Masuk“ผมขอแค่ก้อนเดียวก่อน” ลองดูกับโชคของตัวเองในคืนนี้ และหนี้ก็จะได้ไม่เยอะเกินไป
หยางเจินยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็เปิดกระเป๋าหยิบเงินปึกหนึ่งส่งให้เขาเอาไปแลกชิป เมื่อเหยื่อเดินหันหลังให้เขาก็หันมองคนคุมโต๊ะพนัน สบสายตากันอย่างรู้งาน
แน่นอน ก้อนแรกเขาก็ได้รับชัยชนะ ได้เงินกลับมาถึงสามเท่า
ในใจนาคินก็คิดว่าอาจจะเป็นความโชคดีแค่ครั้งเดียว จึงเล่นต่อในตาต่อไป แต่ไม่ว่าวางไปเท่าไรเขาก็ชนะ จนสุดท้ายความโลภทำให้เขาหันไปหยิบเงินในกระเป๋าที่หยางเจินถือเอาไว้
วางกองลงไปบนโต๊ะ ในใจก็คิดว่าหากชนะตานี้ เขาจะมีเงินนับสิบล้านหยวน เท่ากับว่าเขาจะกลายเป็นเศรษฐีในชั่วพริบตา
มินตราจะต้องชอบแน่ๆ ในใจคิดเพียงเท่านี้
ลูกกลมหมุนไปยังวงล้อ รอบข้างตอนนี้เหมือนเงียบสนิท สายตาเขาจับจ้องมองแค่ตัวเลขที่ตัวเองพนัน สุดท้ายเมื่อลูกกลมหยุดลง หัวเข่าเขาก็ทรุดลงพื้นอย่างรวดเร็ว
หมดแล้ว... หมดตัวจริงๆ แถมตอนนี้เขาเป็นหนี้ก้อนโตอีก
หยางเจินมองชายหนุ่มที่ล้มอยู่บนพื้นอย่างหมดสภาพ สีหน้าเต็มไปด้วยความพอใจ “ไม่ต้องกังวลไปครับ วันนี้ไม่ได้ พรุ่งนี้อาจจะกลับมาก็ได้”
นาคินคิดว่าเขาคงถูกคนพวกนี้พาตัวไปขายอวัยวะใช้หนี้เสียแล้ว แต่เปล่าเลย อีกฝ่ายกลับเพิ่มเงินให้เขาอีก... “คุณหมายความว่ายังไง”
“วันนี้ไม่ได้ พรุ่งนี้อาจจะได้มากกว่าเดิม คุณนาคินไม่ต้องกังวลนะครับ เจ้านายผมไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้น”
จริงเหรอ เขามาเล่นการพนันที่นี่บ่อยก็จริง แต่จำนวนเงินที่เล่นแต่ละครั้งก็ไม่มาก ยกเว้นครั้งนี้ แม้สายตาเขาจะมีความระแวง แต่พอได้ยินคำว่า “พรุ่งนี้คุณอาจจะชนะได้เพิ่มเป็นสิบเท่าก็ได้”
ความโลภของผีพนันเข้าสิงเขาจริงๆ นาคินหยุดคิดกังวลและความระแวงทั้งหมด เขาถูกหยางเจินพยุงขึ้น จากนั้นก็เดินไปส่งที่ลิฟต์
“พรุ่งนี้หากคุณนาคินไม่รังเกียจ เจ้านายผมจะเลี้ยงมื้อเย็นคุณและเพื่อนของคุณ”
เพื่อน? นาคินหันมองหยางเจิน สีหน้ามีความแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้ถามกลับ คิดว่าเขาเป็นพนักงานที่นี่ก็อาจจะรู้ว่าเขามากันกี่คน
“น้อยคนนะครับที่ได้รับเกียรติรับประทานอาหารกับคุณชายหวัง”
สีหน้าเขาจากที่ระแวงก็เปลี่ยนเป็นดีใจ หวังเฉินเป็นบุตรชายคนโตของสกุลหวัง นักธุรกิจชื่อดังที่มีชื่อเสียงในด้านมืดและสว่าง พื้นที่แถบนี้ล้วนอยู่ภายใต้การปกครองของสกุลหวังทั้งสิ้น ได้ยินมาว่าหวังเฉินบุตรชายคนโตคนนี้เป็นคนมีความสามารถมาก และอายุยังน้อย
“ได้ครับ” เขาตอบรับอย่างเต็มใจ จากนั้นประตูลิฟต์ก็เปิดออก เมื่อนาคินก้าวเข้าไป พอหันหลังมาก็เห็นรอยยิ้มเป็นมิตรของหยางเจินที่ทำให้เขารู้สึกลำพองว่าตัวเองสำคัญ
แต่เมื่อประตูปิดลงเท่านั้น รอยยิ้มเป็นมิตรที่เขาได้รับก็กลายเป็นสีหน้าเรียบนิ่งอย่างน่ากลัว หยางเจินเดินกลับไปในห้องพนันอีกครั้ง ก่อนจะรายงานเรื่องทั้งหมด
หวังเฉินไม่ได้มองคนของเขา เพียงแต่พยักหน้ารับรู้ก่อนจะหยิบแก้วบรั่นดีขึ้นมาดื่มอีกครั้ง เมื่อพบว่าน้ำแข็งที่อยู่ในแก้วละลายจนหมดแล้ว เขาก็ยกดื่มจนหมด
ชายหนุ่มลุกขึ้น จากนั้นก็เดินออกจากห้อง “ฉันจะไปว่ายน้ำ”
ว่ายน้ำตอนตีสาม คงมีแต่เพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่จะทำได้ เสียงประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดขึ้น ก่อนจะพาเขาขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าส่วนตัว เมื่อไปถึงก็มีคนของเขายืนอยู่รอบด้าน
หวังเฉินถอดเสื้อสูทออกส่งให้คนข้างตัว แผ่นหลังของเขาเต็มไปด้วยรอยสักเต็มหลัง ชายหนุ่มมองรอยสักมังกรผงาดบนแขนด้านซ้ายของตัวเอง
จากนั้นก็หันมองพื้นน้ำตรงหน้า แล้วกระโจนลงไปเพื่อดับความร้อนรุ่มในใจคืนนี้ เขาหลับตาลงคิดถึงกลิ่นผู้หญิงคืนนี้ เขาชักอดใจที่อยากจะได้เธอมาเชยชมไม่ไหวแล้ว...
การเป็นนักธุรกิจสิ่งแรกที่จะต้องทำคือผลกำไร ส่วนเรื่องที่ว่าได้มายังไงนั้น ก็ต้องไม่ถือเอาคุณธรรมไว้ในใจ ดังนั้นหากสิ่งไหนเขาต้องการเขาก็ต้องได้ สิ่งไหนไม่สมควรเขาก็ยิ่งต้องการ อย่างผู้หญิงคนที่ชื่อมินตรานั่น ตอนนี้คือสิ่งที่เขาอยากได้ที่สุด
“เธอชื่อมินตราครับ ส่วนนาคินเป็นแฟนของเธอ พวกเขารู้จักกันได้เพียงแค่สามเดือน ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะพาเธอมามาเก๊า ผมสืบประวัติครอบครัวเธอแล้ว แม่ของเธอตายไปตั้งแต่สามขวบ พอเจ็ดขวบพ่อก็แต่งงานใหม่ แม่เลี้ยงของเธอมีลูกติดอยู่หนึ่งคนเป็นผู้หญิงเหมือนกัน อายุน้อยกว่าคุณมินตราหนึ่งปี
หลังจากที่แม่เลี้ยงของเธอแต่งเข้ามา ความเป็นอยู่ของคุณมินตราก็ลำบาก เธอต้องทำงานทุกอย่างไม่ต่างจากคนใช้ เมื่อสามเดือนก่อนแม่เลี้ยงของเธอไปจำนำทรัพย์สินไว้กับแม่ของคุณนาคินเพื่อขัดดอก แต่หลอกคุณมินตราว่าคุณนาคินชอบพอ จึงทำให้เธอตกลงยอมคบด้วย”
ต้องโง่ขนาดไหนถึงยอมทำตามคนอื่นแบบนี้ แต่ดูจากที่เธอช่วยเขาทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้าก็บอกได้ว่าสมองเธอไม่ค่อยมีจริง ๆ
“สุดท้ายไอ้นาคินนั่นมันก็พาเธอมาที่มาเก๊า ก็แสดงว่าไม่ได้พามาเป็นเพื่อน แต่คิดจะ”
หยางเจินพยักหน้า “ครับนาย ดูเหมือนมันจะวางแผนไว้แต่แรกแล้วว่า ถ้าไม่ได้เงินกลับไป ก็อาจจะเอาคุณมินตราไปขาย”
มือที่จับแก้วไวน์บีบแน่นกว่าเดิม ของพวกนี้เขาเห็นจนชิน พวกที่ขายได้แม้กระทั่งคนในครอบครัว ตัดแขน ตัดขา ตัดลิ้นเพื่อแลกเงิน คิดว่าแผนนี้อาจจะไม่ยากอะไร
“ถ้าอย่างนั้นก็เข้าแผนของเราเลย พรุ่งนี้เอาเงินให้มันไปอีก” ของแบบนี้ต้องเอาให้หนัก จะได้ดิ้นไม่หลุด และของที่เขาชอบก็จะไม่หลุดมือไปอย่างแน่นอน
“แล้วเรื่องนัดหมายเย็นนี้”
“ก็ตามนั้น นัดพวกเขาไว้สองทุ่ม จัดการเคลียร์งานฉันให้พร้อม” ของสนุกแบบนี้เขาจะพลาดได้ยังไงกัน
ชายหนุ่มนั่งมองลูกที่ได้มาหมาดๆ นั่งหน้าบูดอยู่บนโซฟา พอหันจากลูกมาก็เห็นกองเอกสารมากมายวางอยู่บนโต๊ะ ที่ผ่านมาเขาสบายมาตลอด มีแค่รอเงินปันผลหุ้นส่วนทุกเดือน แต่ไม่เคยทำงานเป็นจริงเป็นจัง ไม่คิดเลยว่าธุรกิจสกุลหวังจะมีมูลค่าหลายหมื่นล้าน พี่ชายเขาเอาเวลาไหนนอนเนี่ย เพราะเขามาทำงานแค่ไม่กี่วัน ตาเขาก็ใกล้จะเป็นหมีแพนด้าแล้ว เขาหยิบปากกาขึ้นมากำลังจะทำงาน เด็กน้อยที่นั่งอยู่โซฟาก็พูดขึ้นว่า “ผมหิว” คนได้ตำแหน่งพ่อหมาดๆ เงยหน้าขึ้นมอง “ก่อนออกจากบ้านฉันให้นายกินข้าว แล้วแต่นายไม่กิน” ตอนนี้คำว่าลูกเขาก็ไม่พูดแล้ว โทสะก็เหมือนจะเพิ่มมากขึ้น เด็กน้อยทำปากเบะอีกแล้ว เขาเลยรีบลุกไปหา แล้วตะโกนให้เลขาหาอะไรมาให้เด็กน้อยกิน สุดท้ายก็วุ่นวายทั้งออฟฟิศ เพราะเด็กน้อยคนนี้ก็เหมือนพี่ชายเขาย่อส่วนมา “ไข่ดาวไม่สุกผมไม่กิน ขนมปังกรอบเกินไป นี่ก็เค็มไป กินแล้วจะไตวายได้ น้ำอุ่นไม่เอา ผมดื่มแล้วเจ็บคอ” นี่พี่ชายสอนลูกเขาแบบไหนนะ ถึงได้ถอดแบบมาหมดอย่างนี้ “ไม่ต้องบ่นน่า กินเข้าไป ไอ้ไข่ดาว ขนมปัง หรือแยมอะไรพวกนี้นายก็ยั
มินตราประคองเขาขึ้นมาโอบกอดไว้แน่น ชายหนุ่มหันมองคนที่กำลังถ่ายอยู่ เพียงพริบตาเดียวคนของเขาก็หันหลังอย่างพร้อมเพรียง แต่มีคนเดียวที่ยังหาญกล้าแอบถ่ายอยู่ สองคนที่ยืนอยู่ตรงระเบียงไม่ได้สนใจอีก เขามองตาเธอ โน้มจูบตรงหน้าผากแล้วเลื่อนริมฝีปากลงมาจรดที่จมูก และบรรจบที่ริมฝีปากที่แสนรัก ความอุ่นละมุนทำให้มินตราหลับตาพริ้มมีความสุข ยามเมื่อเขาถอนจูบแสนหวานนั้น ชายหนุ่มก็พูดสิ่งที่เก็บมานาน “ผมรักคุณ” คำสามคำแสนง่าย แต่ตราตรึงเข้าไปในใจเธอ ที่ผ่านมาไม่ว่าเขาจะใช้แผนการใดเพื่อให้เธอเข้าไปอยู่ในการพนันนั้น แต่ผลลัพธ์ของมันก็ทำให้เธอได้พบเจอกับรักที่แท้จริง “ขอบคุณนะคะ”คนอยากได้ยินคำว่ารักค่อนข้างผิดหวัง “ผมนึกว่าคุณจะบอกว่ารักผมเสียอีก” เขาพูดอย่างน้อยใจ จนกระทั่งหญิงสาวขยับเข้ามาใกล้เขาอีกก้าว ลมหายใจอุ่นอยู่แค่เอื้อม มินตราที่ตัวเล็กกว่าก็เขย่งเท้าขึ้นไปกอดคอเขา“ฉันรักคุณมากค่ะ” พูดจบก็ประกบปากเขา เป็นจูบที่หอมหวานที่สุด จากนั้นริมฝีปากของสองคนก็มอบความรักให้แก่กันอยู่นานบอดีการ์ดที่ยืนใกล้หยางเจิงสะกิดชายหนุ่ม“นายถ่ายหมดไหม”“หมดสิ”“ถ่ายแบบนี้เจ้าน
หยางเจิงที่ยืนอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง แต่ก็ไม่แปลกใจ เพราะคุณชายรองเหมือนหาเรื่องเอง คงไม่คิดว่าพี่ชายจะโมโหเรื่องนี้ แต่เขาที่ติดตามเจ้านายมานานจึงรู้ว่าเจ้านายรักคุณมินตรามาก ดังนั้นหลังจากนี้ อย่าคิดเลยว่าจะมีผู้หญิงคนไหนได้เข้าใกล้เจ้านายได้อีก ยกเว้นคุณมินตราคนเดียว “แกเอาตัวเองให้รอดก่อนค่อยมายุ่งเรื่องของฉัน เรื่องของนายยังเอาตัวไม่รอดเลย ” แหม พี่ชายก็เกินไป เขาก็แค่หวังดี “เอาเถอะ เชิญพี่บูชาเมีย ยกย่องเมียไปคนเดียว ผมไม่เอาด้วยหรอก” “ทำมาเป็นปากดี แล้วฉันจะคอยดู ว่านายจะหอนมากกว่าฉันหรือเปล่า” “อ๊ะ พี่ยอมรับว่าตัวเองเป็นหมา” “เออ ฉันยอมรับว่าเป็นหมา หมาที่ซื่อสัตย์ต่อเมียตัวเดียว ไม่ได้หลายตัวอย่างนาย แต่ฉันจะคอยดู เพราะนายจะกลายเป็นหมาหัวเน่า และหอนยิ่งกว่าฉัน” หวังเทียนยกไหล่ พูดด้วยความมั่นใจ “ไม่มีทาง” ในเมื่อพี่ชายไม่ไป คืนนี้ผมไปเอง“เออ” พี่ชายพูดจบก็ยกเท้าขึ้นมาคล้ายจะถีบ คนเป็นน้องชายก็รู้ทันรีบวิ่งโดยไว พอพ้นก็ยกมือโบกบ๊ายบายกวนบาทาต่อไป ส่วนเขาก็ขยับสูทให้ดูดีเพื่อไปร
มินตราที่นั่งรออยู่ในรถแทบจะนั่งไม่ติด เขาหายไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว จะโทรหาเขาก็โทรไม่ได้ แต่ว่าข้างในที่ยังเงียบสนิท ก็พอทำให้เธอเบาใจได้ จนกระทั่งประตูของสกุลเซิ่นเปิดออก แล้วชายหนุ่มก้าวขึ้นมานั่งบนรถ เธอก็รีบถาม “สำเร็จไหมคะ” ชายหนุ่มยิ้ม แล้วหยิบสัญญาขึ้นมาให้เธอดู มินตรารับไปอ่านรายละเอียดด้านใน “แต่ฉันรู้สึกว่าคุณเสียเปรียบ” “ไม่มีอะไรเสียเปรียบมากไปกว่าการไม่มีคุณ ผมยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้พวกเราได้อยู่ด้วยกัน” พูดถึงการอยู่ด้วยกัน ตอนนี้พวกเขาเหลืออุปสรรคอีกเพียงแค่ด่านเดียว มาดามหวัง ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงสิ่งที่เธอกังวล “ไม่ต้องกลัว ผมเชื่อว่าแค่เรารักกันแม่จะเห็นใจเราในที่สุด” “แล้วถ้าผลมันออกมาตรงกันข้ามล่ะ คุณจะเสียใจไหม” “ไม่มีคำว่าเสียใจ และไม่มีคำว่าผิดหวัง เพราะผมจะทำให้แม่ยอมรับคุณให้ได้” มืออุ่นๆ กุมมือเธอแน่นตลอดทางจนมาถึงหน้าบ้านสกุลหวัง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาอยู่หน้าบ้านของเขา ได้เห็นความอลังการของตัวบ้านที่สืบทอดมาหลายร้อยปี บ้านที่ได้ชื่อว่าเป็นข
“แค่ฉันช่วยคุณ คุณก็รักฉันแล้วเหรอ” ชายหนุ่มล้มตัวนอนแล้วดึงเธอเข้ามากอด จากนั้นก็จูบหน้าผากซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาถอนหายใจ แต่ก็ยอมพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา “ตอนผมอายุ 5 ขวบ ผมออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน เจอหมาตัวใหญ่ตัวหนึ่ง พอมันเห็นผมมันก็วิ่งไล่กัดจนขาผมเลือดออก แต่เพราะผมกลัวตาย ผมก็เลยรีบวิ่งหนีมาจนถึงหน้าบ้าน เมื่อไปถึงหน้าบ้านผมก็ตะโกนบอกแม่ให้รีบเปิดประตู แต่สิ่งที่แม่ทำคือ แม่ยืนอยู่หน้าประตู และพูดกับผมว่า ถ้าแกเป็นลูกชายสกุลหวังจริงก็ต้องรู้จักเอาตัวรอดด้วยตัวเอง เรื่องง่ายๆ แค่นี้ถ้าเอาตัวรอดไม่ได้ แกก็อยู่กับสภาพแวดล้อมนี้ไม่ได้เช่นกัน ตอนนั้นผมคิดว่าผมคงใกล้ตายแล้ว คงหนีหมาตัวนั้นไม่รอด ผมได้แต่มองสายตาเลือดเย็นของแม่ที่มองมา แม่ยืนตรงหน้า แต่ไม่แม้จะขยับมาเปิดประตูให้ผม จังหวะนั้นเอง ผมคิดว่าบนโลกใบนี้ไม่มีใครช่วยผมอีกแล้ว หากว่าคนพวกนั้นไม่ได้รับผลประโยชน์ ผมเห็นก้อนหินก้อนหนึ่งจึงหยิบมันขึ้นมาฟาดหมาตัวนั้น แต่เชื่อไหม กว่าหมาตัวนั้นจะตายผมเองก็ถูกกัดเกือบปางตายเช่นกัน ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่เคยจะพึ่งพาใครยกเว้นตัวเอง แต่คุณที่เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ กลับรีบวิ่งม
สมองของหวังเฉินตอนนี้เหมือนภาพโฮโลแกรมที่หายไปได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ความทรงจำหนึ่งเดือนที่หายไปก่อนหน้าตอนนี้ได้กลับมาแล้ว เขาเงยหน้ามองมินตราก็รู้เลยว่ารักเธอแค่ไหน “ผมจำได้แล้ว” หญิงสาวที่คุกเข่าในสภาพเปล่าเปลือยตรงหน้ารีบเข้าไปกอดเขาด้วยความดีใจ ทำให้เนินอกของเธอเบียดกับแผ่นอก ยิ่งทำให้ท่อนเอ็นร้อนของชายหนุ่มขยับใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เขาเงยหน้ามองเธอแล้วจูบ ก่อนจะแทรกลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปาก ดูดกลืนแลกความอุ่นร้อนและซาบซ่านั้นให้กันและกัน น้ำตาของมินตราไหลออกมาด้วยความปลาบปลื้ม เขาเองก็จูบพรมซับน้ำตาให้หญิงสาว “ผมสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก” เธอก็ไม่อยากให้เขาลืมเธออีกแล้ว “อยู่กับฉันไปตลอดนะคะ อย่าไล่ฉันไปอีก” เธออยากอยู่กับเขา ไม่ว่าเขาจะให้อยู่ในฐานะไหนก็ตาม ความทรงจำกลับมาก็จริง แต่เรื่องราวยังไม่จบแค่นี้ ในเมื่อความปรารถนาจุดติดแล้ว ตอนนี้เพลิงในใจก็จุดติดเช่นกัน เขาประคองร่างบางไปที่เตียงนอน แล้วประคองเธอลงนอนบนเตียง ก่อนหน้านี้เขาคงเสียสติ ถึงได้ลากเธอลงไปบนพรมแบบนั้น ไม่รู้ว่าผิวขาวนวลตรงนั้นจะมีรอยหรือเปล่า พอคิดได้เขาก็รีบพลิกกายเธอให้หันหลัง เผยให้เห็นแผ่นห







