INICIAR SESIÓN"ใครบอกว่าเกมรักบนเตียง... ผู้ชายต้องเป็นคนคุมเกมเสมอไป?" มัดรวม 3 นิยายโรมานซ์แซ่บฟิน พระเอกสายดุ/สายแบด/สายตึง แต่เจอความสตรองของนางเอกสยบ จนหมดลาย กลายเป็นลูกแมว ? เซ็ตนี้ไม่มีคำว่ายอมจำนนแบบจำยอม... มีแต่ยอมเพราะรักและหลงเมียหนักมาก ? SET: ผู้หญิงอยู่บน ผู้ชายอยู่ล่าง ครบรส แซ่บ ฟิน จิกหมอน ฟีลกู๊ด + แซ่บพริกสิบเม็ด เริ่มจากความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมบนเตียง เร่าร้อนเน้นๆ สะใจสายซัปพอร์ต และผู้หญิงสตรอง
Ver másLuminescence Bar & Lounge รูฟท็อปบับเบิลบาร์สุดหรู ใจกลางกรุงเทพฯ โซน VIP ส่วนตัว
มองเห็นขอบฟ้าตึกระฟ้าสะท้อนแสงไฟนีออนอ่อนๆ สามพระเอกของสายลม พายุ อายุ 32 ปี เจ้าพ่อคาสิโนและคอมเพล็กซ์บันเทิงครบวงจร ที่ชื่อว่า The Velvet Vault & Casino บุคลิก นิ่ง ลึก คมกริบ สายตาพิฆาตเหมือนเสือหมอบรอตะครุบ แม้จะคุมโต๊ะบาคาร่าหรือดีลพันล้านหน้าตาเฉย แต่กลับมีมุมนิ่งงันเวลาเจอคนที่ 'เหนือชั้น' กว่า คีน อายุ 32 ปี แพทย์ศัลยกรรมตกแต่งมือหนึ่ง และเจ้าของคลินิกความงามระดับไฮเอนด์ ชื่อว่า Aesthetic & Plastic Surgery Center บุคลิก เจ้าเสน่ห์ พราวระยับ ปากไว มือสะอาดเนียนกริบ คาสโนวาผู้มองความงามเป็นศิลปะ แต่เจอสถาปนิกสาวเข้าไปกลายเป็นมีดหมอทื่อสนิท ธีร์ อายุ 32 ปี ซีอีโอหนุ่มผู้บริหารบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และสมาร์ทโฮม Apex Property บุคลิก เนียบกริบ เป๊ะทุกระเบียดนิ้ว โคตรตึง หน้าตายนิ่งสนิท แต่พอลับหลังเจอเลขาฯ แซ่บสับ กลายเป็นหมาเด็กขี้อ้อนที่ยอมให้จูงจมูก เสียงเบสทุ้มลึกของดนตรีแนว Deep House คลอเคล้ากับเสียงน้ำแข็งกระทบแก้วคริสตัลในมุมวีไอพีโซฟาหนังแท้สีชา โต๊ะกระจกเงาวับสะท้อนแสงไฟสลัวจากโคมระย้าคริสตัลทรงหยดน้ำ สามหนุ่มเพื่อนซี้วัยเลขสามต้นๆ นั่งหย่อนกายอยู่ในองศาที่ผ่อนคลายที่สุด แต่ออร่าความแพง และความอันตรายรอบตัวกลับดึงดูดสายตาโต๊ะรอบข้างไม่ต่ำกว่าครึ่งสิบ โดยเฉพาะกลุ่มสาวเซเลบในชุดเดรสเข้ารูปที่แอบส่งยิ้มหวานหยดมาให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พายุยกแก้ววิสกี้สีอำพันขึ้นจิบอย่างช้าๆ สายตาคมกริบมองทอดผ่านกระจกใสลงไปเบื้องล่าง มุมปากหยักยกยิ้มจางๆ "มองอะไรวะไอ้พายุ หรือโต๊ะนั้นส่งซิกมาแรงเกินจนเสือหิ้วไม่ไหว" คีนเอ่ยขึ้น พรางหมุนแก้วค็อกเทลสีทับทิมในมือเล่น รอยยิ้มเจ้าชู้ระบายบนใบหน้าคมคายตามแบบฉบับหมอศัลย์ฯ ผู้เห็นโครงสร้างหน้ามนุษย์สวยสมบูรณ์มานับพัน "เบอร์ห้าเสื้อแดงฝั่งซ้ายนั่น จมูกซิลิโคนเกรดเอจากคลินิกกูเอง... ทำมาสามเดือนละ เพิ่งฟื้นคืนสภาพ ความตึงกำลังดีเลย มึงสนใจไหม กูการันตีแผลใต้ฐานจมูกเนียนกริบ" "กูไม่ได้มองโครงสร้างจมูกมึง" พายุปรายตาขุ่นเคืองนิดๆ ไปทางเพื่อน "กูกำลังมองว่า... ทำไมพักนี้ พวกผู้หญิงถึงดูคุมเกมเก่งขึ้นผิดหูผิดตา" ธีร์ที่นั่งไขว่ห้างเงียบๆ เปิดไอแพดเช็คตัวเลขยอดจองคอนโดมิเนียมไฮไรส์เฟสใหม่ เงยหน้าขึ้นจากจอด้วยแว่นสายตากรอบบางที่ถอดเหน็บไว้ที่กระเป๋าเสื้อเชิ้ต เขาปรายตามองเพื่อนทั้งสองด้วยใบหน้าเรียบตึงเป็นเอกลักษณ์ "พูดยังกับตัวเองคุมเก่งนักนี่พายุ... วันก่อนเห็นเลขาฯ กูมายื่นเอกสารแก้แบบแปลนเพนต์เฮาส์ ยังเห็นมึงยืนเป็นหินแกรนิตรับคำสั่งอยู่เลยนี่หว่า" พายุหรี่ตาแคบ "นั่นเรียกว่าให้เกียรติผู้หญิงต่างหากวะไอ้ธีร์" "ให้เกียรติหรือกลัวเมียอนาคตวะ?" คีนหัวเราะหึๆ ในลำคอ เขายกแก้วชนกับขอบโต๊ะเบาๆ "เอาเถอะน่า สัจธรรมของโลกใบนี้คือ ผู้ชายล่า ผู้หญิงรับ... ถึงวันหนึ่งแรงดึงดูดมันจะพาเราไปนอนหงายแบไต๋ให้เขาเหยียบเบรกอยู่ดี" จังหวะนั้นเอง... เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินขัดเดินผ่านมุมวีไอพีโซนไปช้าๆ ไม่ใช่เสียงที่ดังเอะอะ แต่เป็นจังหวะก้าวที่มั่นคง ทรงพลัง และมีน้ำหนักชัดเจนทุกสัมผัส เงาร่างสามร่างในชุดที่แตกต่างแต่คุมโทนความแพงและเด็ดขาดเดินผ่านไป คนแรก... มินตรา ในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีขาวงาช้างตัดขอบดำ ทรงผมรวบตึงเผยกรอบหน้าเฉียบคม ปลายตาคมกริบกวาดมองรอบห้องราวกับกำลังตรวจตราอาณาจักรคาสิโนย่อมๆ คนที่สอง... ริสา ในชุดเดรสสั้นสีดำสนิท ดีไซน์เฉียงไหล่ เผยแผ่นหลังเนียนกริบและรอยสักมินิมอลหลังต้นคอ ท่าทางเดินทิ้งสะโพกแบบสถาปนิกสาวผู้มองโลกด้วยมุมเรขาคณิตที่ท้าทาย คนสุดท้าย... นารา ใส่เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีเอิร์ธโทนพับแขนลวกๆ กับกางเกงสแลคเอวสูงขาบาน เดินถือแท็บเล็ตคู่ใจมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่มุมปากมีความร้ายกาจซ่อนอยู่แบบที่คนเป็นบอสเห็นแล้วเสียวสันหลังวาบ ทั้งสามสาวเดินผ่านโต๊ะวีไอพีของสามหนุ่มไปเพียงห้าวินาที แต่ทิ้งแรงปะทะ ทางสายตาไว้กลางอากาศอย่างจัง มินตราหันมาสบตากับพายุแวบหนึ่ง... เป็นสายตาแบบที่เสือป่าเจอเจ้าป่าตัวจริงยืนขวางทาง ไม่มีคำทักทาย มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่แปลความได้ว่า คุมบ่อนเก่งนักเหรอ... คืนนี้ลองมาให้ฉันเช็คเครดิตดูหน่อยสิ ริสาปรายตามองคีนพร้อมรอยยิ้มเยาะนิดๆ แบบหมอเจอเคสยาก ฝีมือมีดหมอดี แต่ใจสั่นไหวไวเกินไปนะคุณหมอ นารากวาดตามองธีร์ที่ถือไอแพดค้างอยู่ ริมฝีปากบางขยับไร้เสียงว่า บอสคะ... เลิกเช็คยอดขาย แล้วเงยหน้ามาเซ็นใบอนุญาตหัวใจฉันได้แล้ว +++“ก็คอยดูสิ แต่ฉันว่า ยายนารารอดไม่รอดไม่รู้... แต่ฉันเดิมพันร้อยล้านว่า คืนนี้ คนที่นอนกัดฟันกรอดไม่ได้นอน คือซีอีโอหน้าตึงคนนั้นเอง" มินตราหยิบแก้วค็อกเทลขึ้นจิบ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก "ต่อให้เขาแบกความแค้นมาสิบปี แต่เจอฤทธิ์แมวป่า ที่โดนต้อนจนมุมเข้าไป... ระวังเสือจะกลายเป็นทาสเฝ้ากรงซะเอง"ตัดภาพกลับมาที่ลิฟต์แก้วพุ่งทะยานขึ้นชั้น 45...ธีร์ตรึงข้อมือบางไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บกระดูก แต่แฝงด้วยความกดดันดิบเถื่อนที่สะสมมานานหลายปี แว่นตากรอบบางใต้แสงนีออนสะท้อนแววตาวาวโรจน์"เด็กเส้นอย่างเธอ... คิดว่าจะหนีพ้นเงาบุญคุณที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้บนหลังหรือไงนารา?" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันกระซิบชิดใบหู ท่ามกลางความสูงเสียดฟ้าที่บีบอัดทุกลมหายใจนาราเงยหน้าสบตาคมกริบนั้น นัยน์ตากลมโตไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายท้าทายที่จุดไฟแค้นในอกเขาให้ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม"บุญคุณฉันทดแทนด้วยผลประกอบการบริษัทสามร้อยล้านไปหมดแล้วค่ะบอส”“ตอนไหน ทำงานพลาด แล้วไม่เนี้ยบสักชิ้น ถ้าไม่มีฉันช่วย...รับประกันว่า เธอไม่รอดสักงาน”“โถ่! มาตรฐานอย่างนี้ ใครจะอยู่ด้วยไหว”“ลาออกสิ”“เรื่องอะไรคะ ใครอยากจ
แสงไฟแอมเบอร์สาดส่องลงบนใบหน้าตึงเป๊ะของซีอีโอหนุ่ม ผู้ไม่เคยปล่อยให้ช่องว่างใดๆ หลุดลุดรอดจากการประเมินธีร์ไม่ได้แค่นั่งลงเฉยๆ แต่เขาลากเก้าอี้เข้ามาประชิด จนเข่าแทบจะชนใต้โต๊ะหินอ่อน แว่นตากรอบกระดาษถูกดันขึ้นเล็กน้อยด้วยปลายนิ้วชี้ ดวงตาคมกริบมองเลขาฯ สาวตัวแสบที่เมื่อกี้ยังป่าวประกาศเรื่อง PowerPoint ฉอดๆนาราชะงักค้างในท่าถือแก้ว มือไม้แข็งทื่อไปชั่วขณะ สมองประมวลผลเร็วกว่าไฟเบอร์ออปติก บอสมาตั้งแต่ตอนไหนวะ หรือยืนฟังตั้งแต่ฉันพูดย่อหน้าแรกแล้ว"บะ… บอสคะ" นาราหัวเราะแห้งๆ กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นเลขาฯ มืออาชีพผู้พร้อมซัพพอร์ตองค์กร 24 ชั่วโมง"มาเที่ยว… เอ๊ย มาตรวจงานดึกดื่นแบบนี้ บริษัทไม่มีค่าโอทีรอบดึกให้นะคะ" เธอแซวเบาๆ เหมือนจะดวงซวยขึ้นมากะทันหัน "ฉันไม่ได้มาเบิกโอที" เสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์เอ่ยขึ้น ธีร์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กลิ่นนิชแบรนด์เจือจางบีบอัดพื้นที่ส่วนตัวจนนาราต้องเอนหลังพิงพนักโซฟาโดยอัตโนมัติ"ฉันมาทวงงานที่ค้างคา"สายตาใต้กรอบแว่นกวาดมองตั้งแต่เส้นผมลอนสลวยลงมาถึงชุดเชิ้ตเอิร์ธโทนพับแขน "และจากข้อมูลเรียลไทม์ ท
"เฮ้ย ทรงนี้ไม่ได้เรียกว่าดุ เรียกว่าอาการหนัก... แล้วสรุปพวกเธอว่าไง? เกมนี้ใครจะจับใครลงไปนอนนับดาวข้างล่าง?"บรรยากาศบนโต๊ะเปลี่ยนเป็นวงเสวนาเดิมพันเล่มใหญ่ ริสาโน้มตัวไปข้างหน้า ดวงตาเป็นประกายสนุกสนาน "ฉันก่อน! ฉันขอเปิดประมูล... หมอคีนหน้าหม้อคนนั้น ดูทรงภายนอกเหมือนจะรุกเก่ง คุมเกมขาดลอย แต่เชื่อฉันเถอะ ผู้ชายที่ใช้มือผ่าตัดเย็บแผลประณีต มักจะใจร้อนเวลาเจอผู้หญิงที่เดาใจไม่ได้... คืนนี้ฉันจะแกล้งทำเป็นลืมทิ้งนามบัตรไว้ที่โซฟาเขา แล้วดูซิว่า หมอมาดนิ่งจะแปลงร่างเป็นลูกหมาตื๊อเก่งขนาดไหน""ดีมากนุงริส" มินตราพยักหน้าเห็นด้วย ยกแก้วชนกับเพื่อน "ส่วนฉัน... เจ้าพ่อคาสิโนพายุ คนนั้นของแข็งระดับเพชรเม็ดโต เขาคิดว่ากรงทองที่เขาสร้างมันแน่นหนาพอน่าดู แต่ลืมไปว่า แมวป่าอย่างฉันชอบลับเล็บกับเฟอร์นิเจอร์แพงๆ คืนนี้ฉันจะเดินเข้าไปตบชิปวางเดิมพันบนโต๊ะส่วนตัวเขา แล้วบอกว่าถ้าคุณแพ้... คืนนี้ถอดสูทมานั่งฟังฉันบรรยายแผนบริหารคาสิโนสิ ดูสิ เขาจะกล้าปฏิเสธไหมละ"เสียงหัวเราะคิกคักของสองสาวดังประสานกันอย่างสนุกสนาน ก่อนที่สายตาทั้งคู่จะหันขวับมามองเป้าหมายสุดท้ายบนโต๊ะนาราหน้าคว่ำ มินตราหรี่ต
ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งเกิดขึ้นที่โต๊ะวีไอพีคีนลดแก้วลงช้าๆ รอยยิ้มพราวระยับเปลี่ยนเป็นความตะลึงปนทึ่ง "เชี่ย... เมื่อกี้ใครวะ? เคมีรุนแรงชิบหาย... กูนึกว่า ห้องผ่าตัดฉุกเฉินเจอเคสลิ้นหัวใจรั่วพร้อมกันสามคน"ธีร์วางไอแพดลงบนโต๊ะเสียงดังแผ่วเบา แววตานิ่งสนิทเริ่มมีความไหววุ่นเล็กๆ โผล่มาใต้กรอบแว่น "ผู้หญิงเสื้อเชิ้ตคนนั้น... ทำไมหน้าตาคุ้นเหมือนคนชอบแก้แบบแปลนห้องทำงานกูรอบที่ห้าของสัปดาห์"พายุไม่พูดอะไร เขายกวิสกี้ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว เขาวางกระแทกลงเบาๆ สายตาคมกริบยังคงมองตามแผ่นหลังร่างระหงในชุดสูทขาวงาช้าง ที่เดินเลี้ยวเข้าโซนเลานจ์ส่วนตัวด้านในมือหนาเคาะนิ้วกับโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ"ไอ้พายุ... มึงเงียบแบบนี้คือโดนยายสามคนนั้นสยบตั้งแต่ก้าวแรกเลยเหรอวะ?" คีนหัวเราะร่าตบไหล่เพื่อนแรงๆ"กูไม่ได้โดนสยบ" พายุปราบเสียงต่ำ นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่ไม่ได้เห็นมานานหลายปี "กูกำลังคิดว่า... ระหว่างเสือในกรงกับแมวป่าบนดาดฟ้า ใครจะร่วงลงมาก่อนกัน"ธีร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าจอแชตงาน ที่มีข้อความยังไม่ได้ตอบ จากเลขาฯ สาวตัวแสบส่งมาเมื่อห้านาทีนาราส่งข้อความมาหาบอส(





