ANMELDENก้องขับรถออกจากหอพักของจุ๊บแจงด้วยอาการเหม่อลอย หัวของเขาว่างเปล่า เส้นทางที่เขาขับไปแทนที่จะกลับไปที่พักหรือบริษัท แต่เขากลับเลือกที่จะขับมุ่งหน้าไปที่วัด สถานที่ที่เขาเพิ่งจะกลับออกมาเมื่อช่วงไม่นานมานี้เขาเลี้ยวรถเข้าจอดที่ไหล่ทาง เพื่อเรียกคืนสติสัมปชัญญะ "ทำไมแจงถึงทำแบบนี้กับเรา..." เขาครางชื่อเธอออกมาเบาๆ มือหนายกขึ้นลูบใบหน้าเหมือนเป็นการปลุกสติให้ตื่นจากฝันร้ายที่เพิ่งเผชิญมาเขานึกย้อนกลับไปยังคำพูดของแม่ของจุ๊บแจง ในวันที่เขาเข้าไปแจ้งท่านว่าขอดูแลและขอคบกับแจง เพื่อเป็นการบอกกล่าวให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้ถึงความจริงใจ"ไม่ลองคบหาดูใจกันไปสักพักก่อนไม่ดีกว่าหรือลูก จะไม่ใจร้อนกันไปหน่อยเหรอ?" เสียงของป้าแกพร้อมกับแววตาที่แสดงออกถึงความอึดอัดบางประการ ผุดขึ้นมาในหัวของก้องอีกครั้งดูเหมือนว่าป้าแกเคยเตือนเราเป็นนัยๆ แล้วนะ... ก้องคิดย้อนกลับด้วยความขื่นขมตอนนี้หัวใจของเขาเหมือนถูกดึงกระชากไปสองทาง ทางหนึ่งคือการเลือกที่จะหยุดแต่เพียงเท่านี้ แล้วลืมทุกสิ่งทุกอย่างเสมือนว่าไม่เคยมีผู้หญิงคนนี้เข้ามาในชีวิต แต่อีกทางหนึ่งคือความอยากรู้อยากเห็นที่มันมีอำนาจเหนือกว่า เขาต้องค้นหาความ
บรรยากาศภายในห้องโถงต้อนรับชั้นล่างของหอพักขนาด 30 ห้องดูโปร่งตาและทันสมัยเกินกว่าที่ดาวคาดไว้แต่แรก ที่นี่ตั้งอยู่ในทำเลทองที่รายล้อมไปด้วยพนักงานออฟฟิศและคนวัยทำงาน มีทั้งร้านสะดวกซื้อและร้านซักรีดที่เปิดให้บริการอย่างครบครัน สะดวกสบายสมกับเป็นวิมานของคนเมืองดาว ในชุดเดรสสีแดงเพลิงหรูหราที่ขับผิวขาวผ่องให้โดดเด่น นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังเทียมสีครีมตัวนุ่มในส่วนรับรองของสำนักงานเจ้าของหอพัก ท่าทางของเธอวันนี้ดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ต่างจากผู้หญิงที่คอยเอาใจเสี่ยอำนาจอย่างสิ้นเชิง ข้างกายของเธอคือ ลุงรงค์ ชายวัยกลางคนที่มีร่างกายกำยำและแววตาคร่ำหวอดในงานช่าง ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่คนที่ดาวไว้เนื้อเชื่อใจให้มาช่วยตรวจสอบความสมบูรณ์ของอาคารก่อนจะทำสัญญาซื้อขาย"คุณดาวดูแล้วเป็นยังไงบ้างคะ? มีส่วนไหนที่ต้องการให้เราซ่อมแซมก่อนก็บอกได้เลยนะคะ" หญิงสูงอายุเจ้าของเดิมเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีจริงจังพลางยื่นแฟ้มเอกสารให้ดาว"หอพักของป้ามีคนพักเต็มตลอดค่ะ แต่เสียตรงที่ป้าแก่มากแล้ว ดูแลไม่ไหว ลูกสาวเขาก็รบเร้าอยากให้ไปอยู่ด้วย ป้าเลยจำใจขาย ทั้งที่ยังเสียดายอยู่เลย" ป้าเล่าด้วยน้ำเสียงติดจ
บรรยากาศในห้องน้ำอบอวลไปด้วยไอร้อนจากอ่างจากุชชี่ที่กำลังทำงาน แต่ความร้อนแรงจากร่างกายของทั้งคู่กลับพุ่งสูงยิ่งกว่า ดาวจัดการจัดท่าทางให้เสี่ยอำนาจกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนหงายไปกับขอบอ่างหินอ่อนที่โค้งมนอย่างมีชั้นเชิง เธอจับขาข้างหนึ่งของเขาพาดลงในอ่างน้ำวนที่ฟองอากาศกำลังเต้นเร้า ก่อนที่ร่างระหงจะค่อยๆ ก้าวขาเรียวยาวขึ้นคร่อมทับกึ่งกลางกายที่แข็งขึงของชายหนุ่มใหญ่เอาไว้"อาาา... ซี๊ดดด..." เสี่ยอำนาจซี้ดปากยาวเหยียดด้วยความเสียวจนตัวโยน เมื่อโคกเนินอวบอูมนุ่มละมุนกดทับลงมาบดเบียดกับลำควยร้อนผ่าวของเขา ดาวจงใจแยกกลีบเนื้อทั้งสองข้างให้แหวกออกอ้าคาบกลางลำเอ็นที่แข็งจนเส้นเลือดปูด เธอเริ่มโยกย้ายสะโพกพริ้วไหวเลื่อนถูไปข้างหน้าและข้างหลังอย่างนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นเน้นย้ำทุกจังหวะ"อาาา... เสี่ยขา... ควยเสี่ยรูดแตดดาวอะ... ดาวเสียวแตดจังเลย... ซี๊ดดด..." ดาวครางกระเส่าเสียงพร่า มือทั้งสองข้างยันไว้กับอกกว้างของเสี่ยเพื่อเป็นหลักยึด ในขณะที่ช่วงล่างยังคงทำหน้าที่บดคลึงร่องหีที่เริ่มฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานเหนียวใสจนเปียกชุ่มไปทั่วทั้งลำผัวของผัว"อูววว... อีดาว... ซี๊ดดด... อาาา... เอาหีถูควยกู.
บรรยากาศภายในคฤหาสน์ไม้สักทองอันโอ่อ่าของเสี่ยอำนาจดูร่มรื่นและเงียบสงบ ทิวไม้เขียวขจีรอบบ้านไหวเอนตามแรงลมเอื่อยๆ เสียงนกกาเหว่าที่ร้องก้องมาจากยอดไม้ไกลๆ ผสมกับเสียงใบไม้เสียดสีกันเบาๆ คล้ายจะขับกล่อมให้สถานที่แห่งนี้เป็นวิมานบนดิน แต่สำหรับ ดาว ในเวลานี้ เธอกลับสัมผัสได้เพียงความวังเวงที่เกาะกินหัวใจแม้ภายในบ้านจะมีแม่บ้านเดินขวักไขว่ทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ตามมุมต่างๆ แต่ดาวกลับรู้สึกเหมือนตัวเองถูกขังอยู่ในกรงทองที่กว้างขวางเกินไปจนอ้างว้าง เธอไม่ได้รู้สึกว่าคนเหล่านี้เป็นเพื่อนแก้เหงา แต่กลับรู้สึกเหมือนเป็นเครื่องตอกย้ำว่าเธอเองก็อาจจะเป็นเพียง "สิ่งของ" อีกชิ้นในบ้านหลังนี้เท่านั้นบนโต๊ะไม้สักตัวหนา iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดราคาแพงลิบที่เสี่ยเพิ่งประเคนให้ถูกวางทิ้งไว้อย่างไม่ใยดี ดาวประคองแก้วกาแฟพอร์ซเลนเนื้อดีขึ้นจิบช้าๆ ทว่ารสชาติกาแฟคั่วบดที่เคยหอมหวาน กลับจืดชืดไร้รสชาติราวกับน้ำเปล่าในความรู้สึกของเธอ"เราต้องหาหลักประกันของชีวิตเราเอง..." ดาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ ด้วยแววตาที่หม่นแสงความรู้สึกไม่มั่นคงเริ่มจู่โจมจิตใจของเธออย่างหนักหน่วง จริงอยู่ที่ตอนนี้เสี่ยอำนาจยังคงลุ่มหล
ก้องขับรถทะยานไปตามถนนสายเปลี่ยวที่ตัดผ่านเงาไม้และแสงไฟสลัวจากเสาไฟข้างทาง ความเงียบภายในรถดูจะหนักอึ้งกว่าภายนอกหลายเท่า เขานั่งนิ่ง สายตาจดจ่ออยู่กับเส้นทางข้างหน้า แต่ในใจกลับวนเวียนอยู่กับบทสนทนาอันตึงเครียดที่โต๊ะเหล้าเมื่อครู่ และภาพแววตาที่สั่นระริกของโชติยามที่ถูกเขาข่มเหงศักดิ์ศรีคืน"มึงคุยอะไรกับตาลุงคนนั้นวะ?" ชัยที่นั่งเงียบมานานเริ่มทนไม่ไหว เขาขยับตัวหันมาถามด้วยความสงสัยเต็มแก่ก้องหันมามองชัยเพียงแวบเดียวด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก ก่อนจะหันกลับไปสนใจถนนต่อโดยไม่ยอมตอบในทันที ในใจของก้องนั้นเต็มไปด้วยความระแวดระวัง เขาจะบอกชัยได้อย่างไรว่าเขากลับไปเผชิญหน้ากับความโสมมในอดีตของแจง และไปประกาศสงครามกับพ่อเลี้ยงที่ขึ้นชื่อว่าเป็น 'ผัว' อีกคนของเธอด้วย เรื่องราวที่น่าอัปยศนี้เขาตั้งใจจะให้มันตายไปพร้อมกับเขาและแจงเท่านั้น การที่เขาพาชัยมาด้วยวันนี้ก็เพื่อสร้างภาพ 'อำนาจ' ให้โชติเห็นว่าเขาไม่ได้มาตัวคนเดียว แต่มันก็เสี่ยงเกินไปหากความลับนี้จะรั่วไหลออกไป"เอ๋า... เอาเข้าไป ถามก็ไม่ตอบ" ชัยบ่นอุบพร้อมส่ายหัวเมื่อเห็นเพื่อนนิ่งเงียบราวกับเป็นใบ้"ตาลุงคนเมื่อกี้... คือพ่อเลี
บรรยากาศยามเย็นที่ร้านอาหารกึ่งไม้กึ่งปูนแถวชานเมืองอบอวลไปด้วยกลิ่นกับแกล้มคั่วเผ็ดร้อนและกลิ่นฉุนของสุรา ร้านนี้เป็นทำเลทองของเหล่าคนใช้แรงงานที่เพิ่งเลิกงาน และข้าราชการบางกลุ่มที่แอบสะบัดชุดกากีมานั่งจับกลุ่มดื่มกันตั้งแต่บ่ายคล้อย เสียงเพลงลูกทุ่งจังหวะโจ๊ะๆ ดังกระหึ่มจากลำโพงที่แขวนอยู่ตามมุมร้าน ช่วยขับกล่อมความเมื่อยล้าให้กลายเป็นความสำราญโชติ นั่งอยู่ที่โต๊ะตัวในสุดซึ่งเป็นที่ประจำของเขา บนโต๊ะมีขวดเหล้าขาววางเด่นอยู่เคียงข้างกับกับแกล้มราคาถูก ร่างหนาที่ดูแข็งแรงแต่กร้านไปด้วยกามราคะกำลังซดเหล้าเข้าปากอึกใหญ่ ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ดวงตาปรือปรอยจ้องมองนักร้องในจอโทรทัศน์พลางยกไม้ยกมือรำตามจังหวะเพลงอย่างครื้นเครง ชีวิตของเขาดูจะมีความสุขเหลือเกินแทบไม่อนาทรร้อนใจกับเรื่องใดๆเลย โชติเขาถือว่าเขาเป็นหัวหน้าครอบครัว หาเงินเข้าบ้าน การหาความสุขใส่ตัวแบบนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขา แถมที่บ้านยังมีเด้กสาวเอ๊าะๆ คอยให้ระบายความเงียนในเวลที่อยากระบายได้แทบตลอดเวลา"ขอนั่งด้วยคนนะ!"เสียงเรียบๆ ของชายหนุ่มดังขึ้นท่ามกลางเสียงเพลง ก้องเดินเข้ามาช้าๆ ก่อนจะเอื้อมมือ







