LOGINเสียงดนตรีดังมาจากห้องอาหารบนสุดของกาสิโน กลุ่มแขกที่ได้รับชัยชนะในวันนี้ต่างขึ้นมาฉลองกันเสียงดังพอสมควร แต่ก็มีห้อง VIP ที่แยกต่างหาก และสามารถมองเห็นวิวมาเก๊าได้อย่างชัดเจน
ในห้องนั้นมีสองคนกำลังนั่งรออยู่
“แล้วทำไมเขาต้องนัดพี่ด้วย”
นาคินมองมินตรา ชักสีหน้าใส่เหมือนไม่พอใจคำถาม ก่อนจะปรับสีหน้าใหม่ เพราะคิดว่ามินตราเป็นตัวนำโชคที่ทำให้เขาได้ถอนทุนในครั้งนี้
“ในเมื่อมีคนเลี้ยงก็ดีอยู่แล้ว จริงสิ น้องตาอยากกินอะไรพิเศษไหมอย่างพวกล็อบสเตอร์ หรือคาเวียร์พวกนั้น”
มินตราส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา ท่าทางเรียบร้อยพูดน้อยแบบนี้ เมื่อก่อนเขาก็ชอบหรอกนะ แต่มาตอนนี้เริ่มรู้สึกรำคาญ เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดหรือต้องการอะไร
ถ้าไม่เพราะต้องพาเธอมาเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เขาก็ไม่คิดจะพามาให้เสียอารมณ์เด็ดขาด
ชายหนุ่มมองมือหญิงสาวก็คิดจะจับมือเอาไว้ แต่มินตราหวงตัวมาก แม้จะอยู่ห้องเดียวกัน แต่เขากลับต้องนอนโซฟาด้านนอก ส่วนหญิงสาวกลับล็อกประตูห้องอยู่คนเดียว
ความอยากเอาชนะก็เรื่องหนึ่ง ความอยากลองของก็อีกเรื่องหนึ่งเช่นกัน ในเมื่อไม่ได้ของพวกนั้นเขาก็หงุดหงิดพอตัวแล้ว ยังดีที่สองวันนี้ผลัดกันแพ้ชนะ จนสุดท้ายก็ได้เงินมาหลายล้าน ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยไปแล้วกัน
เสียงประตูเปิดทำให้พวกเขาหันมอง ก็พบว่าเป็นชายแก่ผมหงอกอายุเกือบหกสิบเดินเข้ามา ใบหน้านั้นเหมือนพวกมาเฟียเจ้าพ่อที่คุมบ่อนด้านล่าง
นาคินรีบขยับลุกขึ้น “ไม่ทราบว่าคุณเป็น”
“ผมเป็นคนดูแลที่นี่” เฟยถังมองลูกน้องขยับเก้าอี้ให้แล้วก็นั่งลง จากนั้นก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ
ความนิ่งเงียบทำให้นาคินรู้สึกเกร็งไปด้วย จึงขยับขึ้นยืดตัวอีกนิด
“ผมขอบคุณเงินพวกนั้นที่คุณ” เขาทำท่าเหมือนอยากทราบชื่อ
เฟยถังคีบบุหรี่ออกจากปากแล้วพ่นควันออกมารอบหนึ่ง ก่อนจะบดลงบนแท่นดับบุหรี่ “ไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อ ถือว่าผมได้ช่วยเหลือคนมีน้ำใจแล้วกัน”
“คนมีน้ำใจ” นาคินทำสีหน้าแปลกใจจนกระทั่งเฟยถังกล่าวต่อ
“เมื่อวานคุณผู้หญิงช่วยลูกชายผมเอาไว้”
คำว่าลูกชายทำให้มินตรานึกถึงชายที่เธอพบเจอ สีหน้านาคินดูแปลกใจ เพราะมินตราไม่ได้เล่า
หญิงสาวสบตาแล้วกล่าวต่อ “แค่เรื่องเล็กน้อยค่ะ แต่ที่คุณให้พวกเรามันมากไปจริงๆ”
“ตา” เสียงนาคินกดต่ำห้ามปรามมินตรา เพราะเขาพอใจความช่วยเหลือนั้น
ในเมื่อช่วยเหลือลูกชายเจ้าของบ่อนได้ก็ต้องมีบุญคุณต่อกัน ฉะนั้นเงินแค่ไม่กี่ล้านก็คงน้อยเกินไป พอคิดแบบนั้นนาคินก็ยืดตัวอีกครั้ง
“ไม่น้อยหรอกครับ ถ้าเกิดเรื่องอะไรกับลูกชายผม ผมคงเสียใจแย่” เฟยถังยกมือขึ้นตบสองครั้ง ลูกน้องที่ยืนอยู่ก็เอากระเป๋าสีดำออกมาวางบนโต๊ะ พอเปิดออกก็เห็นเงินจำนวนมหาศาล
นาคินตาลุกวาว
“ผมให้คุณผู้หญิงครับ”
มินตรามองเงินจำนวนมาก แม้เธอจะถูกเลี้ยงมาให้ลำบาก แต่คำสอนของแม่เธอก็จดจำทุกคำ สิ่งไหนไม่ใช่ของเราก็ไม่ควรจะรับมัน และมันก็แค่เหตุการณ์พาไปเท่านั้น เธอไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลยสักนิด
“ฉันขอบคุณมาก แต่เงินจำนวนนี้...”
“ผมขอขอบคุณครับ” นาคินชิงพูดตัดหน้า จากนั้นก็รีบลุกขึ้นไปปิดกระเป๋าแล้วถือเอาไว้ เขาสบตามินตราเพื่อให้หยุดพูด
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นแววตาเหี้ยมไร้ความสุภาพผิดจากที่เคยเป็นมา เงินพวกนั้นมากพอที่จะทำให้เขาทำทุนต่อ และถ้าโชคดีก็อาจจะทำให้เขาได้เงินกลับเมืองไทยถึงสิบล้านเลยทีเดียว
เฟยถังหันมองมินตราอีกรอบ ใบหน้าเรียวเล็ก คิ้วบางได้รูป ปากนิดจมูกหน่อย ตัวเล็กบอบบางน่าทะนุถนอม มิน่าคุณชายของเขาถึงอยากได้ จนถึงกับลงทุนให้เขามาแสดงเป็นนายใหญ่ที่ตายลงหลุมไปหลายปีแล้ว คิดๆ แล้วแผนพนันครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร เขาจะพลาดไม่ได้
“พรุ่งนี้จะมีกลุ่มพนันคนสำคัญมาที่โรงแรมของเรา คนกลุ่มนี้ล้วนเงินหนาทั้งนั้น ถ้าคุณนาคินสนใจจะ...”
“สนใจครับ” นาคินที่ได้เงินมาง่ายๆ ก็รีบตกลงอย่างง่ายดาย คนเราเมื่อความโลภเข้าตาแล้ว แม้แต่ปีศาจมานั่งอยู่ตรงหน้าก็มองไม่เห็น
มินตราเริ่มรู้สึกว่าตัวเองแทบไม่รู้จักนิสัยของแฟนเลยสักนิด บางครั้งเขาเหมือนใส่ใจ แต่บางครั้งเขาเหมือนกำลังมองหาผลประโยชน์จากเธอ แต่เธอเป็นแค่คนถูกทิ้ง พ่อไม่สนใจ แม่เลี้ยงรังแกกดขี่อยู่ทุกวัน เขาจะเอาประโยชน์อะไรจากเธอได้
“รีบกินสิตา” นาคินรีบตักอาหารเช้าให้เธอ เพราะกำลังดีใจที่จะได้ไปเสี่ยงโชคในวันนี้
วันนี้เขาใจดีกับเธอเป็นพิเศษ จนทำให้มินตราที่ขาดความอบอุ่นไม่อยากเก็บความคิดกังวลใจก่อนหน้าเอาไว้อีก เธออาจจะคิดมากก็ได้ นาคินอาจจะรักเธอจริงๆ
เมื่อคิดได้ก็กินอย่างมีความสุข ก่อนที่เขาจะมุ่งหน้าไปยังห้อง VIP สำหรับแขกพิเศษในวันนี้
“สำหรับคุณผู้หญิงเรามีห้องรับรองให้ระหว่างรอครับ” พนักงานบริการด้านหน้าผายมือไปทางด้านขวาของห้อง ทำให้มินตราหันมองนาคินเพื่อขอความคิดเห็น ชายหนุ่มที่อยากร่ำรวย และโกยเงินทองให้มากที่สุดรีบโบกมืออย่างรำคาญ
“ตาไปรอในนั้นแหละ รอพี่ชนะแล้วพวกเราไปค่อยไปฉลองกันต่อ” เขามั่นใจว่ามินตราเป็นตัวนำโชคที่จะทำให้เขากลายเป็นเศรษฐีแน่นอน
ชายหนุ่มนั่งมองลูกที่ได้มาหมาดๆ นั่งหน้าบูดอยู่บนโซฟา พอหันจากลูกมาก็เห็นกองเอกสารมากมายวางอยู่บนโต๊ะ ที่ผ่านมาเขาสบายมาตลอด มีแค่รอเงินปันผลหุ้นส่วนทุกเดือน แต่ไม่เคยทำงานเป็นจริงเป็นจัง ไม่คิดเลยว่าธุรกิจสกุลหวังจะมีมูลค่าหลายหมื่นล้าน พี่ชายเขาเอาเวลาไหนนอนเนี่ย เพราะเขามาทำงานแค่ไม่กี่วัน ตาเขาก็ใกล้จะเป็นหมีแพนด้าแล้ว เขาหยิบปากกาขึ้นมากำลังจะทำงาน เด็กน้อยที่นั่งอยู่โซฟาก็พูดขึ้นว่า “ผมหิว” คนได้ตำแหน่งพ่อหมาดๆ เงยหน้าขึ้นมอง “ก่อนออกจากบ้านฉันให้นายกินข้าว แล้วแต่นายไม่กิน” ตอนนี้คำว่าลูกเขาก็ไม่พูดแล้ว โทสะก็เหมือนจะเพิ่มมากขึ้น เด็กน้อยทำปากเบะอีกแล้ว เขาเลยรีบลุกไปหา แล้วตะโกนให้เลขาหาอะไรมาให้เด็กน้อยกิน สุดท้ายก็วุ่นวายทั้งออฟฟิศ เพราะเด็กน้อยคนนี้ก็เหมือนพี่ชายเขาย่อส่วนมา “ไข่ดาวไม่สุกผมไม่กิน ขนมปังกรอบเกินไป นี่ก็เค็มไป กินแล้วจะไตวายได้ น้ำอุ่นไม่เอา ผมดื่มแล้วเจ็บคอ” นี่พี่ชายสอนลูกเขาแบบไหนนะ ถึงได้ถอดแบบมาหมดอย่างนี้ “ไม่ต้องบ่นน่า กินเข้าไป ไอ้ไข่ดาว ขนมปัง หรือแยมอะไรพวกนี้นายก็ยั
มินตราประคองเขาขึ้นมาโอบกอดไว้แน่น ชายหนุ่มหันมองคนที่กำลังถ่ายอยู่ เพียงพริบตาเดียวคนของเขาก็หันหลังอย่างพร้อมเพรียง แต่มีคนเดียวที่ยังหาญกล้าแอบถ่ายอยู่ สองคนที่ยืนอยู่ตรงระเบียงไม่ได้สนใจอีก เขามองตาเธอ โน้มจูบตรงหน้าผากแล้วเลื่อนริมฝีปากลงมาจรดที่จมูก และบรรจบที่ริมฝีปากที่แสนรัก ความอุ่นละมุนทำให้มินตราหลับตาพริ้มมีความสุข ยามเมื่อเขาถอนจูบแสนหวานนั้น ชายหนุ่มก็พูดสิ่งที่เก็บมานาน “ผมรักคุณ” คำสามคำแสนง่าย แต่ตราตรึงเข้าไปในใจเธอ ที่ผ่านมาไม่ว่าเขาจะใช้แผนการใดเพื่อให้เธอเข้าไปอยู่ในการพนันนั้น แต่ผลลัพธ์ของมันก็ทำให้เธอได้พบเจอกับรักที่แท้จริง “ขอบคุณนะคะ”คนอยากได้ยินคำว่ารักค่อนข้างผิดหวัง “ผมนึกว่าคุณจะบอกว่ารักผมเสียอีก” เขาพูดอย่างน้อยใจ จนกระทั่งหญิงสาวขยับเข้ามาใกล้เขาอีกก้าว ลมหายใจอุ่นอยู่แค่เอื้อม มินตราที่ตัวเล็กกว่าก็เขย่งเท้าขึ้นไปกอดคอเขา“ฉันรักคุณมากค่ะ” พูดจบก็ประกบปากเขา เป็นจูบที่หอมหวานที่สุด จากนั้นริมฝีปากของสองคนก็มอบความรักให้แก่กันอยู่นานบอดีการ์ดที่ยืนใกล้หยางเจิงสะกิดชายหนุ่ม“นายถ่ายหมดไหม”“หมดสิ”“ถ่ายแบบนี้เจ้าน
หยางเจิงที่ยืนอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง แต่ก็ไม่แปลกใจ เพราะคุณชายรองเหมือนหาเรื่องเอง คงไม่คิดว่าพี่ชายจะโมโหเรื่องนี้ แต่เขาที่ติดตามเจ้านายมานานจึงรู้ว่าเจ้านายรักคุณมินตรามาก ดังนั้นหลังจากนี้ อย่าคิดเลยว่าจะมีผู้หญิงคนไหนได้เข้าใกล้เจ้านายได้อีก ยกเว้นคุณมินตราคนเดียว “แกเอาตัวเองให้รอดก่อนค่อยมายุ่งเรื่องของฉัน เรื่องของนายยังเอาตัวไม่รอดเลย ” แหม พี่ชายก็เกินไป เขาก็แค่หวังดี “เอาเถอะ เชิญพี่บูชาเมีย ยกย่องเมียไปคนเดียว ผมไม่เอาด้วยหรอก” “ทำมาเป็นปากดี แล้วฉันจะคอยดู ว่านายจะหอนมากกว่าฉันหรือเปล่า” “อ๊ะ พี่ยอมรับว่าตัวเองเป็นหมา” “เออ ฉันยอมรับว่าเป็นหมา หมาที่ซื่อสัตย์ต่อเมียตัวเดียว ไม่ได้หลายตัวอย่างนาย แต่ฉันจะคอยดู เพราะนายจะกลายเป็นหมาหัวเน่า และหอนยิ่งกว่าฉัน” หวังเทียนยกไหล่ พูดด้วยความมั่นใจ “ไม่มีทาง” ในเมื่อพี่ชายไม่ไป คืนนี้ผมไปเอง“เออ” พี่ชายพูดจบก็ยกเท้าขึ้นมาคล้ายจะถีบ คนเป็นน้องชายก็รู้ทันรีบวิ่งโดยไว พอพ้นก็ยกมือโบกบ๊ายบายกวนบาทาต่อไป ส่วนเขาก็ขยับสูทให้ดูดีเพื่อไปร
มินตราที่นั่งรออยู่ในรถแทบจะนั่งไม่ติด เขาหายไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว จะโทรหาเขาก็โทรไม่ได้ แต่ว่าข้างในที่ยังเงียบสนิท ก็พอทำให้เธอเบาใจได้ จนกระทั่งประตูของสกุลเซิ่นเปิดออก แล้วชายหนุ่มก้าวขึ้นมานั่งบนรถ เธอก็รีบถาม “สำเร็จไหมคะ” ชายหนุ่มยิ้ม แล้วหยิบสัญญาขึ้นมาให้เธอดู มินตรารับไปอ่านรายละเอียดด้านใน “แต่ฉันรู้สึกว่าคุณเสียเปรียบ” “ไม่มีอะไรเสียเปรียบมากไปกว่าการไม่มีคุณ ผมยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้พวกเราได้อยู่ด้วยกัน” พูดถึงการอยู่ด้วยกัน ตอนนี้พวกเขาเหลืออุปสรรคอีกเพียงแค่ด่านเดียว มาดามหวัง ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงสิ่งที่เธอกังวล “ไม่ต้องกลัว ผมเชื่อว่าแค่เรารักกันแม่จะเห็นใจเราในที่สุด” “แล้วถ้าผลมันออกมาตรงกันข้ามล่ะ คุณจะเสียใจไหม” “ไม่มีคำว่าเสียใจ และไม่มีคำว่าผิดหวัง เพราะผมจะทำให้แม่ยอมรับคุณให้ได้” มืออุ่นๆ กุมมือเธอแน่นตลอดทางจนมาถึงหน้าบ้านสกุลหวัง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาอยู่หน้าบ้านของเขา ได้เห็นความอลังการของตัวบ้านที่สืบทอดมาหลายร้อยปี บ้านที่ได้ชื่อว่าเป็นข
“แค่ฉันช่วยคุณ คุณก็รักฉันแล้วเหรอ” ชายหนุ่มล้มตัวนอนแล้วดึงเธอเข้ามากอด จากนั้นก็จูบหน้าผากซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาถอนหายใจ แต่ก็ยอมพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา “ตอนผมอายุ 5 ขวบ ผมออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน เจอหมาตัวใหญ่ตัวหนึ่ง พอมันเห็นผมมันก็วิ่งไล่กัดจนขาผมเลือดออก แต่เพราะผมกลัวตาย ผมก็เลยรีบวิ่งหนีมาจนถึงหน้าบ้าน เมื่อไปถึงหน้าบ้านผมก็ตะโกนบอกแม่ให้รีบเปิดประตู แต่สิ่งที่แม่ทำคือ แม่ยืนอยู่หน้าประตู และพูดกับผมว่า ถ้าแกเป็นลูกชายสกุลหวังจริงก็ต้องรู้จักเอาตัวรอดด้วยตัวเอง เรื่องง่ายๆ แค่นี้ถ้าเอาตัวรอดไม่ได้ แกก็อยู่กับสภาพแวดล้อมนี้ไม่ได้เช่นกัน ตอนนั้นผมคิดว่าผมคงใกล้ตายแล้ว คงหนีหมาตัวนั้นไม่รอด ผมได้แต่มองสายตาเลือดเย็นของแม่ที่มองมา แม่ยืนตรงหน้า แต่ไม่แม้จะขยับมาเปิดประตูให้ผม จังหวะนั้นเอง ผมคิดว่าบนโลกใบนี้ไม่มีใครช่วยผมอีกแล้ว หากว่าคนพวกนั้นไม่ได้รับผลประโยชน์ ผมเห็นก้อนหินก้อนหนึ่งจึงหยิบมันขึ้นมาฟาดหมาตัวนั้น แต่เชื่อไหม กว่าหมาตัวนั้นจะตายผมเองก็ถูกกัดเกือบปางตายเช่นกัน ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่เคยจะพึ่งพาใครยกเว้นตัวเอง แต่คุณที่เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ กลับรีบวิ่งม
สมองของหวังเฉินตอนนี้เหมือนภาพโฮโลแกรมที่หายไปได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ความทรงจำหนึ่งเดือนที่หายไปก่อนหน้าตอนนี้ได้กลับมาแล้ว เขาเงยหน้ามองมินตราก็รู้เลยว่ารักเธอแค่ไหน “ผมจำได้แล้ว” หญิงสาวที่คุกเข่าในสภาพเปล่าเปลือยตรงหน้ารีบเข้าไปกอดเขาด้วยความดีใจ ทำให้เนินอกของเธอเบียดกับแผ่นอก ยิ่งทำให้ท่อนเอ็นร้อนของชายหนุ่มขยับใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เขาเงยหน้ามองเธอแล้วจูบ ก่อนจะแทรกลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปาก ดูดกลืนแลกความอุ่นร้อนและซาบซ่านั้นให้กันและกัน น้ำตาของมินตราไหลออกมาด้วยความปลาบปลื้ม เขาเองก็จูบพรมซับน้ำตาให้หญิงสาว “ผมสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก” เธอก็ไม่อยากให้เขาลืมเธออีกแล้ว “อยู่กับฉันไปตลอดนะคะ อย่าไล่ฉันไปอีก” เธออยากอยู่กับเขา ไม่ว่าเขาจะให้อยู่ในฐานะไหนก็ตาม ความทรงจำกลับมาก็จริง แต่เรื่องราวยังไม่จบแค่นี้ ในเมื่อความปรารถนาจุดติดแล้ว ตอนนี้เพลิงในใจก็จุดติดเช่นกัน เขาประคองร่างบางไปที่เตียงนอน แล้วประคองเธอลงนอนบนเตียง ก่อนหน้านี้เขาคงเสียสติ ถึงได้ลากเธอลงไปบนพรมแบบนั้น ไม่รู้ว่าผิวขาวนวลตรงนั้นจะมีรอยหรือเปล่า พอคิดได้เขาก็รีบพลิกกายเธอให้หันหลัง เผยให้เห็นแผ่นห







