นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน

นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
โดย:  หนูเหมยจ้ายังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 คะแนน. 1 ทบทวน
39บท
4.4Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

แข่งขันชิงดีชิงเด่นกับสตรีทั่วเมืองหลวง เพื่อหวังให้บุรุษที่ตนหมายปองสนใจ แต่เมื่อเกิดเหตุจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด จึงเข้าใจแล้วว่าความรักไม่จำเป็นต้องแย่งชิง ความรักจากบุรุษไร้ใจนางไม่ต้องการอีกแล้ว

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทนำ

ในช่วงเทศกาลหยวนเซียวประจำปีมาเยือน ณ ลานเอนกประสงค์ใจกลางเมืองหลวงแคว้นซ่ง ได้มีการจัดการแข่งขันประกวดยอดพธูผู้งามพร้อมประจำปี สตรีที่อยู่ในวัยแรกแย้มและยังไม่ออกเรือนทั้งหลาย ต่างมุ่งหน้าเข้ามาอวดโฉมประชันฝีมือกันอย่างล้นหลาม

การประกวดดำเนินผ่านพ้นไปครึ่งวัน ก็เข้าสู่โค้งสุดท้ายได้ผู้ชนะการแข่งขันสามอันดับแรก เพื่อเข้าร่วมแข่งขันประชันฝีมือการบรรเลงเพลงจากเครื่องดนตรีนามผีผาในรอบสุดท้าย ซึ่งจัดแสดงบนเวทีอันทรงเกียรติต่อหน้าผู้แทนพระองค์

ในปีนี้ซ่งจือหานบุรุษรูปงามวัย 35 ปี เสนาบดีฝ่ายขวาพระญาติของฮ่องเต้ รับหน้าที่เป็นผู้แทนพระองค์ร่วมรับชมการแข่งขันยอดพธูประจำปี และเป็นผู้ตัดสินแพ้ชนะการประกวดในครั้งนี้

“ถอนตัวเสียเถิด เพราะถึงอย่างไรเสนาบดีซ่งย่อมเลือกสตรีงดงาม ที่เพียบพร้อมทั้งหน้าตาและชาติตระกูลเช่นข้าอยู่แล้ว เจ้าอยู่ต่อไปก็เสียเวลาเปล่า ๆ”

ฉีเหม่ยหลันกระซิบข้างหูสตรีคู่แข่ง ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันปนเกลียดชัง

เพราะสตรีแซ่ซูผู้นี้หมายปองบุรุษคนเดียวกันกับนาง ทั้ง ๆ ที่บิดาเป็นเพียงนายกองผู้หนึ่งเท่านั้น จะเอาสิ่งใดมาสู้บุตรีเสนาบดีกรมคลังผู้ร่ำรวย ซึ่งเข้านอกออกในจวนของสหายรุ่นน้องของบิดามาตั้งแต่เยาว์วัย

นางรู้จักและใกล้ชิดท่านอารูปงามตั้งแต่ยังไม่พ้นวัยปักปิ่น จนปีนี้อายุ 19 ปีก็ยังไม่ยอมออกเรือน เพราะมีใจให้บุรุษที่คิดกับนางแค่ตำแหน่งคนรู้จักเท่านั้น

“ฉีเหม่ยหลันเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเสนาบดีซ่งจะเลือกเจ้า ข้าก็รูปโฉมงดงามเช่นกัน ศาสตร์ของสตรีทั้งสี่ด้านก็ไม่ด้อยไปกว่าเจ้าเลย อาจารย์ผู้สอนก็คนเดียวกัน มิหนำซ้ำยังได้คำชมมากกว่าทุกด้าน ส่วนเจ้าถูกเขารังเกียจยังไม่เจียมตัว ยังกล้าลงแข่งขันให้อับอายขายขี้หน้าวงศ์ตระกูล”

ซูชิงโม่กระซิบตอบกลับสตรีปากแดง ซึ่งแต่งหน้าจัดจ้านกว่าผู้ใดคงคิดว่างามนักหนาหรืออย่างไร

นางทั้งหมั่นไส้และอยากหัวเราะไปพร้อม ๆ กับวาจาโอ้อวดของคู่แข่ง ฉีเหม่ยหลันชนะจนเข้ามาถึงรอบสุดท้ายได้ทั้ง ๆ ที่ไม่คู่ควร คงไม่พ้นบารมีของบิดาผู้มากด้วยอำนาจเป็นแน่

ซูชิงโม่มั่นใจว่าตนเองงดงามเป็นหนึ่งในแคว้นซ่ง ตำแหน่งยอดพธูต้องตกเป็นของนางอย่างแน่นอน ยิ่งเห็นสายตาชื่นชมที่คนผู้นั้นจ้องมองมาก็ยิ่งมั่นใจมากยิ่งขึ้น

“ซูชิงโม่ข้าเตือนเจ้าดี ๆ แล้วนะ”

ฉีเหม่ยหลันกัดฟันตอบกลับอย่างแค้นใจ เพราะทุกคำกล่าวตอบโต้ของศัตรูล้วนเป็นความจริง

แต่นางยังคงคิดหาวิธีเล่นงานศัตรูหัวใจ เหมือนอย่างที่เคยกระทำมาโดยตลอด และครั้งนี้ก็ต้องสำเร็จเช่นกัน

“สตรีร้ายกาจเช่นเจ้าจะใช้เล่ห์กลใดอีก อย่าลืมว่าเสนาบดีซ่งกำลังจ้องมองมาทางนี้อยู่ เขามองข้าโดยไม่ละสายตาเลยทีเดียว”

ซูชิงโม่กล่าวไปตามที่ตนเห็นและเข้าใจ ซ้ำยังแอ่นหน้าอกที่พึ่งแตกสาวในวัย 18 ปี เพื่อให้บุรุษรูปงามตำแหน่งสูงเกียรติมองความงามให้ชัดเจน

ในใจยังนึกอิจฉาคู่แข่งที่มีบางอย่างล้นเหลือไม่เผื่อแผ่ผู้ใด ทั้ง ๆ ที่อายุใกล้เคียงกัน สวรรค์ช่างลำเอียงในเรื่องนี้ยิ่งนัก!

สตรีทั้งสองนางหันข้างไปกระซิบกระซาบกันอย่างแนบเนียน มีเพียงสตรีคู่แข่งอีกหนึ่งคนซึ่งนั่งอยู่ห่าง ๆ ไม่ได้อยู่ร่วมวงสนทนา

เพราะสตรีผู้ชนะลำดับที่สาม ไม่ได้อยู่ในสายตาของฉีเหม่ยหลันเลยแม้แต่น้อย บุตรีอนุภรรยาของบิดาจะเอาสิ่งใดมาต่อกรกับนางผู้ถือกำเนิดจากภรรยาเอก ที่กล้าตามมาแข่งขันในวันนี้เพราะนางอยากให้มาช่วยกันสตรีอื่นออกไปก็เท่านั้น

“ใต้เท้าสนใจหรือขอรับ นางคือซูชิงโม่ บุตรีคนโตของซูมู่หรง นายกองคนสำคัญของกองทัพประจำเมืองหลวง”

ฉินเซียวผู้ช่วยคนสนิทของซ่งจือหาน เอ่ยถามไปตามทิศทางสายตาของผู้เป็นนาย

ดวงตาคมกริบทรงพลังคู่นั้น หยุดมองตรงจุดที่ซูชิงโม่นั่งอยู่นานกว่าที่เคยมองสตรีใด ในใจของฉินเซียวเริ่มหวาดระแวงหวั่นเกรงเหตุร้ายซ้ำรอบเดิมจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า

“บุตรีนายกองเช่นนั้นหรือ น่าสนใจไม่น้อย”

ประโยคหลังซ่งจือหานเอ่ยพึมพำเสียงเบาเพียงลำพัง

หากต้องการตัดขาดจากสตรีบางคน จำเป็นต้องมีสตรีอีกคนเข้ามาช่วยเหลือหรือไม่ ในใจเริ่มสับสนในความคิดของตนเอง

“ขอรับ แต่ว่า เอ่อ…คุณหนูฉีเหม่ยหลันคงไม่ชอบใจสักเท่าไหร่”

“นางไม่ได้เป็นอะไรกับข้า เหตุใดต้องกล่าวถึงด้วยความเกรงใจเช่นนี้” น้ำเสียงเข้มเอ่ยปรามผู้ช่วยคนสนิท

มีเพียงครู่เดียวเท่านั้นที่สายตาเฉยชาเป็นนิจ หันไปมองสตรีผู้แต่งหน้าจัดจ้านเกินกว่าใคร และเป็นอีกครั้งที่ได้รับรอยยิ้มกว้างตอบกลับมา

“ใต้เท้ารู้ดีกว่าใคร ว่าคุณหนูฉีเหม่ยหลันมีนิสัยอย่างไร หากนางรู้ว่าใต้เท้าสนใจซูชิงโม่คงไม่อยู่เฉยอย่างแน่นอน”

ฉินเซียวนึกขยาดจนต้องยกห่อไหล่เข้าหากัน เมื่อคิดย้อนไปถึงวีรกรรมหลากหลายเรื่องราว ที่ฉีเหม่ยหลันนำมาใช้จัดการสตรีที่กล้าเข้าใกล้เจ้านายของเขา

“สตรีตัวเล็ก ๆ จะทำการใดได้ หากข้าต้องการมีหรือจะขัดขวางได้สำเร็จ”

ที่ผ่านมาเขาไม่เคยสนใจสตรีใด ฉีเหม่ยหลันจึงสามารถจัดการสตรีที่กล้าเข้าหาเขาได้ทุกคน ทว่าครั้งนี้คงไม่เหมือนกับทุกครั้ง

“อย่าลืมว่าฮ่องเต้ อยากให้ใต้เท้าแต่งงานกับนางนะขอรับ”

“ฝ่าบาทชื่นชอบฉีเหม่ยหลันจนออกนอกหน้า ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าข้าไม่ชอบสตรีร้ายกาจผู้นั้น วันนี้ข้าจะทำให้ผู้คนในเมืองหลวงประจักษ์แจ้ง ว่าสตรีใดกันแน่ที่คู่ควรอยู่ในสายตาของข้า ฝ่าบาทจะได้เลิกจับคู่ผิด ๆ เสียที”

“ใต้เท้าหมายถึง….”

“อืม หลังจากจบการแข่งขันบรรเลงผีผา เจ้าก็ไปจัดการเถิดข้าเลือกแล้ว”

“ขอรับ”

ถึงแม้จะขัดข้องใจอยู่บ้างเพราะการแข่งขันยังไม่เริ่มเลย แต่ฉินเซียวก็ไม่กล้าเอ่ยขัดแต่อย่างใด

ยิ่งมองเห็นสายตาเทิดทูนผู้เป็นนายอย่างล้นเหลือ จากสตรีที่ไม่ถูกเลือกเขายิ่งนึกสงสารมากกว่าเดิม

หากเรื่องราวกลายเป็นเช่นนี้ แสดงว่าตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ความพยายามของฉีเหม่ยหลันไม่ได้ผลิดอกออกผลเลยแม้แต่น้อย

“เจ้าไม่จำเป็นต้องสนใจความรู้สึกของสตรีนิสัยเสียผู้นั้น ที่ผ่านมาข้าถือว่าให้นางเล่นสนุกมากพอแล้ว”

เป็นอีกครั้งที่ผู้เป็นนายเอ่ยย้ำให้ผู้ใต้ปกครองเข้าใจตรงกัน

“ขอรับ”

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Pat M.
Pat M.
สนุกดี บรรยายไม่เวิ่นเว้อ ลงจบแล้ว นางเอกฉลาดดูมีสติ พระเอกคือรักเค้าแต่ไม่รู้ใจตัวเอง
2026-03-06 08:03:40
0
0
39
บทนำ
ในช่วงเทศกาลหยวนเซียวประจำปีมาเยือน ณ ลานเอนกประสงค์ใจกลางเมืองหลวงแคว้นซ่ง ได้มีการจัดการแข่งขันประกวดยอดพธูผู้งามพร้อมประจำปี สตรีที่อยู่ในวัยแรกแย้มและยังไม่ออกเรือนทั้งหลาย ต่างมุ่งหน้าเข้ามาอวดโฉมประชันฝีมือกันอย่างล้นหลามการประกวดดำเนินผ่านพ้นไปครึ่งวัน ก็เข้าสู่โค้งสุดท้ายได้ผู้ชนะการแข่งขันสามอันดับแรก เพื่อเข้าร่วมแข่งขันประชันฝีมือการบรรเลงเพลงจากเครื่องดนตรีนามผีผาในรอบสุดท้าย ซึ่งจัดแสดงบนเวทีอันทรงเกียรติต่อหน้าผู้แทนพระองค์ในปีนี้ซ่งจือหานบุรุษรูปงามวัย 35 ปี เสนาบดีฝ่ายขวาพระญาติของฮ่องเต้ รับหน้าที่เป็นผู้แทนพระองค์ร่วมรับชมการแข่งขันยอดพธูประจำปี และเป็นผู้ตัดสินแพ้ชนะการประกวดในครั้งนี้“ถอนตัวเสียเถิด เพราะถึงอย่างไรเสนาบดีซ่งย่อมเลือกสตรีงดงาม ที่เพียบพร้อมทั้งหน้าตาและชาติตระกูลเช่นข้าอยู่แล้ว เจ้าอยู่ต่อไปก็เสียเวลาเปล่า ๆ”ฉีเหม่ยหลันกระซิบข้างหูสตรีคู่แข่ง ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันปนเกลียดชังเพราะสตรีแซ่ซูผู้นี้หมายปองบุรุษคนเดียวกันกับนาง ทั้ง ๆ ที่บิดาเป็นเพียงนายกองผู้หนึ่งเท่านั้น จะเอาสิ่งใดมาสู้บุตรีเสนาบดีกรมคลังผู้ร่ำรวย ซึ่งเข้านอกออกในจวนของสหายรุ่นน้อง
อ่านเพิ่มเติม
เลือก
ซูชิงโม่บรรเลงเพลงจากเครื่องดนตรีผีผาจบลงอย่างสวยงามสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ท่วงท่าและทำนองเพลงพลิ้วไหวไปตามสายลมในช่วงฤดูกาลที่อากาศกำลังเย็นสบายตามมาด้วยฉีเฟยเฟิ่งน้องสาวต่างมารดาของฉีเหม่ยหลัน ที่บรรเลงเพลงจบลงอย่างไพเราะสะกดใจคนฟังไม่แพ้กันสตรีงดงามทั้งสองสวมอาภรณ์สีชมพูอ่อนเฉกเช่นเดียวกัน ใบหน้าของคนทั้งคู่จิ้มลิ้มพริ้มเพราน่ามองไม่ต่างกัน รูปร่างผอมบางตามวัย 18 ปี มองอย่างไรก็บางเฉียบราวกับกิ่งหลิวต้องลมเหลือเพียงฉีเหม่ยหลันที่ต้องขึ้นเวทีแสดงเป็นลำดับสุดท้าย วันนี้นางสวมอาภรณ์สีม่วงสลับเฉดสีอ่อนเข้มอย่างลงตัวช่วงบนของอาภรณ์เปิดโล่งเกาะเกี่ยวแนบชิดกับเรือนกายยั่วเย้างดงามเป็นหนึ่ง ส่วนอิ่มเอิบโผล่พ้นออกมาประชันโฉมให้ผู้คนประจักษ์แจ้ง ช่วงไหล่ห่อหุ้มคลุมทับด้วยเสื้อคลุมเนื้อบาง แต่ยังคงให้ความอบอุ่นเหมาะสมกับฤดูกาลนางงดงามอวบอิ่มมากถึงเพียงนี้ หากถูกตัดสินให้พ่ายแพ้ต่อสตรีอื่น เกรงว่าคนตัดสินจะลำเอียงเสียมากกว่า!ขณะกำลังทดสอบเสียงของเครื่องดนตรีแสนหวงแหนด้วยความตั้งใจ ฉีเหม่ยหลันรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ถึงแม้จะถูกซ่อมแซมตบตาไว้ดังเดิมก็ตามทันใดนั้นร่างอรชรอวบอิ่มในอาภรณ
อ่านเพิ่มเติม
โอกาสยังมีอยู่
เมื่อถูกคนที่ตนพึงใจตวาดเสียงดังลั่นลานการประลองฝีมือ ฉีเหม่ยหลันได้แต่ยืนแน่นิ่ง ดวงตาเหม่อลอยไม่ยอมรับคำพิพากษาภายในใจเจ็บปวดรวดร้าวเกินกว่าจะรับไหวแต่นางต้องรับให้ไหวเพราะเหลือโอกาสอีกสองครั้งจากสิบครั้ง ที่นางจะมอบให้เขาก่อนตัดใจอย่างถาวรสตรีอื่นอาจจะนับความเสียใจแค่เพียงสามครั้งแล้วยอมรับความพ่ายแพ้ แต่นางยอมให้โอกาสเขามากถึงสิบครั้ง เพราะคำว่ารักเพียงคำเดียว ให้โอกาสเขาปฏิเสธให้พอ หากครบตามกำหนดนางจะยอมตัดใจแต่โดยดี“ข้าไม่เรียก ข้าเรียกท่านว่าท่านอาตั้งแต่แรกพบ เพียงเพราะสตรีแสนเจ้าเล่ห์ผู้นี้ทำเรื่องต่อหน้าผู้คน ท่านอาเลยรังเกียจแม้กระทั่งคำเรียกขานที่ข้ามอบให้”วาจาดื้อรั้นตอบกลับ เพราะทุกครั้งเขายอมอ่อนข้อให้มาโดยตลอดครั้งนี้คงไม่ต่างกันนักหรอก ถึงกระนั้นความไม่มั่นใจสายหนึ่งก็คืบคลานเข้าสู่หัวใจดวงน้อย“ฉีเหม่ยหลัน กลับไปที่จวนของเจ้าก่อนที่ข้าจะโมโหไปมากกว่านี้!”ดวงตาดุดันวาวโรจน์ลุกโชนขึ้น อย่างที่ไม่เคยเผยให้สตรีตรงหน้าพบเห็นมาก่อน“เฟยเฟิ่งกลับจวน”เมื่อเห็นแววตาดุดันเอาจริง ฉีเหม่ยหลันจึงรีบโอนอ่อนผ่อนปรนตามคำสั่ง ในใจยังคาดหวังให้บุรุษในดวงใจรักและเอ็นดูไม่ต่างจากว
อ่านเพิ่มเติม
ขอสู้อีกสักครั้ง
ระหว่างทางกลับจวนตระกูลฉี พี่สาวผู้ปากหนักยังคงนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา ทว่าในใจกลับอ่อนลงอย่างมาก เมื่อเห็นน้ำใจของน้องสาวในยามคับขันร่างผอมบางแบกนางที่เดินไม่ไหวแล้วขึ้นบนหลัง จากนั้นก็พาเดินไปจนถึงรถม้าอย่างปลอดภัยหลังจากตั้งสติและทำใจได้เฉกเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา ฉีเหม่ยหลันจึงกลับมามีเรี่ยวแรงดังเดิมขณะที่กำลังคิดเรื่องราวอยู่ในใจ ร่างอวบอิ่มต้องขยับกายถอยหลังอย่างประหม่า เมื่อน้องสาวขยับเข้ามากระซิบบอกกล่าวบางอย่าง“พี่ใหญ่ข้าได้ยินเสียงฝีเท้าของม้าตามพวกเรามา”“เดี๋ยวคนของท่านพ่อคงช่วยจัดการ”ฉีเหม่ยหลันตอบกลับอย่างขอไปที บิดาส่งผู้คุ้มกันมาสองคนคงพอช่วยเหลือสอดส่องดูแลความปลอดภัยได้“แต่พี่ใหญ่เสียงม้าใกล้เข้ามาทุกทีแล้วนะเจ้าคะ”น้ำเสียงหวาดกลัวเป็นกังวลกล่าวย้ำข้างหูของพี่สาว กายบางสั่นเทาอย่างหนักเพราะช่วงเวลาเป็นเด็กน้อยพวกนางเคยถูกมือสังหารหลายคนตามประกบรถม้า เคราะห์ดีที่คนของบิดาฝีมือดีทุกคน สองพี่น้องเลยรอดชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้“เฟยเฟิ่งก้มหัวลงแล้วห้ามลุกขึ้นมาเด็ดขาด”พี่สาวซึ่งมีวิชาต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดเพียงเล็กน้อย รีบกดหัวน้องสาวให้นอนคว่ำหน้าไปกับพื้นรถม้า ส่วนตนเองด
อ่านเพิ่มเติม
หวนคืน
สองคนพ่อลูกคู่นั้นยังคงนั่งเงียบสงบเสงี่ยมไร้วาจาโต้กลับ มีเพียงประกายเกลียดชังในแววตาของสตรีคู่แค้น ที่เผลอส่งกลับมาชั่วขณะหนึ่ง“เจ้าก็เป็นสตรี มิหนำซ้ำยังเดินมาเพียงลำพัง”เสียงเข้มเอ่ยเตือนหลานสาวข้างจวนอีกครั้ง ความอดทนของเขาเข้าใกล้ขีดสูงสุดเต็มทีหากไม่รู้ว่าบิดาของนางไปราชการแต่เช้ามืด เขาคงรีบให้คนไปบอกกล่าวเสนาบดีฉีจิงผิง ให้รีบมาพาตัวบุตรสาวกลับไปทันที“ข้าเดินเข้าออกจวนหลังนี้ตั้งแต่หกหนาว ย่อมไม่อาจเปรียบเทียบกับสตรีที่เพิ่งเคยก้าวขาเข้ามา”ฉีเหม่ยหลันวางหม้อน้ำแกงไก่ลงตรงโต๊ะอาหารภายในห้องโถงรับรอง กายอวบอัดเดินเข้าไปใกล้บุรุษในดวงใจเหมือนทุกครั้งยามที่มาพบเขา“เอ่อ…ใต้เท้าซ่งข้าน้อยกับบุตรสาวคงต้องขอตัวกลับก่อนนะขอรับ”นายกองซูมู่หรงบิดาของซูชิงโม่รีบกล่าวเพื่อตัดปัญหา เขาไม่อยากมีปัญหากับบุตรีเสนาบดีกรมคลังหากถูกคนผู้นั้นเขม่นรุนแรง แน่นอนว่าเส้นทางในตำแหน่งหน้าที่การงานอันทรงเกียรติ คงสิ้นสุดเพียงตำแหน่งนายกองผู้หนึ่งเท่านั้น“ไม่ต้องหรอกนายกองซู อยู่ร่วมสำรับเช้ากันก่อน คนที่ต้องกลับออกไปไม่ใช่พวกท่านอย่างแน่นอน ฉินเซียว!”ท้ายประโยคเจ้าของจวนตะโกนเรียกหาผู้ช่วยคนสน
อ่านเพิ่มเติม
ตัดใจ
“เฮือก!!!”เสียงสูดลมหายใจเสียงดังของคนป่วย ก่อนที่ร่างอวบอิ่มจะลุกพรวดพราดขึ้นนั่งพิงหัวเตียง เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็เห็นน้องสาวนั่งฟุบหน้าหลับอยู่ข้างเตียง“เฟิ่งเอ๋อร์”เสียงแหบแห้งเอ่ยเรียกคนขี้เซา ง่วงนอนถึงเพียงนั้นเหตุใดไม่กลับไปนอนที่เรือน“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ฟื้นแล้ว จิบน้ำก่อนเจ้าค่ะ”สองมือลนลานควานหากาน้ำอุ่น ที่ตนเพิ่งถือเข้ามาไม่นาน แล้วเทลงจอกเล็ก ๆ ยื่นให้คนฟื้นคืนสติ“เฟิ่งเอ๋อร์ เจ้ายังไม่แต่งออกไปใช่หรือไม่”ความทรงจำหลายภพหลายชาติผสมปนเปกัน จนแยกไม่ออกว่ายามนี้ตนอยู่ในห้วงเวลาใดกันแน่ แต่ที่รู้อย่างแจ่มแจ้งแน่ชัด คือบุรุษผู้นั้นเป็นของต้องห้ามยิ่งกว่าของมืดของดำนางตายโดยมีเขาเป็นต้นเหตุทุกครั้ง ซวยซ้ำซวยซ้อนเพราะถูกตามติดทุกชาติภพ!“ใช่เจ้าค่ะ ข้ายังไม่ออกเรือน พี่ใหญ่ท่านจำอะไรไม่ได้เลยหรือ”ฉีเฟยเฟิ่งรู้สึกดีใจที่พี่สาวปลอดภัย อีกทั้งยังเรียกนางอย่างสนิทสนม ทว่าตกใจมากเช่นกันที่พี่สาวมีท่าทีแปลก ๆ คล้ายกับจดจำเรื่องราวไม่ได้อย่างไรอย่างนั้น“ท่านพ่อ ท่านพ่ออยู่ที่ใด”เมื่อเห็นว่าน้องสาวปลอดภัยดี คนต่อมาคือบิดาที่นางต้องเร่งสอบถามความเป็นไป ไม่ได้ใส่ใจตอบคำถามเรื่องความทร
อ่านเพิ่มเติม
ชมนกชมไม้
ร่างสูงใหญ่เดินวนไปวนมาอยู่ในเรือนนอนส่วนตัว นับจากวันที่เกิดเรื่องใหญ่ภายในจวนเขามักจะตื่นขึ้นมาในยามวิกาล หลังจากนั้นก็ไม่สามารถข่มตานอนหลับได้อีกในวันเกิดเรื่องเสนาบดีหนุ่มให้สองพ่อลูกตระกูลซูกลับจวนไปก่อน ส่วนตัวเขารีบเดินตามหลานสาวข้างจวนไปติด ๆ ทว่าไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในจวนตระกูลฉีทุกกรณีจึงได้แต่เก็บความห่วงใยไว้ภายในใจ รู้จักกันมาหลายปีใช่ว่าเขาจะอยากเห็นนางบาดเจ็บเสียเมื่อไหร่!“ป่านนี้จะฟื้นคืนสติแล้วหรือยัง”เสียงเข้มบ่นพึมพำกับตนเอง ในใจร้อนรนแปลกประหลาด ยิ่งภาพสุดท้ายที่เห็นเลือดอาบศีรษะเล็ก ยิ่งพาให้จิตใจจมดิ่งจนนอนไม่หลับเลยสักคืน“อาการหนักแค่ไหน เหตุใดไม่มีคนส่งข่าวมาบ้างเลย”เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาอ่อนกว่าวัยขมวดคิ้วมุ่น เพราะไม่รู้จะจัดการปัญหานี้อย่างไรดีซ่งจือหานเดินกลับขึ้นเตียงนอนหมายข่มตานอนให้หลับ ร่างกำยำนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่สักพัก ก็ไม่สามารถข่มตานอนหลับเฉกเช่นค่ำคืนที่ผ่านมา จึงหยิบเสื้อคลุมตัวหนาขึ้นมาสวมใส่ แล้วเดินออกไปนอกเรือนนอนด้วยฝีเท้าเงียบกริบคนตัวสูงกระโดดขึ้นไปนั่งห้อยขาอยู่บนต้นไม้ใหญ่ข้างจวน สายตาทอดมองไปยังหลังคาเรือนนอนขนาดกลางหลังหนึ่
อ่านเพิ่มเติม
เตรียมการก่อนออกเดินทาง
สามวันต่อมายังคงผ่านพ้นไปอย่างเรียบง่าย ร่างกายของคนป่วยกลับมาแข็งแรงมากกว่าเดิม เพราะความทรงจำในห้วงสุดท้ายได้ปลุกจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งขึ้นมาด้วยหลังจากลองขยับร่างกายด้วยการฝึกต่อสู้เล็ก ๆ กับผู้คุ้มกันตามความคุ้นเคย เรี่ยวแรงมหาศาลในห้วงจิตวิญญาณเดิม จึงก่อเกิดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ใจฉีเหม่ยหลันได้ปรับความเข้าใจกับฮูหยินรองของบิดา หรือแม่รองที่นางเรียกขานมาแต่เยาว์วัย สตรีต่างวัยสวมกอดและกล่าวขออภัยกันและกันอยู่นานสองนาน“ท่านแม่ได้บุตรสาวคนโตกลับสู่อ้อมแขนสมใจนึกแล้วนะเจ้าคะ พี่ใหญ่คงไม่รู้ว่าบางครั้งท่านแม่รักท่านมากกว่าข้าเสียอีก ตามใจกันจนนิสัยเสีย”ฉีเฟยเฟิ่งกล้าพูดกล้าแสดงออกต่อหน้าพี่สาว หลังจากได้รู้ความลับอันน่าพิสดารหลายเรื่อง ยามนี้สองสาวจึงเป็นทั้งพี่น้องและสหายร่วมชะตากรรม“ข้าหน้าตาน่ารักมากกว่าเจ้ากระมัง ท่านแม่เลยมีใจเอนเอียง”“เหอะ ท่านเอาส่วนดีไปหมด แต่ข้าไม่อิจฉาหรอกเพราะข้าฉลาดกว่าหลายเท่า ดูอย่างเรื่องบุรุษข้าไม่เคยเสียใจเรื่องบุรุษเลยสักครั้ง”“เด็กแสบกล้าว่าพี่สาวหรือ” ฉีเหม่ยหลันถลึงตาให้โตขึ้นเพื่อแกล้งน้องสาว“เอาล่ะ เลิกเถียงกันได้แล้ว พวกเจ้ารีบไปจัดเตรีย
อ่านเพิ่มเติม
ยิ้มสู้
กึก!ฉีเฟยเฟิ่งดึงแขนพี่สาวให้หยุดเดิน เพราะมองเห็นบุรุษคู่กรณีกำลังยืนเลือกอาภรณ์อยู่กับผู้ช่วยของเขา“พี่ใหญ่ไปร้านอื่นดีหรือไม่”“เฟิ่งเอ๋อร์เจ้าทำตัวตามปกติ พวกเราเป็นเด็กต้องเข้าไปทักทายผู้ใหญ่ ตัดใจก็ส่วนหนึ่งแต่บุญคุณต่อกันย่อมมิอาจปล่อยผ่าน”ฉีเหม่ยหลันมองเห็นคนผู้นั้นไม่ต่างกัน ในใจรู้สึกเจ็บแปลบเพียงชั่วครู่ จากนั้นจึงปรับอารมณ์ของตนให้เป็นปกติสองขาก้าวเดินอย่างมั่นคงตรงเข้าหาผู้ใหญ่ ที่ตนต้องแสดงความเคารพเฉกเช่นชาวเมืองคนอื่น ๆน้ำเสียงสุภาพนอบน้อมไม่คุ้นหู เอ่ยทักทายคนที่กำลังก้มหน้าเลือกอาภรณ์ด้วยความตั้งใจ“คารวะท่านเสนาบดีเจ้าค่ะ”คุณหนูใหญ่กับคุณหนูรองตระกูลฉี ก้มหัวลงเล็กน้อยแล้วกล่าวทักทายผู้ใหญ่ตามมารยาทด้วยทิศทางที่ต้องเดินไปเลือกอาภรณ์ จำเป็นต้องผ่านจุดที่เขายืนอยู่ จึงต้องเข้าไปทักทายเพื่อไม่เป็นการเสียมารยาท“อะ…อืม”ซ่งจือหานเงยหน้าขึ้นมองตามทิศทางของน้ำเสียงสุภาพเกินกว่าเหตุ หมายจ้องมองเข้าไปในดวงตาของสตรีอาภรณ์สีม่วง แต่เขาต้องผิดหวังเพราะทั้งสองพี่น้องก้มหน้าก้มตาไม่ต่างกัน“ข้ากับน้องสาวขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”น้ำเสียงสุภาพยังคงกล่าวขณะก้มหน้าอยู่แบบนั้น สองมื
อ่านเพิ่มเติม
ขี้เกีัยจปะทะ
บริเวณชั้นล่างของร้านอาภรณ์ยามนี้เริ่มมีผู้คนเข้ามาเลือกซื้ออาภรณ์กันหลายราย รวมไปถึงบุตรีนายกองของแคว้นซึ่งมาพร้อมกับสหายอีกสองคนในจวนของขุนนางน้อยใหญ่ของแคว้นซ่ง ต่างได้รับหนังสือจากราชสำนักให้ส่งตัวแทนไปช่วยเหลือการก่อสร้างครั้งสำคัญ“ตำแหน่งยอดพธูของแคว้น จำเป็นต้องเดินทางไปช่วยเหลือราชสำนักด้วยหรือ”สหายสนิทเอ่ยถามคนที่กำลังเลือกอาภรณ์สตรีสีหวานแหววเมื่อบิดาของพวกนางรู้ว่าซูชิงโม่อาสาไปช่วยเหลือการก่อสร้างบ่อกักเก็บน้ำที่เมืองถัง พวกนางจึงถูกบิดาส่งให้ไปทำความดีเอาหน้าไม่ต่างกัน“ข้าเข้าใจการขีดเขียนแบบ ท่านพ่อเลยอยากให้ไปช่วยเหลืองานด้านการขีดเขียนโครงสร้าง”ความสามารถที่เก็บงำมานานตั้งแต่พ้นวัยปักปิ่น ถึงครานำออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์เรื่องราวความโกรธแค้นศัตรูคู่อาฆาตคนเดิม ยังคงหมุนเวียนอยู่ในความทรงจำไม่รู้ลืม นับวันยิ่งกระจ่างแจ้งว่าเหตุใดจึงรู้สึกเกลียดชังมากถึงเพียงนี้“ซูชิงโม่เจ้าช่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถ ไม่เหมือนใครบางคนที่ไปในฐานะคนครัว”พวกนางต่างก็รู้ว่าบุตรีเสนาบดีกรมคลังร่วมเดินทางไปด้วย จึงนัดหมายชวนกันมาเลือกซื้ออาภรณ์ใหม่ ต่อให้อยู่กลางป่ากลางเขาพวกนางต้อ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status