Se connecter“จำเอาไว้นะชาล็อต ต่อให้คุณไล่ผู้หญิงทุกคนออกไปจากชีวิตผมได้ คุณก็ไม่มีวันบังคับให้ผมรักคุณได้”
Voir plusตอนที่ 1
เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังก้องเป็นจังหวะตามโถงทางเดินชั้นสามสิบสองของอาคารเอดับบลิวเอนเตอร์เทนเมนต์ ท่วงท่าการก้าวเดินนั้นรวดเร็วและหนักแน่นจนพนักงานต้องลอบมอง ทว่าเมื่อเห็นชัดว่าเจ้าของร่างระหงคือใคร ทุกสายตาก็พลันหลุบลงพร้อมเพรียง
ชาลิสา หรือชาล็อตนางแบบและนักแสดงแถวหน้า เจ้าของฉายานางร้ายพันล้าน ปรากฏตัวในเดรสสีดำเข้ารูป เรือนผมสีน้ำตาลเข้มเกล้ามวยประณีต ใบหน้าสวยเฉี่ยวจากการถ่ายแคมเปญเครื่องสำอางยังคงสมบูรณ์แบบ ทว่าแววตาของเธอยามนี้กลับดุดันคล้ายพายุที่พร้อมโหมกระหน่ำ
“คุณชาล็อตคะ” เลขาหน้าห้องประธานบริษัทลุกพรวดเมื่อเห็นเธอเดินตรงมา
“คุณวินท์อยู่ไหม” ชาลิสาเอ่ยถามโดยไม่ชะลอฝีเท้า
“ท่านประธานติดแขกค่ะ” เลขาตอบตะกุกตะกัก
ปลายเท้าที่กำลังจะก้าวหยุดลงหน้าประตูบานทึบ ดวงตาคมกริบปรายมองกระเป๋าหนังสีครีมบนโซฟา เธอจำมันได้ดี เจ้าของกระเป๋าใบนี้เพิ่งขึ้นปกนิตยสารธุรกิจเมื่อสองสัปดาห์ก่อนในฐานะผู้ก่อตั้งแบรนด์เครื่องประดับ พริมพิชา หรือพริมโรสเพื่อนสนิทของสามีเธอ
“แขกชื่ออะไร” ชาลิสาก็จงใจถามทั้งที่รู้อยู่เต็มอก
“คุณพริมพิชาค่ะ” เลขาตอบด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“มานานหรือยัง” ริมฝีปากเคลือบสีแดงสดเหยียดยิ้มหยัน
“ประมาณสี่สิบนาทีค่ะ”
สี่สิบนาที ชาลิสาเลิกคิ้ว สามีเธอมีเวลานั่งคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งตามลำพังเกือบชั่วโมง แต่เมื่อคืนตอนที่เธอขอร้องให้เขาร่วมโต๊ะอาหารค่ำ เขากลับอ้างว่างานยุ่งและอยู่กับเธอไม่ถึงสิบนาที
“คุยกันแค่สองคนใช่ไหม” ชาลิสาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนถามออกไป
“คุณชาล็อตคะ คือว่า...”
“ฉันถามว่าสองคนใช่ไหม” แม้น้ำเสียงจะไม่ได้ดุดันขึ้น แต่มวลความกดดันบีบให้เลขาต้องก้มหน้า
“ค่ะ”
เท่านั้นก็เกินพอ ชาลิสาเอื้อมมือคว้าลูกบิดประตู
“เข้าไม่ได้นะคะ ท่านประธานสั่งห้ามรบกวน”
“ฉันไม่ใช่คนอื่น ฉันเป็นเมียเขา”
เธอผลักประตูเข้าไปโดยไม่สนใจคำทัดทาน ภาพตรงหน้าทำเอามือที่กำหูหิ้วกระเป๋ากระชับแน่นขึ้น อัครวินท์นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ โดยมีพริมพิชานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม บนโต๊ะเกลื่อนไปด้วยเอกสารและกล่องกำมะหยี่สีกรมท่า ทุกอย่างคงดูเหมือนการคุยธุรกิจ หากไม่ใช่เพราะอัครวินท์กำลังยิ้ม รอยยิ้มอบอุ่นที่หาดูได้ยากจากผู้ชายเย็นชาคนนี้ รอยยิ้มที่ชาลิสาแทบไม่เคยได้รับตลอดสามปีที่ใช้ชีวิตคู่
“วินท์คะ ถ้าเลือกชุดนี้ พริมว่าเพชรเม็ดเล็กลงหน่อยน่าจะ” เสียงหวานของพริมพิชาขาดหายไปเมื่อเห็นผู้มาใหม่
อัครวินท์เงยหน้ามอง รอยยิ้มจางหายไปในเสี้ยววินาที ชาลิสาเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นชัดเจนจนรู้สึกเหมือนถูกกรีดกลางใจ แต่ผู้หญิงหยิ่งทะนงอย่างเธอไม่มีวันยอมเปิดแผลให้ใครเห็น หญิงสาวเชิดหน้า ก้าวเข้าไปในห้องอย่างสง่างาม
“คุยอะไรกันคะ ถึงกับต้องปิดประตู” ชาลิสาเอ่ยทัก
“ชาล็อต” พริมพิชาลุกขึ้นยืนเรียกชื่ออีกฝ่าย
“จำชื่อฉันได้ด้วยหรือคะ” ชาลิสาตอบกลับด้วยน้ำเสียงหวานใส
“มารยาทคุณหายไปไหน” อัครวินท์วางปากกาลงแล้วกวาดตามองภรรยาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า นั่นคือประโยคแรกที่สามีทักทายเธอหลังจากไม่เห็นหน้ากันตั้งแต่เช้า ไม่มีการถามไถ่ มีเพียงคำตำหนิ
“หายไปตั้งแต่เห็นผู้หญิงคนอื่นมานั่งสลอนอยู่ในห้องสามีตัวเองค่ะ” ชาลิสาแค่นหัวเราะตอบ บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือก
“อย่าเข้าใจผิดนะคะ เราแค่คุยเรื่องงานเปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ ทางเอดับบลิวจะช่วยดูแลเรื่องศิลปินให้” พริมพิชาอธิบายด้วยใบหน้าเจื่อน
“งั้นหรือคะ งานสำคัญระดับชาติเลยหรือถึงต้องมาคุยกับประธานบริษัทด้วยตัวเอง ฉันนึกว่าที่นี่มีฝ่ายการตลาดเสียอีก” ชาลิสาปรายตามองกองเอกสาร
“ตอนแรกพริมก็คุยกับทีมงานค่ะ แต่วินท์บอกเองว่าถ้ามีอะไรให้เข้ามาคุยกับเขาได้โดยตรง” พริมพิชาเม้มปาก แต่ยังรักษาน้ำเสียงนุ่มนวลตอบกลับ
แววตาของชาลิสาไหววูบ สรรพนามที่หลุดจากปากผู้หญิงคนนั้นฟังดูสนิทสนมและคุ้นเคย ต่างจากเธอที่เป็นภรรยาตามกฎหมาย แต่กลับต้องเรียกเขาว่าคุณวินท์ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าคนอื่น เพียงเพราะเขาเคยสั่งห้ามไม่ให้เธอทำตัวสนิทสนมเกินงามในที่ทำงาน
“คุณนี่โชคดีจังเลยนะคะคุณพริม”
“โชคดีเรื่องอะไรคะ”
“ก็สามีฉันยุ่งจนแทบไม่มีเวลากินข้าวกับเมีย แต่กลับมีเวลาว่างมานั่งเลือกเครื่องประดับกับเพื่อนเก่าตั้งสี่สิบนาที”
“ชาล็อต” อัครวินท์กดเสียงต่ำ
“คะ” หญิงสาวหันขวับไปสบตา
“ถ้าคุณมาที่นี่เพื่อหาเรื่อง ก็กลับไปซะ” เขาเอ่ยพลางพิงพนักเก้าอี้ด้วยใบหน้าเรียบตึง คำขับไล่ไสส่งนั้นไม่ต่างจากการตบหน้าเธอฉาดใหญ่ต่อหน้าศัตรู ชาลิสายืนนิ่ง ปลายนิ้วเย็นเฉียบ แต่กลับคลี่ยิ้มกว้างกว่าเดิม
“ฉันยังไม่ได้หาเรื่องเลยนะคะ ฉันก็แค่สงสัย ว่าทำไมเพื่อนสนิทถึงได้สิทธิพิเศษมากกว่าเมีย” เธอตอบพร้อมวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ
“ชาล็อต พริมไม่อยากให้เราต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้นะคะ”
“เราไม่ได้ทะเลาะกันค่ะ เพราะคุณไม่ได้สำคัญพอให้ฉันต้องลดตัวลงไปทะเลาะด้วย” ชาลิสาสวนทันควัน ใบหน้าของพริมพิชาซีดเผือด
“พอได้แล้ว” อัครวินท์ลุกพรวดตวาดเสียงเฉียบขาดจนบรรยากาศรอบกายอึดอัด ชาลิสาช้อนตามองสามี เขากำลังโกรธที่เธอแตะต้องพริมพิชา ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขาเสมอ ในขณะที่เธอพยายามแทบตายมาตลอดสามปี กลับไม่เคยทำให้เขาหวั่นไหวได้เลย
“ฉันพูดอะไรผิดไปหรือคะ หรือคุณเจ็บปวดที่ฉันรังแกเพื่อนรักของคุณ”
“ชาล็อต” เขาเรียกชื่อเธอเสียงต่ำคล้ายสัญญาณเตือนภัย แต่คนอย่างเธอไม่มีทางถอย
“ฉันเป็นเมียคุณนะวินท์ คุณจะให้ฉันรู้สึกยังไง ที่เห็นผู้หญิงซึ่งเคยมีอะไรลึกซึ้งกับคุณมานั่งจู๋จี๋อยู่ในห้องทำงานสองต่อสอง” เธอเอ่ยถามพร้อมจงใจละคำว่าคุณทิ้งไป เรียกเขาอย่างสนิทสนมเช่นเดียวกับที่พริมพิชาทำ
“เรื่องระหว่างพริมกับวินท์ไม่เคยเป็นอย่างที่คุณคิดนะคะ”
“แต่ก็เคยรักกันไม่ใช่หรือคะ”
คำถามแทงใจดำทำเอาอีกฝ่ายใบ้กิน ความเงียบคือคำตอบที่กรีดลึกลงในใจชาลิสา เธอรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนแต่งงาน อัครวินท์กับพริมพิชาเคยมีความรู้สึกดี ๆ ให้กันสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แม้ไม่เคยเปิดตัว แต่ใคร ๆ ก็รู้ว่าความสัมพันธ์นั้นลึกซึ้ง ทว่าพอพริมพิชาไปเรียนต่อเมืองนอกและแต่งงาน ความรักของทั้งคู่ก็จบลง ชาลิสาเคยหลอกตัวเองว่าเรื่องมันกลายเป็นอดีต จนกระทั่งครึ่งปีก่อนพริมพิชาหย่าขาดจากสามีและกลับมาเมืองไทย ชื่อของผู้หญิงคนนี้ก็หวนกลับมาพัวพันในชีวิตอัครวินท์อีกครั้ง
“เรื่องมันผ่านไปนานแล้วค่ะ เราเป็นเพื่อนกันมานาน แต่ทุกวันนี้พริมไม่ได้คิดเกินเลยกับเขาแล้ว” พริมพิชาพยายามควบคุมเสียงให้ปกติ
“ก็ดีค่ะ เพราะถ้ายังคิด ฉันก็คงต้องเตือนความจำว่าผู้ชายคนนี้เขามีทะเบียนสมรสแล้ว” ชาลิสาเอ่ยพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาอีกฝ่าย
ตอนที่ 7"ต่อให้มีนายั่วยุ การใช้กำลังก็ยังผิดอยู่ดี""คุณจะไม่เชื่อฉันอีกแล้วใช่ไหม""นี่ไม่ใช่เรื่องของการเชื่อหรือไม่เชื่อ" อัครวินท์เดินกลับมาท้าวแขนที่โต๊ะ"สำหรับฉันมันใช่! ฉันบอกว่าเห็นกับตาว่าเด็กนั่นตั้งใจ คุณก็ยังถามหาหลักฐาน" เธอผุดลุกขึ้นยืน"แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง สั่งปลดมีนาเพียงเพราะภรรยาผมบอกว่าเห็นอย่างนั้นเหรอ ผมกำลังแก้ปัญหาในฐานะผู้บริหารที่ต้องอิงข้อเท็จจริง ไม่ใช่สามีที่จะหลับหูหลับตาเข้าข้างคุณทุกเรื่อง""ก็ได้ค่ะ งั้นท่านประธานจะให้ฉันทำยังไง" คำว่าสามีคล้ายเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงใจ ชาล็อตเชิดคางขึ้น ซ่อนแววตาสั่นไหวไว้มิดชิด"ตั้งโต๊ะแถลงข่าวขอโทษ""ไม่ ฉันจะไม่ขอโทษมีนา เพราะมันโกหก""คุณต้องขอโทษที่ใช้ความรุนแรง ไม่ใช่ไปยอมรับในสิ่งที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ คุณต้องรับผิดชอบในส่วนที่ตัวเองก่อเรื่อง" อัครวินท์ถอนหายใจ"ถ้าฉันไม่ทำล่ะ" ชาล็อตกำหมัดแน่น"หุ้น AW ร่วงไปหกเปอร์เซ็นต์ภายในสองชั่วโมง สปอนเซอร์เริ่มถามหาความรับผิดชอบ ทุกคนกำลังเพ่งเล็งว่าครอบครัวผู้บริหารใช้อำนาจบาตรใหญ่"หญิงสาวนิ่งงัน ความโกรธเกรี้ยวยังคงสุมอก แต่เธอรู้ดีว่า AW คือหยาดเหงื่อแรงกายของอัครวิ
ตอนที่ 6แสงแฟลชสว่างวาบสาดกระทบใบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางฉากจำลองหรูหรากลางสตูดิโอขนาดใหญ่ ชาล็อตโดดเด่นอยู่ในชุดเดรสสีแดงเข้มจากแบรนด์ระดับโลก ทุกการเคลื่อนไหวเฉียบขาด คางเรียวเชิดขึ้นองศาพอเหมาะ หัวไหล่ผ่อนคลาย ดวงตาคมกริบสบสู้เลนส์กล้องอย่างรู้จังหวะแม้เมื่อคืนจะข่มตาหลับไปได้ไม่ถึงสี่ชั่วโมง แต่ทันทีที่เสียงชัตเตอร์ทำงาน ชาล็อตก็สลัดคราบภรรยาที่เพิ่งทะเลาะกับสามีทิ้งไปจนหมดสิ้น ไร้ร่องรอยความอ่อนล้า เหลือเพียงนางแบบแถวหน้าผู้ครองบัลลังก์วงการมานานปี"ดีมากครับคุณชาล็อต ขออีกช็อตนะครับ หันไหล่ซ้ายนิดหนึ่ง ใช่ครับ แบบนั้นเลย" ช่างภาพรัวชัตเตอร์เก็บภาพต่อเนื่องทีมงานหลังจอมอนิเตอร์พากันพยักหน้าพึงพอใจ ทันทีที่เสียงสั่งคัตดังขึ้น ชาล็อตก็ทิ้งท่าโพส ผู้ช่วยรีบวิ่งนำเสื้อคลุมมาสวมให้พร้อมแจ้งเวลาพักสิบห้านาที หญิงสาวยื่นมือรับขวดน้ำ ดื่มรวดเดียวสองอึกก่อนเดินตรงไปยังเก้าอี้ส่วนตัวบรรยากาศรอบกองถ่ายจอแจ วันนี้ไม่ได้มีเพียงเธอที่เป็นนางแบบหลัก แบรนด์ยังดึงดาวรุ่งมาประกบอีกสองคน หนึ่งในนั้นคือมีนา นางแบบวัยยี่สิบสามที่กำลังเป็นกระแส มีนาสวย รูปร่างดี ช่างพูดช่างจา และรู้วิธีหว่านเสน
"ใครอนุญาต""ต้องขออนุญาตด้วยเหรอคะ" คำถามนั้นเรียกเสียงแค่นหัวเราะจากชาล็อต"ฝ่ายศิลปินเป็นคนจัดตาราง คุณไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนตามใจชอบ" อัครวินท์สืบเท้าเข้าประชิด"ฉันเป็นศิลปินของค่ายนี้มาหลายปี ห้องนั้นฉันใช้มาตลอด" หญิงสาววางแท็บเล็ตในมือลง"แต่วันนี้คุณไม่มีตาราง""ตอนนี้มีแล้วค่ะ""อย่ามาเล่นเกมกับผม" น้ำเสียงของเขากดต่ำจนน่าขนลุก ทุกคนในห้องแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี"แล้วถ้าฉันจะใช้ล่ะคะ" ทว่าชาล็อตกลับเชิดหน้าท้าทาย"ย้ายของพริมกลับห้องเดิม แล้วคืนตารางซ้อมสิบโมงให้เธอ""ไม่ค่ะ""ชาล็อต" อัครวินท์หรี่ตาลง"ฉันเป็นภรรยาคุณ และฉันก็ถือหุ้น AW อยู่ด้วย" เธอยกแขนขึ้นกอดอก"ฉันมีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องพื้นที่ของบริษัทเหมือนกัน""คุณถือหุ้นไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์" อัครวินท์หลุดขำในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน"อย่างน้อยก็ยังเป็นผู้ถือหุ้น""และนั่นไม่ได้ให้สิทธิ์คุณใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกศิลปินคนอื่นตามอำเภอใจ""ฉันไม่ได้กลั่นแกล้ง""คุณย้ายห้องเธอ เลื่อนตารางเธอ แล้วแทรกงานตัวเองเข้าไปทั้งที่ไม่ได้กำหนดไว้ นี่ยังไม่เรียกกลั่นแกล้งอีกหรือ"เสียงของเขาก้องกังวาน ชัดเจนจนบาดแก้วหูทีมงานท
ตอนที่ 5หลังจากนั้นอัครวินท์ก็ปิดตายหัวใจ ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้กับการทำงานสามปีให้หลัง AW ก้าวขึ้นเป็นค่ายบันเทิงระดับท็อปของประเทศ ประจวบเหมาะกับที่ครอบครัวของชาล็อตต้องการร่วมทุนธุรกิจกับครอบครัวของเขา ข้อเสนอเรื่องการแต่งงานจึงถูกหยิบยกขึ้นมาอัครวินท์ตอบตกลง ไม่ใช่เพราะรักเจ้าสาว แต่คิดว่าถึงเวลาต้องก้าวเดินต่อไป การแต่งงานอาจเป็นสะพานข้ามอดีตอันเจ็บปวด ส่วนชาล็อตตอบตกลงด้วยเหตุผลที่สวนทางกันโดยสิ้นเชิง เธอแต่งเพราะรักเขาสุดหัวใจ"ถ้าเราแต่งกัน ผมจะให้เกียรติคุณในฐานะภรรยา แต่ผมรับปากไม่ได้ว่าจะรักคุณ""ไม่เป็นไรค่ะ" ชาล็อตยกแก้วไวน์จรดริมฝีปาก รอยยิ้มมั่นใจระบายบนใบหน้าสะสวย"ชาล็อต""คุณไม่ต้องรักฉันวันนี้ก็ได้ เพราะฉันมีเวลาทั้งชีวิตที่จะทำให้คุณรัก""อย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน""ไม่มีวันค่ะ"เธอเชื่อหมดใจว่าความใกล้ชิดจะหลอมละลายน้ำแข็งในใจเขาได้ เชื่อว่าการตื่นมาพบหน้ากันทุกเช้าจะสร้างความผูกพัน เชื่อว่าความรักที่มอบให้จะได้รับการตอบแทนสักวันแต่ชีวิตจริงโหดร้ายกว่าละคร ต่อให้ภรรยารักสามีจนหมดลมหายใจ เขาก็ไม่มีหน้าที่ต้องรักตอบ โดยเฉพาะเมื่อคนในอดีตหวนกลับมาหกเดือนก่อ





