Partager

8

Auteur: RainyStarSea
last update Date de publication: 2025-08-25 01:43:40

อวิ๋นซินเยว่นอนนิ่งอยู่บนเตียงภายใต้ม่านแพรปักลายเมฆสีฟ้าอ่อน แสงตะวันยามสายสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ขับไล่ความมืดมิดของคืนที่ผ่านมาไปจนหมดสิ้น ทั่วร่างยังอ่อนเปลี้ยเพลียแรง แต่สติของเธอกลับแจ่มชัดอย่างน่าประหลาด เสียงกระซิบของระบบก้องอยู่ในหัว แต่เธอเลือกที่จะเพิกเฉย เพราะในห้วงความคิดยามนี้ มีเพียงภาพของบุรุษผู้หนึ่งที่เข้ามาครอบครองเต็มพื้นที่

ภาพสุดท้ายก่อนที่เธอจะหมดสติไป ปรากฎใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล ดวงตาดำสนิทที่เธอไม่เคยเห็นความอ่อนไหวใด ๆ บัดนี้กลับมีประกายความตื่นตระหนกแฝงอยู่ อ้อมแขนอันแข็งแกร่งที่อุ้มเธอขึ้นมาอย่างทะนุถนอมและมือที่ป้อนยาให้เธอด้วยตัวเองนั่นไม่ใช่การแสดงความรับผิดชอบในฐานะจักรพรรดิ…แต่เป็นความห่วงใยที่จริงใจจากส่วนลึกในใจของอวี้เหยียน

เธอรู้สึกได้ว่าภายใต้กำแพงน้ำแข็งที่แข็งแกร่งและสูงใหญ่ที่เขาสร้างขึ้นมาปกป้องตัวเองนั้น ได้พังทลายลงไปเพียงชั่วคราวจากการกระตุ้นของยาปริศนา...และการกระทำที่เปลี่ยนไปของเธอ

“เสี่ยวหลิง” เธอเรียกด้วยเสียงแผ่ว

[หม่าม๊า! ในที่สุดก็ตื่น! ค่าความเสี่ยงลดลงเหลือ 10%! ฝ่าบาทกำลังอารมณ์ดี ห้ามทำพลาดอีกนะ!]

เสี่ยวหลิงโผล่ร่างโฮโลแกรมออกมา นั่งคุกเข่าข้าง ๆ เธอบนเตียงด้วยสีหน้ากังวล

“ฉันรู้แล้วว่าต้องทำยังไง” อวิ๋นซินเยว่ลุกขึ้นนั่งพิงหมอนใบใหญ่ นัยน์ตาหงส์ที่เคยพร่ามัวยามนี้กลับเจิดจรัสไปด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่น เธอต้องใช้โอกาสนี้ ‘รักษา’ บาดแผลในใจของเขาอย่างจริงจัง

[ทำยังไงครับ?]

“เขาไม่เคยมี ‘บ้าน’ เขาไม่มี ‘ความอบอุ่น’ ในวัยเด็ก” เธอพึมพำ “เขาถูกทิ้งให้อยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บและสายฝนเพียงลำพังมานานเกินไปแล้ว ภารกิจต่อไปคือ…การให้ความรู้สึกนั้นกับเขา” อวิ๋นซินเยว่ลุกจากเตียง พลางเรียกให้จื่อเยว่เข้ามาปรนนิบัติการแต่งกายอย่างเร่งด่วน

“จื่อเยว่...วันนี้ข้าจะลงมือทำอาหารด้วยตัวเองอีกครั้ง” จื่อเยว่เบิกตากว้างอย่างตกใจ

“ฮองเฮาเพคะ! พระอาการเพิ่งจะดีขึ้น…อย่าได้ตรากตรำเลยเพคะ!”

“ไม่ต้องห่วง ข้ารู้กำลังตัวเองดี” อวิ๋นซินเยว่แย้มรอยยิ้มอย่างมั่นใจ

“วันนี้ข้าจะทำ ‘โจ๊กไก่ตุ๋นยาจีน’ ใส่โสมชั้นดีที่ฝ่าบาทเคยมอบให้ และต้องเป็นข้าวต้มที่อบอุ่นที่สุดในแคว้นอวี้!”

[ติ๊ง! มิชชันเปิดใช้งาน: ข้าวต้มปลอบขวัญ (Healing Congee)!ความเสี่ยง: ต่ำ! โอกาสก้าวหน้าทางความสัมพันธ์: สูง!

คำแนะนำ: ส่งมอบด้วยตนเองที่ตำหนักเฉียนชิง!]

ภายในห้องเครื่องตำหนักคุนหนิง ซึ่งตอนนี้เหลือแต่เหล่าสาวใช้ที่ได้รับการคัดเลือกมาอย่างดีที่สุด (เนื่องจากเหตุการณ์สยองขวัญของฝูซินทำให้ทุกคนกลัวจนตัวสั่น) หลินซินเยว่ยืนอยู่หน้าเตาด้วยสีหน้ามุ่งมั่นเธอใช้ ‘สกิลข้าวกล่องฮองเฮา’ ที่ปลดล็อกมา ทำให้การทำอาหารที่ซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่าย โจ๊กขาวเนียนละเอียดถูกเคี่ยวจนแตกตัวเข้ากับน้ำซุปไก่ที่ตุ๋นกับเครื่องยาจีนหอมหวลอย่างลงตัว กลิ่นหอมกรุ่นของโสมและสมุนไพรลอยอบอวลไปทั่วห้องเครื่อง

“ความหอมนี่...ต้องทำให้พระองค์รู้สึกถึง ‘ความปลอดภัย’ ‘ความอ่อนโยน’ ไม่ใช่แค่ความหรูหราของวังหลวง” หลินซินเยว่พึมพำกับตัวเอง เธอสั่งให้ตักโจ๊กใส่ถ้วยเคลือบสีขาวใบเล็กอย่างพิถีพิถัน โรยหน้าด้วยขิงซอยและผักชีเล็กน้อย จัดวางไว้ในกล่องไม้ชั้นดีที่มีตราประทับของฮองเฮา

“ฮองเฮาเพคะ…” จื่อเยว่เอ่ยด้วยความกังวลเมื่อเห็นเจ้านายเดินถือกล่องอาหารด้วยตัวเอง

“ข้าจะไปเอง” หลินซินเยว่ตัดสินใจเด็ดขาด

“ในสถานการณ์แบบนี้ ‘อาหาร’ คือสะพานเชื่อมที่แข็งแกร่งที่สุด ข้าต้องนำความจริงใจนี้ไปให้เขาด้วยมือของข้าเอง”

.......

ตำหนักเฉียนชิงยามบ่ายแก่ ๆ ปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัดและบรรยากาศตึงเครียด ขันทีและองครักษ์ต่างยืนนิ่งดุจรูปสลัก ท่ามกลางเอกสารกองมหึมาที่สูงท่วมหัวหลังโต๊ะทรงงาน อวี้เหยียนนั่งทำงานด้วยสีหน้าอ่อนล้าและเย็นชาเหมือนเดิมพระพักตร์ของเขาเคร่งเครียด แววตาคมกริบจ้องมองตัวอักษรบนฎีกา แต่ในความจริง... ห้วงความคิดของเขากำลังสับสนวุ่นวาย ภาพใบหน้าแดงก่ำของนางที่พร่ำเพ้อ และรอยเลือดสด ๆ ที่เปรอะเปื้อนเสื้อคลุมมังกร ยังคงฉายซ้ำอยู่ในความทรงจำไม่ขาดสาย

“ฮองเฮาเสด็จ!” เสียงของขันทีอี้จิ้งที่เฝ้าหน้าตำหนักดังขึ้นด้วยความประหลาดใจอวี้เหยียนชะงักมือที่กำลังเขียนอักษร ดวงตาตวัดมองไปยังประตูอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการกระทำที่ต่างจากทุกครั้งที่เขาจะแสดงความไม่พอใจร่างของอวิ๋นซินเยว่ก้าวเข้ามาในชุดสีอ่อน ใบหน้ายังดูซีดเซียวเล็กน้อย แต่ดวงตาของเธอมุ่งมั่นอย่างไม่เคยมีมาก่อน เธอก้าวตรงเข้าไปหาโต๊ะทรงงานของเขา โดยมีจื่อเยว่คุกเข่ารออยู่ด้านนอก

“คารวะฝ่าบาท” เธอทำความเคารพอย่างนอบน้อม แต่สายตาที่ส่งไปหาเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่เธอไม่อาจซ่อนได้

“เจ้า...ควรพักอยู่ในตำหนักคุนหนิง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างเคร่งเครียด น้ำเสียงยังเย็นชา แต่มีร่องรอยของการตำหนิที่แฝงความกังวลอย่างชัดเจนอวิ๋นซินเยว่ไม่รอช้า เธอวางกล่องไม้ชั้นดีลงบนโต๊ะข้างกองเอกสารอย่างกล้าหาญ ซึ่งเป็นจุดที่ไม่มีใครเคยกล้าวางสิ่งใดมาก่อน

“หม่อมฉันนำ ‘โจ๊กไก่ตุ๋นยาจีน’ มาถวายเพคะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“หม่อมฉันทราบว่าฝ่าบาทต้องตรากตรำพระวรกายเพื่อดูแลแคว้น จนไม่ได้พักผ่อน แม้เมื่อคืน…หม่อมฉันจะประชวร พระองค์ก็ยังทรงสละเวลามาดูแลด้วยพระองค์เอง หม่อมฉันจึงอยากทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณเพคะ”เธอเปิดกล่องไม้ เผยให้เห็นถ้วยโจ๊กที่ส่งไอร้อนกรุ่นออกมา กลิ่นหอมของโสมและไก่ลอยเข้ามาในกระแสลม ดึงดูดความรู้สึกของบุรุษผู้เย็นชาให้ผ่อนคลายลงอย่างไม่ตั้งใจอวี้เหยียนจ้องมองโจ๊กในถ้วยนั้นนิ่ง ๆ โจ๊กสีขาวสะอาดตา ตัดกับสีทองอ่อน ๆ ของน้ำซุปไก่ และสมุนไพรที่เธอคัดสรรมาอย่างดี มันเป็นภาพที่เรียบง่าย แต่กลับสื่อถึงความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับตั้งแต่ยังเยาว์วัย

“หม่อมฉันลงมือทำเองเพคะ” เธอกล่าวต่ออย่างแผ่วเบา “ข้าวต้มนี้จะช่วยบำรุงพระวรกาย และช่วยเติมเต็มพลังงานที่ขาดหายไปได้เพคะ”เขายังคงไม่ตอบคำใด ความเงียบในห้องกดทับจนหนักอึ้ง อวี้เหยียนยกมือขึ้นแล้วเลื่อนเอกสารกองหนึ่งออกไป ก่อนจะหยิบถ้วยโจ๊กขึ้นมาถือไว้

“ทำไม…ถึงเป็นข้าวต้ม” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ แววตาจ้องมองเธออย่างลึกซึ้ง ราวกับพยายามค้นหาความจริงใจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความอ่อนโยนนี้นี่คือโอกาสของเธอ! อวิ๋นซินเยว่สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะใช้ความลับเกี่ยวกับอดีตของจักรพรรดิที่เสี่ยวหลิงเผยออกมาในตอนที่นางสำเร็จภารกิจครั้งก่อน

“เพราะ ‘ข้าวต้ม’ เป็นอาหารที่ง่ายที่สุด บริสุทธิ์ที่สุด และอ่อนโยนต่อร่างกายที่สุดเพคะ มันคืออาหารที่สื่อถึงความปลอดภัย...ความอิ่มเอมใจ และความอบอุ่นที่ได้จากบ้าน”

“และในยามค่ำคืนที่หนาวเหน็บ ไม่ว่าใครก็ต้องการความอบอุ่นแบบนี้เพคะ” เธอสบตาเขาอย่างแน่วแน่

“หม่อมฉันทราบดีว่า...ฝ่าบาทต้องแบกรับภาระหนักหนา ความอ่อนล้าในพระวรกาย หม่อมฉันหวังเพียงว่า...อาหารร้อน ๆ ถ้วยนี้จะช่วยปลอบประโลมพระองค์ได้บ้างเพคะ”คำพูดของเธอไม่ได้พูดถึงอดีตของเขาโดยตรง แต่ทุกคำกลับแทงทะลุกำแพงน้ำแข็งในใจเขา

ความอบอุ่น...ความปลอดภัย...ยามค่ำคืนที่หนาวเหน็บภาพความทรงจำในวัยเด็กที่เธอมองเห็นกลับฉายซ้อนขึ้นมาในหัวของเขาอย่างรวดเร็ว

ภาพเด็กชายตัวเล็ก ๆ นั่งกอดตุ๊กตามังกรถูกเหยียบย่ำท่ามกลางสายฝนที่สาดซัดอวี้เหยียนนิ่งงันไปนาน... ริมฝีปากเม้มแน่น ดวงตาคมกริบสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกหลายอย่างปะปนกัน ความโกรธ ความเข้าใจ และความโดดเดี่ยวที่ถูกเปิดเผย

แต่แล้ว...เขาก็ยอมยกช้อนขึ้นตักโจ๊กเข้าปาก คำแรก คำที่สอง...กลิ่นหอมของโสมผสานกับความนุ่มละมุนของโจ๊ก แผ่ซ่านความอบอุ่นไปทั่วทั้งร่าง โจ๊กถ้วยนี้มีรสชาติของความจริงใจ รสชาติที่เขาไม่เคยได้ลิ้มลองในวังหลวงแห่งนี้เขาใช้เวลาไม่นานก็จัดการโจ๊กในถ้วยจนหมดเกลี้ยง

เงียบ! ไม่มีคำติชม! ไม่มีคำพูดใด ๆ! แต่ความว่างเปล่าในถ้วยนั้น...คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดอวิ๋นซินเยว่ดีใจจนแทบจะกรี๊ดออกมา ความพยายามของเธอประสบความสำเร็จ!

[มิชชัน: ข้าวต้มปลอบขวัญสำเร็จ!

คะแนนอบอุ่นหัวใจ +20!]

อวี้เหยียนวางถ้วยโจ๊กลงอย่างแผ่วเบา เสียงถ้วยกระทบโต๊ะดังแผ่ว...แต่กลับหนักแน่นในความรู้สึกของอวิ๋นซินเยว่พระองค์เงยพระพักตร์ขึ้น จ้องมองนางด้วยดวงตาที่ลุ่มลึกและมืดมิดกว่าครั้งใด ความเย็นชาถูกแทนที่ด้วยแรงอารมณ์บางอย่างที่รุนแรงจนน่ากลัว

“เจ้า…พูดคำเหล่านั้นหมายความว่าอย่างไร” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างเชื่องช้า แต่ละคำหนักแน่นราวกับค้อนที่ทุบลงบนแผ่นหิน

“หม่อมฉัน…หม่อมฉันเพียงแค่ห่วงใยฝ่าบาทเพคะ” เธอตอบด้วยความระมัดระวัง แต่ในใจเริ่มตื่นตระหนกทันใดนั้น พระหัตถ์เรียวยาวที่เย็นเฉียบก็เอื้อมมาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น! แรงบีบรุนแรงราวกับคีมเหล็ก

“เจ้า…กำลังวางแผนอะไรกับข้าอีก?” อวี้เหยียนถามด้วยเสียงที่กดต่ำจนสั่นเครือ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจที่ฝังลึก แต่แฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดที่เธอกระตุ้นออกมาอย่างไม่ตั้งใจ “เจ้าต้องการอะไรจากข้าอีก! เจ้าคิดว่าข้าวต้มถ้วยเดียวจะล้างความชิงชังที่ข้ามีต่อเจ้าได้หมดสิ้นหรือ!”

อวิ๋นซินเยว่ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว แต่เมื่อสบสายตาที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเขา เธอกลับไม่ยอมหลบหนี

“หม่อมฉันไม่ได้วางแผนอะไรเพคะ! หม่อมฉันเพียงหวังให้พระองค์ไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป!” เธอสวนกลับด้วยความจริงใจ คำพูดนั้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

[ติ๊ง! อัปเดตคลื่นหัวใจฝ่าบาท: เพิ่ม 5.0 องศา!

**คำเตือนระดับสูงสุด!** ระบบแจ้งเตือน! **ฝ่าบาทเข้าใกล้ระดับ "รักครั้งแรก"

ระบบหัวใจกำลังทำงานหนักเกินพิกัด!]

“พอแล้ว!” เสียงอวี้เหยียนตะคอกใส่ แรงบดขยี้ที่ข้อมือเพิ่มขึ้น แววตาของเขาพร่ามัวไปด้วยความโกรธและความสับสน ราวกับบุรุษผู้แข็งแกร่งกำลังต่อสู้กับความรู้สึกที่อ่อนแอที่สุดในชีวิต

“เจ้ากล้า! กล้าดียังไงถึงมาเข้าใจข้า!”เขาดึงร่างของเธอเข้ามาใกล้ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาอย่างรวดเร็ว ลมหายใจร้อนผ่าวของเขากระทบผิวหน้าเธอ ราวกับว่ากำลังจะจูบนาง...หรือ...ฉีกร่างนางให้เป็นชิ้น ๆ

“...อวี้เหยียน” เธอเรียกชื่อเขาอย่างแผ่วเบาวินาทีนั้น...ทุกสิ่งหยุดนิ่ง!พระองค์ชะงัก! ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางอก ไม่มีผู้ใดในวังหลวงที่กล้าเอ่ยนามของจักรพรรดิผู้เหี้ยมโหดนี้ออกมาตรง ๆ เช่นนี้!

อวี้เหยียนปล่อยข้อมือของเธอ แล้วใช้มือทั้งสองข้างบีบเข้าที่บ่าของเธอแน่น เขาก้มลงมา...ริมฝีปากของเขาห่างจากริมฝีปากของเธอเพียงเสี้ยวลมหายใจ... ก่อนจะเอ่ยเสียงที่สั่นพร่าที่สุดในชีวิตออกมา

“เจ้า…ต้องการให้ข้าทำลายเจ้าใช่หรือไม่!?”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   98

    ชิงหรงไม่ได้สะทกสะท้าน นางเริ่มวางอุปกรณ์เสียงดัง กึกกัก ทั้งล้างพู่กัน ฝนหมึก และฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ผ่านไปหนึ่งเค่อ จื่อเยี่ยนที่ทนไม่ไหวจึงเงยหน้าขึ้นมาหมายจะดุ "เจ้าไม่เห็นหรือว่าข้าใช้สมาธิอยู่? ที่อื่นมีตั้งกว้างขวาง เหตุใดต้องมาวุ่นวายตรงนี้" ชิงหรงไม่กลัวสักนิด แถมยังเขยิบเข้าไปใกล้ "ก็ตรงนี้แสงตกกระทบผิวพระองค์สวยที่สุดนี่เพคะ! ดูสิ... หม่อมฉันวาดพระองค์เสร็จแล้วนะ" ชิงหรงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้จื่อเยี่ยนดู มันไม่ใช่ภาพวาดเหมือนจริงแบบที่ครูสอน แต่เป็นภาพวาดพู่กันที่ลายเส้นดูมีชีวิตชีวา เป็นรูปจื่อเยี่ยนนั่งอ่านหนังสือ แต่บนหัวมี "ลูกนกตัวน้อย" เกาะอยู่หนึ่งตัว และรอบๆ มีมวลดอกไม้สีสันสดใสที่ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด จื่อเยี่ยนชะงักไป แววตาที่เคยแข็งกร้าวสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพนั้น นางไม่เคยเห็นใครกล้าวาดภาพนางในลักษณะ "อ่อนโยน" เช่นนี้มาก่อน ทุกคนมักจะวาดนางให้ดูสง่า น่าเกรงขาม เหมือนรูปปั้นเทพธิดา "พระองค์ดูนิ่งเกินไป หม่อมฉันเลยเติมลูกนกให้ จะได้ไม่เหงาไงเพคะ... อ๊ะ! สีตรงนี้เลอะนิดหน่อย ขอหม่อมฉันซ่อมหน่อยนะเพคะ" พูดจบ ชิงหรงก็ถือวิสาสะขยับเข้าไป

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   97

    สำนักศึกษาอวี้หลัน เมื่อก้าวผ่านซุ้มประตูหินแกะสลักลายดอกอวี้หลัน สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคืออาคารไม้หมู่อันสง่างามที่ไม่ได้มีเพียงสีแดงทองตามขนบวังหลวง แต่กลับใช้ สีขาวนวลของหินอ่อน ตัดกับ สีน้ำตาลเข้มของไม้กฤษณา หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินน้ำทะเลที่สะท้อนแสงแดดยามเช้าเป็นประกายระยิบระยับ อาคารเรียนหลักถูกออกแบบให้มี โถงระเบียงกว้างเปิดโล่ง ผนังบางส่วนถูกแทนที่ด้วยกระจกใสที่ซินเยว่สั่งหุงขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้มองเห็นทัศนียภาพของสวนหย่อมด้านนอกที่จัดวางตามหลักเรขาคณิต ผสมผสานกับการจัดสวนป่าแบบเซน มีน้ำพุหินที่ไหลรินลงสู่สระมงคลซึ่งเต็มไปด้วยใบบัวสีเขียวขจี บรรยากาศในอวี้หลันไม่ได้มีเพียงกลิ่นกำยานฉุนกึกแบบวังหลัง แต่กลับอบอวลไปด้วย กลิ่นหอมสะอาดของกระดาษใหม่ และ กลิ่นหมึกจีน ที่ผสมกลิ่นเปลือกไม้หอมสดชื่น ลอยมาตามลมพร้อมกับ กลิ่นดอกอวี้หลัน สีขาวนวลที่บานสะพรั่งอยู่รอบสำนัก หากเดินผ่านห้องทดลองสมุนไพร จะได้กลิ่นจาง ๆ ของ ใบมิ้นต์และอบเชย ที่ให้ความรู้สึกตื่นตัว ในขณะที่ห้องสมุดกลับให้กลิ่น ไม้เก่าและชาอูหลง ที่นุ่มนวลชวนให้สงบนิ่ง เสียงที่นี่คือดนตรีแห่งชีวิต คุณจะได้ยิน เสียงฉะฉ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   96

    ท้องพระโรงจื่อเฉิน, ยามเฉิน บรรยากาศในท้องพระโรงวันนี้ดูแปลกตาไปกว่าทุกวัน เมื่อข้างพระราชบัลลังก์มังกรของ อวี้เหยียน มีเก้าอี้แกะสลักตัวเล็กอีกสองตัวตั้งขนาบซ้ายขวา อวี้เฉินซี และ อวี้จื่อเยี่ยน ในชุดพิธีการเต็มยศนั่งหลังตรงสง่างาม แววตาของทั้งคู่กวาดมองเหล่าขุนนางเบื้องล่างด้วยความนิ่งสงบ เหล่าขุนนางต่างกระซิบกระซาบด้วยความแปลกใจ บางคนลอบยิ้มเยาะในใจว่าเด็กเพียงสี่ขวบจะมาทำอะไรได้ นอกจากมานั่งเล่นเป็นเพื่อนบิดา อวี้เหยียนสุรเสียงทรงอำนาจ "เริ่มการประชุมได้! วันนี้ใครมีเรื่องอันใดจะรายงาน เกี่ยวกับสถานการณ์เมืองท่าทางใต้ที่ยังคาราคาซังอยู่บ้าง?" เสนาบดีเฉิน ขุนนางเก่าแก่ผู้มีเครือข่ายผลประโยชน์ลับๆ ก้าวออกมาเบื้องหน้าพร้อมรอยยิ้มที่ดูประจบสอพลอ เขารายงานด้วยท่าทางขึงขัง "ทูลฝ่าบาท... เรื่องการลักลอบขนสินค้าเถื่อนที่ป่าโกงกาง หม่อมฉันได้ส่งคนไปตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพ่ะย่ะค่ะ พบว่าเส้นทางน้ำนั้นตื้นเขินและมีรากไม้หนาแน่น เรือเล็กมิอาจผ่านได้เลย ข่าวลือเรื่องโจรใช้เส้นทางนั้นจึงเป็นเพียงเรื่องเล่าไร้สาระของชาวบ้านพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันเกรงว่าหากเราส่งทหารไปจะเสียแรงเปล่า..." เข

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   95

    ทิศตะวันออกของวังหลวง, ยามเฉินอาคารไม้หอมหลังใหญ่ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างความโอ่อ่าของราชวงศ์อวี้และฟังก์ชันการใช้งานแบบโลกอนาคตตั้งเด่นตระหง่าน ที่นี่คือ "สำนักศึกษาอวี้หลัน" โรงเรียนหลวงที่ อวิ๋นซินเยว่ เนรมิตขึ้นเพื่อปฏิรูปการศึกษาของเหล่าเชื้อพระวงศ์และลูกหลานขุนนาง ที่นี่ไม่มีการท่องจำตำราขงจื๊อแบบนกแก้วนกขุนทองเพียงอย่างเดียว แต่มีห้องทดลองวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ห้องสมุดที่บรรจุแผนที่โลก และลานกีฬาที่เน้นการทำงานเป็นทีม อวิ๋นซินเยว่ ในชุดฮองเฮาเรียบง่ายแต่สง่างาม "การปกครองแผ่นดินไม่ใช่แค่การรู้วิธีข่มขวัญคน แต่คือการรู้วิธีสร้างคน... และวันนี้ ครูคนแรกของพวกเจ้าคือ 'ความสงสัย' "ท่ามกลางกลุ่มเด็กชายลูกท่านเสนาบดี อวี้เฉินซี ในวัยสี่ขวบโดดเด่นออกมาด้วยออร่าที่เข้าถึงง่ายอย่างน่าประหลาด พระโอรสตัวน้อยมีใบหน้าที่คมคายทว่ามีลักยิ้มสองข้างแก้มแฝงความขี้เล่นแฝงอยู่ ดวงตาพราวระยับเหมือนอวิ๋นซินเยว่ไม่มีผิดเพี้ยนเฉินซีหัวเราะร่าพลางอธิบายการทำงานของกังหันน้ำให้เพื่อนๆ ฟัง "ดูสิ! หากเรากั้นน้ำไว้ตรงนี้ แรงกดจะดันไม้ให้หมุน เห็นไหม? ไม่ใช่เวทมนตร์หรอก แต่มันคือพลังงาน!

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   94

    พระตำหนักคุนหนิง ยามเว่ย ภายในโถงกว้างที่ปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่ม และมีเครื่องเล่นไม้เสริมสร้างทักษะที่ อวิ๋นซินเยว่ ออกแบบเองวางกระจายอยู่ บรรดานางกำนัลและแม่นมต่างพากันกลั้นหายใจด้วยความตื่นเต้น แววตาของทุกคนจับจ้องไปที่ร่างป้อมๆ สองร่างที่กำลังพยายามหยัดยืนด้วยขาเล็กๆ ของตนเอง โดยปกติแล้ว เด็กทารกทั่วไปจะเริ่มตั้งไข่เมื่ออายุใกล้ขวบปี แต่สำหรับ อวี้เฉินซี และ อวี้จื่อเยี่ยน ในวัยเพียง แปดเดือน พวกเขากลับทำในสิ่งที่คนทั้งวังต้องเรียกขานว่า "ปาฏิหาริย์" แม่นมหลี่กระซิบตัวสั่น “ทอดพระเนตรสิเพคะฮองเฮา... พระโอรสทรงเริ่มปล่อยมือจากราวไม้แล้วเพคะ!” อวี้เฉินซี พระโอรสแฝดผู้พี่ที่มีแววตาเด็ดเดี่ยวถอดแบบมาจากอวี้เหยียน ทรงยันพระวรกายขึ้นจากพื้นพรมอย่างมั่นคง พระหัตถ์เล็กๆ ปล่อยออกจากคอกกั้นไม้ ก่อนจะเตาะแตะก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว... สองก้าว... และสามก้าว ตรงไปหา อวี้เหยียน ที่นั่งย่อพระวรกายรอรับอยู่เบื้องหน้า อวี้เฉินซีส่งเสียงอ้อแอ้ชัดเจน “เสด็จ... ป้อ... (เสด็จพ่อ)” อวี้เหยียนถึงกับพระเนตรเบิกกว้าง ทรงโผเข้าอุ้มพระโอรสขึ้นมาแนบพระอุระด้วยความปิติอย่างที่สุด สุรเสียงที่เคยดุดันกลับสั

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   93

    พระที่นั่งเป่าเหอเตี้ยน ยามซื่อท้องพระโรงกลางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดถูกเนรมิตให้กลายเป็นสรวงสวรรค์บนดิน โคมไฟไหมสีทองและผ้าแพรห้าสีถูกประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง กลิ่นกำยานมงคลโชยอบอวลไปทั่วงานเลี้ยงฉลองครบรอบหนึ่งเดือน ของพระโอรส อวี้เฉินซี และพระธิดา อวี้จื่อเยี่ยนอวี้เหยียน ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรในฉลองพระองค์สีทองอร่าม ข้างกายคือ อวิ๋นซินเยว่ ที่ดูงามสง่าและทรงอำนาจในอาภรณ์หงส์เพลิงสีแดงเลือดนก ปักลายเมฆมงคลด้วยดิ้นทองแท้ ผิวพรรณของนางที่ผ่านการบำรุงด้วยโอสถลับดูผุดผ่องจนสตรีทั้งงานต้องอิจฉาอวี้เหยียนประกาศก้อง “วันนี้คือวันมงคลของแคว้นอวี้ ข้าขอขอบใจเหล่านักรบและราษฎร รวมถึงมิตรสหายจากแคว้นต่างๆ ที่มาร่วมยินดีกับรัชทายาทและพระธิดาของเรา!”หลังจากพิธีการเริ่มต้นขึ้น บรรดาทูตจากแคว้นต่างๆ ก็เริ่มทยอยออกมาถวายพระพร“ทูตจากแคว้นซีเหลียง... ถวายไข่มุกราตรีสิบลังและผ้าแพรพันพับ!”แต่สิ่งที่ทำให้คนทั้งโถงต้องหยุดหายใจ คือทูตจาก แคว้นเป่ยหลัว ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของสตรี ทูตอาวุโสเดินออกมาพร้อมกับหญิงสาวนางหนึ่งที่คลุมหน้าด้วยผ้าโปร่งบาง“ทูลฝ่าบาท แคว้นเป่ยหลัวยินดียิ่งที่พระองค์ได

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   78

    พระตำหนักคุนหนิง ยามโฉ่วท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหยดน้ำจากนาฬิกาทราย อวี้เหยียน ยังคงประทับอยู่ข้างแท่นบรรทมไม่ห่างกาย ในขณะที่พระองค์กำลังขยับหมอนหยกเพื่อให้นางนอนได้สบายขึ้น พระหัตถ์กลับสัมผัสได้ถึงวัตถุบางอย่างที่แข็งและเรียบเนียนผิดปกติซึ่งซ่อนอยู่ใต้ผ้าปูที่นอนชั้นหนาพระองค์ทรงหยิบ

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   76

    มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง เวลาบ่าย ความร้อนระอุจากแรงระเบิดบนเรือรบเหล็กยังคงแผดเผาความรู้สึกสุดท้ายของ อวิ๋นซินเยว่ นางรู้สึกเหมือนร่างกายถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ก่อนจะถูกแรงดึงดูดมหาศาลกระชากวิญญาณให้หลุดลอยเข้าสู่สุญญากาศที่มืดมิดและหนาวเหน็บ เสียงคำรามของอวี้เหยียนที่เรียกชื่อนางค่อยๆ เลือนหายไป แท

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   75

    น่านน้ำชายแดนทางใต้ ยามเฉินท้องฟ้าเหนืออ่าวเมฆาหอมที่เคยเป็นสีครามสดใส บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยกลุ่มควันสีดำหนาทึบที่พวยพุ่งออกมาจากปล่องเหล็กมหึมาของเรือรบสามลำที่ลอยลำอยู่กลางทะเล เสียงเครื่องจักรไอน้ำดังกึกก้องสะท้อนไปตามหน้าผาหิน ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายจากนรกที่กำลังหิวกระหาย เรือรบเหล่านั้น

  • ฝ่ามิติพลิกชะตาราชาทรราชย์   74

    สามเดือนต่อมา สถาบันวิทยาศาสตร์และเวชศาสตร์หลวง เมืองหลวงแคว้นอวี้ท่ามกลางกลิ่นอายของฤดูร้อนที่เริ่มมาเยือน แผ่นดินแคว้นอวี้ที่เคยบอบช้ำจากสงครามกลางเมืองบัดนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ถนนหนทางถูกปูด้วยหินขัดเรียบกริบ มีระบบระบายน้ำที่ทันสมัยตามแบบแปลนของ อวิ๋นซินเยว่ ฮองเฮาผู้ที่ราษฎรต่างเทิดทูน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status