로그인ภายในห้องสวีตหรูหรากว้างขวางบนชั้น 21 ของโรงแรมชื่อดังย่านสุขุมวิท 22 บรรยากาศยามค่ำคืนถูกโอบล้อมด้วยความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เบื้องหลังผนังกระจกใสบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นทัศนียภาพอันตระการตาของมหานครยามค่ำคืน แสงไฟระยิบระยับจากหมู่ตึกระฟ้าสูงตระหง่านทอดประกายระยับแข่งกับดวงดาวบนฟากฟ้า ขณะที่สายธารแห่งแสงไฟจากยานพาหนะบนท้องถนนเบื้องล่างไหลรินทอดยาวเป็นเส้นสายสีส้มแดงระเรื่อ งดงามราวกับภาพวาดที่มีชีวิตใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างเอนหลังพิงพนักโซฟาตัวใหญ่หนานุ่ม หันหลังให้กับวิวสวยริมกระจกหน้าต่างบานใหญ่ ใบหน้าคมคายประดับรอยยิ้มบาง ๆ อย่างคนคุมเกม ก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"เอกมีข้อห้ามอะไรเป็นพิเศษไหม... เช่น เอ่อ… ห้ามประตูหลัง หรืออะไรที่น้องเมย์ไม่ชอบเป็นพิเศษหรือเปล่า..."วรินทร์ที่นั่งอยู่ใกล้กันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาด้วยแววตาที่เริ่มฉายแววตื่นเต้นเร้าใจ"มีอยู่เรื่องเดียวครับพี่... อย่าบังคับฝืนใจจนเกินไป และอย่าทำให้น้องเมย์เจ็บตัวก็พอครับ... นอกนั้นพี่จัดเต็มที่ได้เลย..." วรินทร์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่เจือความตื่นเต้นระคนกระสันซ่านอย่างปิดไม่ม
เสียงนกกาเหว่าตัวใหญ่ส่งเสียงร้องกังวานก้องกังสดาลรับอรุณรุ่งของวันหยุด ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าอันแสนสงบเงียบที่หาได้ยากยิ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร สายลมธรรมชาติพัดโชยกลิ่นไอความชื้นของดินและกลิ่นหอมระรวยของมวลดอกไม้ นานาพันธุ์ที่แข่งกันผลิบานในสวนหลังบ้าน ลอดผ่านกรอบหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดกว้างรับอากาศบริสุทธิ์เข้ามาจนเต็มห้องเมษายืนพิงขอบหน้าต่างห้องนอน ทอดสายตามองออกไปเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย ภาพที่ปรากฏคือความร่มรื่นเขียวขจีของสวนกว้างขนาดใหญ่หลังบ้าน ซึ่งเต็มไปด้วยแมกไม้และต้นไม้ใหญ่ขึ้นรกครึ้มหนาแน่นตามธรรมชาติ ราวกับยกผืนป่าขนาดย่อมมาไว้กลางเมืองกรุง กิ่งก้านสาขาแผ่ขยายให้ร่มเงาร่มรื่น ฝูงนกน้อยตัวเล็ก ๆ ต่างพากันบินโฉบเฉี่ยวและกระโดดโลดเต้นหยอกล้อกันจากกิ่งนั้นไปยังกิ่งนี้อย่างอารมณ์ดีมือเรียวเล็กถือแก้วกาแฟเซรามิกอุ่น ๆ ไว้ ไอความร้อนสีขาวเป็นละอองบางพวยพุ่งลอยกรุ่นขึ้นปะทะอากาศยามเช้า ริมฝีปากอวบอิ่มยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ อย่างมีความสุข ท่ามกลางความรื่นรมย์และความสงบเงียบสงัด ที่ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งหลงเหลืออยู่เป็นพื้นที่สีเขียวอันล้ำค่า ท่ามกลางป่าคอนกรี
แสงแดดยามสายสาดส่องลอดผ่านรอยพับของผ้าม่านเนื้อบางเข้ามาภายในห้องนอน เคลื่อนตัวทาบทับลงบนผิวเนื้อและร่างที่นอนหลับสนิทของวรินทร์ ลมหายใจสม่ำเสมอยามหลับใหลค่อย ๆ สูดลึกยาวขึ้น ก่อนที่เปลือกตาหนาจะค่อย ๆ เผยอขึ้นกะพริบถี่ ๆ เพื่อปรับรับแสงสว่างจ้าที่สาดเข้ามาเขากระพริบตาถี่ ๆ หยัดกายขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับหยีตา,มองออกไปทางหน้าต่างบานใหญ่ สายลมยามสายพัดเอื่อยนำพาความเย็นสบายเข้ามาสัมผัสผิวแก้ม ก่อนที่เขาจะพลิกตัวหันกลับมาหมายจะโอบกอดร่างบางที่เคยนอนแนบชิดกันอยู่ตลอดทั้งคืนทว่า พื้นที่บนเตียงนอนข้างกายกลับว่างเปล่า...วรินทร์ขมวดคิ้วมุ่นเล็กๆ เขากวาดสายตามองสำรวจรอบห้องนอน ก่อนจะมองผ่าบบานประตูห้องน้ำที่เปิดแง้มเอาไว้เข้าไปข้างใน แต่ภายในห้องน้ำกลับว่างเปล่าไร้เงาของภรรยาเช่นกัน"ทำไมตื่นเช้าจังนะ..." วรินทร์พึมพำกับตัวเองเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มบาง ๆ ระบายขึ้นบนมุมปากอย่างผ่อนคลายจากความอิ่มเอมใจในค่ำคืนที่ผ่านมา ความรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวและความอบอุ่นยังคงหลงเหลืออยู่ในความรู้สึกเขาเลิกผ้าห่มผืนหนาออก ค่อย ๆ สไลด์ตัวขยับมานั่งห้อยขาลงที่ขอบเตียงนอน กวาดสายตามองบรรยากาศยามสายที่
เวลาเกือบตีสอง ภายในห้องนอนที่ควรจะสงบเงียบกลับอบอวลไปด้วยความร้อนรุ่มที่ยังคงคั่งค้างอยู่ในอกของวรินทร์ ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ระเบียงห้องยังคงวนเวียนฉายซ้ำอยู่ในหัว สมองของเขาสั่งการให้จินตนาการถึงเรือนร่างเปลือยเปล่าของเมียรักที่ถูกชายอื่นกระหน่ำกระแทกกระทั้นจนน้ำรักพุ่งทะลัก ความเป็นชายภายใต้กางเกงนอนพองขยายและปวดหนึบบวมเป่งราวกับระเบิดเวลา แม้ว่าเขาจะเพิ่งใช้มือรูดรั้งปลดปล่อยลาวาความเร่าร้อนออกมาพร้อมกับคนทั้งคู่ไปแล้ว แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะดับไฟตัณหาที่สุมอกอยู่ดีวรินทร์สไลด์ตัวขึ้นไปนอนราบลงบนเตียง ดึงผ้าห่มผืนหนามาคลุมกาย ดวงตาวาวโรจน์แข็งค้างจ้องมองเพดานในความมืดอย่างคนนอนไม่หลับ ในขณะที่หูคอยเงี่ยฟังเสียงความเคลื่อนไหวจากภายนอก เฝ้ารอคอยว่าเมื่อไหร่เมียรักจะกลับเข้ามาในห้องนอนเสียทีแกร็ก!เสียงลูกบิดโลหะดังขึ้นแผ่วเบาที่หน้าประตู ก่อนที่บานประตูไม้จะค่อย ๆ แง้มเปิดออกอย่างไร้เสียง ร่างเปลือยเปล่าเนียนนุ่มของเมษาเร้นกายเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ เธอเหลียวกลับไปจัดการงับบานประตูห้องปิดลงอย่างระมัดระวังที่สุด โดยที่เรือนร่างระหงไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ติดกายเลยแม้แต่ชิ้นเด
ชัชเร่งจังหวะสะโพกแกร่งโหมกระหน่ำซอยกระแทกกระทั้นเข้าใส่ร่างระหงอย่างดุดันและบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! พรับ! พรับ!เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วระเบียงบ้านในยามวิกาล ประสานกับเสียงครางกระเส่าเร่าร้อนระรัวไม่เป็นศัพท์ของเมษา ทุกจังหวะการโถมกระหน่ำซอยยิบราวกับพายุไฟที่กำลังแผดเผาเสียงครางหวานกระเส่าและถ้อยคำร่านสวาทที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของเมียรัก ทำเอาวรินทร์ที่ยืนแอบซุ่มมองอยู่ถึงกับยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้ สองขาของเชาสั่นระริกด้วยความอัดอั้นที่ถั่งโถมอยู่ภายใน แก่นกายภายใต้กางเกงนอนปวดหนึบจนแทบจะระเบิด มือหนาต้องเอื้อมลงมากำรูดแก่นกายของตัวเองขึ้นลงตามจังหวะสวาทเบื้องหน้าอย่างลืมตัว เพื่อระบายความเสียวซ่านที่แผดเผาอยู่ในอกจนแทบทนไม่ไหว"อูยยย... ซี้ดดด... ผัวขา... เย็ดแรงอีกค่ะ... เมียชอบควยใหญ่ ๆ ของผัว... กระแทกเข้ามาให้มิดควยผัวเลยค่ะ... ซี้ดดด...!"เมษาร้องครวญครางยั่วเย้าด้วยแววตาฉ่ำเยิ้ม สองมือจิกเกร็งราวระเบียงไม้แน่นเพื่อรับแรงกระแทกที่โถมซัดเข้ามาอย่างไม่ยั้งมือ"อีร่านเอ๊ย... หีมึงนี่มันตอดรัดควยกูดีชิบหาย... ร่านนักนะมึง...!"ชัชคำรามลั่นด้วยค
เสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาของทั้งสองยังคงลอยมาปะทะโสตประสาทของวรินทร์เป็นระลอก ฟังได้ศัพท์บ้างไม่ได้ศัพท์บ้าง เนื่องจากน้ำเสียงที่พยายามกดให้ต่ำลงอย่างสุดกำลัง เพื่อไม่ให้ดังพอที่จะปลุกให้เขาตื่นขึ้นมารับรู้เรื่องราวอันน่าอัปยศอดสูที่กำลังดำเนินอยู่เบื้องหน้าเมื่อระแวงว่าสามีหนุ่มอาจจะรู้ตัว เมษาหันกลับมามองสำรวจท่าทีของเขาที่ยังนอนนิ่งสนิทอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบกระซาบกับชายสูงวัยด้วยแววตาที่พราวระยับไปด้วยประกายความกระสันซ่าน ทั้งคู่หยัดกายลุกขึ้นยืน นิ่งมองร่างที่ทำทีเป็นนอนหลับใหลไม่รู้เรื่องรู้ราวของเขานิ่งอยู่ชั่วครู่เพื่อความแน่ใจ ก่อนที่ภาพบาดตาจะปรากฏขึ้น—เมษาโน้มลำตัวลงประกบเรียวปากอวบอิ่มเข้ากับริมฝีปากของชายวัยดึกอย่างดูดดื่มและยาวนาน ราวกับคนหลงใหลในรสสวาทและติดตรึงในกามารมณ์ของอีกฝ่ายอย่างถอนตัวไม่ขึ้น"ไปค่ะ..." เสียงกระซิบแผ่วพร่าลอดมาจากริมฝีปากของเมีย ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปจับจูงมือหนาของชายชู้ให้ค่อย ๆ ก้าวเดินออกจากห้องนอนไปอย่างเงียบเชียบ เมษาหันกลับมาจัดการงับบานประตูห้องปิดลงอย่างแผ่วเบาที่สุด โดยที่ร่างเปลือยเปล่าทั้งสองร่างไม่ได้มีเสื้อผ้าอา
วรินทร์ขึ้นหยัดกายลุกขึ้นจากโซฟาช้าๆ จงใจจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย สายตาของเขาจดจ้องไปที่ เมษา ซึ่งบัดนี้กึ่งนั่งกึ่งนอนหมดแรงอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มสองคน ทรวงอกอวบหยุ่นภายใต้ซาตินสีแชมเปญสะท้อนแสงไฟวิบวับตามจังหวะหอบหายใจที่ยังไม่คงที่"เดี๋ยวพี่จะออกไปซื้อของมาเติมสักหน่อย ตอนเย็นกะปิดไปหน่อย" วรินทร์พ
ห้องนอนเล็ก ๆ ในบ้านไร่ถูกกลืนกินด้วยความมืดสนิท แสงสลัวสีเทาหม่น จากนอกหน้าต่างแทรกผ่านม่านผ้าดิบบางเบาเข้ามาเพียงริบหรี่ สร้างเงาที่ยาวและบิดเบี้ยว วรินท์ไม่ได้อยู่บนเตียง แต่เลือกนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างเตียง ในมุมที่เงาทอดทับเขาไว้เกือบมิด มือของเขากำแน่น บนพนักแขนจนข้อนิ้วขาวโพลน ดวงตาของเขาวาวว
“เมษ์…อื้อฮือ…มัน…มันสุดยอดมากเลย เมษ์ พี่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน” เขาหายใจหอบถี่ พลางลูบผมของเธออย่างอ่อนโยน ประกายแห่งความพึงพอใจที่ล้นปรี่วรินท์ ดึง เมษา เข้ามากอดแน่น เขากระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขและสมหวัง“พี่พูดจริง เมษ์…พี่พร้อมที่จะสนับสนุนความรู้สึกของ เมษ์…พี่เคย
เมื่อตกค่ำ ชัชก็ขับรถกลับมาที่บ้านไร่ เขามองเห็นรถของวรินท์จอดอยู่หน้าบ้าน ทำให้เขารู้ว่าวรินท์ยังไม่ได้กลับไป ชัชเดินลงจากรถด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขามองไปที่บ้านพักที่เมษาและวรินท์พักอยู่ แววตาของเขาฉายแววความไม่พอใจเล็กน้อย"เมื่อไหร่มันจะกลับวะ!!!" ชัชสบถกับตัวเองเบาๆ พลางเดินส่วยหัว ก้มหน้าเข้าครั







![เมียช่างสัก [PWP] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)