تسجيل الدخولเย็นวันนั้น ก้อง กลับถึงบ้านเร็วกว่าทุกวัน ด้วยความเป็นห่วง ดาว เมียสาวที่นอนป่วยอยู่คนเดียว เขาไม่ลืมแวะซื้อข้าวต้มที่ร้านโปรดติดมือกลับไปด้วย
"เป็นไงบ้าง ทานอะไรรึยัง?" ทันทีที่ก้องเปิดประตูห้องเข้าไป เขาก็รีบถามไถ่อาการของเมียรักทันที ด้วยอาการเป็นห่วง ในขณะที่ดาวก็เพิ่งจะงัวเงีย ตื่นขึ้นมาตอนที่ก้องเข้ามาปลุก
"พี่โทรหาตั้งหลายครั้ง ไม่รับสาย เป็นห่วงมากเลย" เขากล่าวต่อ
"อ้าว เหรอ? สงสัยดาวปิดเสียงไว้" ดาวรีบคว้าโทรศัพท์มาเช็กดู สิ่งที่โชว์บนหน้าจอทำให้เธอใจเต้นระส่ำ มีสายโทรเข้าที่เธอไม่ได้รับถึง 16 สาย ซึ่งเป็นของก้อง สามีเธอทั้งหมด
"โห! ตั้งสิบหกมิสคอล ดาวขอโทษ" ดาวรีบขอโทษสามี เธอนึกย้อนกลับไป... สามีเธอคงจะโทรเข้ามาตอนที่เธอกำลังสุดๆ กับลุงรงค์อยู่แน่ๆ! ในช่วงเวลานั้น มันก็ไม่มีช่วงเวลาไหนที่ทำให้เธอได้คิดถึงเรื่องอื่นได้เลย จริงอย่างที่ลุงรงค์พูด แกทำให้เธอลืมโลกได้จริงๆ
"ไม่เป็นไร แค่รู้ว่าไม่เป็นอะไรพี่ก็โล่งใจแล้ว" ก้องพูดปลอบเมียสาว พร้อมกับอังมือที่หน้าผากของเธอ ตรวจดูอาการอย่างเป็นห่วง "ตัวก็ไม่ร้อนแล้วนี่ แล้วยังมึนหัวอยู่ไหม?"
"ไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้องห่วงมากขนาดนั้นก็ได้ ดาวหายดีแล้ว" ดาวตอบเสียงยานคาง มองตาผัวหนุ่มแวบหนึ่งก่อนจะก้มหน้าหลบตาเขาเหมือนคนที่กำลังซ่อนบางสิ่ง
สิ่งที่ก้องได้แสดงความเป็นห่วงเป็นใยเธอ ทำให้เธอรู้สึกแย่กับความคิดที่เธอคิดว่าจะปิดบังเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ "ถ้าหากให้พี่ก้องรู้เอง ก่อนที่เราจะบอก พี่ก้องคงจะรู้สึกแย่เอามากๆ" ดาวเริ่มคิด "พี่ก้องอนุญาตให้เราทำได้ แต่ต้องอยู่ในการรับรู้ของเขา ถ้าเราแอบทำ มันก็คงเหมือนเรามีชู้ พี่เขาคงรับไม่ได้" ความคิดเธอเริ่มสับสน
"มาแล้ว กินเยอะๆ นะ พี่ซื้อที่ร้านโปรดของดาวเลยนะ" ก้องวางถาดชามข้าวต้มไว้ข้างที่นอน พร้อมกับประคองเมียสาวให้ลุกขึ้นมาอย่างเอาใจและเป็นห่วง มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกแย่กับความคิดที่เธอได้ตัดสินใจลงไป
ดาวนั่งทานข้าวต้มอยู่ข้างที่นอน เธอตัดสินใจแล้ว เรื่องนี้เธอควรจะบอกเขาวันนี้ หากเขารู้ทีหลัง ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นคนบอกเขาเอง มันคงทำให้เขารู้สึกแย่ และไหนๆ เขาเองก็อนุญาตแล้ว เธอไม่ควรจะปกปิดเขาไว้
"แต่... เอาไว้คืนนี้ก่อนนะ หากลุงรงค์แกมา ดาวจะบอกพี่" ดาวมองหน้าสามี คิดอยู่ในใจ พร้อมตักข้าวต้มเข้าปากอย่างใช้ความคิด
"เปลี่ยนผ้าปูเหรอ พี่เพิ่งสังเกต" ก้องล้มตัวลงนอนข้างๆ เมียสาว หลังจากอาบน้ำเสร็จ
"ไม่ได้เปลี่ยนมาเกือบสองอาทิตย์ มันเริ่มมีกลิ่นแล้ว ดาวก็เลยเปลี่ยน" ดาวโกหกเขา ความจริงผ้าปูผืนเดิม มันเลอะ และเปียกเป็นหย่อมๆ วงๆ แทบทั้งผืน แถมยังมีกลิ่นคาวๆ อีกต่างหาก เธอเพียงแค่ถอดมันออกแล้วยัดไว้ในตะกร้าเพื่อรอซักเท่านั้น
อยู่ๆ ดาวก็พลิกตัวขึ้นคร่อมก้องสามีของเธอ พร้อมกับแสดงออกถึงความต้องการ
"คืนนี้ ดาวจะให้รางวัลที่พี่ก้องเอาใจดาว" เธอมองหน้าสามีก่อนจะเป็นฝ่ายเริ่มรุกเขาก่อน จากการก้มลงจูบปากเขา พร้อมกับแกะกระดุมชุดนอนเขาไปด้วย ก่อนที่จะ โลมเลียรอบหัวนมของก้องอย่างเอาใจ
"พี่นอนเฉยๆ เดี๋ยวดาวจัดให้" ดาวยิ้มยั่ว ก่อนจะจัดการถอดชุดนอนของผัวหนุ่มออกแล้วหันมาจัดการกับตัวเอง จนเหลือเพียงชุดวันเกิดทั้งคู่ แล้วเธอก็เป็นฝ่าย ควบเขาอย่างเร่าร้อน จนทั้งคู่เข้าเส้นชัยด้วยกัน ก่อนจะหลับใหลไปด้วยกันอย่างมีความสุข
คืนวันนั้น ผ่านไปโดยไม่มีเหตุการณ์อะไร ภายในห้องโถงชั้นล่างของบ้านเงียบสงบ แก้วและแอนขึ้นนอนตั้งแต่สามทุ่มเพราะความเหนื่อยล้าจากการคุมคนงานที่ไร่ส้มทั้งวัน
เย็นวันถัดมา
"ลุงไปถูกหวยที่ไหนมา โอ้โห สี่ลังเลยเหรอนี่" ก้องร้องทักกลุ่มคนที่กำลังตั้งวงสังสรรค์ พร้อมทั้งหันไปมองลังเบียร์สี่ลังที่ตั้งไว้ข้างๆ โซฟาไม้สัก
"ไม่ต้องถูกหวยก็ซื้อเลี้ยงได้โว้ย ว่าแต่ไม่ชวน อีดาว เมียมึงมากินด้วยกันเหรอวะ?" ลุงรงค์ แกถามพร้อมทั้งหันไปมองดาวที่กำลังเดินเข้าห้อง ด้วย สายตาที่กระหยิ่มยิ้มย่องอย่างมีความหมาย
"วันนี้กูปิดงานมา ได้ค่าแรงงวดสุดท้าย ... เลยอยากฉลองสักหน่อย" แกบอกตามความเป็นจริง แต่ความจริงแล้วแกมีจุดประสงค์อื่นที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นแอบแฝงอยู่ด้วย ซึ่งมีแค่แกกับดาวเท่านั้นที่รู้
"พรุ่งนี้วันหยุดมึงกับเมียไม่ใช่เหรอวะ มาๆ ไม่เมาไม่เลิก เดี๋ยวจะหาว่ากูคนไม่จริง มาๆ นั่งๆๆๆ" แกหันไปพูดกับก้อง พร้อมกับขยับเปิดที่ ดึงตัวก้องให้นั่งลงข้างๆ แก
"แหม พี่แก้ว กับแกล้มยังไม่ทันมาเลย นี่จะเมาซะแล้วเหรอ?" แอนเย้าผัวต่างวัยของเธอ แต่ สายตามองมายังลุงรงค์หวานหยดย้อย
หลังจากที่ดาวเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เธอก็เข้ามาร่วมวงด้วย ลุงรงค์ดูจะมีความสุข กระชุ่มกระชวยกว่าทุกคน แกพยายามชวนคนอื่นชนแก้วอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก้อง ผัวของดาว เด็กสาวที่แกตั้งใจไว้แล้วว่าคืนนี้แกจะต้องได้ร่วมดื่มด่ำรสสวาทกับเธออีกครั้ง ดังนั้นแกต้องมอมเบียร์ให้ก้องเมาจนหลับไปก่อนให้ได้
"เอ้า ไอ้ก้อง! เอ็งอย่ามาทำเป็นคออ่อนไปหน่อยเลย มา มาชนกับกูอีกแก้ว ให้มันรู้ไปว่าคนหนุ่มอย่างมึงสู้คนแก่อย่างกูไม่ได้ มา ชน!" แกชวนก้องชนแก้วครั้งแล้วครั้งเล่า
จากหกโมงเย็น ล่วงเลยเข้าไปจนเกือบสองทุ่ม ขวดเบียร์เปล่าถูกตั้งเรียงรายอยู่บนโต๊ะหลายสิบขวด สุ้มเสียงของคนที่อยู่วงสังสรรค์ก็เริ่มจะดังขึ้น แก้วตอนนี้คออ่อนคอพับไปนานแล้ว ก้องเองก็เริ่มอ้อแอ้ ส่วนลุงรงค์ แกแทบจะไม่ได้ดื่มเอาซะเลย ชวนคนอื่นชนแก้วแต่แกก็แค่ดื่มพอเป็นพิธี แกจึงยังไม่มีอาการว่าเมาแสดงให้เห็น
"หนูขอตัวไปห้องน้ำแป๊บนะ" ดาวบอกคนอื่นให้รับรู้ แล้วลุกเดินไปห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังของบ้าน
ทันทีที่ดาวลุกออกไป ลุงรงค์แกก็มองคนนั้นคนนี้ที ก่อนที่จะลุกตามออกไป "กูก็ขอไปฉี่เหมือนกันว่ะ" แกพูดขึ้นในขณะที่จ้องมองตามดาวที่กำลังเดินออกประตูหลังบ้านไปอย่างไม่ละสายตา
"อุ๊ย ลุง" ดาวอุทานอย่างตกใจ เมื่อเปิดประตูห้องน้ำออกมา แล้วเจอกับลุงรงค์ที่ยืนรอเธออยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำ
ลุงรงค์แกคว้าแขนของดาวกึ่งดึงกึ่งลากเธอไปหลบในเงามืดหลังห้องน้ำ ดาวพยายามจะปัดป้องและเบี่ยงตัวหนี เพราะกลัวคนอื่นจะมาเจอเข้า "ลุง อย่า เดี๋ยวใครมาเห็น อย่า"
ทันทีที่เธอหันหลังให้เพื่อจะผละหนี แกก็กอดตัวเธอไว้จากด้านหลัง พร้อมกับซุกหน้าที่ซอกคอของเธอทันที มือทั้งสองของแกเลื่อนขึ้นมา เคล้นที่เต้าที่เต่งตึง ทำเอาเธอ ตัวอ่อนระทวยลงทันที
ดาวรู้อยู่แล้วว่า เหตุการณ์แบบนี้ต้องเกิดขึ้นแน่นอนในคืนนี้ แต่เธอไม่คาดคิดว่า มันจะล่อแหลมต่อสายตาคนอื่นแบบนี้ แต่เพราะอารมณ์ที่เริ่มจะมีความอยากในระหว่างดื่มเบียร์ ทำให้เธอเริ่มมีอารมณ์ร่วมกับการกระทำของลุงรงค์อย่างง่ายดาย
"อูย ลุง อย่า เดี๋ยวใครมาเห็น ซีด..." ดาวเริ่มชอบและเคลิ้มกับการซุกไซร้ เคล้นคลึงของแก จนกระทั่ง มือข้างหนึ่งของแกล้วงเข้าไปในกางเกงขาสั้นรัดรูปของเธอ พร้อมกับขยำเนินโคกอันอูมฟูมของเธอ
"ซีด ลุง พอก่อน เดี๋ยวใครมาเห็น อูย ซีด..." ดาวร้องห้ามเบาๆ แต่ร่างระทดระทวยกับสิ่งที่แกทำอยู่ โดยไม่มีทีท่าว่าขัดขืนแต่อย่างใด ลุงรงค์เขี่ยเม็ดเสียวของเธอจนเธอแทบเสร็จสมหมายอยู่แล้ว
พลันก็มีเสียงคนเดิน ทำให้ลุงรงค์ต้องหยุดการกระทำของแกลงอย่างไม่ต้องเตือน แต่นิ้วของแกยังคงคาอยู่ในร่องรูที่ฉ่ำแฉะของเธอ มืออีกข้างก็ยังบีบเคล้นหน้าอกของเธอเบาๆ ทำให้เธอทั้งเสียวทั้งตื่นเต้น
หลังจากที่เสียงคนที่มาเดินกลับเข้าไปในบ้านแล้ว ลุงรงค์ก็กระซิบเบาๆ ข้างหูของดาว เรื่องนัดหมายระหว่างเธอกับแกในคืนนี้
"กูจะมอมไอ้ก้องจนหลับ เอ็งพามันไปนอน แล้วกูจะย่องเข้าไปหาเอ็ง" แกบอกแผนการของแกคร่าวๆ ก่อนที่จูบไซร้ซอกคอของเธออีกครั้ง แล้วบอกให้เธอกลับเข้าไปในบ้านก่อน สักพักแกตามกลับเข้าบ้านไป
การสังสรรค์ดำเนินต่อไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง แก้วก็พับแน่นิ่งไป ส่วนก้องไม่ถึงกับเมาจนไม่รู้เรื่อง
"พี่ ดาวว่า พี่เมามากแล้ว เข้าไปนอนก่อนดีกว่า" ดาวกระซิบข้างหูของก้อง
ผัวหนุ่มของเธอหันหน้ามามองเธอหน้าแดงก่ำ ก่อนที่จะลุกขึ้นเดินเซไปมา ตรงไปยังห้องนอน โดยมีดาวคอยประคองอยู่ข้างๆ
"วันนี้ พี่สังเกตเห็นลุงรงค์มองดาวตาเป็นมันเลย ถ้าเป็นไปได้นะ ในคืนนี้... พี่คงจะตื่นเต้นมากเลย" ก้องพูดกับเมียสาวเบาๆ ขณะที่ดาวจัดท่านอนให้
"พี่เมามากแล้ว นอนเถอะ" ดาวพูดกับเขาเบาๆ ทำเหมือนไม่รู้ว่าเขาพูดอะไร แต่ในใจของเธอเต้นไม่เป็นส่ำ ไฟราคะที่ลุงรงค์แกจุดให้เมื่อสักครู่ใหญ่ๆ มันยังคงลุกโชน พอได้ยินผัวหนุ่มพูดย้ำอีก ยิ่งทำให้อารมณ์ของเธอพลุ่งพล่าน
หลังจากจัดการกับผัวหนุ่มของเธอแล้ว ดาวก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อออกไปอาบน้ำก่อนนอน แอนร้องถามเธอเล็กน้อย แต่ก็ยอมให้เธอเข้าห้องไป
หลังจากอาบน้ำจัดการกับตัวเองเสร็จ ก็เกือบสี่ทุ่ม ดาวก็ล้มตัวลงนอนข้างๆ ผัวหนุ่ม แสงไปจากโถงในบ้านส่องลอดเข้ามาในห้องนอนพอทำให้ห้องสว่างมากพอที่จะมองเห็นอะไรได้ชัดเจนพอสมควร
ไม่นานเท่าไหร่นัก ดาวก็ได้ยินเสียงแอนครางกระเส่า และเสียง ตั๊บ ๆ ๆ เป็นระยะ แน่นอน อารมณ์ที่มันคั่งค้างทำให้ดาวต้องลุกขึ้นมาแนบสายตามองลอดช่องแตกของฝาไม้
ภาพที่เธอเห็น ถึงแม้จะเป็นภาพที่ค่อนข้างจะคุ้นตา แต่สีหน้าท่าทางของคนทั้งคู่ คนหนึ่งอยู่ท่าคว่ำหน้ากระเด้าเอวยาวๆ หนักๆ อย่างเอาเป็นเอาตาย กับอีกคนที่นอนหงายอ้าขาเกือบกว้างเกือบร้อยแปดสิบองศา กระเด้งเอวรับการกระแทกกระทั้นอย่างถึงพริกถึงขิง มันทำให้อารมณ์ของเธอเร่าร้อนได้เสมอ และ เสียงคราง ซีดซาด นั่นล่ะ มันยิ่งทำให้อารมณ์ของเธอกระเจิดกระเจิงเข้าไปใหญ่
ดาวตั้งหน้าตั้งตาดูอยู่เกือบชั่วโมง จนเสียงครวญครางจากข้างนอกเงียบลง เธอจึงกลับขึ้นไปนอนข้างผัวของเธอเหมือนเดิม
ขณะที่เธอกำลังลูบไล้เนื้อตัวของเธอ เพราะความอยากที่เธอแทบจะทนไม่ไหว เธอต้องสะดุ้ง เมื่อมือของก้องคว้าหมับมาที่โคกเนินของเธอ พร้อมทั้งบดคลึงอย่างมันมือ
เหมือนว่า เขาจะรู้เห็นทุกอย่าง ที่ดาวทำลงไปเมื่อสักครู่นี้ และดูท่าเขาไม่ได้เมาเท่าใดนัก ที่สำคัญสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในห้องต่อจากนี้ไป ผัวของเธอจะต้องรู้แน่ๆ เธอจะทำอย่างไรดี
ความคิดของเธอสะดุดลงทันที เมื่อ ประตูห้องนอนของเธอถูกเปิดออกเบาๆ แสงจากข้างนอกสาดวาบเข้ามา
ดาวมองเห็นลุงรงค์ยืนจังก้าอยู่ตรงประตูที่เปิดค้างไว้ แกกำลังปรับสายตาให้เข้ากับความมืดภายในห้อง แกมองตรงมาที่ตัวเธอ จากนั้น ก็ค่อยๆ ย่องเข้ามาในห้อง ดันบานประตูปิดงับไว้เหมือนเดิม
แล้วแกก็ย่องตรงมาที่เธออย่างแผ่วเบา ดาวมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน เธอใจเต้นระทึกด้วยความรู้สึกหลายอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัวและกังวลเกี่ยวกับผัวรักที่นอนอยู่ข้างๆ ซึ่งเธอมั่นใจว่าเขาก็คงจะรู้จะเห็นทุกอย่างเหมือนที่เธอได้เห็นด้วยเหมือนกัน
คืนนั้น ดาวนอนซบหน้ากับอกกว้างของก้องผัวรัก เธอเบียดกายเข้าหาเขาอย่างโหยหาหาที่พึ่ง ดวงตาของเธอเหม่อลอยไปในความมืด ไม่ต่างกับก้องที่นอนลืมตาโพลงมองเพดานห้องอย่างเลื่อนลอย มือหนาลูบไล้เส้นผมของเมียรักแผ่วเบา ทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำเนิ่นนาน ต่างคนต่างตกอยู่ในห้วงความคิดที่หดหู่อันเวิ้งว้าง“ดาว... ถ้าพี่จะไม่ถามว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างตอนพี่รออยู่ข้างล่าง พี่ก็ดูเหมือนคนใจดำเกินไป แต่ถ้าพี่ถาม... พี่ก็กลัวว่ามันจะเป็นการทำร้ายดาวเกินไป พี่ตัดสินใจไม่ได้จริงๆ ว่าพี่ควรจะรู้เรื่องนี้ไหม” ก้องทำลายความเงียบขึ้นด้วยเสียงที่สั่นเครือ“ถ้าดาวไม่อยากตอบ ก็ไม่ต้องตอบนะ พี่เข้าใจ” เขาสำทับพลางลูบผมเธออย่างอาทรดาวสูดลมหายใจเข้าลึก “ดาวเองก็คิดเรื่องนี้อยู่ทั้งวันจ้ะพี่... ดาวอยากให้พี่ถาม ถึงแม้ดาวไม่อยากจะพูดถึงมันอีก แต่ดาวอึดอัดที่มันจุกอยู่ในอกแบบนี้ ถ้าพี่ถาม... ดาวจะรู้สึกโล่ง อย่างน้อยดาวก็จะได้รู้ว่าพี่ยังอยู่กับดาว ยังเป็นห่วงดาวเหมือนเดิม”คำพูดแผ่วเบาของเมียรักทำให้ก้องรู้สึกเหมือนถูกกรีดมีดลงกลางใจ น้ำตาที่อั้นไว้ไหลทะลักอาบแก้ม ก้องกระชับอ้อมกอดแน่น ร่างที่สั่นไหวเพราะการสะอื้
รถมอเตอร์ไซค์ของก้องแล่นเข้ามาจอดในลานกว้างของคฤหาสน์ไม้สักทอง ทันทีที่เครื่องยนต์ดับลง ความเงียบวังเวงก็เข้าปกคลุม แม่บ้านวัยกลางคนคนเดิมยืนรออยู่เหมือนรู้ล่วงหน้าว่าแขกทั้งสองจะกลับมาพร้อมคำตอบแบบไหน“เสี่ยให้ขึ้นไปพบข้างบนได้เลยค่ะ” คำพูดสุภาพเรียบเรื่อยนั้นบีบหัวใจคนฟัง ก้องและดาวยืนมองหน้ากันกลางแสงแดดจ้า แต่มันกลับหนาวเหน็บเข้าไปถึงขั้วหัวใจ“ไปเถอะพี่ก้อง... ดาวไม่เป็นไร” ดาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว แววตาของเธอสงบนิ่งจนก้องใจหาย เขารู้สึกถึงความกล้าของเมียรักจนเริ่มกลัว... กลัวภาพที่เธอกำลังจะถูกย่ำยีโดยที่เขาต้องยืนมองอยู่อย่างไร้ทางสู้ ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของเขากำลังถูกกรีดซ้ำด้วยความพ่ายแพ้“ดาว... พี่...” ก้องตะกุกตะกัก ความรู้สึกผิดท่วมท้นจนหาคำพูดไม่เจอ“พี่ไม่ต้องพูดอะไรแล้วจ้ะ ดาวเต็มใจ” ดาวส่งยิ้มบางๆ ให้พลางซบหน้าลงกับอกผัวเป็นการปลอบประโลม ก่อนที่ก้องจะจำใจจูงมือเมียรักเดินขึ้นบันไดไม้โอ่อ่ามุ่งหน้าสู่ชั้นบน... ที่ที่โฉนดที่ดินถูกวางเป็นเดิมพันด้วยร่างกายของเมียเขา“มึงตัดสินใจถูกที่สุดแล้วไอ้ก้อง” เสียงเสี่ยอำนาจดังก้องมาจากโถงใหญ่ทันทีที่พวกเขาปรากฏตัว เขานั่งอยู่ท
บรรยากาศในห้องโถงไม้สักทองเงียบงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดของก้องและดาว เสี่ยอำนาจขยับกายเล็กน้อย แหย่งไม้สักส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ขัดกับความเงียบชวนอึดอัด เขาหยิบซิก้าร์ขึ้นมาจุด ควันสีเทาหนาทึบลอยอ้อยอิ่งปกคลุมใบหน้าที่ครึ่งหนึ่งซ่อนอยู่ในเงา“ทางแก้ที่ว่า... มันคืออะไรเหรอครับเสี่ย?” ก้องถามออกไปทั้งที่ใจสั่นรัว ลางสังหรณ์บางอย่างตะโกนก้องในหัวว่าเขากำลังก้าวลงสู่เหวเสี่ยอำนาจพ่นควันยาวเหยียด สายตาที่แหลมคมขยับจากใบหน้าของก้องลงมาหยุดอยู่ที่ความอวบอิ่มของดาวที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตพอดีตัว เขาละเลียดมองเหมือนกำลังพิจารณาสินค้าล้ำค่าชิ้นหนึ่ง“ไอ้ก้อง... มึงก็รู้ว่าโฉนดไร่ส้มของพ่อมึงน่ะ มูลค่ามันสูงแค่ไหน ถ้ากูยึดตามสัญญา มึงกับครอบครัวจะไม่มีที่ซุกหัวนอนทันที” เสี่ยเว้นวรรค ทอดเสียงต่ำลงจนดูน่าน่าเกรงขาม “แต่กูเป็นคนมีเมตตา... และกูชอบของสวยๆ งามๆ มากกว่ากระดาษแผ่นเดียว”มือใหญ่ที่เต็มไปด้วยรอยสักลากผ่านที่วางแขนไม้สักช้าๆ “ถ้ามึงหาเงินมาคืนกูไม่ทัน... กูก็มีทางลัดให้ มึงส่งเมียมึงมาหากูที่นี่... มาทำหน้าที่ดูแลกูสักระยะ ถ้าดูแลกูดี กูพอใจ กูจะฉีกสัญญาขายฝากทิ้ง แล้วคืนโ
แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดย้อมทิวใบส้มจนกลายเป็นสีทองแดงปนส้มแก่สลับเขียวเข้มไปทั่วอาณาบริเวณ เสียงนกกระจอกที่เริงร่าพากันส่งเสียงจ้อกแจ้กจอกแจวขานรับกันเป็นทอดๆ ดังกระทบโสตประสาทของ แก้ว อยู่เป็นระยะ แต่มันกลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเพลิดเพลินไปกับความงามของธรรมชาติที่รายล้อมอยู่เลยแม้แต่น้อยตรงกันข้าม แก้วทำเพียงนั่งเหม่อมองออกไปยังกิ่งส้มที่โน้มต่ำลงเพราะน้ำหนักของลูกสุกปลั่ง แววตาของเขาหม่นแสงอย่างคนตกอยู่ในห้วงความคิดที่หาทางออกไม่ได้ ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง บางจังหวะที่ความคิดแล่นเข้าสู่จุดตีบตัน แอนจะสังเกตเห็นกรามของผัวรุ่นพี่ขบกันแน่นจนขึ้นเป็นสันนูนเด่นชัด มือหยาบกร้านจากการกรำงานหนักกำเข้าหากันจนสั่นระริก"เป็นอะไรไปคะพี่แก้ว แอนเห็นพี่นั่งหน้าดำคร่ำเครียดอย่างนี้มาตั้งแต่เช้าแล้ว"แอน เมียสาวคราวลูกเดินเข้ามาใกล้ น้ำเสียงของเธอเจือกระแสความห่วงใยขณะทิ้งตัวลงนั่งบนแคร่ไม้ข้างกายสามี"พี่กำลังคิดว่า... ส้มปีนี้มันออกมาไม่ดีเหมือนที่คาดไว้เลยว่ะแอน" แก้วเอ่ยเสียงพร่า เขาเบือนหน้ากลับมามองเมียสาว แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้สั่นไหวด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด "พี่กลัว... กลั
แสงอาทิตย์ยามเย็น สาดทอดผ่านช่องหน้าต่าง เข้ามาในห้องนอนขนาดเล็กของก้องกับดาว ย้อมให้ห้องเป็นสีทองอร่าม ก้องผู้ที่กำลังเอนกาย เอกเขนก อยู่บนฟูก รู้สึกได้ว่าเวลา ณ ตอนนี้ล่วงเลยไปนานมากแล้ว“นี่มันเกือบจะหกโมงแล้วไม่ใช่เหรอ?” เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลาง ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นพลิกดู เพื่อยืนยันความรู้สึก“ดาวยังไม่กลับมาอีกเหรอเนี่ย!” เขา บิดขี้เกียดยาวเหยียด ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นนั่ง สีหน้าฉายแววครุ่นคิด เขาวางโทรศัพท์มือถือลงข้าง ๆ ตัว แล้ว ชะเง้อคอมองออกไปยังประตูรั้วหน้าบ้าน ราวกับกำลังรอคอยใครบางคนความจริงแล้ว วันนี้ ดาวต้องไป เจรจา กับแก้ว ผู้เป็นพ่อของก้องและแอน เพื่อสร้าง เงื่อนไขที่จำยอม ให้แก้วและแอนต้อง อนุญาตให้ดาวและลุงรงค์กลับมามีความสัมพันธ์ทางกายได้เหมือนเดิม โดยที่แก้วไม่สามารถห้ามปรามได้อีกต่อไป นี่คือกลยุทธ์ ที่ก้องวางไว้ตั้งแต่แรกแต่สิ่งที่ก้องไม่รู้ คือ นอกจากเรื่องการเจรจาแล้ว ดาวยังทำ เกินกว่าที่คาดไว้ เธอได้ใช้ เสน่ห์อันยั่วยวน ทำให้แก้ว ลุ่มหลง ในตัวเธออย่างหนัก และทำให้แอน แม่เลี้ยงสาววัยใกล้เคียงกัน ยอมรับเธอเข้ากลุ่มลับอย่างเต็มใจ ที่สำคัญกว่านั้น คือ ทั้งสามได้เ
พอบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง แอนก็หันไปสนใจกับปิ่นโตที่ยังวางทิ้งไว้ที่ตะกร้าหน้ารถอมเตอร์ไซค์ของเธอ"เดี๋ยวพี่กินข้าวก่อนดีกว่า แล้วค่อยคุยกันต่อ" พูดเสร็จเธอถือปิ่นโตเดินหายเข้าไปในกระท่อมหลังเล็กที่อยู่ห่างออกไปเล้กน้อยแอน ปลีกตัวออกมาจากแคร่ไม้ เดินเข้าไปในกระท่อมหลังเล็กที่ใช้เก็บอุปกรณ์ทำไร่ เธอใช้เวลาจัดสำรับอาหารเช้าที่นำมาให้ แก้ว อย่างใจเย็น กลิ่นหอมของข้าวและแกงจากปิ่นโต คลุ้งอยู่ในอากาศ ตัดกับ กลิ่นดินและกลิ่นส้มเย็น ๆ ของสวน เป็นความสงบของชีวิตประจำวันที่ แอน ตั้งใจนำมาใช้เป็นฉากหลังสำหรับเหตุการณ์ที่ไม่ธรรมดานี้"เป็นไงล่ะ ไม่กล้าสู้หน้าลุกสะใภ้ตัวเอง จนไม่รอกินข้าวเช้า ฮึ!!" แอน คิดพลางยิ้มเยาะผัวอย่างขันๆแอนกลับออกมาพร้อมกับยันโตกสำรับสำหรับมือเช้าของแก้วที่เธอได้เตรียมมาจากบ้าน ในขณะที่เธอเดินออกจากร่มเงาของกระท่อมสู่แสงแดดที่เริ่มร้อนระอุ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็เป็นไปตามที่เธอคาดเดาไว้ไม่มีผิดแอน หยุดชะงักลง ก่อนทีจะก้าวช้าๆ กลับไปที่แคร่ไม้ตัวนั้น เธอไม่ได้ตกใจ แต่รู้สึกถึงความตื่นเต้นที่ถูกกระตุ้นอย่างแรงแก้ว นั่งเอนกายอยู่บนแคร่ เสื้อถูกปลดลงมากองไว้ที่เอว แผงอกเ







