INICIAR SESIÓNเวลา 19:30
“ทำไมแผ่นดินยังไม่มาอีก” เสียงของชายวัยกลางคนพูดขึ้น น้ำเสียงเริ่มโมโห นัดหนึ่งทุ่ม แต่จนป่านนี้แล้วแผ่นดินยังมาไม่ถึง มันใช้ได้ที่ไหนกัน “.....” พรเกียรติและคนรัก รวมถึงผืนป่ายืนรอลูกชายคนโตอยู่หน้างาน ไม่รู้ว่ามันหายหัวไปไหนหรือทำอะไรอยู่ “โทรเรียกมัน” “ไม่ต้อง” ผืนป่ายกมือห้ามลูกน้องที่กำลังจะโทรหาแผ่นดินตามคำสั่งผู้เป็นนาย เพราะคนที่ทุกคนกำลังรออยู่ขับรถมานั่นแล้ว ปรื้นน เอี๊ยด!~ “....” ทุกสายตาจับจ้องไปยังเจ้าของร่างสูงที่ก้าวลงจากรถมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แผ่นดินในชุดสูทสีดำดูสง่า ทรงผมถูกเซตให้เข้ากับชุด ทุกอย่างบนร่างกายของเขาลงตัวไปหมด แผ่นดินส่งกุญแจให้ลูกน้องเอารถไปเก็บแล้วเดินเข้าไปหาทุกคนที่กำลังรออยู่ ตึก ตึก “มัวทำอะไรอยู่” “หลับ” “แกคิดว่าตัวเองเป็นเด็กอยู่หรือไงแผ่นดิน” “คุณคะ พอแล้ว ไหน ๆ ลูกก็มาแล้ว เข้างานกันเถอะ” “....” สายตาคมกริบสองคู่จ้องกันอย่างไม่ลดละ ก่อนที่พรเกียรติจะเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีแล้วหมุนตัวเดินเข้างานไปพร้อมกับภรรยา “ไง” แผ่นดินทักทายน้องชายตัวเองด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ทว่าอีกฝ่ายกลับเอาแต่ยืนเงียบไม่ทักทายตอบ “....” “ไม่ดีใจที่เห็นพี่ตัวเองหรือไง” “....” “หรือเสียใจที่เธอไม่มาด้วย” “ระวังปากหน่อย” “หึ ปกป้องกันดีเหลือเกินนะ” “ไอ้แผ่นดิน!” ในตอนที่ทั้งสองกำลังมีปากเสียงกัน ก็ได้มีรถคันหนึ่งขับเข้ามาจอดไม่ไกลจากทั้งสอง สายตาสองคู่หันไปมองพร้อมกัน ก่อนจะพบกับหญิงสาวสองคนที่ก้าวลงจากรถยนต์คันหรูที่เพิ่งขับเข้ามาจอด ลูกพีชอยู่ในชุดราตรีสีขาวเข้ารูปลายลูกไม้ ด้านหลังเผยสัดส่วนโชว์แผ่นหลังขาวเนียน ชุดที่ดูจะเรียบร้อย ทว่าด้านหลังกลับดูเซ็กซี่ชวนเหลียวมอง พอไปอยู่บนตัวเธอแล้วช่างสวยสง่าเหลือเกิน ถัดไปก็เป็นเพื่อนสาวคนสวยอย่างเซลีน หญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มแต่แฝงความเย่อหยิ่ง ชุดที่เซลีนใส่เป็นเดรสสีขาวสายเดี่ยวกระโปรงยาวลายลูกไม้ที่สวยสะดุดตา ต้องบอกว่าทั้งสองกินกันไม่ลงจริง ๆ แต่ที่น่าสะดุดตาแขกในงานที่สุดคงจะเป็นสีผมของเซลีนมากกว่า ชมพูเด่นมาแต่ไกลเชียว “พี่แผ่นดิน พี่ผืนป่า” ลูกพีชพึมพำเรียกชื่อชายหนุ่มทั้งสอง ก่อนที่เธอจะก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าพวกเขา ตามด้วยเซลีนที่ยกมือไหว้ทั้งสองตามมารยาท แต่เดี๋ยวนะ? แผ่นดินงั้นเหรอ เซลีนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอรู้สึกคุ้นชื่อนี้จัง เอ๊ะ.. หรือว่าเขาจะเป็นคนเดียวกับที่โทรเข้ามาเมื่อหลายปีก่อน ใช่แผ่นดินคนเดียวกันใช่ไหม “ลุงกับป้าอยู่ไหน” ผืนป่าถาม “อยู่ในงานแล้วค่ะ” ท่านทั้งสองมาถึงงานก่อนเธอแล้ว เพราะมัวแต่เลือกชุดช่วยยัยเซลีนเลยทำให้มาช้าหน่อย “อืม” “เราเข้างานกันเถอะค่ะ” แผ่นดินมองคนตัวเล็กด้วยแววตายากจะคาดเดา เขาไม่แม้แต่จะทักทายหญิงสาว ทำเพียงยืนล้วงกระเป๋ามองเธอเท่านั้น แต่ในขณะนั้นเอง.. “เอ๊ะ ฉันลืมของ” ลูกพีชลืมมือถือไว้ที่รถ เธอหยุดเดินแล้วหันไปบอกกับเพื่อนด้านหลัง “แกเข้าไปหาพ่อกับแม่ฉันก่อนนะ เดี๋ยวขอไปเอามือถือก่อน” “ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม” “ไม่ต้อง ไปให้พวกท่านเห็นก่อนว่าเรามาแล้ว” “เอางั้นเหรอ” “อือ ๆ” “รถอยู่ไหน” ผืนป่าที่เงียบอยู่เอ่ยขึ้น “อยู่ใกล้ ๆ นี่เองค่ะ” “เดี๋ยวไปเอาให้” “ไม่เป็นไรค่ะพี่ แค่นี้เอง พีชไปเอาเองดีกว่า” “ตามใจ” “ทุกคนเข้างานเถอะค่ะ” ส่วนเธอจะไปเอามือถือก่อน เดี๋ยวตามเข้าไปทีหลัง “รีบมานะแก” “อือ!” พยักหน้ารัว ๆ ลูกพีชหมุนตัวเดินกลับไปเอามือถือที่รถตัวเอง ซึ่งรถจอดอยู่ไม่ไกลมาก แต่ก็ค่อนข้างมืดพอสมควร ทุกคนเข้างานไปแล้ว มีเพียงชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าเย็นชายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แผ่นดินขยับสายตามองตามน้องชายกับหญิงสาวอีกคนที่เดินเข้างานไป ก่อนที่เขาจะกระตุกยิ้มแล้วเดินออกไปอีกทาง ตึก ตึก “อยู่ตรงไหนเนี่ย” หรือว่าฉันจะลืมไว้ที่ห้อง ให้ตายเถอะ! ทำไมถึงกลายเป็นคนขี้ลืมไปได้ ฉันก้ม ๆ เงย ๆ หามือถือมาหลายนาที แต่ไม่ว่าจะหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ คิดว่าคงลืมที่ห้องจริง ๆ แล้วแหละ ฉันว่า “เฮ้อ ช่างเถอะ” ฉันเลิกหาแล้วปิดประตูรถให้สนิท “น่าจะลืมที่ห้องค่ะลุงชัย” ลุงชัยคือคนขับรถที่บ้าน วันนี้ลุงเป็นคนไปรับฉันกับยัยเซลีนมางาน ต้องรีบเข้าไปในงานแล้ว เดี๋ยวยัยเซลีนบ่นหูชาอีก ฉันหมุนตัวเพื่อจะกลับไป ทว่า.. ปึก! “อ๊ะ พะ พี่แผ่นดิน” เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน มาไม่ให้สุ้มให้เสียง ตกใจหมด “....” “อะ อะไรคะ” ทำไมต้องมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นด้วยล่ะ หรือว่ามีอะไรติดหน้าฉันงั้นเหรอ ฉันรีบยกมือจับหน้าตัวเองดู เผื่อจะมีอะไรติดหน้าตัวเองจริง ๆ “เธอไปอยู่กับมันได้ยังไง” “คะ?” “ทำไมถึงไปอยู่กับมัน” “อ่า..” คงจะหมายถึงเรื่องที่เธอไม่นอนกับพี่ผืนป่าสินะ จะถามว่ารู้ได้ยังไงก็คงตลกไปหน่อย เพราะเมื่อคืนตอนที่พี่แผ่นดินโทรมา คงได้ยินเสียงพี่ผืนป่าคุยกับฉัน ไม่แปลกที่พี่เขาจะรู้ “พี่ผืนป่าให้ไปนอนค่ะ” กึก! “เธอว่าไงนะ” ฉันพูดอะไรผิดงั้นเหรอ ก็พูดตามความจริงทั้งนั้น แล้วทำไมต้องทำเหมือนไม่พอใจฉันด้วยล่ะ ก็พี่แผ่นดินเองไม่ใช่เหรอที่ทิ้งฉันไว้แบบนั้น เขาจะมาโกรธทำไม แทนที่จะเอาเวลาไปสนใจคนของตัวเอง จะมาสนใจเธอทำไมก็ไม่รู้ “พีชต้องรีบเข้างาน” “หึ จะรีบเข้างานหรือไปหามันกันแน่” “พี่เป็นอะไรไปพี่แผ่นดิน” “จะเป็นอะไรมันก็เรื่องของฉัน” “งั้นพีชจะไปหาใครมันก็เรื่องของพีช รบกวนปล่อยด้วยค่ะ” พี่เขาเล่นกักขังฉันไว้แบบนี้จะให้หนีได้ยังไง วันก่อนยังทำเหมือนเกลียดฉันอยู่เลย พอมาตอนนี้กลับทำเหมือนไม่ชอบที่ฉันเข้าใกล้คนอื่น เขายังปกติอยู่ใช่ไหม “จะอวดเก่งก็ดูสถานการณ์หน่อย” ที่นี่ไม่ใช่บ้านหรือห้องทำงานที่เขาจะมาออกคำสั่งกับเธอได้ ฉะนั้นเขานั่นแหละที่ควรดู “พี่เกลียดอะไรพีชนักหนา” “พี่เกลียดอะไรพีชนักหนา” ประโยคที่เธอพูดยังวนอยู่ในหัวซ้ำ ๆ เขากำลังทำอะไรอยู่ จะไปยุ่งกับเธอทำไม ในเมื่อตัวเองก็ไม่ชอบขี้หน้าผู้หญิงคนนั้นอยู่แล้ว สายตาคมกริบขยับมองผู้คนในงาน ก่อนจะไปสะดุดกับหญิงสาวสองคน “อยากได้ก็ไปเอาคืนมา” ขวับ! “ไอ้ฟีนิกซ์” “....” ฟีนิกซ์ปรายตามองเพื่อนสนิท เขายืนดูมาสักพักแล้ว เห็นมันเอาแต่มองลูกพีชไม่ละสายตา ถ้ามันจะมองขนาดนั้นก็เอากลับไปนอนกอดที่บ้านเถอะ “มึงมะ..” “ไอ้วาคิน” เขาไม่รอให้เพื่อนพูดจบก็แทรกขึ้นทันที ทั้งที่ฝันดีก็ชัดเจนว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับมัน แล้วทำไมยังดึงดันที่จะตามตื๊ออยู่ได้ เขารู้ว่าลึก ๆ แล้วมันกำลังคิดจะทำอะไรอยู่ เพียงแค่ไม่อยากเข้าไปยุ่ง แต่ถ้ามากไปก็คงต้องพูด “..อือ” ในขณะที่ทั้งสองยืนพูดคุยกันอยู่นั้น แผ่นดินได้เอื้อมมือไปหยิบเครื่องดื่มมากระดกรวดเดียวหมดแก้ว แล้วมีเพียงแก้วเดียวเท่านั้นที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้มือเขา ซึ่งพนักงานนำมาให้เขาโดยเฉพาะ ทันทีที่น้ำสีอำพันถูกกลืนหายลงไปในลำคอ พร้อมกับแก้วเปล่าวางลงที่เดิม แผ่นดินก็กลับไปคุยกับเพื่อนตัวเองต่อ โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาสองคู่กำลังจับจ้องอยู่(ย้อนอดีตต่อจากตอนที่แล้ว)อาการป่วยของลูกพีชเริ่มแสดงออกตอนที่เธอย้ายไปเรียนต่างประเทศได้หนึ่งปี หญิงสาวพอรู้ว่าตัวเองผิดปกติจึงรีบไปหาหมอทันที แล้วสิ่งที่เธอไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นก็เกิดขึ้นจนได้‘คนไข้ป่วยเป็นโรคมะเร็งสมองครับ’วินาทีที่รู้ว่าตัวเองป่วย เธอหมดแรงจะใช้ชีวิตต่อไป เอาแต่นั่งมองแหวนบนนิ้วตัวเอง พลางปล่อยให้น้ำตาไหลอาบใบหน้า ความเสียใจในครั้งนั้นทำให้เธอกลัว กลัวไปหมดเสียทุกอย่าง กลัวว่าวันหนึ่งตัวเองไม่อยู่แล้วแผ่นดินจะเป็นยังไงบ้าง เขาจะเสียใจที่เธอไม่อยู่แล้วไหม ความคิดต่าง ๆ นานาผุดขึ้นมา เขาจะยังรักเธอไหม เสียใจหรือเปล่า อยากมีเธอเป็นคนรักอยู่ไหม เธอกลัวจนทำอะไรไม่ถูกจริง ๆเธอใช้เวลาอยู่เป็นเดือนกว่าจะตัดสินใจได้ว่าจะเอายังไง สุดท้ายเธอก็ได้ข้อสรุปให้กับตัวเอง ลูกพีชตัดสินใจโทรไปบอกครอบครัวว่าตัวเองกำลังป่วย เพียงแต่ไม่ได้ลงรายละเอียดถึงอาการป่วยว่าเป็นอะไร แต่สิ่งที่ได้รับกลับคืนมาคือ..‘ป๊าไม่ว่าง’‘ดูแลตัวเองไปก่อนนะลูก’‘หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถ..’“ฮึก” ลูกพีชไม่สามารถติดต่อครอบครัวได้อีกเลย ทุกคนเอาแต่ปฏิเสธสายของเธอ หรือถ้ารับ พวกเขาก็เอาแต่บอกว่ายุ่ง ไม
หลังจากที่ลูกพีชเข้าห้องผ่าตัดไปหลายชั่วโมง เธอก็ถูกพาไปพักที่ห้องพักฟื้น ผลสรุปออกมาแล้วว่าหญิงสาว ‘ความจำเสื่อม’ เธออาจไม่ได้ลืมไปเสียหมดทุกเรื่อง ยังมีบางคน บางเรื่อง และบางเหตุการณ์ที่เธอจดจำได้ แต่จะมากน้อยแค่ไหนก็ต้องรอลุ้นตอนเธอฟื้นขึ้นมาด้านผืนป่าได้ทำใจไว้แล้วว่าเธออาจฟื้นขึ้นมาแล้วจำเขาไม่ได้ก็ได้ จะเป็นยังไงก็ต้องมาลุ้นไปด้วยกัน ผืนป่าเป็นคนเดินเรื่องจัดการเรื่องห้องพักฟื้นไว้รอระหว่างที่เธออยู่ในห้องผ่าตัด ค่าใช้จ่ายทั้งหมดพรเกียรติเป็นคนจัดการ ส่วนเรื่องครอบครัวของเธอ ตอนนี้พรเกียรติก็กำลังจัดการอยู่เช่นเดียวกันวันเวลาผ่านไปเกือบสองอาทิตย์ ลูกพีชตื่นขึ้นมาพร้อมคำทักทายจากผืนป่าว่า ‘คุณเป็นใคร’ ก็สรุปได้แล้วว่าเธอจำเขาไม่ได้ ในระหว่างที่รักษาตัวอยู่ที่นี่ ผืนป่าก็พยายามเอารูปภาพมาให้หญิงสาวดูว่าแต่ละคนเป็นใคร และแน่นอนว่ามีทั้งคนที่เธอจำได้และจำไม่ได้ เธอจำพ่อของเขาได้ จำแผ่นดินได้ จำทุกคนได้ ยกเว้นเขาคนเดียว และสิ่งที่เขาอยากให้เกิดขึ้นก็เกิดจนได้ ลูกพีชลืมเรื่องราวที่ผ่านมาไปหมดแล้ว ถึงแม้ว่าจะจำแผ่นดินได้ แต่บางเรื่องที่เกี่ยวกับพี่ชายของเขา หญิงสาวกลับลืมมันไปจนหมดสิ
ครามมองเจ้านายด้วยความสงสาร ตั้งแต่ขึ้นมาบนเครื่องบิน แผ่นดินก็เอาแต่เงียบ นั่งมองรูปหญิงสาวในมือถืออยู่อย่างนั้นเป็นชั่วโมงแล้ว โชคดีที่ครั้งนี้เขาตามเจ้านายมาด้วย แต่ใครจะคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ แผ่นดินเป็นผู้ชายที่ดีมาก ๆ คนหนึ่ง คลั่งรักลูกพีชสุด ๆ ใส่ใจทุกอย่างที่เกี่ยวกับหญิงสาว ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดอะไร แผ่นดินก็จำได้หมด ไม่เคยลืมวันสำคัญ จดจำทุกอย่างไว้เป็นอย่างดี"นายครับ""กูอยากอยู่คนเดียว""..ครับ" ครามกลับไปนั่งที่ของตัวเอง เครื่องบินลำนี้เป็นเครื่องบินส่วนตัวของครอบครัวแผ่นดิน เขาใช้มันเดินทางมาหาหญิงสาวทุก ๆ เดือน และไม่ได้มีแค่ลำนี้ลำเดียวหนึ่งอาทิตย์ต่อมา"เพราะอะไร""ไม่มีเหตุผล"พรเกียรติจ้องลูกชายตัวเองนิ่ง ไหนมันบอกว่าจะไปหาหนูลูกพีชยังไงล่ะ ทำไมถึงมานั่งพูดจาไร้สาระอยู่ตรงนี้ แผ่นดินมาหาพ่อในช่วงเช้าเพื่อขอให้ท่านถอนหมั้นระหว่างเขากับหญิงสาว เขาไม่ต้องการหมั้นกับเธอแล้ว ไม่มีความจำเป็นอะไรอีกต่อไปสำหรับผู้หญิงคนนี้ ทว่าท่านกลับไม่เห็นด้วย พรเกียรติยืนยันว่ายังไงก็จะไม่ถอนหมั้นให้ทั้งสอง อยากให้แผ่นดินกลับไปคิดดี ๆ ก่อน มองย้อนกลับไปในวันที่ตัวเองรักหญิง
“....” แผ่นดินกลับมาถึงห้องของคนตัวเล็ก เขาพาตัวเองไปนั่งบนโซฟากลางห้อง โดยที่ภายในห้องยังคงมืดสนิท และเขาก็หวังว่าสิ่งที่ได้ยินมาจะเป็นเพียงคำโกหก เธอคงเลือกกลับมาหาเขาที่กำลังรออยู่ใช่ไหมเข็มนาฬิกาเดินไปเรื่อย ๆ กระทั่งถึงเช้า สุดท้ายแล้วลูกพีชก็ทิ้งให้แผ่นดินรออยู่ในห้องนี้เพียงคนเดียว โดยที่เธอไปสนุกกับผู้ชายอีกคน เขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะเจ็บปวดกับความรักได้ขนาดนี้ ทั้งที่ทุ่มเทความรักทั้งหมดให้กับผู้หญิงคนหนึ่งมาโดยตลอด แต่สิ่งที่อีกฝ่ายตอบแทนกลับเป็นการหักหลัง มันคงไม่เจ็บเลยถ้าผู้ชายคนนั้นเป็นคนไกลตัว ถ้าไม่รักกันแล้วก็ควรบอกกันตรง ๆ ไม่ควรทำแบบนี้กับเขาเลย แม้แต่โทรศัพท์เธอยังไม่โทรมาหาสักสาย การที่เราเห็นแฟนของตัวเองไปกับผู้ชายคนอื่น ไม่มีใครรับได้หรอกนะ รักเขาแทบตาย ห่วงเขาฉิบหาย กลัวว่าเขาจะอยู่ไม่ได้ กลัวว่าอาหารที่นี่จะไม่ถูกปาก กลัวว่าอากาศจะหนาวจนเกินไป แม่งกลัวไปทุกเรื่องที่เขาต้องเจอ แต่สุดท้ายเธอมาทำแบบนี้เหรอวะ นี่คือสิ่งตอบแทนของคนที่ซื่อสัตย์มาโดยตลอดใช่ไหม รักแทบตาย ห่วงแทบตาย สุดท้ายแม่งก็โดนหักหลัง เจ็บสุดตรงที่สองคนนั้นเป็นคนที่เรารักยังไงล่ะ“เธอโคตรใจร้าย
ย้อนกลับไปในอดีตณ สหรัฐอเมริกา“พี่แผ่นดิน” หญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มตะโกนเรียกแฟนหนุ่มที่ยืนรออยู่หน้ามหาวิทยาลัย แผ่นดินหันไปยิ้มให้แฟนสาวพร้อมกับเดินเข้าไปหา ทั้งสองโผกอดกันด้วยความคิดถึง เนื่องจากลูกพีชมาเรียนที่ต่างประเทศ และคนที่ต้องเดินทางมาหาอยู่บ่อย ๆ ก็คือแผ่นดิน แม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ความรักก็ไม่เคยจืดจางไปเลยสักครั้ง แผ่นดินไม่เคยน้อยใจแฟนสาวที่เรียนหนักจนไม่มีเวลาให้ เขากลับเข้าใจว่านี่คืออนาคตของเธอ จึงอยากสนับสนุนให้คนตัวเล็กทำมันออกมาให้ดีที่สุด และจะคอยเป็นกำลังใจให้อยู่ตรงนี้เสมอ“ไหนบอกจะไม่มาหาหนูไง” ใบหน้าสวยง้ำงอ แผ่นดินบอกกับเธอว่าเดือนนี้ไม่ได้มาหาเหมือนทุกครั้ง เพราะติดงานสำคัญ ต้องเลื่อนไปเป็นเดือนหน้าแทน“อยากเซอร์ไพรส์” แค่อยากแกล้งแฟนตัวเองไปเท่านั้นแหละ ใครจะปล่อยให้คอยล่ะ เขาต้องรีบเคลียร์ตัวเองให้ว่าง เพื่อจะได้มาอยู่กับเธอนานหน่อย เอาเวลาทั้งหมดยกให้เธอคนเดียวไปเลย“นิสัยไม่ดีเลยนะ”“เป็นไงบ้าง เหนื่อยไหม”“ไม่เลยค่ะ คิดถึงพี่แผ่นดินมากกว่า^^”“ปากหวาน”“อย่างอื่นก็หวานนะ^^” คนขี้เล่นชอบพูดแหย่ให้แฟนหนุ่มหมดความอดทน แล้วมันก็จะไปจบที่เรื่องอ
ณ โรงพยาบาลหญิงวัยกลางคนเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน กำลังจะเข้าไปทำความสะอาดห้อง แต่พอเปิดประตูเข้าไปก็พบหญิงสาวนอนหมดสติอยู่บนพื้น นาทีนั้นแม่บ้านตกใจจนทำอะไรไม่ถูก จึงโทรเรียกสามีที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ในคอนโดแห่งนี้ รวมถึงนิติบุคคลให้ขึ้นมาช่วย จากนั้นจึงหามเธอส่งโรงพยาบาลทันทีไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ แม่บ้านทำได้เพียงเก็บความสงสัยเอาไว้กับตัวเอง ระหว่างที่รอให้หมอตรวจเช็กอาการหญิงสาว ทางด้านนิติบุคคลได้ติดต่อหาญาติ และตอนนี้ก็รอแค่ญาติมาหาเท่านั้น ตอนที่ทุกคนพาลูกพีชมาส่งโรงพยาบาล ใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงจัด ดวงตาทั้งสองข้างมีน้ำใส ๆ ไหลออกมาไม่หยุด ไม่รู้ว่าเธอป่วยเป็นอะไรกันแน่ ตอนนี้ทำได้แค่รอให้หมอออกมาแจ้งอาการตึก ตึกผ่านไปสักพักก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งดังมาแต่ไกล ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะเข้ามาหยุดนิ่งข้างหญิงวัยกลางคนพร้อมกับเสียงหอบหายใจ แม่บ้านหันไปมอง แล้วก็พบกับร่างสูงที่มีใบหน้าเรียบนิ่ง ตามกรอบหน้าเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ตอนที่มีคนโทรไปแจ้งว่าลูกพีชเข้าโรงพยาบาล สมองเขาตอนนั้นไม่รับรู้อะไร คิดแค่ว่าตัวเองต้องรีบมาหาหญิงสาวให้เร็วที่สุด ทั้งที่แม่งไม่ต้องสนใจ
ให้ตัวเอง“พี่เอามาฝาก” เขามองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ตรงนี้ จึงใช้สรรพนามที่เอาไว้เรียกเวลาอยู่ด้วยกันสองคน ทว่าหญิงสาวกลับรู้สึกตกใจจึงหันขวับมองไปรอบ ๆ ตัวเองก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก“แกล้งฝันอีกแล้ว” นี่แหละผู้หญิงที่พ่อเขาพูดถึงก่อนหน้านั้น เธอชื่อว่า 'ฝันดี' ฝันดีเป็นพนักงานใ
ณ คฤหาสน์ตระกูลปรีดิวัฒน์“พ่อเรียกผมมาทำไม” ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ ทันทีที่เดินมาถึงห้องนั่งเล่น ปากหยักได้รูปจึงเอ่ยถามผู้เป็นพ่อพลางหย่อนตัวนั่งลงฝั่งตรงข้าม“พรุ่งนี้น้องจะไปฝึกงานที่บริษัท ดูแลน้องให้ดี” ประมุขของบ้านเอ่ยกำชับลูกชายเพียงคนเดียวของตน เพราะลูกพีชเป็นหลานสาวเพี
ตึก ตึก“รอด้วยค่ะ!” เสียงที่ดังมาจากข้างหลัง เรียกสายตาผู้คนในละแวกนั้นให้หันมองด้วยความตกใจ เช่นเดียวกับร่างสูงที่ยืนอยู่ในลิฟต์ เขาจึงเอื้อมมือไปกดไม่ให้ประตูปิดลงเพื่อรอเธอ“ขอบคุณค่ะ แฮ่ก~” เมื่อเข้ามาอยู่ด้านในตัวลิฟต์ ใบหน้าเปื้อนหยาดเหงื่อจึงหันไปเอ่ยขอบคุณ“ชั้นไหนครับ”“37ค่ะ” เมื่อได้รับ







