INICIAR SESIÓNไลน์กลุ่มTiger man เขาคิดถูกหรือคิดผิดจะต้องเอาเรื่องส่วนตัวเองมาปรึกษาพวกเพื่อนเพลย์บอย ทว่าหันไปพึ่งพาใครก็ไม่ได้ พ่อแม่รู้ยิ่งกลายเป็นเรื่องใหญ่ อย่างน้อยเขายังมีเพื่อนค่อนข้างจัญไรคอยเป็นโถสุขภัณฑ์รองรับระบายความตึงเครียดทุกข์ใจ ใช่...การเผลอมีอะไรกับแพรชมพูด้วยความสติไม่เต็มร้อย ทำให้เขาหงุดหงิด ถ้าย้อนเวลาตอนนั้นได้ เขาเลือกไปเอากับโคนมเจ้าแดงยังจะดีกว่า Tiger : มีใครว่างมั้ยวะ กูมีเรื่องด่วนจะปรึกษา เช้าๆ อย่างนี้พวกเพื่อนผู้ชายกลางคืนน่าจะยังไม่ตื่นมาเห็นข้อความ หลังจากออกห่างยายเด็กนมแบนนั่น ชายหนุ่มสลัดเสื้อผ้าตัวเองโยนทิ้งใส่ตระกร้าหน้าห้องน้ำ ใช้สบู่ฟอกตัวทำความสะอาดลวกๆ เขาไม่อยากมีรอยสัมผัสจากตัวเธอติดอยู่ ทว่าผิวลื่นนุ่มเมื่อคืนสัมผัสจากต้นขาเรียวยังคงวนเวียนกลับเข้ามานึกย้อนจนเขาต้องสลัดศีรษะตัวเองแรงๆ ตบแก้มตัวเองว่าอย่าหลงใหลไปกับมัน Set : เช้าๆ แบบนี้มึงมีอะไรหรือเปล่าไอ้เสือ เห็นไอ้เจมส์บอกว่ามึงกลับเชียงรายแล้วนี่น่า เซซาราเข้ามาอ่านแล้วตอบคนแรก ก่อนจะมีเจมส์ เพลย์บอยตัวพ่อสวนถามกลับ รู้จักคนกว้างขวางน่าจะพ่วงนิสัยชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้าน James :
“จะไปไหน มานี้ยายตัวจอมปัญหา” “โอ๊ย! พี่เสือ แพรเจ็บนะ” แพรชมพูพยายามแกะข้อมือหลุดพ้นจากพันธนาการของคนสร่างเมาเพิ่งรู้ตัวเข้าห้องผิดปลุกปล้ำ เธอเจ็บจริง ซ้ำร้ายเขายังออกแรงบีบกระชับจนเกิดเป็นรอยแดง คนอะไรใจร้าย ไม่ถนอมร่างกายเธอเลย “เธอจะยังไปไหนไม่ได้ ขืนพ่อแม่ฉันรู้ ฉันตายแน่!” “แพรไม่ได้คิดหนีไปไหนเสียหน่อย หรือว่าพี่เสือชอบเรา...” เธอก้มลงร่างกายเปลือยเปล่าของตัวเองแนบชิดเสียดสีบั้นท้ายอวบๆ สัมผัสความแข็งกระด้างบางอย่างกำลังผงกหัวทักทายต้อนรับอรุณยามเช้า “คุยกันในสภาพแบบนี้” ต่อให้จะน้องสาวเธอเจ็บแสบระบมขณะขยับตัวเล็กน้อยก็ตาม คนอะไรชอบทำรุนแรงในร่างกายเหมือนเครื่องระบายอารมณ์ พอรู้ตัวว่าเป็นอย่างที่แพรชมพูเอ่ยปาก พยัคฆ์เผลอเอาตัวเข้าใกล้ชิดลูกสาวหัวหน้าคนสวนรีบผลักดันร่างเธอแล้วลนลานขยับออกห่าง เขาเจ็บใจตัวเองไม่น่าพลาดท่ากับเด็กใช้ในบ้าน อุตส่าห์หลีกเลี่ยงให้ห่างกันไกลๆ แล้วแท้ๆ “ไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ฉันมีเรื่องต้องคุยกัน ห้ามให้พ่อแม่ฉันรู้เรื่องนี้เด็ดขาด” แม่เขายังอยากให้เธอมาเป็นลูกสะใภ้บ้านแอเรียสพอร์ตอยู่ ถ้าเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็น มีหวังเขาถูกพ
เธอตัวสั่น เพราะสัมผัสฝ่ามือใหญ่กำลังสอดเข้ามาใต้ชายกระโปรงชุดนอนเบาบางสีขาวลายลูกไม้ตั้งแต่ได้ยินเสียงประตูเปิด ตาเรียวสวยพยายามลืมตาตื่น มือเล็กกำลังเอื้อมไปเปิดโคมไฟหัวเตียง อยากรู้ว่าใครแอบย่องเข้าห้องเธอมาตอนดึก แพรชมพูได้รับความอนุเคราะห์จากคุณป้านับดาว แม่ของพยัคฆ์ว่าให้นอนที่นี่ ซึ่งห้องพักรับรองอยู่ติดกับห้องลูกชายตัวเอง แต่ว่าต้องเดินผ่านห้องนี้ไปก่อน หวังว่าเขาคงทำตามคำพูดตัวเองว่าจะไม่แตะต้องตัวลูกสาวป้าเพ็ญศิริ “เอ๊ะ!” มือข้างขวาของเขาจับยึดมือเล็กน้อยไว้แล้วพลิกตัวเธอนอนหงาย ท่ามกลางแสงไฟสลัว เห็นใบหน้าหล่อเหลาไม่ชัดว่าเป็นใคร ทว่ากลิ่นน้ำหอมที่เคยแอบดอมดมอยู่บ่อยๆ เวลาอยู่ใกล้ชิดร่างแกร่งโดยลืมตัว พี่เสือของน้องแพร... เขาเมาแล้วหรือไงถึงเข้าห้องผิด! แพรชมพูจำไม่ผิดแน่ ร่างแกร่งเลื่อนเข้ามาทาบทับ ยึดข้อมือสองข้างของเธอรวบขึ้นเหนือศีรษะเล็กเพื่อป้องกันการดิ้นรน ต่อต้าน ขัดขืนจากเด็นเอนฯ ที่มิ่งส่งมาให้ระบายอารมณ์ความตึงเครียดแน่นเปรี๊ยะคับพองภายใต้กางเกงยีนส์ เธอหลับตา เบี่ยงหน้าหนีทางอื่น เมื่อรับรู้ลมหายใจเร่าร้อนเจือปนด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์จากคนตรงหน้ากำลังโน้มตั
แพรชมพูหันมาสนใจภายรอบห้องทำงานของพยัคฆ์ อีกมือแอบถือกล่องข้าวไว้ติดตัวมาด้วย เพราะเธอกับเขาไม่ได้กินข้าวเช้าด้วยกันทั้งคู่ ด้วยความที่มีศีลธรรมเมตตาต่อมนุษย์โลก ก็ไม่อยากใจดำกับเขา กลัวว่าเขาจะเรียกหาของกิน “โห ห้องทำงานกับห้องนอนคลุมโทนสีดำเหมือนกันเปี๊ยบ เสมอต้นเสมอปลายจริง” ปากบอกว่าเขามีไลฟ์สไตล์คลุมโทนสีดำ ทว่าเธอไม่เลิกแอบสำรวจภายนอก บนโต๊ะทำงานมีแค่แฟ้มกองเอกสารกองโตที่น่าจะยังไม่อนุมัติโครงการทั้งหมด เธอสำรวจจนเบื่อ ไม่มีอะไรน่าสนใจ “เมื่อไหร่พี่เสือจะกลับมา จะขังแพรแบบนี้ไม่ได้” เธอคิดถึงตงเฉิน คิดได้ดังนั้น แพรชมพูลองหมุนบิดกลอนประตูจากด้านใน แกร๊ก! “ประตูไม่ได้ล็อคนี่น่า พี่เสือโกหกแพร” กล่องข้าววางไว้บนโต๊ะทำงานไว้ตรงนั้น เขาจะกินหรือไม่กินก็ไม่ใช่เรื่องของเธอต้องสนใจ แพรชมพูยกยิ้มย่ามใจพยายามเปิดมันออกโดยไม่สนใจคำขู่ของพยัคฆ์ แต่ใครจะคิดว่าจะเจอผู้ช่วยสาวบัญชี! “เธอ! มาทำอะไรที่นี่” ยี่หวาอุทานตกใจเรียกชื่อผู้หญิงคนอยู่ข้างในห้องทำงานเจ้านายหนุ่ม เธอพอรู้ว่าแพรชมพูเป็นลูกสาวหัวหน้าคนงานควบคุมผลผลิตไร่องุ่น กลับแอบหลบซ่อนห้องทำงานพยัคฆ์ มีอะไรที่ยี่หวาไม
07.30 น. พยัคฆ์มีคำถามมากมายอยู่ในหัวอยากหันหน้ามาถามพ่อแม่ ขณะที่ทุกคนเข้ามาร่วมรับประทานอาหารเช้าพร้อมกับแขกไม่รับเชิญในสายตาของเขา แพรชมพูยังกล้าเสนอหน้ามาที่นี่อีก! ตามเขาเข้ามาร่วมนั่งอยู่บนโต๊ะ ทำเหมือนยัดเยียดตัวเองเข้าไปเป็นคนสำคัญของชีวิตไม่พอ บดเบียดต้นขานุ่มใกล้ชิดหวังให้เขาเกิดอารมณ์อีก ในระหว่างที่ทั้งคู่ลดน้อยลงเรื่อยๆ แทบทำให้ปลายจมูกหันมาชนกัน เขาลนลานเขยิบถอยห่างทันที แพรชมพูใจแป้ว แอบหน้าเสีย ทว่าอย่างไรเธอก็ไม่ยอมแพ้จนกว่าเธออาจถอดใจไปเอง ถ้าเขายังไร้เยื่อใยต่อตนเองเสมอต้นเสมอปลายอยู่อย่างนี้ “แม่ชวนหนูแพรมากินข้าวที่บ้านใหญ่ด้วย เสือคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยจ๊ะ” พูดไปก็เท่านั้น พยัคฆ์ไม่มีสิทธิ์เสียงข้างมากต่อรองประมุขใหญ่อยู่แล้ว บ้านไร่แสงจันทร์แม่ของเขาเป็นใหญ่ แม้แต่พ่อพยักหน้ารับทุกอย่าง นับประสาอะไรกับลูกชาย “ใครจะกล้าว่าขัดใจอะไรคุณแม่ล่ะครับ” “ดีจ้ะ ต่อจากนี้ไปแม่จะให้หนูแพรขึ้นมาเป็นผู้ช่วยแม่ครัวของแม่เพ็ญของเขา และก็ขึ้นมากินข้าวกับเราทุกมื้อ เสือไม่ว่าอะไรใช่มั้ย?” นอกจากพยัคฆ์จะตกใจแล้ว แพรชมพูก็ไม่คิดว่าจะได้รับความเมตตาใจดีจากท่าน “คุณแม่!
คำตอบจากคนที่เธอแอบมีใจมาตลอดสี่ปี ความประทับใจแรกเห็นเสือนักล่าผู้เคร่งขรึมสลัดลายคราบเสือทิ้งกลายเป็นผู้ชายมุมมองที่อบอุ่น เวลาอยู่กับสัตว์หรือมีน้ำใจมีเมตตาช่วยเหลือตงเฉิน หมดความเชื่อมั่นในตัวเขาหมดสิ้น มือเรียวสวยจิกกำมือแน่นไขว้หลังไว้ด้านหลัง แพขนตางอนไล่กระพริบหยดน้ำตากำลังเอ่อล้นออกมา กลั้นเอาไว้ไม่ให้เขาเห็นว่าเธอร้องไห้ ผิดหวังกับคำตอบนั้น แพรชมพูพยายามทำตัวเข้มแข็ง ยอมรับความจริงว่าการทำดีต่อเสือโลกส่วนตัวสูงมันไร้ค่าประโยชน์ “ค่ะ แพรเข้าใจกระจ่างชัดเจนขึ้นแล้วค่ะ” พยัคฆ์สับสนบางอย่างในตัวเอง เขาต้องดีใจที่กล้าบอกแบบนั้นตรงๆ ทว่าอีกมือข้างหนึ่งอยากเอื้อมไปใช้นิ้วไกล่เกลี่ยเช็ดน้ำตากำลังไหลพรากอาบแก้มนวล แต่เธอบ่ายเบี่ยง ไม่รับความเมตตาจากเขา “คนเรานี่ก็แปลกนะคะ รู้อยู่แล้วว่าคำตอบคืออะไร แต่ก็ยังอยากฝันลมๆ แล้งๆ เพื่อสนองความต้องการตัวเอง” “ฉันชอบคนสวยก็จริงแต่ก็ไม่ได้เกลียดเธอนะแพร แค่ฉันเห็นเธอมาตั้งแต่ตัวเธอเท่านี้ ความคุ้นเคยชิน ภาพความจำวัยเด็กทำให้ฉันรู้สึกกับเธอมากกว่าเจ้านายกับลูกสาวหัวหน้าคนงานไม่ได้จริง” เธอปาดน้ำตาทิ้งมัน ก่อนตัดใจจากเขาเข้าไปหาตงเฉิ







