Masukหลังเลิกเรียน แก้มใสก็เดินไปห้องสมุดกับละอองดาวเพื่อหาข้อมูลมาทำรายงาน
"ปัทมา เลาคิดว่าเล่มนี้น่าจะใช้ได้นะ" "เรียกเราว่าแก้มใสก็ได้จ้ะ"แก้มใสพูดเบาๆ เพราะในห้องสมุดห้ามใช้เสียง "จ้ะ แก้มใสเรียกเราว่าดาวก็ได้จ้ะ"ละอองดาวพูดเบาๆ เมื่อได้หนังสือสำหรับทำรายงานแล้วก็ไปทำเรื่องยืมก่อนจะออกจากห้องสมุดแล้วต่างแยกย้ายเพื่อกลับบ้าน แก้มใสเดินไปขึ้นรถสองแถว เธอไม่พูดคุยกับใคร พอนั่งแล้วก็แกล้งหลับตาจนรถออก ผ่านไปสักพักเธอก็ลืมตาแล้วเห็นอัญชลีนั่งห่างออกไปจากเธอ หญิงสาวไม่ได้สนใจ พอถึงปากทางเธอก็ลงจากรถ แล้วข้ามถนนเพื่อไปเอาจักรยานแล้วปั่นกลับบ้าน กลับมาถึงบ้านก็เดินขึ้นไปบนห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า "อ้าว..แกยังไม่หายเหรอถึงยังอยู่บ้านชั้นเนียะ" เจ้านกเค้าแมวส่งเสียงเบาๆก่อนจะกระโดดมาจิกที่หลังมือหญิงสาวจนเลือดออก "โอ้ยย..แกมาจิกชั้นทำไมเนียะ เลือดเลย"พูดจบก็ยกหลังมือขึ้นมาดูก่อนจะขมวดคิ้ว "แผลไปไหนแล้วละ!"ที่หลังมือยังมีหยดเลือดเกาะที่ฝ่ามือ แต่กลับไม่มีแผล 'พี่แก้มใส' แก้มใสหันมองรอบๆว่าใครเรียกเธอ แตในห้องก็มีเพียงแค่เธอกับ..เจ้านก! "แกเรียกชั้นเหรอ?" 'ใช่แล้วครับ เมื่อผมได้กินเลือดพี่แล้วเราก็ได้ทำพันธสัญญาณเป็นนายบ่าวกัน' "แล้วทำไมต้องมาเป็นชั้นละ?" 'ก็พี่ช่วยชีวิตหนูไงครับ' หญิงสาวนึกสงสัยแต่เธอต้องลงไปทำงานบ้านแล้ว เธอหันไปเปลี่ยนชุดนักเรียนเป็นชุดอยู่บ้าน ไม่ต้องกลัวว่าจะโป๊ เพราะเธอใส่เสื้อกล้ามไว้ข้างใน ส่วนกางเกงก็เป็นแบบขาสั้น แค่ถอดกระโปรงก็เห็นเป็นกางเกงขาสั้น แก้มใสกำลังจะออกจากห้อง เจ้าตากลมก็เรียกเจ้านายไว้ 'พี่แก้มใสอย่าเพิ่งไปครับ' "มีอะไร ชั้นจะไปทำงานบ้านแล้ว มีอะไรตอนค่ำๆค่อยคุยกัน"พูดจบก็เดินออกจากห้องลงไปช่วยงานบ้าน ลงมาชั้นล่างก็ไปในครัวดูว่ามีงานอะไรต้องทำ เธอเห็นกระป๋องน้ำที่เป็นกระป๋องนมทรงสูงที่กินหมดแล้วนำกระป๋องมาใสน้ำคว่ำอยู่ในตะแกรงก็เดินไปหยิบกระป๋องไปตักน้ำฝนที่รองไว้กิน ก่อนจะเอาไปแช่ตู้เย็น ในอนาคตที่เธอเห็น ตู้เย็นมีหลาบแบบมาก แบบตู้แช่แข็งก็มี คิดๆไปก็อยากให้ถึงอนาคตเร็วๆเสียแล้ว แต่ต้องไม่ใช่แบบในฝันนะ แก้มใสคิดไปก็ยิ้มกับความคิดเพ้อฝันของตัวเอง แต่พอคิดถึงตอนที่ตัวเองเป็นวิญญาณลอยไปลอยมาเป็นผีเร่ร่อนต้องเห็นพ่อแม่ทนทุกข์กับความลำบากตอนบั้นปลายชีวิตก็กลับมาเศร้าเหมือนเดิม พอตักน้ำครบทุกกระบอกก็จะค่อยนำไปแช่ตู้เย็น พอหันไปก็ตกใจ เพราะเห็นฉัตรชัยยืนกินน้ำอยู่ตรงตู้เย็น 'ตกใจหมด..มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง'แก้มใสคิดอย่างโมโห ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ ในอนาคตชายคนนี้จะไปไกลมาก เขาได้เป็นวิศวกรเครื่องยนต์ แล้วได้ไปทำงานที่เมืองนอกหลายปีกว่าจะกลับมา พอเขากลับมาพ่อแม่เธอก็ตายหลังจากนั้น4เดือน เขาเป็นคนรับผิดชอบจัดงานศพเอง เธอไม่รู้เขามีแฟนมั้ยเพราะดูได้แค่ตอนที่พ่อแม่เธอตายลงเท่านั้น แก้มใสพอนึกถึงภาพของชายหนุ่มตอนโตเต็มวัย คือหล่อมาก แถมหุ่นยังแน่นอีกด้วย ถึงตอนนี้จะดูหุ่นขี้ก้างไปหน่อย แต่ก็ยังหล่ออยู่ดีแถมตัวยังสูงเป็นเสาไฟอีก ในอนาคตคือยิ่งกว่าเจ เจตรินนักร้องสุดหล่อแนๆ เธอแอบชื่นชอบฉัตรชัยมากว่า2ปีแล้ว แต่ไม่กล้าแสดงออก เพราะกลัวเขาจะรังเกียจเธอและเธอคิดว่าตัวเองไม่สวยเพราะอัญชลีบอกกับเธอบ่อยๆ "เธอมีอะไรกับพี่หรือเปล่า? และเหมือนว่าเธอจะมองเขานานเกินไป ชายหนุ่มจึงสังเกดและถามขึ้น แก้มใสกระพริบตาปริบๆก่อนจะส่ายหัว "ไม่มีอะไรค่ะ"ก่อนจะยกน้ำเดินมาแช่ตู้เย็น ฉัตรชัยเห็นว่ามีกระป๋องน้ำหลายใบจึงเดินไปช่วย พอเสร็จแล้วเธอจึงหันมายกมือไหว้ขอบคุณ "ขอบคุณค่ะ"พูดจบก็เดินเลี่ยงออกไป เพราะชายหญิงไม่ควรอยู่กันตามลำพัง แถมในใจเธอก็ยังสลัดภาพเขาในอนาคตไม่หลุดไปจากหัวอีกด้วย แค่นี้ก็หลงไม่ไหวแล้วนะ เดินออกจากครัวเธอก็เห็นเจ้านกเค้าแมว..มันเหมือนจะมีชื่ออยู่นะ "ตากลม..ออกมาทำไม?"เจ้านกเค้าแมวเห็นหญิงสาวก็เดินเร็วๆมาจากเธอ "ฮู๊กๆ" "หิวเหรอ..แล้วปกติแกกินอะไรละ?" ฉัตรชัยที่เดินตามหญิงสาวออกมาก็เห็นเจ้านกเค้าแมว "นี้มันนกเค้าแมว แก้มใสเลี้ยงเหรอ?"ชายหนุ่มถามอย่างสงสัย ปกตินกชนิดนี้ไม่มีใครนิยมเลี้ยงกัน "เออ..คือมันโดนพวกเด็กๆปาหินใส่จนปีกมันได้รับบาดเจ็บนะคะ แก้มใสเลยเอามันมารักษาค่ะ" "แต่มันดูเชื่องดีนะ " "พี่ชัยพอจะรู้มั้ยค่ะว่าปกติมันกินอะไรเป็นอาหาร มันเหมือนจะหิวนะคะ" "นกพวกนี้กินหนูละมั้ง..พี่ก็ไม่แนใจ" 'หนูหิวแล้ว พี่แก้มใสมีอะไรให้กินมั้ยครับ' "แล้วจะไปหาหนูให้มันกินที่ไหนละ!"หญิงสาวทำปากยู้อย่างสงสัย ฉัตรชัยมองหญิงสาวทำปากยู้ก็ยิ้ม "เป็นพวกเนื้อไก่สดแทนก็ได้มั้ง"ชายหนุ่มช่วยออกความคิดเห็น "ใช่.."แล้วเธอก็เดินไปเปิดตู้เย็นดูว่ามีเนื้อสัตว์เหลือมั้ย "ว้า..ไม่มีเหลือเลย สงสัยต้องไปร้านยายยุ้ย" "รถเครื่อง น้าจุรีเอารถเครื่องไปซื้อกับข้าวกับฟ้าใส "ชายหนุ่มบอก "ปั่นจักรยานไปแล้วกัน" "พี่พาไปดีกว่า..เร็วกว่าด้วย" "งั้นรอแก้มใสแปบนะคะะ ขอไปเอาสตางค์ก่อน ตากลมรอแปบนะ เดี๋ยวชั้นไปซื้อไก่สดมาให้"หญิงสาววิ่งขึ้นไปหยิบกระเป๋าเงินใบน้อย ฉัตรชัยมองตามหญิงสาวที่อายุอ่อนกว่าตน เมื่อวานเธอยังเป็นคนขี้อายอยู่เลย ผ่านไปแค่คืนเดียว ทำไมดูเหมือนหญิงสาวจะเปลี่ยนไป ดวงตาเธอดูมีความมั่นใจขึ้น และที่สำคัญ ไม่กลัวเขาแล้ว เขาก้มลงมองเจ้าลูกนกเค้าแมวก็เห็นมันมองมาทางตนพร้อมเอียงหัวไปมา "ได้แล้วค่ะ"หญิงสาวยิ้มสดใสลงมาจากตึก ทั้งสองเดินไปหน้าบ้าน เห็นบิดากำลังคุยกับลุงศักดิ์ คงจะมารับรถที่เอามาซ่อม "พ่อ..แก้มใสไปร้านยายยุ้ยนะจ้ะ" "อ้าว..แม่เขาก็ไป ลูกจะไปทำไมอีกละ"ถามบุตรสาวอย่างสงสัย "แก้มใสจะไปซื้อเนื้อไก่นะจ้ะ พี่ชัยจะพาไป พ่อไม่ต้องห่วงนะจ้ะ" "ดีแล้วลูก ร้านยายยุ้ยไกลอยู่ ให้พี่เขาพาไปนะดีแล้ว ชัยดูน้องด้วยนะ"ด้วยฉัตชัยมาเรียนซ่อมเครื่องหลายปีตั้งแต่สมัยป.6 จนตอนนี้ชายหนุ่มเรียนที่เทคนิคประจำจังหวัด แต่เขาก็ยังมาช่วยงาน อำนวยเลยให้ค่าจ้างวันละ100บาท เพราะชายหนุ่มซ่อมเครื่องเป็นเวลามีคนมาให้ซ่อม ถ้าอาการไม่หนักก็จะเป็นฉัตชัยที่ดูให้ แถมชายหนุ่มยังเป็นเด็กมีสัมภาระ อำนวยจึงมีความไว้ใจชายหนุ่มไม่ใช่น้อย เดินมาจนถึงรถเครื่องของชายหนุ่ม มันคือรถเครื่องHonda รุ่น Nsr150r ที่ชายหนุ่มซื้อเมื่อต้นปี เห็นว่าเป็นเงินสดด้วย ต้องเก็บเงินเก่งขนาดไหนถึงจะสามารถเก็บเงินซื้อรถเครื่องในราคาหลายหมื่นได้ เจ้าของรถเดินมาค้อมรถแล้วรอให้หญิงสาวขึ้นไปนั่ง "แก้มใสไม่เคยนั่งอ่ะ กลัวตก" "ไม่ตกหลอก เดี๋ยวพี่ขับช้าๆ ขึ้นมานั่งไพร่"ชายหนุ่มสั่งให้หญิงสาวนั่งไพร่ เพราะถ้าขึ้นค้อมมันจะรู้ใกล้ชินกันเกินไป เดี๋ยวชื่อเสียงของหญิงสาวจะเสียได้ หญิงสาวจึงขึ้นนั่งตามที่เจ้าของรถบอก รถเครื่องคันใหญ่พาทั้งคู่ไปถึงร้านกับข้าวประจำหมู่บ้าน มาถึงก็เจอมารดากำลังยืนคุยกับยายแจ่มเรื่องตัวเลขที่จะออกให้อีกสองวัน วิชาคณิตตามหลักสูตรชาวบ้านที่ต้องเข้าสอบทุกวันที่1และ15 "อ้าว..นั้นมันแก้มใสกับฉัตรชัยไม่ใช่เหรอ"ป้าตุ่นที่หันออกมาทางถนนก็เห็นสองหนุ่มสาวขับรถมาจอดที่ร้านค้า "แก้มใส..มาทำไมลูก หรือเกิดอะไรขึ้น"จุรีถามด้วยความสงสัย ส่วนฟ้าใสเมื่อเห็นพี่สาวก็รีบวิ่งเข้าไปหา หนูน้อยอยากกลับบ้านไปดูนินทาฮาโตริ "แก้มใสเก็บนกได้นะจ้ะ แล้วมันกินเนื้อสัตว์ แก้มใสเลยมาซื้อเอาไปให้มันจ้ะแม่" "เหรอ..งั้นยัยยุ้ยคิดพร้อมของฉันไปเลยทีเดียวแล้วกัน " "แม่จุรี..แกแนใจนะว่า8จะมา"ยายแจ่มถามขึ้น "ฉันฟังวิทยุ เขาบอกว่าให้ระวัง8นะ"จุรีฟังวิทยุที่สามีชอบเปิดตอนทำงาน มันมีรายการข่าวที่พูดเรื่องตัวเลขเพื่อสร้างสีสันให้รายการ แก้มใสเมื่อได้ของแล้วก็จะกลับ ฟ้าใสรีบเกาะพี่สาวขอตามกลับด้วย "พี่แก้มใส ฟ้าใสกลับด้วย ดูแล้วแม่น่าจะคุยอีกยาวจ้ะ" "แม่..แก้มใสพาน้องกลับบ้านนะจ้ะ"มารดาที่ฟังก็หันมาพยักหน้าให้ ก่อนจะหันไปวิเคราะห์วิชาคณิตศาสตร์ชาวบ้านกันต่อ หญิงสาวยิ้มน้อยๆก่อนจะหิ้วกับข้าวที่แม่ซื้อเอากลับไปด้วย ฟ้าใสปีนขึ้นไปนั่งตรงกลางแก้มใสเลยต้องนั่งค้อมตามน้องสาว หนูน้อยตื่นเต้นมากที่ได้ขึ้นรถเครื่องคันใหญ่ กลับมาถึงบ้าน ก็ยังเห็นพ่อคุยกับลุงศักดิ์เพิ่มเติมคือมีเหล้าตั้งตรงกลางระหว่างทั้งสอง พอลงจากรถกล่าวขอบคุณแล้วชวนอีกฝ่ายกินข้าว "พี่ชัยอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนกลับนะคะ หรือพี่ต้องรีบไป" "ไม่เป็นไร งานพี่ทำวันศุกร์กับวันเสาร์นะ"ชายหนุ่มทำงานเป็นคนคุมประตูเธคทุกวัน ศุกร์-เสาร์ "งั้นดีเลยจ้ะ พี่ไปคุยกับพ่อก่อน เดี๋ยวแก้มใสทำกับแกล้มไปให้"ฉัตรชัยถึงจะสงสัยว่าหญิงสาวทำกับข้าวได้เหรอ เพราะปกติจะเป็นน้าจุรีเป็นคนทำ ฟ้าใสเมื่อลงจากรถก็วิ่งไปเปิดทีวีเพื่อดูรายการเด็ก แก้มใสเดินเข้าครัวไปหั่นไก่เป็นชิ้นเล็กๆพอดีคำแล้วเอาใสจาน เจ้าตากลมก็วิ่งเข้ามาในครัว เพื่อขอกินเนื้อไก่ "ไวเชียวนะ"เธอจึงวางจานไก่ไว้ตรงโต๊ะเพื่อให้เจ้านกเค้าแมวกระโดดขึ้นไปกินให้เรียบร้อย เมื่อหมดปัญหาเรื่องท้องของเจ้าตากลมแล้วก็หันมาเตรียมทำกับแกล้ม หญิงสาวทำยำแหน่มกับหมูมะนาว ทำไมเธอถึงทำเป็นนะเหรอ ก็ในฝันเธอเห็นว่าตนเองไปรับจ้างเป็นลูกมือในครัวนะสิ แต่สุดท้ายก็ถูกไล่ออกเพราะเมียเจ้าของร้านหึงที่สามีมาให้ความสนใจเธอ และหลายร้านที่พัทยาก็มักจะไม่ชอบที่เธอผิวขาวและสวยจนผัวตนเองมาให้ความสนใจ จึงไม่มีร้านไหนอยากรับเธอจนสุดท้ายเธอก็ต้องทำงานกลางคืนเพื่อหาเงินมารักษาพ่อ เธอทำอาหารได้หลายอย่างเชียวแหละ เธอเดินเอากับแกล้มไปเสิร์ฟที่กระต๊อบข้างบ้าน "โอ้โฮ..กับแกล้มน่ากินเสียจริง "ลุกศักดิ์พูดขึ้น ปกติกับแกล้มจะเป็นแบบง่ายๆ แต่วันนึ้กลับมีหน้าตาน่ากินเชียว "เดี๋ยวมีหมูสับต้มบ๊วยด้วยจ้ะ ได้ซดโล้งคอ"หญิงสาวบอกก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัว ฉัตรชัยงง เพราะกับแกล้มที่หญิงสาวทำนั้นต้องคนในวงเหล้าถึงจะทำเป็น แต่หญิงสาวไม่เคยไปไหนเลย เขามั่นใจว่าเธอไม่เคยออกไปไหนนอกจากโรงเรียน เพราะเขาอยู่บ้านนี้มาหลายปี แล้วเธอไปเรียนทำมาจากไหน ผ่านไปไม่ถึง10นาที หญิงสาวก็ยกชามใหญ่มาเสิร์ฟ เมื่อทำกับแกล้มเสร็จเรียบร้อย เธอก็หันมาทำกับข้าว แม่ซื้อกระล่ำปลีหัวใหญ่มาหนึ่งหัว งั้นทำไข่ตุ๋นกระหล่ำปลีกับกระหล่ำปีผัดน้ำปลาแล้วกัน ส่วนน้ำพริกเดี๋ยวทำน้ำพริกหมูสับ ส่วนหมูสับต้มบ๊วยยังเหลือในหม้อ แต่ตักมาปรุงรสชาติก็เสร็จแล้วแก้มใสมาช่วยงานแต่งบ้านยายตุ่นกับนายแสวงตั้งแต่เช้าหญิงสาวช่วยงานในครัวทุกอย่าง "แก้มใสจ้ะ ป้าอยากได้ปีกไก่ยัดใส้นะจ้ะ หนูช่วยทำให้ได้มั้ยจ้ะ ต้องใช้อะไรบ้างบอกแม่ครัวได้เลยนะ"ยายตุ่นเดินมาบอกหญิงสาว เมนูปีกไก่ยัดใส้นั้นแก้มใสทำได้อร่อยจึงอยากให้หญิงสาวทำในงาน"ได้จ้ะ ป้าตุ่นจะให้ทำวันนี้เลยหรือเปล่าจ้ะ""ป้าจะให้เลี้ยงแขกพรุ่งนี้นะจ้ะ แก้มใสทำให้ป้าหน่อยนะลูก""จ้ะ เดี๋ยวแก้มใสจดของให้คนไปซื้อของให้ หมักไว้วันนี้ พรุ่งนี้เช้าทอดก็ได้จ้ะ""เก่งจัง..สมแล้วที่เป็นลูกจุรี"ยายตุ่นเห็นแก้มใสตั้งแต่เล็ก สมัยก่อนเป็นเด็กขี้อายมาก แต่มาตอนนี้อาจด้วยโตเป็นสาวทำให้มีความกล้าคุยมากขึ้นงานนี้แก้มใสยังตำน้ำพริกมะขามเปียกไว้ให้คนมาช่วยงานกิน แต่เพื่อนเจ้าสาวที่มาช่วยงานต่างติดใจรสชาติน้ำพริกมะขามเปียกกัน บางคนจึงขนาดตักแบ่งเอากลับบ้านก็มีจากตอนแรกที่จะกลับบ่ายก็ยืนยาวไปจนถึงสองทุ่ม จนฟ้าใสงอแงให้พ่อขับรถมารับพี่สาวเมื่อเห็นว่ามืดแล้วแต่พี่สาวก็ยังไม่กลับ"พี่แก้มใสจ๋า.."สาวน้อยวิ่งไปหาพี่สาวที่กำลังหมักหมูสับเตรียมยัดใส้ปีกไก่ "มีคนมารับแก้มใสกลับบ้านแล้ว"ยายแจ่มเอ่ยแซวที่เห็นสาวน้อยใส่ชุดกระโ
เมื่อใกล้ถึงวันงานแต่งของบ้านยายตุ่น นายแสวงสามีของยายตุ่นก็ต้องแบ่งเวลาไปประชุมที่วัดที่ตนเองเป็นกรรมการวัด ด้วยอีก5เดือนจะถึงงานวัดประจำปี เหล่ากรรมการต้องมาประชุมเพื่อจัดเตรียมงาน"ตาอิฐกันตาจันไปติดป้ายแจ้งวันงานครบแล้ว ไปติดถึงเมืองกาญฯ ปีนี้คงมีคนมาเที่ยวงานวัดกันเยอะแนๆ"ตาศักดิ์หนึ่งในกรรมการวัดพูดขึ้น "ตาจรัญก็ชวนชาวบ้านจัดตบแต่งสถานที่ ไฟตบแต่งปีนี้ใช่ของตาเจริญแล้วกัน ปีที่แล้วเขาจัดไฟสวยดี"ตาแสวงเอ่ยขึ้น "ใช่..เขาคิดราคาไม่แพงด้วย เดี๋ยวฉันโทรไปจองคิวเอง"ตาจรัญอาสา กรรมการวัดต่างปรึกษากันจนเย็น เพราะนอกจากประชุมแล้วยังต่างนั่งคุยสัพเพเหระพร้อมคุยถึงงานแต่งลูกสาวบ้านตาแสวงที่กำลังจะจัดขึ้นในอีกครึ่งเดือน ก่อนจะแยกย้ายกลับบ้าน"เดี๋ยวอาทิตย์หน้าแก้มใสไปช่วยงานแต่งบ้านป้าตุ่นแทนแม่ทีนะลูก"จุรีเอ่ยกับลูกสาวคนโตขนาดกำลังกินข้าวเย็นกัน"งานเข้าจัดเสาร์แต่งวันอาทิตย์ แก้มใสไปได้จ้ะ เดี๋ยวสายๆก็ไปช่วยทำครัว ฟ้าใสอยู่บ้านช่วยเลี้ยงเทปใสเนอะ"แก้มใสรีบดักน้องสาวเพราะรู้ว่าน้องสาวจะต้องตาม เธอกลัวน้องจะไปเล่นซนจนเกิดอันตรายขึ้น"ใช่..น้องชอบเวลาที่ฟ้าใสอยู่ใกล้ๆนะ อยู่บ้านเล่นกับตาก
แก้มใสเดินมาอุ้มน้องชายก่อนจะตัดสินใจบอกพ่อกับแม่เรื่องน้องชาย"แก้มใสฝันเรื่องน้องจ้ะ จริงๆฝันมานานตั้งแต่แม่ท้องใหม่ๆแล้วจ้ะ""ฝันว่าอะไรหรือลูก?"จุรีถามลูกสาว"เจ้าแม่ท่านส่งน้องให้มาเกิดในครอบครัวเราจ้ะ แต่ไม่มีอะไรไม่ดีนะจ้ะ ท่านแค่บอกน้องจะช่วยมาหนุนครอบครัวเราจ้ะ ท่านแค่มาบอก ไม่มีอะไรมากจ้ะ"แก้มใสเล่าให้ทั้งสองฟัง"เหรอ...แบบนี้ก็ถือว่าเทปใสเป็นลูกศิษย์เจ้าแม่ท่านละสิ"อำนวยฟังก็เบาใจ"แบบนี้ตอนกลับบ้านก็พาเทปใสไปไหว้เจ้าแม่ท่านเสียหน่อยนะพ่อ ได้ขอพรให้เจ้าแม่ช่วยคุ้มครองให้ลูกแข็งแรงเลี้ยงง่ายๆ"จุรีบอกสามีจุรีอยู่โรงพยาบาล5วันถึงจะกลับบ้าน ระหวางนั้นฉัตรชัยก็มานอนชั้นล่างของอู่เพื่ออยู่เป็นเพื่อนสองพี่สอง เขาได้บอกเรื่องขอหมั้นหมายแก้มใสให้อำนวยกับจุรีได้รับรู้แล้ว ซึ่งทั้งสองก็ไม่ได้ขัดอะไร แต่ขอแค่ให้เกียรติน้องอย่าทำอะไรที่ทำให้น้องเสียชื่อ ชายหนุ่มก็รับปาก ทำให้ตอนที่อำนวยพาจุรีไปคลอดเขาถึงวางใจให้ฉัตรชัยอยู่เป็นเพื่อนลูกสาวกลับถึงอู่จุรีก็มาอยู่ห้องกระจกชั้นล่างที่อำนวยให้ช่างมาต่อเติมให้พร้อมติดแอร์เย็นๆ เพราะห้องนอนอยู่ชั้นสอง เขาไม่อยากให้ภรรยาต้องฝืนเดินขึ้นบันได จึ
ช่วงปิดเทอมปีนี้สาวๆก็นัดกันไปเที่ยวทะเลเช่นเดิม ฉัตรชัยถึงกลับไปติดหลังคากันแดด เพราะต้องมีการได้นั่งหลังกระบะกัน รอบนี้มานิตกับลูกหยีพาน้องไปด้วย ส่วนคนอื่นเพราะยังเล็กผู้ปกครองกลัวจะจมน้ำกันและเช่นเคย จุรีเตรียมของใส่รถไปให้เต็มรถ เช้ามืดวันเดินทางมีแก้มใสนั่งหน้ารถพร้อมฟ้าใสมาลัยและลูกแก้ว ที่เหลือนั่งหลังกระบะกัน จุรีหาเสื่อมาปูให้เพื่อนๆของลูกได้นั่งสบายขึ้น ตลอดทางหลังรถมีความครึกครื้นกันมาก สาวๆคุยกันตลอดทางโดยมีมานิตนั่งฟังอย่างเดียวส่วนหน้ารถสามสาวน้อยก็พากันหลับเงียบเพราะยังเช้าอยู่มาก แต่ด้วยฉัตรชัยเป็นคนขับรถอย่างระมัดระวังทำให้เพื่อนๆต่างไว้ใจในฝีมือส่วนเจ้าตากลมก็เกาะไหล่ฉัตรชัยเพราะที่นั่งไม่ว่าง เดินทางกันได้2ช.มก็พากันหิว ทุกคนก็นำข้าวเหนียวหมูทอดมานั่งแบ่งกันกินโดยไม่ต้องหยุดรถ เพราะอยากไปถึงหัวหินแต่เช้า เด็กๆได้ลงเล่นน้ำได้พอถึงหัวหินก็ไปบังกะโลที่เดิม ตอนแรกฉัตรชัยจะเช่าสามหลัง แต่สาวๆต่างเสียดาย จึงเอาแค่สองพอ บังกะโลแรกฉัตรชัยกับมานิตนอนห้องเดียวกัน ส่วนแก้มใสกับเด็กๆนอนอีกห้อง ส่วนอีกหลังให้4สาวแบ่งกันห้องละ2คนเจ้าตากลมมาครั้งนี้มีประสบการณ์แล้ว มันรีบ
หลังปิดเทอมแก้มใสก็นัดแก๊งเพื่อนซื้อผลไม้ไปไหว้เจ้าแม่ไทรงาม และด้วยแก้มใสเห็นศาลของเจ้าแม่ที่ดูเก่าและโทรมมาก เธอจึงมีความคิดอยากสร้างศาลใหม่ให้ท่าน จึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาบิดา"พ่อ แก้มใสมีเรื่องอยากปรึกษาจ้ะ" นายอำนวยที่กำลังดูข่าวก็หันมามองลูกสาวคนโต"มีอะไรลูก?""วันนี้แก้มใสไปไหว้เจ้าแม่ไทรงาม เห็นศาลของเจ้าแม่เก่ามากแล้ว จึงอยากสร้างศาลใหม่ให้ท่านนะจ้ะ"นายอำนวยคิดตามบุตรสาว จุรีนั่งฟังก็เห็นด้วยกับบุตรสาว เจ้าแม่เคยช่วยแก้มใสให้ปลอดภัยออกมาจากป่า "ดีเหมือนกันนะพี่ เจ้าตากลมแก้มใสก็เก็บได้แถวศาลเจ้าแม่ มันคงเป็นลูกศิษย์เจ้าแม่ก็ได้ เจ้าตากลมทำให้เราถูกหวยบ่อยๆต้องเป็นมารมีของเจ้าแม่แนๆ อีกอย่างจะได้สร้างบุญกุศลให้ลูกในท้องด้วย""งั้นได้..เดี๋ยวพ่อไปขออณุญาตเจ้าอาวาสก่อน ยังไงศาลเจ้าแม่ก็อยู่ในวัด จะทำอะไรก็ต้องขอเจ้าอาวาสก่อน""พ่อใจดีที่สุด ส่วนเรื่องหวยไม่ใช่เจ้าแม่จ้ะ ท่านไม่ชอบของพวกนี้ เจ้าตากลมมันให้เอง"แก้มใสยิ้มประจบก่อนจะอธิบายให้ทั้งสองเข้าใจ"ไม่ต้องมาประจบเลย หึ"ถึงจะพูดแบบนั้นแต่นายอำนวยก็ยิ้มเต็มใบหน้าเมื่อลูกสาวยังมาอ้อนตนฟ้าใสไม่รู้เรื่องที่ผู้ใหญ่คุยกันเพราะนอ
ก่อนจะติวให้เพื่อน แก้มใสต้องไปช่วยบ้านแฟนหนุ่มเพราะบ้านได้สร้างเสร็จแล้วและถึงเวลาต้องขึ้นบ้านใหม่ และด้วยฉัตรชัยเคยพาแก้มใสไปแนะนำให้บิดามารดาได้รู้จักก่อนแล้ว เมื่อใกล้ถึงวันงาน ด้วยเป็นวันธรรมดาและใกล้สอบ แก้มใสจึงหยุดไม่ได้ แต่ตอนเย็นหญิงสาวก็มาช่วยงานและทำให้ชาวบ้านได้รู้ว่าสองหนุ่มสาวกำลังคบกัน เพราะทั้งคู่ถึงจะไปไหนด้วยกันประจำ แต่ก็มีฟ้าใสไปด้วยตลอด ชาวบ้านจึงคิดว่าฉัตรชัยพาน้องๆไปเที่ยวปกติตามที่นายอำนวยสั่ง ไม่ได้คิดถึงเรื่องหนุ่มสาวและพอเห็นการวางตัวของทั้งคู่ก็ไม่มีใครคิดนินทา ทั้งคู่วางตัวดีอยู่ในกรอบและสายตาผู้ใหญ่ตลอดตอนช่วยงานหญิงสาวก็ช่วยงานทุกอย่าง แถมยังทำพะโล้ขาหมูแบบที่ทำขึ้นโต๊ะจีน ซึ่งน้อยคนจะทำเป็นและเป็นเมนูเด็ดของหญิงสาว แถมหญิงสาวยังไม่คิดหวงสูตร ใครถามอะไรก็ตอบหมด"แก้มใสเก่งจริง อายุแค่นี้กลับทำอาหารเป็นตั้งหลายอย่าง"ป้ามลพูดขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวทำหมูคลุกฝุ่นไปให้พวกช่วยงานที่ตั้งวงชนแก้วกัน ไหนจะหมูมะขามเปียกอีก ใครได้ชิมก็เอ่ยชม"แก้มใสอ่านในหนังสือเอานะจ้ะ ลองถูกบ้างผิดบ้างกว่าจะเป็น"ปากพูดแต่มือก็ทำอาหารไม่ได้หยุด"ข้าวผัดนี้ใครผัดนะ อร่อยร่วนซุยดีจ







