังสดาลรับอรุณรุ่งของวันหยุด ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าอันแสนสงบเงียบที่หาได้ยากยิ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร สายลมธรรมชาติพัดโชยกลิ่นไอความชื้นของดินและกลิ่นหอมระรวยของมวลดอกไม้ นานาพันธุ์ที่แข่งกันผลิบานในสวนหลังบ้าน ลอดผ่านกรอบหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดกว้างรับอากาศบริสุทธิ์เข้ามาจนเต็มห้องเมษายืนพิงขอบหน้าต่างห้องนอน ทอดสายตามองออกไปเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย ภาพที่ปรากฏคือความร่มรื่นเขียวขจีของสวนกว้างขนาดใหญ่หลังบ้าน ซึ่งเต็มไปด้วยแมกไม้และต้นไม้ใหญ่ขึ้นรกครึ้มหนาแน่นตามธรรมชาติ ราวกับยกผืนป่าขนาดย่อมมาไว้กลางเมืองกรุง กิ่งก้านสาขาแผ่ขยายให้ร่มเงาร่มรื่น ฝูงนกน้อยตัวเล็ก ๆ ต่างพากันบินโฉบเฉี่ยวและกระโดดโลดเต้นหยอกล้อกันจากกิ่งนั้นไปยังกิ่งนี้อย่างอารมณ์ดีมือเรียวเล็กถือแก้วกาแฟเซรามิกอุ่น ๆ ไว้ ไอความร้อนสีขาวเป็นละอองบางพวยพุ่งลอยกรุ่นขึ้นปะทะอากาศยามเช้า ริมฝีปากอวบอิ่มยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ อย่างมีความสุข ท่ามกลางความรื่นรมย์และความสงบเงียบสงัด ที่ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งหลงเหลืออยู่เป็นพื้นที่สีเขียวอันล้ำค่า ท่ามกลางป่าคอนกรี
แสงแดดยามสายสาดส่องลอดผ่านรอยพับของผ้าม่านเนื้อบางเข้ามาภายในห้องนอน เคลื่อนตัวทาบทับลงบนผิวเนื้อและร่างที่นอนหลับสนิทของวรินทร์ ลมหายใจสม่ำเสมอยามหลับใหลค่อย ๆ สูดลึกยาวขึ้น ก่อนที่เปลือกตาหนาจะค่อย ๆ เผยอขึ้นกะพริบถี่ ๆ เพื่อปรับรับแสงสว่างจ้าที่สาดเข้ามาเขากระพริบตาถี่ ๆ หยัดกายขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับหยีตา,มองออกไปทางหน้าต่างบานใหญ่ สายลมยามสายพัดเอื่อยนำพาความเย็นสบายเข้ามาสัมผัสผิวแก้ม ก่อนที่เขาจะพลิกตัวหันกลับมาหมายจะโอบกอดร่างบางที่เคยนอนแนบชิดกันอยู่ตลอดทั้งคืนทว่า พื้นที่บนเตียงนอนข้างกายกลับว่างเปล่า...วรินทร์ขมวดคิ้วมุ่นเล็กๆ เขากวาดสายตามองสำรวจรอบห้องนอน ก่อนจะมองผ่าบบานประตูห้องน้ำที่เปิดแง้มเอาไว้เข้าไปข้างใน แต่ภายในห้องน้ำกลับว่างเปล่าไร้เงาของภรรยาเช่นกัน"ทำไมตื่นเช้าจังนะ..." วรินทร์พึมพำกับตัวเองเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มบาง ๆ ระบายขึ้นบนมุมปากอย่างผ่อนคลายจากความอิ่มเอมใจในค่ำคืนที่ผ่านมา ความรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวและความอบอุ่นยังคงหลงเหลืออยู่ในความรู้สึกเขาเลิกผ้าห่มผืนหนาออก ค่อย ๆ สไลด์ตัวขยับมานั่งห้อยขาลงที่ขอบเตียงนอน กวาดสายตามองบรรยากาศยามสายที่
เวลาเกือบตีสอง ภายในห้องนอนที่ควรจะสงบเงียบกลับอบอวลไปด้วยความร้อนรุ่มที่ยังคงคั่งค้างอยู่ในอกของวรินทร์ ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ระเบียงห้องยังคงวนเวียนฉายซ้ำอยู่ในหัว สมองของเขาสั่งการให้จินตนาการถึงเรือนร่างเปลือยเปล่าของเมียรักที่ถูกชายอื่นกระหน่ำกระแทกกระทั้นจนน้ำรักพุ่งทะลัก ความเป็นชายภายใต้กางเกงนอนพองขยายและปวดหนึบบวมเป่งราวกับระเบิดเวลา แม้ว่าเขาจะเพิ่งใช้มือรูดรั้งปลดปล่อยลาวาความเร่าร้อนออกมาพร้อมกับคนทั้งคู่ไปแล้ว แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะดับไฟตัณหาที่สุมอกอยู่ดีวรินทร์สไลด์ตัวขึ้นไปนอนราบลงบนเตียง ดึงผ้าห่มผืนหนามาคลุมกาย ดวงตาวาวโรจน์แข็งค้างจ้องมองเพดานในความมืดอย่างคนนอนไม่หลับ ในขณะที่หูคอยเงี่ยฟังเสียงความเคลื่อนไหวจากภายนอก เฝ้ารอคอยว่าเมื่อไหร่เมียรักจะกลับเข้ามาในห้องนอนเสียทีแกร็ก!เสียงลูกบิดโลหะดังขึ้นแผ่วเบาที่หน้าประตู ก่อนที่บานประตูไม้จะค่อย ๆ แง้มเปิดออกอย่างไร้เสียง ร่างเปลือยเปล่าเนียนนุ่มของเมษาเร้นกายเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ เธอเหลียวกลับไปจัดการงับบานประตูห้องปิดลงอย่างระมัดระวังที่สุด โดยที่เรือนร่างระหงไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ติดกายเลยแม้แต่ชิ้นเด
ชัชเร่งจังหวะสะโพกแกร่งโหมกระหน่ำซอยกระแทกกระทั้นเข้าใส่ร่างระหงอย่างดุดันและบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! พรับ! พรับ!เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วระเบียงบ้านในยามวิกาล ประสานกับเสียงครางกระเส่าเร่าร้อนระรัวไม่เป็นศัพท์ของเมษา ทุกจังหวะการโถมกระหน่ำซอยยิบราวกับพายุไฟที่กำลังแผดเผาเสียงครางหวานกระเส่าและถ้อยคำร่านสวาทที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของเมียรัก ทำเอาวรินทร์ที่ยืนแอบซุ่มมองอยู่ถึงกับยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้ สองขาของเชาสั่นระริกด้วยความอัดอั้นที่ถั่งโถมอยู่ภายใน แก่นกายภายใต้กางเกงนอนปวดหนึบจนแทบจะระเบิด มือหนาต้องเอื้อมลงมากำรูดแก่นกายของตัวเองขึ้นลงตามจังหวะสวาทเบื้องหน้าอย่างลืมตัว เพื่อระบายความเสียวซ่านที่แผดเผาอยู่ในอกจนแทบทนไม่ไหว"อูยยย... ซี้ดดด... ผัวขา... เย็ดแรงอีกค่ะ... เมียชอบควยใหญ่ ๆ ของผัว... กระแทกเข้ามาให้มิดควยผัวเลยค่ะ... ซี้ดดด...!"เมษาร้องครวญครางยั่วเย้าด้วยแววตาฉ่ำเยิ้ม สองมือจิกเกร็งราวระเบียงไม้แน่นเพื่อรับแรงกระแทกที่โถมซัดเข้ามาอย่างไม่ยั้งมือ"อีร่านเอ๊ย... หีมึงนี่มันตอดรัดควยกูดีชิบหาย... ร่านนักนะมึง...!"ชัชคำรามลั่นด้วยค
เสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาของทั้งสองยังคงลอยมาปะทะโสตประสาทของวรินทร์เป็นระลอก ฟังได้ศัพท์บ้างไม่ได้ศัพท์บ้าง เนื่องจากน้ำเสียงที่พยายามกดให้ต่ำลงอย่างสุดกำลัง เพื่อไม่ให้ดังพอที่จะปลุกให้เขาตื่นขึ้นมารับรู้เรื่องราวอันน่าอัปยศอดสูที่กำลังดำเนินอยู่เบื้องหน้าเมื่อระแวงว่าสามีหนุ่มอาจจะรู้ตัว เมษาหันกลับมามองสำรวจท่าทีของเขาที่ยังนอนนิ่งสนิทอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบกระซาบกับชายสูงวัยด้วยแววตาที่พราวระยับไปด้วยประกายความกระสันซ่าน ทั้งคู่หยัดกายลุกขึ้นยืน นิ่งมองร่างที่ทำทีเป็นนอนหลับใหลไม่รู้เรื่องรู้ราวของเขานิ่งอยู่ชั่วครู่เพื่อความแน่ใจ ก่อนที่ภาพบาดตาจะปรากฏขึ้น—เมษาโน้มลำตัวลงประกบเรียวปากอวบอิ่มเข้ากับริมฝีปากของชายวัยดึกอย่างดูดดื่มและยาวนาน ราวกับคนหลงใหลในรสสวาทและติดตรึงในกามารมณ์ของอีกฝ่ายอย่างถอนตัวไม่ขึ้น"ไปค่ะ..." เสียงกระซิบแผ่วพร่าลอดมาจากริมฝีปากของเมีย ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปจับจูงมือหนาของชายชู้ให้ค่อย ๆ ก้าวเดินออกจากห้องนอนไปอย่างเงียบเชียบ เมษาหันกลับมาจัดการงับบานประตูห้องปิดลงอย่างแผ่วเบาที่สุด โดยที่ร่างเปลือยเปล่าทั้งสองร่างไม่ได้มีเสื้อผ้าอา
เมษาตอบรับจูบของลุงชัชอย่างเร่าร้อน เธอใช้มือโอบรอบคอของเขา ดึงเขาเข้ามาใกล้ขึ้นอีก พยายามที่จะละลายหายไปในอ้อมกอดของเขา ลิ้นของพวกเขากระหวัดพันกันอย่างเร่าร้อน เสียงจูบดูดดื่มดังสนั่นไปทั่วบริเวณใต้ต้นมะม่วง ความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานานปีมันกำลังจะระเบิดออกมาอย่างเต็มที่ เธอรู้สึกเหมือนถูกไฟแผดเผา
ในคฤหาสน์หรูสไตล์โมเดิร์นที่ตั้งอยู่บนเนินเขาอันเงียบสงบในย่านชานเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งโอบล้อมด้วยสวนป่าเมืองร้อนที่จัดแต่งอย่างประณีต เมษา ในวัยยี่สิบเจ็ดปี ผู้เป็นที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า เมษ์ ใช้ชีวิตคู่กับ วรินท์ สามีของเธอ หรือที่เมษาเรียกว่า พี่เอก ชีวิตของพวกเขาดูเหมือนสมบูรณ์แบบราวกับภาพวาดที่
วรินทร์ขึ้นหยัดกายลุกขึ้นจากโซฟาช้าๆ จงใจจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย สายตาของเขาจดจ้องไปที่ เมษา ซึ่งบัดนี้กึ่งนั่งกึ่งนอนหมดแรงอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มสองคน ทรวงอกอวบหยุ่นภายใต้ซาตินสีแชมเปญสะท้อนแสงไฟวิบวับตามจังหวะหอบหายใจที่ยังไม่คงที่"เดี๋ยวพี่จะออกไปซื้อของมาเติมสักหน่อย ตอนเย็นกะปิดไปหน่อย" วรินทร์พ
ห้องนอนเล็ก ๆ ในบ้านไร่ถูกกลืนกินด้วยความมืดสนิท แสงสลัวสีเทาหม่น จากนอกหน้าต่างแทรกผ่านม่านผ้าดิบบางเบาเข้ามาเพียงริบหรี่ สร้างเงาที่ยาวและบิดเบี้ยว วรินท์ไม่ได้อยู่บนเตียง แต่เลือกนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างเตียง ในมุมที่เงาทอดทับเขาไว้เกือบมิด มือของเขากำแน่น บนพนักแขนจนข้อนิ้วขาวโพลน ดวงตาของเขาวาวว







