Masuk“ขอเวลา สี่ห้าวันให้พ่อกับแม่ฮันนีมูนกันหน่อยนะ แล้วจะกลับไปรบกับลูกต่อ” อดิศวรหันกลับมาจับที่ไหล่ภรรยาสาวให้มาเผชิญหน้า ส่งสายตาหวานฉ่ำ “อะไรคะเนี่ย ลูกห้าแล้วนะ ยังจะหวานอีก” ยาริกายิ้มเขิน “หวานแบบนี้ตลอดไปครับ จะรักยิ่งๆ ขึ้นไปเชื่อไหมแยม แต่ตอนนี้ผมขอเบรคสักห้าวัน ฝากลูกไว้กับปู่ยา และทวดๆ ก่
ภายในห้องรับประทานอาหาร อดิศวรกำลังสอนให้ อ้น อัคราวัฒน์ ตักอาหารกินเอง ในขณะที่ยาริกากำลังป้อนข้าวให้อั๋น อัคราวุธยาริกาหันไปมองสามีที่กำลังสอนแฝดพี่อย่างใจเย็น “อ้น หัดทานข้าวเองครับ ตักแบบนี้พ่อตักให้ดู” อดิศวรสอนอย่างใจเย็น “โถ คุณศวร ลูกยังเล็กอยู่เลย แยมอยากป้อนข้าวลูก” “ผมอยากให้ลูกช่วยต
สามปีต่อมา ยาริกามองภาพพ่อและลูกๆ ที่วิ่งเล่นกันที่สนามอย่างมีความสุข นึกย้อนไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา งานแต่งงานของเธอกับอดิศวรจัดอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีลูกแฝด ทั้งสอง อ้น และ อั๋น อัคราวัฒน์ และ อัคราวุธ กรณ์วิภาคและตอนนี้เธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ อีกหกสัปดาห์ จำได้ว่าหลังจากอดิศวรรู้ก็รีบจัดงานแต่งงาน แบ
“แยมแน่ใจนะว่าจะไม่อันตรายกับลูก ศวรกลัวว่า..” อดิศวรจ้องมองตาภรรยาสาว ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ ยาริกาพยักหน้าเบาๆ ยิ้มเขิน พร้อมกับกอดชายหนุ่มกระชับ “ก็อย่ารุนแรงสิคะคุณพ่อ ทำเบาๆ หมอก็ไม่ห้ามหรอกค่ะ นอกจากจะหกอาทิตย์ก่อนคลอดหรือเปล่า แยมไม่แน่ใจ” ยาริกาใช้เล็บกรีดเบาๆ ที่หน้าอก “คุณเรียกผมว่า “คุณพ่อ
ยาริกาน้ำตาไหลตลอด ด้วยความตกใจ ซึ้งใจ ตื่นเต้น มีความสุข ไม่รู้ความรู้สึกไหนมาก่อนแต่มันผสมปนเปกันไปหมด หญิงสาวพยักหน้าๆ ยกมือปิดปาก รับดอกไม้แล้วสวมกอด ท่ามกลางเสียงเชียร์จากเพื่อนๆ ร่วมรุ่น และอีกหลายชั่วโมงต่อจากนั้น มิตติ้งร่วมรุ่นท่ามกลางทะเลแสนสวย และเพื่อนสนิท ทำให้ปาร์ตี้เต็มไปด้วยความสนุกส
สามวันผ่านไป หลังจากประชุมผู้แทนประกอบการโรงแรมที่มิลานสามวัน ยาริกาเพิ่งเห็นมาดบอสของอดิศวรเป็นครั้งแรกเวลาเค้าจริงจังกับการทำงานทำให้เค้าดูมีเสน่ห์ หญิงสาวมองสามีอย่างภาคภูมิใจ ตลอดสามวันที่มีนัดตลอดทั้งวัน ตารางแน่นมากๆ ทำให้แทบจะไม่มีส่วนตัวกันเลย วันนี้ยาริกามีความหวังว่าคงได้ไปเดินเล่นในเมือง
“ที่สำคัญฉันจะทำอะไรกับใคร ไม่จำเป็นที่ฉันต้องรายงานคุณ ถามจริงๆเถอะคุณรู้จักไว้เนื้อเชื่อใจกันบ้างไหม ทีฉันไม่เคยถามคุณเลย ว่าวันๆคุณทำอะไรบ้าง” “นั่นสิทำไม ถ้าคุณถามผมจะตอบคุณทุกคำถามแต่นี่ คุณไม่เคยจะถามเลย มีแต่ฉันมันบ้าไปคนเดียว เพราะคุณไม่เคยคิดจะแคร์ผมสักนิด จริงไหมกอหญ้า” หญิงสาวถอนหายใจยา
กอหญ้ากระซิบเบาๆกับกริชชัยว่า “อย่าบอกแม่คุณนะ ว่าญ่าอยู่โรงพยาบาล ญ่าไม่อยากให้ป้ารินทร์เป็นห่วง” “ไม่บอกก็ได้ มีรางวัลให้หรือเปล่า” กริชชัยส่งสายตาเจ้าชู้ แววตาสดใส กอหญ้าจ้องตอบใบหน้าร้อนผ่าว ก่อนใช้มือหยิกที่ต้นแขนเล็กน้อย “โอ๊ย..............”เสียงกริชชัยร้องโหยหวน “เป็นอะไรตากริช” เสียงคุ
หนึ่งวันหลังจากกอหญ้าออกจากโรงพยาบาล คุณหญิงมณีจันทร์ก็ได้รับการอนุญาตให้กลับบ้านเช่นกัน คุณหญิงอยู่บ้านได้แค่วันเดียวก็มีเพื่อนมารับไปปฏิบัติธรรมต่อทางเหนือตามเจตนารมณ์ โดยท่านไม่ฟังคำทัดทานของบุตรชายและลูกสะใภ้ แต่กลับขอร้องให้ทุกคนอนุโมทนากับท่าน ธมกานต์ ตรีรินทร์มองหญิงชราอย่างห่วงใย แต่มิอาจต
เสียงเพลง “ไกลแค่ไหนคือใกล้” แว่นหวาน ยิ่งทำให้นายแพทย์อนวินท์ตกอยู่ในภวังค์แห่งความหลัง ตั้งแต่เด็กหญิงกอหญ้า อายุหกขวบหลังจากได้รับการอุปการะเป็นบุตรบุญธรรมในบ้านพิพัฒนพงค์ ทุกวันอาทิตย์พ่อบุญธรรมและแม่บุญธรรม มักพามาเล่นที่บ้านพิพัฒนพงค์ชายหนุ่มมักหลบมุมมานั่งอ่านหนังสือมุ่งมั่นจะเรียนหมอตามเจตนา







