LOGINแชะ!
เฌอรีนกดชัตเตอร์ถ่ายรูปตัวเองหน้ากระจกแล้วเลือกรูปส่งไปในไลน์
Cherlyn : คืนนี้ฉันแต่งแนวนี้
Milly : แซ่บ!
มิลลี่ตอบกลับมาทันที
Cherlyn : แล้ววันนี้แกแต่งแบบไหน ไหนดูหน่อย
Milly : แต่งแบบแกแหละ ใกล้เวลานัดแล้ว ฉันจะออกไปล่ะนะ แกก็รีบมาล่ะ อย่าให้ฉันรอนาน!
มิลลี่พิมพ์ย้ำทิ้งท้ายเพราะเธอชอบเลทบ่อย
Cherlyn : รู้แล้วจ้า
หญิงสาวพิมพ์ตอบกลับเสร็จหยิบกระเป๋าสะพายใบเล็กเตรียมตัวออกจากห้อง เดินลงบันไดไม่กี่ก้าวก็เห็นม๊ากำลังนั่งดูทีวีกับพี่ชายที่ไม่ได้เจอหลายวันเพราะต้องไปสัมมนาแทนป๊า
“นั่นเฌอจะไปเที่ยวข้างนอกเหรอ?” ใช่ เสียงนั่นพี่ภีมถามขึ้นหลังจากเธอเดินลงมาถึงด้านล่าง
“ค่ะ แต่กลับไม่เกินตีหนึ่งเหมือนเดิม”
“แล้วไปเที่ยวกับใคร?” ม๊าถาม
“ก็ยัยมิลลี่ เพื่อนหนูไงคะม๊า”
“แล้วไปกันสองคนเหรอ” พี่ภีมถามต่อ
“ค่ะ แต่พี่ภีมกับม๊าไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เฌอดูแลตัวเองได้”
เฌอรีนเข้าไปสวมกอดม๊าพลางหอมแก้มที่เริ่มมีรอยย่นตามอายุวัย
ฟอดดด…
“หนูไปก่อนนะคะม๊า”
“อืม เป็นสาวเป็นนางดูแลตัวเองดีๆ ด้วยล่ะ” ม๊าบอก
ใช่ ปกติบ้านเธอจะไม่ห้ามเวลาไปเที่ยวกลางคืนแทบจะปล่อยอิสระด้วยซ้ำ แต่บางครั้งมีแอบบ่นบ้างหากเที่ยวกลางคืนถี่บ่อยเกินไป
“ค่ะม๊า”
@ณ คลับย่านเอกมัย
เฌอรีนเดินเข้ามาในร้านที่ค่อนข้างเบียดเสียด อาจจะเป็นเพราะวันนี้วันศุกร์ด้วย ตากลมโตมองหามิลลี่ที่มาเอาโต๊ะก่อน
“เฌอ ทางนี้” นั่นเสียงมิลลี่
“โทษทีที่มาเลทนะแก พอดีแถวบ้านรถติดนิดหน่อยน่ะ”
“ไม่เป็นไรแก รอบนี้ถือว่าแกทำดีมาก เพราะฉันสำรวจหมดแล้วว่าผู้ในร้านงานดีทุกคน วันนี้ฉันก็เลยให้อภัย” มิลลี่ว่าพลางยกแก้ว
“มา ชนแก้ว!”
เกร้ง!
“เวลคั่มดริ๊ง หมดแก้วนะ” มิลลี่พูดขึ้นก่อนทั้งสองจะหมดแก้วในเวลาต่อมา
“ฉันคิดถึงบรรยากาศแบบนี้สุดๆ” เฌอรีนเอ่ยขึ้น เพราะเธอไม่ได้มาเที่ยวคลับ ไม่ได้มาดื่มกับเพื่อนมาเกือบเดือน
“ฉันก็คิดถึง กลับบ้านที่เชียงใหม่มีแต่ป่ามีแต่เขา” มิลลี่บ่น เพราะบ้านเธออยู่ในชนบทไม่ได้อยู่ในตัวเมือง
“อ่ะ มาหมดแก้วอีกรอบด้วยกัน”
ต่างคนต่างเติมน้ำแอลกอฮอล์สีอำพันในแก้วของตัวเองก่อนจะยกแก้วดื่มพร้อมกันจนหมดอีกรอบ
“อ๊าา! ชื่นใจ” หมดแก้วเป็นแก้วที่สอง
ปกติพวกเธอค่อนข้างที่จะคอแข็ง โดยเฉพาะยัยมิลลี่นี่ที่สุด เหล้าเพียวหกช็อตยังทำอะไรนางไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเธอโดนเหล้าช็อตไปน่ะเหรอ ตุยจ้า! ขอบายเลย
“ถ้าเราไปฝึกงาน เรียนจบมีชีวิตในวัยทำงาน เราสองคนจะมีเวลามานั่งดื่มแบบนี้อีกไหมวะแก” มิลลี่เปรยพลางวางแก้ว
“มีสิแก ทำงานนะไม่ได้ไปรับใช้ชาติ ถ้าให้ทำงานอย่างเดียวแล้วไม่มีเวลามาดื่มแบบนี้ ชีวิตคงจืดชืดน่าดู” เห็นพวกเธอสวยๆ แบบนี้ บอกเลยว่าเป็นสายดื่มคอเหล็ก
“ก็จริงของแก”
“มิลลี่ ฉันเห็นโต๊ะนั้นมองแกหลายรอบแล้วนะ แกลองเดินเข้าไปทักทายหน่อยไหม” เฌอรีนเปิดหัวข้อคุยเรื่องใหม่
“ไหนๆ หล่อปะ”
“แกดูเองดีกว่า”
มิลลี่หันไปทางโต๊ะที่เพื่อนชี้ ผู้ชายคนนั้นมองมาที่เธอจริงด้วยจึงขยิบตาโปรยเสน่ห์ไปหนึ่งทีเป็นการทักทาย แล้วยัยมิลลี่ก็หันมายิ้มเขินกับเธอ
“อร้าย เขินอ่ะ คนอะไรหล่อแล้วยังน่ารักอีก” มิลลี่ยิ้มเขินแก้มแดง
“ฉันก็เห็นแกบอกหล่อทุกคนนะ”
“แต่คนนี้หล่อ น่ารักกว่าคนอื่นๆ เลยนะ”
“แล้วหล่อกว่าอาจารย์คินน์ของแกไหม?”
“ไม่ๆ เทียบไม่ติดจ้ะ อาจารย์คินน์ของฉันหล่อกว่า แต่นาทีนี้ฉันขอยกให้ผู้โต๊ะนั้นก่อน อร้ายย” ><
“จ้า”
“อ่ะ มา ชนแก้วอีกรอบ” เธอแก้วชนกับเพื่อนรอบที่สาม
“ชนจ้า!”
“ขอชนแก้วด้วยได้ไหมครับ”
ใช่ หนุ่มโต๊ะนั้นที่เพื่อนเธอบอกว่าหล่อ เดินมาขอชนแก้วยัยมิลลี่
“ได้ค่ะ มิลลี่ค่ะ” ยัยมิลลี่ทำท่าเขิน พลางยื่นชนแก้ว
“เฟิร์สครับ” พลางชนแก้วตอบมิลลี่ ก่อนจะหันแก้วมาชนเฌอรีน
“คุณ?”
“เฌอรีนค่ะ” เธอชนแก้วตอบ
“ปกติมาเที่ยวกันสองคนเหรอครับ”
“ค่ะ แล้วคุณเฟิร์สล่ะคะ” มิลลี่ถามกลับ
“ก็มากับเพื่อนครับ แต่เพื่อนผมมากับแฟนหมดเลย เพราะงั้น… ผมนั่งด้วยคนนะครับ อยู่โต๊ะนู่นแล้วเหงา” พลางส่งสายตาหวานให้มิลลี่
“ยินดีค่ะ ทางนี้ก็ชนแก้วกันสองคน เหงาพอดีเลยค่ะ”
“แก ฉันขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวมา”
เฌอรีนขอตัวเข้าห้องน้ำ หลังจากเอาแต่ยกแก้วดื่มหมดไปหลายแก้ว
หลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จแอบเติมปากหน้ากระจกก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำ และบังเอิญเจอเข้ากับใครบางคนที่ไม่คิดว่าจะเจอในสถานที่แบบนี้
“เธอ”
พาคินน์แอบแปลกใจไม่น้อยเมื่อชนกับร่างบางของนิสิตสาวในลุคเซ็กซี่ต่างจากที่เคยเจอกันในคลาส และเขาก็ไม่คิดว่าจะเจอลูกศิษย์ในสถานที่แบบนี้ด้วย
“อาจารย์คินน์ หวัดดีค่ะ” เธอยกมือไหว้เขาอย่างรวดเร็ว ถึงจะเจอกันในสถานที่แบบนี้เขาก็ยังถือว่าอยู่ในฐานะอาจารย์
“ไม่คิดว่าเธอจะมาเที่ยวในที่แบบนี้ด้วย”
“แบบเฌอทำไมคะ แปลกเหรอคะ”
“ใช่ แค่แปลกใจนิดหน่อยน่ะ” พูดจบก็เดินผ่านร่างบางเข้าห้องน้ำ และเธอสังเกตว่าเขามีอาการเมาหน่อยๆ
“ชิ แปลกตรงไหน”
เธอเดินกลับมาที่โต๊ะก็เห็นยัยมิลลี่มีหนุ่มมาชนแก้วเพิ่มถึงสองคน เพื่อนเธอฮอตไม่เบาจริงๆ
“แหม ฮอตจริงๆ เลยนะ ยัยมิลลี่เพื่อนฉัน” เธอพูดข้างหูมิลลี่ให้ได้ยินกันสองคน
“โอ้ว มิลลี่ เพื่อนเธอสวยจัง ขอชนแก้วด้วยได้ไหมครับ” ชายหนุ่มแววตาเจ้าชู้ที่เธอไม่รู้จักยื่นแก้วมาชน เฌอรีนจึงยื่นแก้วชนตอบเป็นมารยาท
“ผมธีมครับ คุณ…?” ชายหนุ่มแนะนำตัวหลังจากเห็นแววสงสัยจากหญิงสาว
“เฌอรีนค่ะ”
“หมดแก้วนะครับ คุณเฌอรีน”
“หมดแก้วค่า!” เธอยกหมดแก้ว
“หมดแก้วอีกรอบไหมครับ” ธีมถาม
“นี่กะจะมอมเฌอท่าเดียวเลยเหรอคะ จะไม่เว้นช่องว่างให้พูดคุยรู้จักกันหน่อยเหรอคะ” เธอเอ่ย เผลอให้เธอหมดแก้วกับผู้ชายแปลกหน้าหลายแก้วมีหวังเธอได้ถูกคนตรงหน้าหิ้วกลับห้องแน่ และวันนี้ดูท่ายัยมิลลี่นี่ก็จะคุยถูกคอกับทุกคนจนลืมไปแล้วมั้งว่ามีเพื่อนมาด้วย
“ปกติคุณเฌอรีนมาเที่ยวที่นี่บ่อยไหมครับ”
“เพิ่งมาครั้งแรกค่ะ แล้วคุณล่ะคะ”
“เพิ่งมาครั้งแรกเหมือนกันครับ เพื่อนผมชวนมาน่ะ” เธอสาดสายตาตามชายหนุ่มที่มองไปยังโต๊ะวีไอพีก็เห็นว่าเขามากับเพื่อนจริง
“อ๋อค่ะ”
“คุณเฌออายุเท่าไหร่เหรอครับ”
“22 ค่ะ”
“ยังเรียนอยู่สินะครับ”
“ใช่ค่ะ แต่ปีนี้ปีสุดท้ายแล้วค่ะ”
“ครับ”
ระหว่างนั้นเธอชวนชายหนุ่มตรงหน้าสลับชนแก้วบ้างหมดแก้วบ้างและเต้นโยกตามจังหวะเพลงบ้าง ก่อนจะขอตัวเข้าห้องน้ำอีกรอบ
“ขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่งนะคะ”
“โอ๊ย ปวดฉี่” เธอบ่นระหว่างทางเข้าห้องน้ำ
ตอนนี้เธอเริ่มกรึ่มค่อนไปทางเมาแล้ว แต่จะไม่ให้เมาเลยก็แปลกเพราะอีกฝ่ายชวนหมดแก้วจนเธอยกไปกว่าสิบแก้วแล้ว
ให้ตายเถอะ!
ระหว่างที่หญิงสาวหายเข้าห้องน้ำธีมแอบเอาบางอย่างออกจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะเทใส่แก้วหญิงสาวแล้วคนแก้วเล็กน้อย
“เฌอ เพื่อนฉันไปไหนแล้วคะ” มิลลี่ถาม ธีมสะดุ้งเล็กน้อยหลังจากแอบเทบางอย่างใส่แก้วหญิงสาว
“ไปเข้าห้องน้ำครับ”
“อ๋อค่ะ”
เกือบยี่สิบนาทีกว่าเฌอรีนจะออกจากห้องน้ำ เพราะยิ่งดึกคิวห้องน้ำยิ่งเยอะ
“เฌอ แกเมายัง” มิลลี่ถามหลังจากเห็นเพื่อนมานั่งที่โต๊ะแล้ว
“นิดหน่อย แล้วแกอ่ะ”
“ฉันว่าตอนนี้ฉันเริ่มไม่ไหวแล้วว่ะแก ฉันโดนหมดแก้วไปยี่สิบกว่าแก้วมั้ง นี่กะจะมอมฉันท่าเดียวเลยแก” มิลลี่บอกข้างหูเพื่อน พร้อมกับร่างเพื่อนที่เริ่มทรงตัวไม่อยู่แล้วจริงๆ
“อีกสักแป๊บไหม เที่ยงคืนค่อยกลับ” เฌอรีนบอก
“อืม ได้ๆ แต่ฉันไม่ดื่มแล้วนะ ไม่ไหว ขอไปล้างหน้าแป๊บ” ว่าแล้วก็หายไปเข้าห้องน้ำ
“เมาแล้วเหรอครับ” ธีมเอ่ยขึ้นหลังจากเพื่อนเธอหายไปจากโต๊ะ
“ก็เริ่มแล้วค่ะ”
“หลังเลิกจากคลับ ไปไหนต่อไหมครับ”
“คงไม่แล้วค่ะ พอดีต้องกลับก่อนตีหนึ่ง”
“เป็นเด็กดีจังเลยนะครับ หมดแก้วอีกรอบไหมครับ?” ธีมเอ่ยชวนอีกรอบ
“ขอพักชนแก้วแป๊บหนึ่งนะคะ” เธอบอก พลางลุกไปเต้นหน้าเวทีเบาๆ มาเที่ยวทั้งทีให้ชนแต่แก้วคงไม่ไหว ขอเต้นบ้างเถอะ
วู้วว!
เธอเต้นคลุกเคล้าไปตามจังหวะเพลงที่เปิดอย่างเมามันกับกลุ่มผู้หญิง พอเต้นจนเหนื่อยถึงเดินกลับมาที่โต๊ะ อาการเมากรึ่มๆ ก่อนหน้านี้เริ่มจะสร่างบ้างแล้ว
“นึกว่าไปแล้วซะอีกค่ะ” เธอพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าธีมยังนั่งที่โต๊ะ ขณะที่เพื่อนเธอเริ่มเมาจริงจัง แต่ยังฝืนอยู่
“ยังครับ เดี๋ยวขอชนแก้วอีกแก้วแล้วจะไปแล้วครับ”
“มาค่ะ ชนแก้ว!”
“แก้วนี้สุดท้ายแล้ว กลับเลยไหมเฌอ ฉันฝืนบ่ไหวแล้ว” มิลลี่ว่า
“โอเค หมดแก้วนี้แล้วกลับเลย” พลางยกแก้มดื่มจนหมด
“อ๊าา! หมดแล้ว”
“อ้าว จะกลับแล้วเหรอครับ” ธีมเอ่ยถามเมื่อเห็นเหยื่อที่เขาตกเบ็ดไว้เตรียมจะลุก
“ค่ะ พอดีเพื่อนฉันไม่ไหวแล้ว”
“ถ้าจะกลับแล้ว ธีมขอชนอีกแก้วได้ไหมครับ” เขาชวนอีกรอบ
“ได้ค่ะ” พลางยื่นแก้วให้อีกฝ่ายเติมน้ำสีอำพัน
“แก้วสุดท้ายนะคะ” เธอย้ำว่าเป็นแก้วสุดท้าย
“ครับ”
ธีมมองหญิงสาวดื่มจนหมดแก้ว ส่วนตัวเองนั้นยกไปแค่ครึ่งเดียวและรอดูอาการอีกฝ่าย เพราะยาที่เขาใส่ไปก่อนหน้านี้มันจะออกฤทธิ์ภายในห้าที และดูเหมือนว่าตอนนี้เฌอรีนเองก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ กับร่างกายตัวเอง เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองแต่มันร้อนรุ่มแปลกๆ
ไม่ได้การล่ะ เธอโดนวางยาปลุกเซ็กซ์แน่ๆ
บรรลัยที่สุด!
“เออ เฌอขอตัวกลับก่อนนะคะ มิลลี่ป่ะ!” เธอสะกิดเพื่อนแล้วรีบเดินออกจากร้านเพราะเธอจะไม่ไหวแล้ว
Shit!
เวรกรรมอะไรวะเนี่ย
อาการเมาบวกกับฤทธิ์ยา ตอนนี้เธอเริ่มจะคุมตัวเองไปไหวแล้ว
วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัวที่ทุกคนจะมาร่วมวงรับประทานอาหารด้วยกัน โดยสลับสถานที่ระหว่างบ้านคฑากุลกับบ้านอมรรัตน์ และมีบางสัปดาห์ที่จะนัดเจอกันที่ร้านอาหารพาคินน์อุ้มลูกชายตัวน้อยไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว มืออีกข้างถือกระเป๋าของลูกน้อยเอาไว้ เดินตามภรรยาสาวที่เริ่มมีพุงยื่นขยายเป็นทรงกลมจากการตั้งครรภ์ลูกคนที่สองเข้าบ้านคฑากุล“คุณพ่อคุณแม่ สวัสดีค่ะ” สะใภ้สาวยกมือไหว้พ่อแม่สามีที่ออกมารับถึงหน้าบ้านและยิ้มน่ารักตอบแทน“สวัสดีจ้ะ เอ๊ะ ใครเอ่ย? น้องคีนหลานย่ารึเปล่านะ มามะ... มาหาย่าดีกว่า” ผู้เป็นย่าเอ่ยหยอกเย้าทักทายหลานชายตัวน้อย“เจอคุณย่าแล้วยิ้มดีใจใหญ่เลยนะ เจ้าคีน” ว่าพลางจิ้มแก้มนุ่มแดงของลูกชายด้วยความมันเขี้ยวเด็กชายคีริน หรือน้องคีน เป็นเด็กคลอดง่ายเลี้ยงง่าย มีผิวพรรณขาวใส ตากลมโตเหมือนแม่ แต่ได้เครื่องหน้าหล่อเหลาและมีอีคิวสูงเหมือนพ่อ เรียกได้ว่าเลือกเอาแต่ลักษณะเด่นของทั้งคู่ไปอย่างลงตัว และด้วยความเป็นลูกคนแรกบวกกับอยากมีหลานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้ม๊ากับป๊ารักและเอ็นดูน้องคีนเป็นที่สุด ถึงขั้นทุ่มเงินหลายล้านเพื่อรับขวัญหลานชายคนแรกเป็นทองคำแท่งสิบบาทกับเงินสดอีกห้าล้า
สองเดือนถัดมาพิธีหมั้นสไตล์จีนถูกจัดขึ้นในโรงแรมควีนส์ โดยเชิญแขกเพียงญาติและเพื่อนของทั้งสองฝ่ายมาร่วมงาน หลังจากจบพิธีมีการทานอาหารร่วมกันซึ่งเป็นอาหารแบบโต๊ะจีนหนึ่งสัปดาห์หลังจากพิธีหมั้น พาคินน์ให้ทนายความนำเอกสารการจดทะเบียนสมรสไปให้เธอเซ็นถึงที่ เนื่องจากตารางงานเต็มทั้งคู่ แม้จะพยายามเคลียร์งานหากยังมีเวลาไม่ตรงกัน เพื่อความสะดวกจึงให้ทนายดำเนินเรื่องเอกสารแทนสามวันให้หลังเฌอรีนได้ย้ายเข้ามาอยู่กับคู่หมั้นหนุ่มที่คอนโดมิเนียมตามที่ตกลงกันไว้ว่าจะทดลองอยู่ด้วยกันก่อนแต่ง “จัดของยังไม่เสร็จเหรอครับ”พาคินน์พาตัวเองเข้ามาในห้องนอนและพบว่าห้องที่เคยกว้างกลับดูแคบลงถนัดตา มีการจัดตกแต่งห้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่เป็นโทนสีสดใส มีเครื่องสำอางผู้หญิงวางเรียงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าที่เคยโล่งบัดนี้กลับเต็มแน่น“ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ” เฌอรีนเงยหน้าคุยกับเขานิดเดียวแล้วยื่นแขนแขวนเสื้อบนราว“หิวน้ำไหม พี่เอาน้ำมาให้” ร่างใหญ่เดินเข้ามาใกล้ร่างเล็กที่ง่วนกับการจัดเก็บเสื้อผ้า“ขอบคุณค่ะ พี่คินน์น่ารักจัง” เธอรับแก้วมาดื่มน้ำจนหมดจึงยื่นแก้วกลับคืนและยังให้รางวัลตอบแทนด้วยการหอมแก้ม
โรงแรมควีนส์“เชิญครับ” พาคินน์เปิดประตูห้องสวีตให้แฟนสาวน้อยเดินเข้าไปก่อน“วิวสวยจัง” บอกแล้วห่อปากตกตะลึงกับวิวเมืองศิวิไลซ์ที่มีแสงวิบวับประกายจากยอดตึกสูงไล่ระดับ ช่างเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหลเลยจริงๆ“พี่ว่าเฌอสวยกว่า”เสียงห้าวกระซิบบอกใกล้ใบหูและวาดแขนโอบรอบเอวเล็กคอดกระชับกายเข้าหาจนสัมผัสถึงความอบอุ่นจากร่างใหญ่ที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง“พี่คินน์ปากหวาน”เฌอรีนตอบกลับเสียงใสพลางเอียงคอไปด้านซ้ายเล็กน้อยเมื่อแฟนหนุ่มยื่นคางวางบนไหล่เล็กแล้วกระชับอ้อมกอดแน่น สายตาสองคู่ทอดยาวออกไปนอกหน้าต่างที่กรุด้วยกระจกใสที่ทำให้สามารถมองเห็นวิวเมืองยามค่ำสุดน่าทึ่งหนุ่มสาวยืนชื่นชมสิ่งที่อยู่ตรงหน้าโดยไร้บทสนทนาจนได้ยินเสียงลมหายใจกันและกันชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันความใกล้ชิดกับกลิ่นหอมเย้ายวนจากร่างนุ่มดึงดูดให้ชายหนุ่มอดใจไม่ไหว ปากหยักหนากดฝังลงขมับบางและกลุ่มผมนุ่มหอมซ้ำหลายครั้งด้วยความรักใคร่ผสมปนโหยหาจากเบื้องลึก ฟัดแก้มนุ่มอีกหลายทีด้วยความมันเขี้ยวแล้วลามและเล็มกรอบหน้างามก่อนเลื่อนใบหน้าซุกไซ้ซอกคออ่อนเนียนที่มีกลิ่นหอมหวาน“อื้อ พี่คินน์อย่า...” อยากต่อต้านสัมผัสวาบหวาม หากร่างกา
หลังจากเรียนจบเฌอรีนไม่ได้ตัดสินใจทันทีว่าจะเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศหรือทำงานในบริษัท ช่วงนี้เธอจึงมีเวลาว่างถึงว่างมากจึงหันมาเล่นโซเชียลทำคอนเท้นต์ ไฮโซสาวที่มียอดผู้ติดตามเกือบหนึ่งล้านคนจึงกลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วผ่านคอนเท้นต์ต่างๆ มีคลิปไวรัลหลายคลิปจนมีบริษัทติดต่อเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้เธอช่วยโปรโมตแบรนด์สินค้าผ่านช่องทางของเธอ และยังได้ร่วมงานอีเว้นท์กับโฆษณาอีกหลายชิ้นภายในระยะเวลาไม่ถึงสามเดือนกับการทำงานคอนเท้นต์-ครีเอเตอร์หรืออีกชื่อว่าอินฟลูเอนเซอร์ผ่านโซเชียลมีเดียทำให้เธอสามารถกอบโกยรายได้มากถึงหกหลักแถมมาด้วยผู้ติดตามช่องที่เพิ่มขึ้นบริษัทแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังของไทยติดต่อเข้ามาเรื่องถ่ายแบบ เธอจึงตอบตกลงรับงานเนื่องจากถูกทาบทามหลายครั้ง ทั้งยังเป็นการร่วมงานครั้งแรกกับแบรนด์เสื้อผ้า และมิลลี่ได้กลายเป็นผู้จัดการส่วนตัวไปโดยปริยาย ตั้งแต่รับงานถ่ายแบบโฆษณาตัวแรก ทั้งคู่มาถึงสถานที่ถ่ายแบบ เฌอรีนถูกแยกไปแต่งหน้าทำผม ส่วนมิลลี่ขอคุยกับทีมช่างภาพเพิ่มเรื่องการถ่ายแบบ คุยเสร็จจึงเข้ามานั่งรอในห้องแต่งหน้า เฌอรีนถูกช่างแต่งหน้าทำผมรุมร่วมชั่วโมง จากนั้นเปลี่ยนชุดสำหร
เวลาหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันนี้เป็นวันสุดท้ายในฐานะเด็กฝึกงานของเฌอรีน และลดา เลขานุการสาวที่เป็นพี่เลี้ยงคอยสอนงานตลอดช่วงสามเดือนที่ผ่านมาได้เสนอไอเดียว่าอยากให้มีการเลี้ยงส่งเธอเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะเด็กฝึกงาน พาคินน์รับเรื่องทันทีแล้วโทรจองร้านอาหารสำหรับเลี้ยงส่งแฟนสาวคืนนี้“เราไปกันแค่สามคนเหรอคะ” เฌอรีนถามพาคินน์“อืม เฌออยากให้ใครไปด้วยอีกเหรอ”“ถ้าเฌอจะขอชวนมิลลี่ เพื่อนเฌอมาด้วยจะได้ไหมคะ เฌอว่าแค่สามคนคงไม่สนุก”“ได้สิครับ งั้นพี่โทรเรียกเพื่อนพี่มาด้วยดีไหม”“ดีค่ะ เฌอว่าหลายคนน่าจะสนุก”“พี่ก็ว่างั้น รีบกินข้าวกันเถอะจะได้เวลาเข้างานแล้ว” ช่วงพักเที่ยงเป็นเวลาสั้นๆ ที่ได้ใช้เวลาร่วมกันผ่านไปอย่างรวดเร็วเวลาห้าโมงเย็นได้เวลาเลิกงานพอดี เฌอรีนกำลังเก็บกระเป๋าและไม่ลืมเติมลิปสติกให้ปากน่าจูบ ระหว่างนั้นลดาที่เพิ่งทำงานเสร็จก็เริ่มเก็บกระเป๋าเตรียมตัวไปเลี้ยงส่งเฌอรีนคืนนี้“เก็บของเสร็จรึยังครับสาวๆ” พาคินน์ถามขึ้น&
หลังจากลาพักรักษาตัวเป็นเวลากว่าสองสัปดาห์เต็มจนอาการดีขึ้นเฌอรีนจึงกลับมาทำงานปกติและเป็นสัปดาห์สุดท้ายของการเป็นเด็กฝึกงานกับเคที แอสเสท หลายคนพอเห็นหญิงสาวก็ยิ้มให้และยังมีท่าทางเกรงใจ คงเป็นเพราะข่าวนั้นสินะ ทุกคนถึงมีท่าทีแปลกไปกันหมด“พี่ลดา สวัสดีค่ะ” เฌอรีนเอ่ยทักทายลดาที่กำลังค้นบางอย่างในกระเป๋าตัวเอง“อ้าว น้องเฌอกลับมาทำงานแล้วเหรอคะ” ลดาเงยหน้าจากกระเป๋าเพ่งสายตามาที่ร่างบาง“ค่ะ หวังว่าช่วงที่เฌอไม่อยู่งานจะไม่เยอะมากนะคะ” พลางวางกระเป๋าบนโต๊ะและขยับเก้าอี้เพื่อนั่ง“อย่าให้พี่ได้พูดเลยค่ะน้องเฌอ แต่เดือนหน้าพี่ได้รับแจ้งมาว่าจะมีผู้ช่วยเลขาฯ เข้ามาเป็นผู้ชายหนึ่งคน ถึงตอนนั้นงานพี่ก็น่าจะเบาลงบ้าง”“วันนี้พี่ลดามีงานอะไรให้เฌอช่วยไหมคะ”“พี่มีงานให้น้องเฌอช่วยเยอะเลยจ้ะ ไม่ต้องห่วง แต่ตอนนี้พี่ขอกาแฟก่อน”“ได้ค่ะ เอาเหมือนเดิมนะคะ”“ใช่จ้ะ”ร่างบางเดินตรงไปยังครัวเล็กด้านหลังโต๊ะทำงานเพื่อชงกาแฟให้ลดาและขอ







