แม่สื่อผู้นี้ไม่ขอมีสามีเป็นองค์รัชทายาท

แม่สื่อผู้นี้ไม่ขอมีสามีเป็นองค์รัชทายาท

last updateآخر تحديث : 2025-11-24
بواسطة:  เฉินม่านอิ๋งمكتمل
لغة: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 تصنيف. 1 review
65فصول
1.8Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

แม่สื่อมือหนึ่ง VS รัชทายาทผู้มีโชคอัปมงคล...ศึกนี้ใครจะอยู่ ใครจะ(โดน)ฟ้าผ่า!? "เสิ่นอวี้เจา" แม่สื่ออันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ผู้ปฏิเสธงานจากตระกูลใหญ่ได้หน้าตาเฉย กล้าแว้ดใส่องค์จักรพรรดิ และตั้งปณิธานว่าจะไม่มีวันหาคู่ให้ "องค์รัชทายาท" ผู้มีโชคดั่งดาวหายนะเป็นอันขาด! แต่แล้ว...ด้วยแผนลวงอันแนบเนียน นางกลับถูก จับย้ายเข้าตำหนักรัชทายาท เสียเอง! การอยู่ร่วมชายคากับ "ฉู่มู่ฉือ" บุรุษผู้ปากร้าย พลังทำลายล้างสูง แต่หน้าตาดีระดับปีศาจ นับเป็นฝันร้าย หรือจุดเริ่มต้นของเกมอันตรายหัวใจ!? เมื่อนางยิ่งหนี เขายิ่งไล่ เมื่อนางคิดแก้เผ็ด เขากลับยิ้มรับราวกับถูกจีบ และเมื่อ "แม่สื่อ" ต้องมาคัดเลือก พระชายาให้ผู้ชายที่ตนเองไม่อยากยุ่งด้วยที่สุดในแผ่นดิน เรื่องวุ่นๆ จึงเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน!

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่1 แม่สื่อเสิ่น

“Cinta dan persahabatan bukanlah sebuah pilihan. Kita bisa memiliki keduanya bahkan kehilangan keduanya secara bersamaan.”

Anantya Lestari Gunawan, anak manja yang biasa dipanggil Tya berada dalam situasi tersebut. Dihadapkan konflik tentang cinta dan persahabatan. Ia dalam mencari jati dirinya hampir saja kehilangan keduanya.

Konfik tersebut membuat Tya dijauhi sahabat karibnya. Namun, akibat hal itu kini ia lebih mengenal keagamaan dari teman barunya, Zulfa. Banyak perubahan yang ditimbulkan Zulfa terhadap Tya. Dari mulai cara berbusana hingga beradab. Berawal dari celotehan Tya yang tak sengaja terucap dan keluar dari bibir mungilnya.

"Asri tampak anggun yah setelah mngenakan kerudung?" celoteh Tya tatkala Zulfa berada disampingnya, telah usai ritual menghadap Sang Khalik.

Zulfa memulai membalas celoteh Tya dengan senyumannya, kemudian berkata, "Kamu mau mengenakkan hijab juga, Ty?"

Tya kaget dengan pertanyaan Zulfa, dirinya kini diam dan berfikir sejenak. Berfikir betapa ribetnya jikalau dirinya mengenakkan hijab. Membayangkan gerah jikalau rambut hitam nan indahnya tertutup sehelai kain itu.

"Hei, ko bengong?" tangan Zulfa mengibas ke wajah Tya. "Gimana?" lanjut Zulfa menyenggol bahu kanan Tya dengan bahu kirinya.

"Gak dulu dah," ucap Tya singkat diiringi dengan senyum manisnya.

"Hei, mengenakan hijab itu wajib loh, jadi bukan sekedar sunnah lagi. Tau kan bedanya?"

Pernyataan Zulfa membuat Tya tersentak, dirinya mengiyakan argumen yang dilontarkan sahabatnya itu, akan tetapi hatinya masih belum siap menerimanya. Tya beranggapan dirinya masih banyak kekurangan, malu jikalau mengenakan hijab.

"Tingkah laku gue masih jauh dari baik, malu lah Zul."

"Ini bukan masalah akhlak, apa kamu pikir diriku lebih baik darimu? Tidak, Tya. Semua orang punya kesalahan, dan jikalau mengenakkan hijab saja dirimu beranggapan harus suci dahulu, itu takkan terjadi," tegas Zulfa.

"Tapi, Zul."

"Udah, gak ada tapi-tapi."

Tya enggan berdebat dengan Zulfa, ingin menghindar akan tetapi Zulfa terus mencecarnya. Kini dibenaknya terbersit suatu alasan yang dianggapnya dapat mematahkan pendapat Zulfa, dengan mengatakan," Klo pke jilbab katanya susah cari kerja. Dulu juga ada tetangga gue, dia dulunya berhijab tapu setelah bekerja dirinya melepaskan hijabnya. Aku tak mau seperti itu, Zul."

"Bekerja di mana? Apa kamu mengetahui betul bahwa dirinya melepaskan hijab karena pekerjaan atau keinginannya sendiri?"

Tya hanya diam membisu mendengar jawaban yang terlontar dari mulut sahabatnya itu. Tak disangka Zulfa begitu menganggapi serius akan hal ini.

"Kenapa diam, Ty? Kalaupun dia tidak diperbolehkan berhijab ditempat kerjanya, itu pilihan dia, tetap dengan keyakinannya memakai hijab atau menuruti aturan Bosnya. Toh pekerjaan bukan disitu saja, itu kalau menurut aku." Zulfa mulai serius, menyakinkan bahwa anggapan Tya selama ini salah.

"Gue pikir-pikir dulu lah, Zul," jawab Tya, berharap menghentikan perdebatannya mengenai hijab dengan Zulfa.

"Aku tunggu loh jawaban kamu secepatnya."

Dan lagi-lagi persahabatan Tya diuji. Entah mengapa percintaan Tya selalu melibatkan sahabat sebagai pion akan cinta segi tiganya. Namun, kali ini Tya memilih tak memiliki keduanya dan menghindar jauh. Memilih pergi ke luar negri untuk menenangkan hatinya. Alih-alih ingin healing, tak sengaja mereka dipertukan lagi oleh takdir, akankah mereka berjodoh?

Memang Tuk menikmati indahnya pelangi harus melewati hujan, bahkan kadang disertai petir dan badai.

Bagimanakah kisah Anantya baik dalam jodoh maupun persahabatannya? Seperti apakah perjalan hijrah Tya hingga berhijab? Ikuti kisahnya....

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعات

เฉินม่านอิ๋ง
เฉินม่านอิ๋ง
สนุกมาก​ กว่าจะเจออยู่หน้าหลังๆ​ เลย​ยย​ ควรค่าแก่การอ่าน
2025-12-06 12:41:40
0
0
65 فصول
บทที่1 แม่สื่อเสิ่น
วันหนึ่งที่โรงน้ำชาร้านยอดนิยม ซึ่งแน่นขนัดไปด้วยลูกค้าในเมืองหลวงของแคว้นฉี นักเล่าเรื่องเจ้าของป้ายแดงนำพัดออกมาเคาะโต๊ะเสียง "ปัง" พร้อมหมุนเคราบางๆ อย่างตั้งใจ เล่าเรื่องราวอย่างออกรสจนใบหน้าขึ้นสี"โบราณว่าไว้ว่า ‘รถกวาง วิ่งไปไหนมาไหนอย่างอิสระ เล่นหมากรุก ดื่มเหล้าใต้ร่มต้นอบเชย ความรักของโลกีย์ ความสุขและความเศร้าของการพบและจาก มือที่ถือด้ายแดง’ คำพูดนี้บรรยายถึงเฒ่าจันทรา ซึ่งเปรียบเทียบเท่าแม่สื่อวันนี้เราจะมาพูดถึงแม่สื่ออันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง เสิ่นอวี้เจา!""อยากรู้เกี่ยวกับพื้นเพของ เสิ่นอวี้เจา หรือไม่ ต้องเริ่มต้นจากพี่น้องร่วมสาบานของจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน แม่ทัพใหญ่แห่งแผ่นดิน เสิ่นหยุนเซียว บุรุษผู้ยิ่งใหญ่ และยังเป็นบิดาของเสิ่นอวี้เจาด้วย! เมื่อครั้งที่ทั้งสองแคว้นทำสงครามกัน แม่ทัพเสิ่นเสียชีวิตในสนามรบ และเสิ่นฮูหยินก็ฆ่าตัวตายเพราะความรัก ครอบครัวของนางจึงล่มสลาย ฮ่องเต้ทรงสงสารและรับตัวเด็กหญิงเข้าวังไปเลี้ยงดู ราวกับเป็นลูกสาวของพระองค์เอง! นางได้รับการปฏิบัติเหมือนองค์หญิงทุกประการ เมื่อเติบโตขึ้นและต้องการเป็นแม่สื่อของราชวงศ์ ฮ่องเต้ก็ทรงอนุญาตอย่างเต็มใจ!
اقرأ المزيد
บทที่2 ดาวพิฆาตไท่จื่อ
ทั่วทั้งเมืองหลวงเมื่อลองนับดูแล้ว คงมีเพียงสองคนเท่านั้น ที่สามารถส่งผลต่ออารมณ์ของเสิ่นอวี้เจาได้ คนแรกคือองค์ชายห้าฉู่หยุนชิง ส่วนอีกคนคือ องค์รัชทายาทฉู่มู่ฉือสำหรับคนแรกนั้นเป็นความลับของเสิ่นอวี้เจา จึงยังไม่ต้องพูดถึงในตอนนี้ ส่วนคนหลังกลับกลายเป็นคนที่นางนับว่าเป็นศัตรูโดยแท้ ว่ากันว่าโชคชะตาของฉู่มู่ฉือนั้นแข็งยิ่งกว่าเหล็กกล้า เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับในวังหลวง เพราะมีข่าวลือว่าตั้งแต่แรกเกิด องค์รัชทายาทก็ทำให้ ฮองเฮาต้วนฮุ่ย ต้องสิ้นพระชนม์จากการคลอดยาก หลังจากนั้นพี่เลี้ยงก็ลื่นล้มขาหักโดยไม่ทราบสาเหตุ บ่าวไพร่ที่รับใช้ใกล้ชิด ก็ล้วนมีอันเป็นไปในหลากหลายรูปแบบ กล่าวได้ว่าเพียงแค่ได้ยินชื่อก็เศร้าใจ พอได้เห็นก็ยิ่งอยากร้องไห้ถึงกับมีการเชิญนักพรตชื่อดังที่สุดในเมืองหลวงมาเข้าวัง นักพรตได้ประกาศว่า โชคชะตาขององค์รัชทายาทคือดาวพิฆาต ที่ปรากฏครั้งหนึ่งในรอบร้อยปี ใครที่อยู่ใกล้จะโชคร้าย แต่งงานยาก ทำลายครอบครัว สร้างความบาดหมางกับพี่น้อง หากไม่ใช่เพราะ พลังแห่งมังกร คุ้มครองไว้ แม้แต่ฮ่องเต้เองก็อาจถูกดึงเข้าไปในหายนะด้วยสำหรับเสิ่นอวี้เจา นางได้ลิ้มรสความโชคร้าย ที่ฉู่มู่ฉือ
اقرأ المزيد
บทที่3 เอาตนเองเข้ากับดัก
เพื่อระบายความคับแค้นใจ นางถือกรรไกรในมือ ตัดผมมวยของเหล่าคนรับใช้ ที่มาจากตำหนักองค์รัชทายาทซึ่งยืนเรียงรายกันอยู่หน้าประตูโดยไม่มีความลังเล เสียงร้องโอดครวญดังก้องไปทั่วบริเวณ"ลำพังแค่รับใช้ไท่จื่อก็ลำบากกันจะแย่แล้ว คราวนี้ยังต้องมาเผชิญภัยพิบัติที่ไม่คาดคิดอีก ข้าเองก็จนปัญญาเช่นกัน"เสิ่นอวี้เจาเอ่ยถ้อยคำด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ประหนึ่งเหตุโกลาหลเมื่อครู่นั้นเป็นฝีมือของใครสักคนที่ผ่านมา มิใช่นางเองแม้แต่น้อยทว่าแม้ทุกคนจะรู้ดีว่า ใคร คือต้นเหตุของหายนะ พวกเขากลับทำได้เพียงกลืนคำไว้ในลำคอ หอบเอาความโกรธเคล้าความสิ้นหวังเก็บลงไปใต้แววตาขมขื่นมือข้างหนึ่งลูบศีรษะเบาๆ ตรงบริเวณที่ผมบางจนนับเส้นได้ พร้อมคำถามในใจที่ไม่มีใครกล้าเอื้อนเอ่ยสรุปแล้วพวกข้ายังมีผมเหลืออยู่กี่เส้นกันแน่…ชีวิตช่างยากลำบากนัก!จนกระทั่งเสียงทุ้มของบุรุษดังขึ้นจากข้างหลัง พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่น่าหมั่นไส้"ฝีมือดีมาก มีเอกลักษณ์ ข้าชอบยิ่งนัก"แน่นอนว่าเจ้าของเสียงคือ องค์รัชทายาทผู้ยิ่งใหญ่ นั่นเอง!เสิ่นอวี้เจานั้นคือสตรีผู้ใช้ชีวิตตามใจ มิใช่เพราะไร้เหตุผล หากแต่เพราะนางเชื่อมั่นในตรรกะของตนเอง และเลือกจ
اقرأ المزيد
บทที่4 เหนือกว่าฟ้ายังมีฉู่มู่ฉือ
การกระทำของเจียงเฉินย่อมไม่อาจสำเร็จแท้จริงแล้ว ตั้งแต่ช่วงเวลาที่เขาแอบย่องเข้าไปในห้องของฉู่มู่ฉืออย่างเงียบเชียบ ก็ถูกจับได้เสียแล้ว ตอนที่ก้าวออกมา สิ่งที่เห็นคือองค์รัชทายาทยืนพิงประตูอยู่ หาวออกมาด้วยท่าทีเบื่อหน่าย ทันใดนั้นเจียงเฉินก็ตัวแข็งทื่อยืนจังงังอยู่กับที่"ฝะ...ฝ่าบาท..."" ถึงกับรบกวนองครักษ์เจียง มาช่วยทำความสะอาดห้องให้ข้า ช่างรู้สึกเป็นเกียรติยิ่งนัก"หัวใจของเจียงเฉินแทบจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ มีลางสังหรณ์ว่าเพราะตั๋วเงินสองใบนี้ ตนเองอาจต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างมหาศาล "กระหม่อม…คือ กระหม่อมผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ” จนปัญญาจะพูดอะไรออกมาปลายหางตาของฉู่มู่ฉือยกขึ้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้า "หากข้ามองไม่ผิด เมื่อครู่สิ่งที่เจ้านำเข้าไปในห้องคือ 'ตะปูเหล็ก' ใช่หรือไม่? หรือเจ้าตั้งใจจะทำ 'กระบองหนามพกพา' ให้ข้าไว้ป้องกันตัวกันแน่?""กระหม่อมเพีย
اقرأ المزيد
บทที่5 การวางยาเป็นเรื่องของเด็ก
เสิ่นอวี้เจากล่าวอย่างสงบนิ่ง "อ้อ เช่นนั้นรึ หม่อมฉันคงใจแคบไปเอง แต่ขอแก้เสียหน่อย มิใช่เรื่องแปลกเลยที่ฝ่าบาทจะถูกคนตำหนิ เพราะนั่นดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติตั้งแต่ฝ่าบาทยังเยาว์วัย”ฉู่มู่ฉือยิ้มรับอย่างจริงใจ "ที่เจ้ากล่าวไม่ผิดแม้แต่น้อย แต่เจ้าจะยังนอนแช่น้ำแล้วคุยกับข้าแบบนี้ต่อไปหรือไม่?""ถ้าเช่นนั้นฝ่าบาทมีข้อเสนออะไรที่ดีกว่าหรือ?""ตัวอย่างเช่น ข้าผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตา จะช่วยอาบน้ำเป็นคู่กับเจ้า"เสิ่นอวี้เจากล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง "ไม่จำเป็น หากอาบน้ำร่วมกับฝ่าบาท หม่อมฉันเกรงว่าจะจมน้ำตายเสียก่อน"พูดจบ นางก็ตวัดมือน้ำในอ่างสาดใส่ใบหน้าของฉู่มู่ฉือ ก่อนจะกระโดดพรวดออกจากอ่างน้ำ มือขวาคว้าอาภรณ์ด้านหลังมาสวมคลุมตัวอย่างรวดเร็ว พลิกตัวลงยืนบนพื้นอย่างมั่นคง ท่วงท่าของนางนั้นลื่นไหลและสง่างาม เมื่อฉู่มู่ฉือเช็ดน้ำออกจากหน้าและลืมตาขึ้น นางก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว"ท่านหญิงเสิ่นช่
اقرأ المزيد
บทที่6 แสร้งเป็นมิตรที่จริงใจ
ใครจะไปคาดคิดว่าคำพูดต่อมาของนาง จะทำให้เขากลับสู่ความจริงอย่างโหดร้าย "ถ้าฝ่าบาทเป็นอะไรไป ทรัพย์สินที่เหลืออยู่ก็ต้องขายให้ข้ามิใช่หรือ? เช่นนั้นคงต้องเจรจากับฮ่องเต้เสียหน่อย""ท่านหญิง ช่วยจริงจังหน่อยได้หรือไม่ขอรับ!""อ่า รู้แล้ว ข้าจะไปดูสักหน่อยแล้วกัน?" เสิ่นอวี้เจามองเขาด้วยแววตาดูถูก "ดูเจ้าเถอะ ไม่มีอนาคตเลยจริงๆ ทั้งวันเอาแต่ทำให้ข้าขายหน้า แล้วข้าจะหาใครมาเป็นคู่ให้เจ้าในเบื้องหน้าได้อย่างไร?""..." นี่มันความผิดเขาหรือ?!เจียงเฉินอยากจะอธิบายให้กระจ่างนัก อยากบอกว่านับว่ายังโชคดี ที่เขายอมใช้หัวใจและจิตวิญญาณ ทำหน้าที่องครักษ์ที่ดีให้นาง ไม่เช่นนั้นคงไม่มีใครทนกับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของนางได้ แต่เมื่อสัมผัสตั๋วเงินหอมหวาน ในที่สุดเขาก็กล้ำกลืนอดทนต่อไปยังมีเวลาอีกยาวนานที่เขาต้องทนรับความอัปยศนี้ เสิ่นอวี้เจาเดินไปที่หน้าห้องของฉู่มู่
اقرأ المزيد
บทที่7 บุรุษผู้สุภาพสง่างาม
เสิ่นอวี้เจาคิดว่าหากยังอยู่ตรงนี้ต่อ คงต้องถูกทรมานจนเจียนตาย หรือไม่นางอาจถึงขั้นจุดไฟเผาตำหนักรัชทายาทก็เป็นได้ จึงรีบออกไปข้างนอกเพื่อระบายความเครียดนางเดินออกไปด้วยท่าทีไม่แยแส ทิ้งคำพูดไว้ว่า “ขอตัวไปตรวจสอบหญิงสาวในราชสำนักก่อน” พร้อมห้ามเจียงเฉินติดตาม จากนั้นก็หายลับไปจากประตูสีแดงทอง ถนนในเมืองหลวงยังคงคึกคักเต็มไปด้วยผู้คน พ่อค้าแม่ค้าเร่ต่างร้องเรียกขายของ กลิ่นหอมจากร้านค้าสองฝั่งถนนลอยมาเป็นระยะ เพียงเดินเล่นช้าๆ ไปตามถนนนี้ ก็ทำให้จิตใจสดชื่นขึ้น เสิ่นอวี้เจาเดินไปพลางกินไป ตั้งแต่ขนมเปี๊ยะเม็ดบัว ตีนไก่ต้ม จนถึงในที่สุด นางถือฮวาเหมยเคลือบน้ำตาลก่อนจะเดินเข้าร้านหยกร้านแห่งนี้เป็นร้านชื่อดังในเมืองหลวง นางอยากเลือกต่างหู ที่เหมาะสมสักคู่ให้ตนเอง เพื่อสนองความต้องการเล็กๆ แก้ความเบื่อหน่าย แม้ว่าตอนนี้นางจะดูไม่มีความเป็นหญิงเลยก็ตาม“เถ้าแก่ ต่างหูคู่นี้ราคาเท่าไหร่?&rd
اقرأ المزيد
บทที่8 คุณชายบนชั้นสอง
สีหน้าของเสิ่นอวี้เจาเคร่งขรึม นางเงยหน้าขึ้นมองรอบตัวทันที แต่พบว่าโต๊ะที่อยู่ข้างๆ ล้วนเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังดื่มกินและหัวเราะสนุกสนาน ไม่มีใครดูเหมือนจะเป็นคนลอบโจมตี"มีมือสังหารอยู่ที่นี่หรือ?""ข้าว่าคงมีคนจงใจล้อเล่นเสียมากกว่า" ฉู่หยุนชิงไม่ได้แสดงความไม่พอใจแม้แต่น้อย เขาหยิบถ้วยใหม่มาแทนถ้วยเดิม และรินเหล้าลงไปใหม่ "อย่าใส่ใจเลย หากอีกฝ่ายมีจุดประสงค์ซ่อนเร้น เดี๋ยวก็ต้องสร้างปัญหาอีก เราค่อยรอดูตามสถานการณ์ก็พอ"เสิ่นอวี้เจาพยักหน้าเห็นด้วย แต่จู่ๆ นางกลับรู้สึกไม่สบายใจ ความรู้สึกวูบไหวบางอย่างเกิดขึ้น แต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ ไม่นานนักคำตอบก็ปรากฏ เพราะนางยังไม่ได้ดื่มเหล้าจากถ้วยให้หมดดี ก็ได้ยินเสียงดังโครมครามขึ้นมาทันที และในสายตาของเสิ่นอวี้เจาก็ปรากฏร่างของสตรีสองคนที่แต่งหน้างดงาม พวกนางเดินตรงมาที่โต๊ะและนั่งลงข้างๆ ฉู่หยุนชิง"คุณชาย เป็นท่านใช่หรือไม่ ที่จ่ายเงินจำนวนมาก เพื่อเชิญพวกเราให้มาขับร้องเพลง?"
اقرأ المزيد
บทที่9 คัดเลือกพระชายา
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอาหารมื้อนี้นั้น จบลงด้วยการที่เสิ่นอวี้เจาจงใจทำลายบรรยากาศ นางโยนตั๋วเงินให้เถ้าแก่เพื่อชดเชยความเสียหาย จากนั้นก็หันหลังออกจากหอสุราอย่างไม่รีรอแน่นอนว่าทันทีที่ลุกขึ้นเดิน ไม่ลืมที่จะรักษามาดสง่างาม ด้วยการประสานมือคำนับอำลาฉู่หยุนชิงที่พยายามห้ามนางเอาไว้ เสิ่นอวี้เจาตัดสินใจแน่วแน่ว่าจากนี้ไป หากที่ไหนมีรัชทายาทฉู่มู่ฉือปรากฏตัว นางจะไม่อยู่ที่นั่นเกินครึ่งก้านธูปเด็ดขาด แม้แต่องค์ชายห้าจะอยู่ด้วยก็ตาม!แต่ความคิดก็คือความคิด ความจริงนั้นกลับห่างไกลออกไปมาก เพราะสุดท้ายนางก็ยังต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกับไท่จื่อ การนัดหมายล่ม อาหารก็กินไม่อิ่มท้อง พอกลับถึงตำหนัก ยังต้องฟังคำเทศนาจากองค์รัชทายาทที่หาเรื่องมาอบรมอีก"เจ้าสาบานต่อฮ่องเต้แล้วว่าจะช่วยเรื่องหาพระชายาให้ข้าอย่างเต็มใจ แต่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วัน เจ้ากลับอยากจับมือร่วมรบกับน้องห้า แล้วถอดใจไปเช่นนั้นหรือ?""ฝ่าบาทโปรดแก้ไขให้ถูกต้อง หม่อมฉันบอกเพียงว่าจะลองดูเท่านั้น
اقرأ المزيد
บทที่10 เหล่าหญิงงามเข้าวัง
เมื่อบทสนทนาเข้าสู่ช่วงการพูดคุยเรื่องงาน เหล่าคุณหนูต่างก็แสดงท่าทีอึดอัด และยังคงมีข้อสงสัยอยู่บ้าง ต้องดูว่าเสิ่นอวี้เจาจะปกปิดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจได้แค่ไหน พร้อมกับยกยอองค์รัชทายาท ให้ดูเลอเลิศเกินความจริง"องค์รัชทายาทคือใคร? ท่านคือบุรุษหนุ่มผู้สง่างามและมีเสน่ห์ล้ำลึก เป็นไท่จื่อที่อบอุ่นและเปิดใจรับผู้อื่น ทรงมีนิสัยตรงไปตรงมา และเปี่ยมด้วยความเมตตา ใครก็ตามที่ได้เข้าตำหนักรัชทายาท นั่นคือบุญวาสนาจากการสร้างสมบารมีมาแต่ชาติปางก่อน! อย่าไปเชื่อข่าวลือ และเรื่องนินทาจากภายนอก คนทั่วไปมักไม่พูดถึงความหอมหวานของแอปเปิล แต่ชอบจ้องจับผิดแค่องุ่นเขียว นี่ก็เพราะความอิจฉาริษยา และอยากก่อเรื่องเท่านั้นเอง ตอนนี้โอกาสที่จะได้เชิดชูวงศ์ตระกูลมาถึงแล้ว จะทำให้องค์รัชทายาทพึงพอใจ และได้รับความรักจากพระองค์เป็นร้อยปีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกท่านแล้ว!"คำพูดเหล่านี้ทำให้เหล่าสตรีพากันลูบมือด้วยความตื่นเต้น อยากลองพิสูจน์ฝีมือ ในกลุ่มนั้นคุณหนูเฉียน ได้ตั้งคำถามขึ้นด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น "รบกวนบอกข้าเถิดแม่สื่อเสิ่น ไท่จื่อทรงโปรดอะไรบ้าง? ข้าจะได้เตรียมตัวให้พร้อมล่วง
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status