تسجيل الدخولปีพ.ศ 2536แก้มใสเป็นสาวน้อยวัน16เป็นเด็กหัวอ่อนเชื่อคนง่าย ที่บ้านทำบิดามีอาชีพเป็นช่างซ่อมรถ แต่วันหนึ่งเธอได้ช่วยชีวิตนกเค้าแมวที่ถูกวัยรุ่นทำร้ายจนปีก การที่เธอได้ช่วยชีวิตเจ้าสัตว์ที่ชาวบ้านมองเป็นสัตว์แห่งความโชคร้้าย ทำให้เธอได้ฝันถึงอนาคตในอีก20ปีข้างหน้า ว่าตนเองได้แต่งงานกับชายเลวคนหนึ่ง ชายคนนั้นหลอกให้เธอพ่อเธอลงทุนแล้วหลอกเอาเงินไปจนหมด บ้านเธอต้องเป็นหนี้สิน น้องสาวคนเดียวต้องเลิกเรียนกลางทาง พ่อเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกจนเป็นอัมพาต แม่ตีองค่อยอยู่ดูแลจนร่างกายทรุดโทรม เธอกับสองสาวต้องเลือกทำงานกลางคืนเพื่อหาเงินมาดูแลพ่อแม่จนติดโรคร้าย สาเหตุมาจากเธอที่นำผู้ชายเลวๆเข้ามาในครอบครัว เมื่อตื่นขึ้นมาเธอก็สงสัยว่าสิ่งที่เธอฝันนั้นเป็นแค่ฝันปกติหรือเป็นลางบอกเหตุ ไหนจะเจ้านกเค้าแมวที่บินกลับมาหาเธอเพราะมันเป็นข้ารับใช้ของเจ้าแม่ต้นก้ามปู เจ้าแม่เห็นเด็กสาวเข้าช่วยลูกน้องของนาง จึงส่งเจ้านกเค้าแมวมาช่วยเธอให้หลีกเลี่ยงโชคชะตาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มันฝึกเธอไม่ให้เชื่อคนง่าย แล้วไหนจะมันมีสวนมายาที่ในนั้นมีทั้งสระมรกตแล้วมันยังพาเธอข้ามเวลาไปเรียรรู้โลกอนาคตจนเธอตั้งตัวไม่ทัน
عرض المزيدพ.ศ 2536 ณโรงเรียนชั้นมัธยมปลายของต่างจังหวัดแทบภาคกลางของประเทศ น.ส ปัทมา ลิ้มเจริญกิจหรือแก้มใส..หญิงสาววัย16 กำลังนั่งในรถสองแถวเพื่อกลับบ้านหลังเลิกเรียน บ้านของเธออยู่ห่างจากโรงเรียนไป13กิโลเมตร
ทุกเช้าเธอจะปั่นจักรยานจากบ้านมาจอดตรงข้างบ้านลุงบุญมีที่อยู่ริมถนนใหญ่ เพื่อขึ้นรถเมย์สองแถวไปลงที่โรงเรียนมัธยมประจำจังหวัด พอเลิกเรียนก็นั่งกลับมาด้วยค่าโดยสารเที่ยวละ1บาทสำหรับนักเรียน พอถึงเวลารถสองแถวที่เต็มไปด้วยนักเรียนแม้บนหลังคารถก็นั่งกันเต็มได้ค่อยๆเคลื่อนตัวออก แก้มใสที่นั่งบริเวณด้านในก็ต้องนั่งบีบตัวลีบเพราะความแน่นของผู้โดยสาร "แก้ม..การบ้านวิชาคณิตที่ครูวิมลสั่ง ตัวทำเสร็จยัง?"อัญชลีเพื่อนที่อยู่ห้องเดียวกันถามขึ้น "เสร็จแล้วจ้ะ"หญิงสาวตอบยิ้มๆตามนิสัย "เหรอ..ดีเลย เราขอยืมหน่อยสิ เดี๋ยวพรุ่งนี้คืน นะๆๆ แก้มคนดี"อัญชลีเขย่าแขนเพื่อนร่วมห้องอย่างขอร้อง จนที่สุดแก้มใสก็ต้องพยักหน้าตกลง "ได้..เดี๋ยวเราให้ยืม"พูดจบก็เปิดกระเป๋านักเรียนยาค็อปสีดำก่อนจะหยิบการบ้านคณิตให้เพื่อนร่วมชั้นยืม แก้มใสเป็นคนหัวอ่อน ใครพูดอะไรก็เชื่อสนิทใจว่าต้องเป็นดั่งนั้น บ่อยครั้งที่อัญชลีเอาเปรียบ แก้มใสก็ไม่รู้ตัวหรือถึงรู้ก็ไม่กล้าเอาเรื่อง ครั้งหนึ่งอัญชลีลอกรายงานของแก้มใสจนหญิงสาวต้องมานั่งทำใหม่หมดแถมยังติด0 เพราะครูดวงกมลไม่เชื่อว่าอัญชลีลอกงานเธอ ด้วยนิสัยอีกฝ่ายเป็นคนร่าเริง อัธยาศัยดีแถมค่อยวิ่งช่วยเหลืองานครูอยู่เป็นประจำ ทำให้มุมมองของครูในโรงเรียนให้น้ำหนักไปทางอัญชลีมากกว่าแก้มใสที่เป็นคนเงียบๆ เมื่ออัญชลีได้ในสิ่งที่ต้องการก็ขยับออกไปท้ายรถสองแถวเพื่อรอที่ลงปากทางบ้านตนเองทึ่อยู่เลยบ้านแก้มใสไปอีกหลายป้าย "แก้มใส..ตัวถูกยัยอัญชลีหลอกอีกแล้วนะ"อ้อมพูดขึ้นเมื่อเห็นอัญชลีเดินไปนั่งท้ายรถ "ก็อัญบอกพรุ่งนี้จะคืนเรา"แก้มใสพูดเสียงเบาเหมือนยุง "เดี๋ยวก็เป็นแบบครั้งก่อนหลอก ที่หล่อนแกล้งทำเป็นลืมไว้ที่บ้านจนตัวถูกอาจารย์ดุ"กิ่งขัดขึ้น แก้มใสจึงพูดไม่ออกเพราะมันคือเรื่องจริง แต่หญิงสาวก็ไม่รู้จะบอกปัดอีกฝ่ายได้ยังไง จนถึงป้ายปากทางเข้าบ้านเธอจึงขยับตัวเพื่อลงรถแล้วข้ามถนนไปเอาจักรยาน บนรถสาวๆยังคงพูดถึงอีกฝ่าย "บนโลกนี้จะมีใครโง่ไปกว่ายัยแก้มใสอีกมั้ยเนียะ คนอะไรเซ่อจนโง่"อ้อมพูดขึ้นอย่างหมั่นใส "เรียนดีเสียเปล่า..แต่กลับโง่ไม่ทันคน"กิ่งพูดขึ้น แก้มใสที่กำลังปั่นจักรยานกลับบ้านที่ห่างจากถนนใหญ่ไปอีก3กิโลเมตรก็ไม่ได้รู้ว่าตนเองกำลังเป็นหัวข้อถูกพูดถึงอยู่บนรถสองแถว หญิงสาวปั่นจักรยานไปตามถนนลูกรังแดงด้วยความเคยชิน ถนนเส้นนี้ตอนหน้าแล้งก็เป็นถนนฝุ่นแดง แต่พอหน้าฝนกลับเป็นแม่น้ำน้อยๆ จะไปถนนใหญ่แต่ละทีต้องพายเรือ หรือไม่ก็ต้องเดินลุยน้ำที่สูงเหนือเข่าไปกว่า2กิโลกว่าจะถึงถนนใหญ่ ช่วงหน้าน้ำแก้มใสต้องใส่กางเกงขาสั้นอยู่ข้างใน แล้วเอากระโปรงนักเรียนพาดบ่า ไปถึงถนนใหญ่ค่อยใส่กระโปรง ไม่เช่นนั้นกระโปรงจะเปียกหมด และในขนาดที่หญิงสาวถีบจักรยานผ่านต้นไม้ใหญ่ก็เห็นเด็ก5คนอายุน่าจะ7,8ขอบ กำลังเอาก้อนหินเฟี้ยงใส่อะไรบางอย่างบนต้นไม้ หญิงสาวกลัวว่าจะเป็นลูกแมว จึงปั่นจักรยานไปใกล้เพื่อห้ามไม่ให้พวกเด็กทำร้ายลูกแมว "นี้...พวกเธอทำอะไรนะ อย่าทำร้ายมันนะ"แก้มใสจอดจักรยานแล้วพูดใส่เด็กๆ เธอทันเห็นเจ้าก้อนดำๆตกมาจากกิ่งไม้ พวกเด็กๆพอเห็นว่ามีคนมาก็วิ่งแตกกระจายไปกันคนละทิศละทาง หญิงสาวจึงเดินไปดูว่าใช้ลูกแมวหรือไม่ พอเดินเข้าไปใกล้ก็เห็นเป็นสัตว์มีปีก "เอะ..นี้มันนก นกแสกหรือนกเค้าแมวกันนะ" เธอก็แยกมันไม่ค่อยออกสะด้วย เธอก้มลงไปดูเจ้าสัตว์ตัวเล็ก พอจับดูก็เห็นตรงปีกมันมีเลือดไหล จึงอุ้มมันไปวางตรงตะกร้าหน้าจักรยาน ก่อนจะค่อยๆปั่นกลับบ้าน โดยไม่ได้มองว่าตรงนั้นคือต้นไทรต้นใหญ่อายุกว่าร้อยปีที่ขึ้นในบริเวณวัด แถมยังมีศาลเก่าๆอยู่ใต้ต้นไทรอีกด้วย กลับมาถึงบ้านหญิงสาวก็อุ้มเจ้านก..เค้าแมว(แล้วกัน)เข้าไปในบ้าน ก่อนจะหายาแดงกับลำลีมาใส่แผลให้เจ้านกกลางคืน เมื่อใส่ยาเสร็จก็เอามันเข้าไปในห้องเพื่อไม่ให้ใครเห็น ขืนพ่อแม่มาเห็นเธอคงถูกดุเป็นแนที่พาเจ้านกอัปมงคลเข้าบ้าน "คืนนี้แกก็อยู่ในนี้ไปก่อนนะ หายเมื่อไรค่อยไปแล้วกัน แต่ชั้นไม่มีอะไรให้แกกินหลอกนะ ต้องขอโทษจริงๆ "เจ้านกมองหญิงสาวแล้วเอียงหัวเหมือนสงสัย "จะว่าไป แกก็น่ารักนะเนียะ ทำไมคนถึงมองว่าแกเป็นสัตว์แห่งความโชคร้ายละ" "ฮู๊กกกๆ"มันร้องเบาๆเหมือนคุยกันรู้เรื่อง แก้มใสเห็นว่าเจ้านกมันเดินไปเกาะตรงเก้าอี้นิ่งๆก็เลยหันไปเปลี่ยนจากชุดนักเรียนเป็นชุดอยู่บ้านเพื่อจะลงไปช่วยงานบ้านเหมือนเช่นทุกวัน "แกนอนในนี้ไปก่อนนะ ชั้นต้องไปทำงานบ้านแล้ว "พูดแล้วก็เปิดประตูห้องนอนแล้วไปทำงานบ้าน บ้านแก้มใสเป็นตึก2ชั้นที่ทำเป็นอู่ซ้อมรถ บิดาคือนายอำนวย ลิ้มเจริญกิจอายุ37 เป็นช่างที่มีฝีมือ ไม่ว่ารถจะเสียแบบไหนมา ช่างอำนวยก็สามารถซ้อมให้กลับมาเป็นปกติได้ ที่บ้านจึงมีรถกระบะมาจอดรอซ้อมอยู่หลายคัน ส่วนนางจุรี ลิ้มเจริญกิจอายุ36ผู้เป็นมารดานั้นเคยมีอาชีพเป็นช่างเสริมสวยมาก่อน แต่พอแต่งงาน มารดาก็ต้องเลิกทำผม เพราะอาม่าไม่ให้ทำ แก้มใสมีน้องสาวอีกหนึ่งคนคือด.ญ ปาริชาติ ลิ้มเจริญกิจหรือฟ้าใสอายุใกล้4ขวบ ทุกวันแก้มใสต้องกลับบ้านมาช่วยแม่ทำงานบ้าน ทั้งล้างจานไปจนถึงกวาดบ้านถูบ้าน แม่ของเธอไม่ได้เป็นสะใภ้โปรดของอาม่า เพราะบ้านฝ่ายพ่อนั้นเป็นคนจีน ย่อมอยากได้ลูกชาย แต่แม่เธอกลับมีแต่ลูกสาว จากที่ไม่ชอบเป็นทุนเดิมอยูแล้วกลายเป็นรังเกลียดลูกสะใภ้คนนี้ เพราะแม่เธอเป็นคนเชื่อสายไทยแท้ แต่ฝั่งพ่อเป็นคนจีน ตอนแรกอาม่าก็จะหาหญิงเชื่อสายจีนให้พ่อเธอ แต่พ่อเธอกับรักกับแม่จนแม่เธอตั้งท้องทั้งสองจึงได้มายกน้ำชาให้พ่อแม่สามี เวลาเจออาม่าตอนไหว้เจ้า พวกเธอสองพี่น้องก็มักจะถูกดุและคอยสั่งห้ามนั้นห้ามนี้ตลอด แต่กับลูกชายของอาแปะอ้วนกับอาเจ็กอู๊ด อาม่ากับพูดด้วยน้ำเสียงรักใคร่ เธอจึงไม่ชอบไปบ้านอากงอาม่า แต่ก็ไม่กล้าพูดออกมาเพราะเธอกลัวสายตาอาม่า "แก้มใส..กลับมาแล้วเหรอลูก" จุรีเดินไปเก็บผักริมรั้วเพื่อเอามาต้มกินคู่กับป่นปลาทู "จ้ะ..แม่มีอะไรให้แก้มใสช่วยมั้ยจ้ะ?" "แม่ทำเกือบหมดแล้ว หนูไปรดน้ำดอกไม้หน้าบ้านก็ได้ลูก กุหลาบแม่กำลังบานสวยเลย" "จ้ะ.."หญิงสาวจึงเดินไปหน้าบ้านเพื่อรดน้ำดอกไม้ให้มารดา" หน้าบ้านบิดากำลังนอนอยู่ใต้ท้องรถกระบะซ้อมเครื่องยนต์ ตอนที่เธอกลับมาเมื่อครู่บิดาจึงไม่เห็นว่าเธอเอาตัวอะไรกลับมาด้วย ที่อู่ของบิดามีลูกมือช่วยอีกคนชื่อฉัตรชัย พุ่มพวงแก้ว อายุ17เรียนที่เทคนิคการช่างเครื่องยนต์ หลังเลิกเรียนเขาจะมาอยู่ที่อู่ทุกวันเพื่อฝึกงานกับพ่อเธอ หญิงสาวมักไม่กล้าคุยกับอีกฝ่ายเพราะฉัตรชัยเป็นชายร่างเกิน180ซ.แถมด้วยหน้าตาที่นิ่งเหมือนไม่สนโลกทำให้เธอกลัวเขามาก แก้มใสเดินมาลากสายยางจนมันยาวสุดก็เดินไปเปิดน้ำ แม่เธอชอบดอกกุหลาบมาก แม่เธอมือเย็นปลูกต้นไหนก็รอดแถมออกดอกยังสวยอีกด้วย แต่ทุกครั้งที่อาอึ่มมากับอาม่าก็จะชอบมาตัดดอกกุหลาบแม่ไปจนหมด แม่ก็ไม่กล้าขัดเพราะมีอาม่าอยู่ด้วย แม่มักจะปลอบใจตัวเองโดยการบอกว่า "ตัดดอกออกไปเพื่อให้ดอกชุดใหม่แตก "ถึงแม่จะเห็นแววตาที่เศร้าแต่แม่เธอก็เลือกที่จะไม่พูดเพราะไม่อยากให้พ่อไม่สบายใจ ฟ้าใสเมื่อเห็นพี่สาวรดน้ำต้นไม่ก็วิ่งจะมาเล่นน้ำ ซึ่งแก้มใสก็ตามใจน้องสาว สองพี่น้องช่วยกันรดน้ำต้นไม้จนชุ่มก็ปิดน้ำแล้วเก็บสายยางให้เข้าที่ก่อนจะชวนกันเข้าบ้าน แต่ในขนาดที่กำลังจะเข้าบ้านเธอก็เจอเข้ากับฉัตรชัย หญิงสาวตกใจ เพราะสภาพเธอตอนนี้ถือว่าค่อนข้างไม่เรียบร้อย เธอรีบเอามือกอดหน้าอกแล้วก้มหัวเดินเร็วๆผ่านอีกฝ่ายโดยที่ไม่พูดอะไร พอเข้ามาในบ้านแล้วก็แอบหันไปมองชายหนุ่ม แต่ก็ไม่เห็นอีกฝ่ายเสียแล้ว เธอเม้มปากเข้าหากันอย่าเศร้าสร้อยก่อนจะเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อกลับเข้าห้องนอนก็เห็นเจ้านก..เค้าแมวแหละ กำลังยืนแต่งขนข้างที่ไม่เจ็บ "เป็นไงบ้างแก..ดีขึ้นหรือยัง ถ้ายังเจ็บคืนนี้ก็นอนที่นี้ไปก่อนนะ"พูดพร้อมกับลูบหัวกลมๆของมันด้วยความเอ็นดู ก่อนที่เธอจะหยิบสมุดมาทำการบ้านที่จะส่งครูในวันพรุ่งนี้ เธอกับอัญชลีเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ประถม อีกฝ่ายชอบมาเอาเปรียบเธอตลอด ไม่ว่าเธอจะทำอะไรเพื่อนคนนี้ก็จะมาคอยมีส่วนรวมด้วย แต่ทุกครั้งที่อัญชลีเข้ามาช่วย เธอกลับยิ่งแย่ลง ไม่ถูกครูดุก็ถูกหักคะแนน หลายครั้งที่เธอพยายามจะตีตัวออกห่าง แต่ก็ทำไม่สำเร็จ อีกฝ่ายใช้วิธีตีมึน เธอเองก็ไม่รู้จะพูดยังไงจึงปล่อยเลยตามเลยไป ตกกลางคืน ในขนาดที่แก้มใสกำลังหลับ เธอก็ฝันแปลกๆ ในฝันเจ้านกเค้าแมวมันพูดได้ แถมยังขอบคุณเธอที่ช่วยชีวิตมันด้วย "พี่สาว..พี่ได้ช่วยชีวิตหนูไว้ เจ้าแม่ไทรงามบอกหนูว่า เมื่อมีคนมาช่วยเราๆยอมต้องตอบแทน" "เจ้านก..แกพูดได้เหรอ นกผีหรือเปล่าเนียะ"เมื่อคิดดั่งนั้นเธอก็รู้สึกกลัวขึ้นมา "หนูไม่ใช่นกผีนะ หนูแค่เป็นนกเค้าแมวเอง ไม่ได้มีผีเผออะไรทั้งนั้น"เจ้านกพูดพร้อมทำท่าโวยวาย "แต่แกพูดได้" "นี้มันในฝัน หนูต้องพูดได้สิ พลังหนูมีไม่มากพอที่จะสื่อสารผ่านจิตได้ นอกจากว่าเราจะทำพันธะสัญญากันก่อนถึงจะสื่อสารกันได้ครับ" "อ้อ...แบบนั้นเองเหรอ ถ้ายังไม่หายดีก็อยู่บ้านชั้นไปก่อนก็ได้ แต่แกต้องหากินเอาเองนะ เพราะชั้นไม่รู้ว่าพวกนกเค้าแมวกินอะไร"หญิงสาวไม่คิดใส่ใจสิ่งที่เจ้าลูกนกบอกฟ "เรื่องนั้นสบายมาก แต่ที่หนูมาเข้าฝันพี่ เพราะจะมาช่วยเปลี่ยนดวงชะตาไม่ให้พี่เป็นไปตามดวงชะตานะครับ" แก้มใสฟังก็งง..เปลี่ยนดวงชะตาอะไร! "หนูชื่อตากลม..เจ้าแม่ตั้งให้ พี่เรียกหนูว่าตากลมนะครับ" "อ้อ..ได้ ตากลม แล้วดวงชั้นมันเป็นยังไงเหรอ เธอถึงต้องมาช่วย?" "ภายใน10ปีนี้ยังไม่มีอะไร ตอนเข้ามหาลัยพี่จะเจอคนไม่ดี แล้วจะนำพาให้ครอบครัวต้องเจอคราวเคราะห์หนัก ..เอาเป็นว่าเดี๋ยวหนูพาพี่ไปดูเองดีกว่าครับ เจ้านกตัวกลมก็มาเกาะที่ไหล่เธอก่อนที่เธอจะรู้สึกถูกดูดเข้าไปในใจกลางหลุมกลมหลังจากนั้น ลูกหยีก็เป็นเพื่อนในกลุ่มแก้มใส และการที่แก้มใสไม่ได้อยู่ห้องเดียวกับอัญชลีทำให้ผลงานเรียนของอัญชลีตกจนครูยังตกใจ ครูที่ปรึกษาพยายามที่จะช่วยเผื่อว่าหญิงสาวมีปัญหาส่วนตัวที่มีผลกับการเรียน ไม่มีครูคนไหนที่จะคิดว่าที่ผลการเรียนของอัญชลีแย่นั้นเพราะเจ้าตัวไม่มีตัวช่วยอย่างแก้มใส ส่วนแก้มใสก็รู้สึกชีวิตมีความสุขขึ้นเมื่อไม่มีเพื่อนที่ชื่ออัญชลีคอยมาเอาเปรียบเปิดเทอมมาได้สองเดือนอัญชลีเพิ่งจะรู้ว่ารถกระบะที่มารับพวกแก้มใสทุกวันนี้นคือฉัตรชัยและทั้งสองไม่ได้เป็นพี่น้องกัน แต่เป็นแฟนกัน ส่วนรถก็เป็นรถของชายหนุ่มเอง แปลว่าบ้านผู้ชายคนนี้ต้องมีเงิน แต่อัญชลีไม่เคยได้มีโอกาสเข้าใกล้พวกแก้มใสได้เลย เพราะทุกเย็นเธอต้องถูกครูดวงกมลยึดตัวมาสอนตัวต่อตัว เพื่อที่จะช่วยให้คะแนนของหญิงสาวดีขึ้น"พี่ชัย..หนูหิวน้ำ"ฟ้าใสพอเห็นพี่ชายเดินเข้ามารับภายในโรงเรียนก็วิ่งมาอ้อน"ฟ้าใสอยากกินน้ำอะไรละ"พูดพร้อมอุ้มสาวน้อยเดินไปแถวที่มีแม่ค้ามาตั้งโต๊ะขายของ "หนูอยากกินนมวัวแดงจ้ะ"เด็กน้อยชี้ไปที่กระติกขนาดใหญ่ที่มีนมตราไทยแดนมารแบบถุงมาขายเขาเลยให้สาวน้อยเลือก"หนูเอาสีชมพูจ้ะ"แม่ค้าจึงหยิบมาตัดแ
เปิดเทอมวันแรกอำนวยกับจุรีต้องเป็นคนขับรถมาเองเพราะต้องส่งตัวฟ้าใสวันแรก พ่อแม่ต้องมาเอง ส่วนตอนเย็นจะเป็นฉัตรชัยจะเป็นมารับเอง อนุบาลเขาเลิกแค่บ่าย2 แต่ด้วยกว่าจะ4โมงฉัตรชัยถึงเลิกเรียน จุรีจึงให้ฟ้าใสเรียนพิเศษ ที่ก็ไม่ได้เรียนอะไรมาก เหมือนเป็นการฝากครูเลี้ยงให้พ่อแม่มากกว่าเพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็ฝากเลี้ยงจนถึงเวลาเลิกงานตอนสมัยส่งแก้มใสนั้นก็มีงอแงบ้าง แต่พอถึงฟ้าใส หนูน้อยอิดออดไม่ยอมให้บิดามารดากลับ"ฟ้าใสอยู่ได้เนอะ"จุรีแกล้งหลอกล่อ"จ้ะ แม่...อย่าเพิ่งไป "พูดแล้วก็ดึงแม่ไม่ให้เดินจากไป"ว่าไงลูก ดูสิเพื่อนๆเดินเข้าห้องแล้ว เดี๋ยวตอนเย็นก็เจอกันลูก"ตอนแก้มใสก็แบบนี้นางจึงพอจะรับมือได้"หนูคิดถึงตากลม "เด็กสาวเริ่มเบะเมื่อพ่อแม่จะกลับจริงๆ"เดี๋ยวก็เจอลูก..ป่ะ "อำนวยปลอบใจลูกสาวคนเล็กครูที่ยืนส่งผู้ปกครองเห็นนักเรียนสองสามคนมีอาการติดพ่อแม่ก็เริ่มเข้ามารับไม้ต่อ"สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ ด.ญ ปาริชาติ ที่ห้องครูมีหนังสือเจ้าหญิงเยอะเลยนะ หนูอยากดูมั้ยค่ะ"เมื่อถูกหลอกล่อด้วยหนังสือเจ้าหญิง เด็กน้อยก็เริ่มสนใจ ครูจึงให้เด็กสาวโบกมือลาแล้วพาเข้าห้อง และภารกิจพาฟ้าใสเข้าโรงเรียนก็เรี
เช้าวันนี้บ้านลิ้มเจริญกิจก็ต้องตื่นกันแต่มืดเพราะต้องไปงานแต่ง และด้วยต้องไปกันทั้งบ้าน อำนวยจึงให้ฉัตรชัยมาอยู่เฝ้าอู่ให้เพราะไว้ใจชายหนุ่มที่สุดการเดินทางใช้เวลาเกือบชั่วโมง เพราะถนนที่เป็นลูกรัง ถ้าขับแรงฝุ่นจะตลบเต็มถนน จึงต้องขับช้าๆมาถึงบ้านงานก็เดินเข้าไปภายในที่ตบแต่งสถานที่ด้วยสีแดงตามที่คนจีนนิยม"อาอ๊อดมาแล้ว มาๆ เข้ามาก่อน"อาอี้เตียงเห็นหลานชายก็ร้องเรียก "วันนี้แต่งตัวสวยหล่อกันทั้งบ้าน ไหนอาแก้มใสมาให้ม่าดูสิว่าโตขนาดไหนแล้ว คนเล็กนี้อาฟ้าใสใช่มั้ย?"หญิงชรามองหลานสาว ก็เห็นหลานสาวทั้งสองแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงยีสเสมอเข่าพร้อมเสื้อสีเขียวอ่อนมีกระเป๋าเล็กสะพายไว้ข้างตัว ส่วนหลานสาวคนเล็กก็ใส่ชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน แต่หลานสาวทั้งสองใสเครื่องประดับทองกำลังน่ารัก ทั้งสร้อย,ตุ่มหูและสร้อยข้อมือ ขนาดเหมาะกับวัย เรื่องเจาะหูนี้ตอนแรกฟ้าใสร้องจะเจาะหูตามพี่สาว แต่พอถึงเวลาจริงกลับร้องไห้ดังไปทั้งตลาดเพราะเจ็บ แก้มใสต้องพาน้องไปกินไอสครีมของโปรดหนูน้อยถึงหยุดร้อง"อาม่ายังสวยเหมือนเดิมเลยนะคะ ดูสิแยกไม่ออกเลยว่าคนไหนเจ้าสาว อิอิ"แก้มใสพูดเอาใจอาม่าเตียง เพราะรู้ว่าหญิงชราชอบให้มี
เจ้าตากลมได้แต่มองอย่างเจ็บใจ เพราะพลังมันมีน้อยนิดแล้วก็ใช้ไปกับการให้เจ้านายเห็นอนาคตแล้ว แถมมันยังไปขโมยยาวิเศษจากเจ้าแม่มาอีก จึงถูกเจ้าแม่ไทรงามทำโทษ มันจึงต้องเกือบเป็นแค่ลูกนกเค้าแมวธรรมดา ดีว่ายังสามารถสื่อสารกับเจ้านายได้เมื่อถูกหญิงสาวจิตใจมืดดำคนนี้ด่าก็ได้แต่เจ็บใจ มันจึงกระโดดไปฟ้องจุรี"อ๊ากๆ""ตากลมจะเอาอะไรลูก หรือหิว เดี๋ยวก็ได้กิน ไปดูทีวีกับฟ้าใสไป๊"จุรีไม่รู้ว่ามันร้องทำไม แต่ปกติเวลามันหิวเจ้าตากลมก็มักมาร้อง ฮูกๆ แต่ไม่เคยส่งเสียงแบบนี้พอเจ้านกเค้าแมวได้ยินว่าทีวีก็ลืมแล้วรีบหันหลังโดดไปหน้าทีวีเพื่อดูทีวีของโปรด จุรีเห็นแบบนนั้นก็สายหัวน้อยๆ'ใครว่าสัตว์ไม่รู้เรื่องกัน มาดูเจ้าตากลมนี้ รู้หมดทุกอย่าง แต่เรื่องเดียวที่มันไม่ยอมทำ คือการบิน มันชอบเดินไปเดินมามากกว่า เต็มที่ก็กางปีกแก้เมื่อยเท่านั้นเมื่อแกะเม็ดกระถินเสร็จก็ถือไปให้บุตรสาว ที่ตอนนี้มานิตรับหน้าที่ย่างหมูตามคำสั่งฉัตรชัย เพราะกลัวสาวๆจะร้อน ส่วนตัวนางก็เข้าไปนึ่งข้าวเหนียวที่แช่ไว้ตั้งแต่เช้า"ปลาร้านี้แม่คุณเค้าทำเอง รสชาติกำลังดี เค้าเลยเอามาให้ตัวตำส้ม"ละอองดาวเปิดถุงปลาร้า แก้มใสพอดมก็พยักหน้





