LOGINคืนนั้น ดาวนอนซบหน้ากับอกกว้างของก้องผัวรัก เธอเบียดกายเข้าหาเขาอย่างโหยหาหาที่พึ่ง ดวงตาของเธอเหม่อลอยไปในความมืด ไม่ต่างกับก้องที่นอนลืมตาโพลงมองเพดานห้องอย่างเลื่อนลอย มือหนาลูบไล้เส้นผมของเมียรักแผ่วเบา ทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำเนิ่นนาน ต่างคนต่างตกอยู่ในห้วงความคิดที่หดหู่อันเวิ้งว้าง“ดาว... ถ้าพี่จะไม่ถามว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างตอนพี่รออยู่ข้างล่าง พี่ก็ดูเหมือนคนใจดำเกินไป แต่ถ้าพี่ถาม... พี่ก็กลัวว่ามันจะเป็นการทำร้ายดาวเกินไป พี่ตัดสินใจไม่ได้จริงๆ ว่าพี่ควรจะรู้เรื่องนี้ไหม” ก้องทำลายความเงียบขึ้นด้วยเสียงที่สั่นเครือ“ถ้าดาวไม่อยากตอบ ก็ไม่ต้องตอบนะ พี่เข้าใจ” เขาสำทับพลางลูบผมเธออย่างอาทรดาวสูดลมหายใจเข้าลึก “ดาวเองก็คิดเรื่องนี้อยู่ทั้งวันจ้ะพี่... ดาวอยากให้พี่ถาม ถึงแม้ดาวไม่อยากจะพูดถึงมันอีก แต่ดาวอึดอัดที่มันจุกอยู่ในอกแบบนี้ ถ้าพี่ถาม... ดาวจะรู้สึกโล่ง อย่างน้อยดาวก็จะได้รู้ว่าพี่ยังอยู่กับดาว ยังเป็นห่วงดาวเหมือนเดิม”คำพูดแผ่วเบาของเมียรักทำให้ก้องรู้สึกเหมือนถูกกรีดมีดลงกลางใจ น้ำตาที่อั้นไว้ไหลทะลักอาบแก้ม ก้องกระชับอ้อมกอดแน่น ร่างที่สั่นไหวเพราะการสะอื้
รถมอเตอร์ไซค์ของก้องแล่นเข้ามาจอดในลานกว้างของคฤหาสน์ไม้สักทอง ทันทีที่เครื่องยนต์ดับลง ความเงียบวังเวงก็เข้าปกคลุม แม่บ้านวัยกลางคนคนเดิมยืนรออยู่เหมือนรู้ล่วงหน้าว่าแขกทั้งสองจะกลับมาพร้อมคำตอบแบบไหน“เสี่ยให้ขึ้นไปพบข้างบนได้เลยค่ะ” คำพูดสุภาพเรียบเรื่อยนั้นบีบหัวใจคนฟัง ก้องและดาวยืนมองหน้ากันกลางแสงแดดจ้า แต่มันกลับหนาวเหน็บเข้าไปถึงขั้วหัวใจ“ไปเถอะพี่ก้อง... ดาวไม่เป็นไร” ดาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว แววตาของเธอสงบนิ่งจนก้องใจหาย เขารู้สึกถึงความกล้าของเมียรักจนเริ่มกลัว... กลัวภาพที่เธอกำลังจะถูกย่ำยีโดยที่เขาต้องยืนมองอยู่อย่างไร้ทางสู้ ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของเขากำลังถูกกรีดซ้ำด้วยความพ่ายแพ้“ดาว... พี่...” ก้องตะกุกตะกัก ความรู้สึกผิดท่วมท้นจนหาคำพูดไม่เจอ“พี่ไม่ต้องพูดอะไรแล้วจ้ะ ดาวเต็มใจ” ดาวส่งยิ้มบางๆ ให้พลางซบหน้าลงกับอกผัวเป็นการปลอบประโลม ก่อนที่ก้องจะจำใจจูงมือเมียรักเดินขึ้นบันไดไม้โอ่อ่ามุ่งหน้าสู่ชั้นบน... ที่ที่โฉนดที่ดินถูกวางเป็นเดิมพันด้วยร่างกายของเมียเขา“มึงตัดสินใจถูกที่สุดแล้วไอ้ก้อง” เสียงเสี่ยอำนาจดังก้องมาจากโถงใหญ่ทันทีที่พวกเขาปรากฏตัว เขานั่งอยู่ท
บรรยากาศในห้องโถงไม้สักทองเงียบงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดของก้องและดาว เสี่ยอำนาจขยับกายเล็กน้อย แหย่งไม้สักส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ขัดกับความเงียบชวนอึดอัด เขาหยิบซิก้าร์ขึ้นมาจุด ควันสีเทาหนาทึบลอยอ้อยอิ่งปกคลุมใบหน้าที่ครึ่งหนึ่งซ่อนอยู่ในเงา“ทางแก้ที่ว่า... มันคืออะไรเหรอครับเสี่ย?” ก้องถามออกไปทั้งที่ใจสั่นรัว ลางสังหรณ์บางอย่างตะโกนก้องในหัวว่าเขากำลังก้าวลงสู่เหวเสี่ยอำนาจพ่นควันยาวเหยียด สายตาที่แหลมคมขยับจากใบหน้าของก้องลงมาหยุดอยู่ที่ความอวบอิ่มของดาวที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตพอดีตัว เขาละเลียดมองเหมือนกำลังพิจารณาสินค้าล้ำค่าชิ้นหนึ่ง“ไอ้ก้อง... มึงก็รู้ว่าโฉนดไร่ส้มของพ่อมึงน่ะ มูลค่ามันสูงแค่ไหน ถ้ากูยึดตามสัญญา มึงกับครอบครัวจะไม่มีที่ซุกหัวนอนทันที” เสี่ยเว้นวรรค ทอดเสียงต่ำลงจนดูน่าน่าเกรงขาม “แต่กูเป็นคนมีเมตตา... และกูชอบของสวยๆ งามๆ มากกว่ากระดาษแผ่นเดียว”มือใหญ่ที่เต็มไปด้วยรอยสักลากผ่านที่วางแขนไม้สักช้าๆ “ถ้ามึงหาเงินมาคืนกูไม่ทัน... กูก็มีทางลัดให้ มึงส่งเมียมึงมาหากูที่นี่... มาทำหน้าที่ดูแลกูสักระยะ ถ้าดูแลกูดี กูพอใจ กูจะฉีกสัญญาขายฝากทิ้ง แล้วคืนโ
แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดย้อมทิวใบส้มจนกลายเป็นสีทองแดงปนส้มแก่สลับเขียวเข้มไปทั่วอาณาบริเวณ เสียงนกกระจอกที่เริงร่าพากันส่งเสียงจ้อกแจ้กจอกแจวขานรับกันเป็นทอดๆ ดังกระทบโสตประสาทของ แก้ว อยู่เป็นระยะ แต่มันกลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเพลิดเพลินไปกับความงามของธรรมชาติที่รายล้อมอยู่เลยแม้แต่น้อยตรงกันข้าม แก้วทำเพียงนั่งเหม่อมองออกไปยังกิ่งส้มที่โน้มต่ำลงเพราะน้ำหนักของลูกสุกปลั่ง แววตาของเขาหม่นแสงอย่างคนตกอยู่ในห้วงความคิดที่หาทางออกไม่ได้ ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง บางจังหวะที่ความคิดแล่นเข้าสู่จุดตีบตัน แอนจะสังเกตเห็นกรามของผัวรุ่นพี่ขบกันแน่นจนขึ้นเป็นสันนูนเด่นชัด มือหยาบกร้านจากการกรำงานหนักกำเข้าหากันจนสั่นระริก"เป็นอะไรไปคะพี่แก้ว แอนเห็นพี่นั่งหน้าดำคร่ำเครียดอย่างนี้มาตั้งแต่เช้าแล้ว"แอน เมียสาวคราวลูกเดินเข้ามาใกล้ น้ำเสียงของเธอเจือกระแสความห่วงใยขณะทิ้งตัวลงนั่งบนแคร่ไม้ข้างกายสามี"พี่กำลังคิดว่า... ส้มปีนี้มันออกมาไม่ดีเหมือนที่คาดไว้เลยว่ะแอน" แก้วเอ่ยเสียงพร่า เขาเบือนหน้ากลับมามองเมียสาว แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้สั่นไหวด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด "พี่กลัว... กลั
แสงอาทิตย์ยามเย็น สาดทอดผ่านช่องหน้าต่าง เข้ามาในห้องนอนขนาดเล็กของก้องกับดาว ย้อมให้ห้องเป็นสีทองอร่าม ก้องผู้ที่กำลังเอนกาย เอกเขนก อยู่บนฟูก รู้สึกได้ว่าเวลา ณ ตอนนี้ล่วงเลยไปนานมากแล้ว“นี่มันเกือบจะหกโมงแล้วไม่ใช่เหรอ?” เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลาง ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นพลิกดู เพื่อยืนยันความรู้สึก“ดาวยังไม่กลับมาอีกเหรอเนี่ย!” เขา บิดขี้เกียดยาวเหยียด ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นนั่ง สีหน้าฉายแววครุ่นคิด เขาวางโทรศัพท์มือถือลงข้าง ๆ ตัว แล้ว ชะเง้อคอมองออกไปยังประตูรั้วหน้าบ้าน ราวกับกำลังรอคอยใครบางคนความจริงแล้ว วันนี้ ดาวต้องไป เจรจา กับแก้ว ผู้เป็นพ่อของก้องและแอน เพื่อสร้าง เงื่อนไขที่จำยอม ให้แก้วและแอนต้อง อนุญาตให้ดาวและลุงรงค์กลับมามีความสัมพันธ์ทางกายได้เหมือนเดิม โดยที่แก้วไม่สามารถห้ามปรามได้อีกต่อไป นี่คือกลยุทธ์ ที่ก้องวางไว้ตั้งแต่แรกแต่สิ่งที่ก้องไม่รู้ คือ นอกจากเรื่องการเจรจาแล้ว ดาวยังทำ เกินกว่าที่คาดไว้ เธอได้ใช้ เสน่ห์อันยั่วยวน ทำให้แก้ว ลุ่มหลง ในตัวเธออย่างหนัก และทำให้แอน แม่เลี้ยงสาววัยใกล้เคียงกัน ยอมรับเธอเข้ากลุ่มลับอย่างเต็มใจ ที่สำคัญกว่านั้น คือ ทั้งสามได้เ
พอบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง แอนก็หันไปสนใจกับปิ่นโตที่ยังวางทิ้งไว้ที่ตะกร้าหน้ารถอมเตอร์ไซค์ของเธอ"เดี๋ยวพี่กินข้าวก่อนดีกว่า แล้วค่อยคุยกันต่อ" พูดเสร็จเธอถือปิ่นโตเดินหายเข้าไปในกระท่อมหลังเล็กที่อยู่ห่างออกไปเล้กน้อยแอน ปลีกตัวออกมาจากแคร่ไม้ เดินเข้าไปในกระท่อมหลังเล็กที่ใช้เก็บอุปกรณ์ทำไร่ เธอใช้เวลาจัดสำรับอาหารเช้าที่นำมาให้ แก้ว อย่างใจเย็น กลิ่นหอมของข้าวและแกงจากปิ่นโต คลุ้งอยู่ในอากาศ ตัดกับ กลิ่นดินและกลิ่นส้มเย็น ๆ ของสวน เป็นความสงบของชีวิตประจำวันที่ แอน ตั้งใจนำมาใช้เป็นฉากหลังสำหรับเหตุการณ์ที่ไม่ธรรมดานี้"เป็นไงล่ะ ไม่กล้าสู้หน้าลุกสะใภ้ตัวเอง จนไม่รอกินข้าวเช้า ฮึ!!" แอน คิดพลางยิ้มเยาะผัวอย่างขันๆแอนกลับออกมาพร้อมกับยันโตกสำรับสำหรับมือเช้าของแก้วที่เธอได้เตรียมมาจากบ้าน ในขณะที่เธอเดินออกจากร่มเงาของกระท่อมสู่แสงแดดที่เริ่มร้อนระอุ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็เป็นไปตามที่เธอคาดเดาไว้ไม่มีผิดแอน หยุดชะงักลง ก่อนทีจะก้าวช้าๆ กลับไปที่แคร่ไม้ตัวนั้น เธอไม่ได้ตกใจ แต่รู้สึกถึงความตื่นเต้นที่ถูกกระตุ้นอย่างแรงแก้ว นั่งเอนกายอยู่บนแคร่ เสื้อถูกปลดลงมากองไว้ที่เอว แผงอกเ







