Masuk‘ไอ้เนี่ยยังไม่เลิกขุ้ยคุ้ยเรื่องเขาอยู่อีกเหรอ สงสัยต้องหาเมียให้ไอ้เจมส์เสียแล้วละ’
Karany : มีใครอยู่มั้ยวะ เพิ่งเลิกงานมา
ส่งข้อความเมื่อวานตอนตีหนึ่งของเช้าวันใหม่ เวลาประเทศอังกฤษแตกต่างจากประเทศไทยหลายชั่วโมง
James : กูยังอยู่ เหนื่อย เพิ่งไปซัมกับสาวมา ไอ้เซตคงหมดแรงกับกล่อมเมียเด็ก ปากบอกว่าไม่อยากแต่งงาน ที่ไหนได้เป็นแผนมันตั้งแต่แรก
Karany : กูเพิ่งรู้ว่าไอ้เซตมันร้ายกาจ ว่าแต่ไอ้เสือเข้าถ้ำจำศีลมันมุดหายหัวไปไหน ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
คนที่ไล่อ่านข้อความจนครบ เลื่อนถึงข้อความสุดท้ายส่งมาเมื่อเก้าโมงสี่สิบสามที่แล้ว ชายหนุ่มเปลือยท่อนบนพิมพ์ข้อความส่งเข้าไลน์เป็นการพูดคุยว่าเจ้าของยังอยู่
Tiger : กูเพิ่งตื่น จะกลับเชียงรายแล้ว ฝากถามไอ้เซตด้วยว่าจัดงานแต่งตอนไหนก็บอกด้วย กูจะส่งซองไปให้ มีธุระด่วน หายเข้าตัวเมืองกรุงเทพมานาน สงสัยเจ้าแดงมันคงคิดถึงเจ้าของแล้ว
ส่งไปไม่ถึงหนึ่งวิเสียด้วยซ้ำ อ่านแล้วหนึ่งคน เจมส์เข้ามาตอบบทสนทนาคนแรก
James : คนรักสันโดษอย่างไอ้เสือคงหาเมียตัวเองไม่ได้ คงเอาเจ้าแดงมาเป็นเมียแล้วล่ะ
พยัคฆ์ยักไหล่กับข้อความล่าสุดจากเจมส์ เพื่อนสนิทชอบดักคอรู้ทัน เจ้าแดงที่เขาว่าคือโคนมตัวโปรดเพศเมีย ซึ่งเจ้าของไร่องุ่นและมีฟาร์มโคนมเนื้อ ฟาร์มสัตว์เลี้ยงปีกทุกชนิด ตั้งอยู่จังหวัดเชียงราย ที่ดินนี้ได้รับการถ่ายทอดจากคุณตาของเขา
พยัคฆ์ผูกพันรักธรรมชาติ รักความสงบ เขาเป็นลูกครึ่ง เพราะพ่อแม่พบรักอยู่ต่างประเทศแล้วมีเขาออกมาเป็นลูกคนเดียว เขาได้รับความเท่าเทียมจากคนเป็นพ่อแม่ ใช้ชีวิตอิสระตามใจชอบ
เขาเป็นคนดีร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ไม่เชิง เอาเป็นว่าเขาเป็นคนเทาๆ เข้ากับกลุ่มเพื่อนเสือเพลย์บอยได้ แต่ไม่ถึงกลับเลวระยำ
มือหนาโยนมือถือรุ่นล่าสุดลงบนเตียงรุนแรง ชายหนุ่มยันตัวลุกขึ้นแล้วคว้าผ้าขนหนูหายเข้าห้องน้ำ วันนี้เขาจองตั๋วไฟล์เครื่องบินตอนบ่าย หาอะไรกินรองท้องเวลารอขึ้นเครื่องแล้วกัน
หลายชั่วโมงต่อมาที่ต้องนั่งนานๆ เมื่อยขาสำหรับพยัคฆ์ จากกรุงเทพฯ ลงมาจอดจังหวัดเชียงรายก็ทำให้ชายหนุ่มแทบเป็นขาตะคริว
“คุณเสือทางนี้ครับ”
มิ่ง คนสวนของไร่แสงจันทร์โบกมือทันทีที่เห็นร่างชายหนุ่มสูงใหญ่สะพายกระเป๋าเป้มาทางรถจิ๊ป รถประจำตัวของเจ้านายหนุ่ม
พยัคฆ์โยนเป้เข้าข้างในรถแล้วเอาตัวนั่งเบาะข้างของฝั่งคนขับรถ มิ่งรีบขึ้นรถและขับรถออกจากบริเวณนี้ กลัวว่าเจ้านายพาลหงุดหงิด อารมณ์เสียระหว่างทางขับรถเพื่อไปถึงจุดปลายทาง พยัคฆ์ลดกระจกรถเพื่อรับลมเย็นจากธรรมชาติด้านนอก สองแถวข้างทางลูกรังมีแต่ป่าและแม่น้ำ ถัดมาก็มีไร่ปลูกชา เมล็ดกาแฟของเจ้าของที่อื่น
“ถึงแล้วครับเจ้านาย”
“ขอบใจมากมิ่ง ขอตัวเข้าบ้านก่อน”
พยัคฆ์ก้าวลงจากรถก่อนยืดเส้นยืดสายไล่ความเหนื่อยกับนั่งเครื่องบินลงมาต่อด้วยนั่งรถหลายชั่วโมง แต่ไม่ทันขาก้าวเดินเข้าบ้านก็ต้องร้องอุทานตกใจเมื่อมีสิ่งมีชีวิตสี่ขาวิ่งตัดหน้าเขาเกือบล้มฝุ่นคลุกดิน
“เฮ้ย!”
“อย่าวิ่งไปแกล้งพี่เสือสิลูก”
พยัคฆ์เหลือบหันไปมองทางต้นเสียงกำลังตะโกนเรียกเจ้าสุนัขขนฟูสีน้ำตาลวิ่งเข้ามาวนรอบตัวเขาจนเกือบเวียนหัว ส่งสายตาอ้อนปริบๆ เหมือนกับว่าตัวเองเป็นเจ้านาย มันก็เลยดีใจ
“หมาใครที่ไหนวะเนี่ย” เขาตั้งคำถาม
แพรชมพูวิ่งตามสุนัขน้อยออกมาจากบ้านพักคนสวน เธอเห็นมันกระดิกหางดีใจบางอย่าง ทำเหมือนว่าดีใจที่ได้เจอเจ้าของ เผอิญสบสายตาเจ้าของไร่ ซึ่งครอบครัวของเธอพักอาศัยอยู่รีบเบนหน้าหนี
เธอไม่ใช่เด็กกะโปโลหน้าสิวผดผื่นคนนั้นแล้ว
พยัคฆ์เพ่งเล็งพิจารณามองดี ๆ ผู้หญิงตรงหน้าผิวเนียนใส หน้าขาวไร้สิวผดผื่น ไร้ฝ้า ไม่มีแม้แต่จุดด่างดำ ถ้าชายหนุ่มไม่เห็นเธอมาตั้งแต่เด็กจนโต ไม่อยากเชื่อว่าคนคนนั้นคือแพรชมพู ลูกสาวเพ็ญศิริ แม่ครัวประจำของแม่เขา
“แพรชมพู นั่นเธอเหรอ”
พอไม่ได้เจอกับแพรชมพูเมื่อสี่ปี ตอนนั้นภาพจำฝังติดตรึงในหัวคือเด็กหญิงถักเปียใส่ชุดนักเรียน กำลังขี่รถจักรยานเพื่อกลับจากโรงเรียน โชคร้ายเจอฝนตกหนักพร้อมเจอบ่อโคลนน้ำขัง
จากเด็กม.4 หน้าสิวผดผื่น ผิวแทนคล้ำเพราะเธอชอบตากแดดไม่ใส่เสื้อแขนยาวคลุมทับเข้าไร่องุ่น ผ่านมาสี่ปี แพรชมพูไปทำอะไรมา หน้าตาสวย ขาวเนียนเหมือนเด็กกรุงเทพฯ
แพรชมพูหน้ามุ่ยกับคำทักทายแรกของคนเปรียบเสมือนพี่ชายปากร้ายกลับใจดี เธอทำเป็นหูทวนลม ก่อนอุ้มสุนัขขึ้นมา กำลังจะเดินหันหลังเปลี่ยนเส้นทางบ้านพักคนสวน แต่ถูกมือข้างขวาคว้าจับเอาไว้
“ยายเด็กไม่มีมารยาท ฉันถาม เธอก็ต้องตอบคำถามฉันสิ ครอบครัวเธอเป็นลูกจ้างฉัน”
กลิ่นหอมจากตัวเธอเพราะเขาขยับเข้าใกล้อีกนิด และเผลอสูดดมกลิ่นหอมนั้นไม่ตั้งใจ ‘ยายเด็กนี้มีกลิ่นหอมตอนไหนวะ’
อาจเป็นเพราะว่าตอนก่อน พยัคฆ์รักษาระยะห่างจากลูกสาวหัวหน้าคนงานหรือคนงานหญิงคนอื่นเพื่อป้องกันข่าวเสียหายจากคนงานในไร่ เขาจึงไม่ได้ใกล้ชิดกับเด็กกะโปโลแบบนี้
“โฮ่ง โฮ่ง”
เพียงไม่ทันเขาเอ่ยปากถาม เสียงร้องของสุนัขขนฟูที่อยู่ภายในอ้อมกอดแพรชมพูดังขึ้นเป็นการทักทาย ไม่ใช่การเห่ากรรโชก
“หยุดเห่าฉันได้แล้ว นี่เธอเอาหมาปากมอมออกไปห่างๆ ฉันเลย”
พยัคฆ์ไม่ค่อยชอบสุนัข เพราะหมาน้อยตัวนี้เคยไปวิ่งเล่นแถวคอกไก่กับเป็ดที่เขาเลี้ยงไว้ขาย จนสัตว์ปีกเขาตื่นตัวกลัวหมด
แพรชมพูเดินคอตกอุ้มสุนัขตัวน้อยถูกดุกลับเงียบลง ทำหน้าหงอย เสียงออดอ้อนรู้สึกผิดกลับเข้าไปข้างในตัวบ้านพักคนสวน เขาเลิกสนใจยายเด็กตัวปัญหา
ทำเอาเขาปวดหัวอยู่เรื่อย
‘วันนี้ทำไมเหนื่อยมากกว่าทุกวันวะ’
บ้านของพยัคฆ์ตั้งอยู่ข้างในไร่แสงจันทร์ บ้านใหญ่หรูหราหรือจะเรียกว่าคฤหาสน์ก็ไม่แปลก เพราะตาของแม่เขาเป็นอดีตกำนัน มีชื่อเสียงเลื่องลือทั่วจังหวัดเชียงราย ถึงครอบครัวเขาจะรวย แต่เขาชอบทำตัวติดดิน
ครอบครัวเขารวย แต่เขาไม่รวยนี่น่า
“สวัสดีครับคุณป้าเพ็ญ คุณพ่อคุณแม่ล่ะครับ”
พยัคฆ์เข้ามาข้างในตัวบ้านรีบยกมือไหว้แม่ครัวเก่าแก่ของที่นี่
“สวัสดีค่ะคุณเสือ เจอลูกสาวป้าหรือยังคะ”
เพ็ญศิริชวนถามลูกชายเจ้านายของเธอพลางสวมกอด เธอเห็นพยัคฆ์ตั้งแต่เด็กจนโต เรียกได้ว่าเขาเกิดก่อนสี่สิบปี ป้าเพ็ญก็ตั้งท้องคลอดลูกสาวคนเดียว ซึ่งพ่อแม่พยัคฆ์รักเอ็นดูหนูแพรชมพู ผู้วิ่งเล่นซุกซนในไร่จนได้แผลเป็นประจำ
“เจอแล้วครับ ยังเหมือนเดิมเรื่องเสนอโผล่หน้ามาอยู่เรื่อย”
พยัคฆ์ผละออกห่างจากป้าเพ็ญศิริ มีคำถามมากมายตั้งอยู่ในหัวเกี่ยวกับเรื่องเด็กหน้าสิวผดผื่น ผิวคล้ำตากแดดบ่อย ทว่าตอนนี้กลับสวยขึ้นจนผิดแปลกสายตาแต่พับเก็บความสงสัยไว้
“ก็คุณเสือโผล่แวบไปแวบมาระหว่างไร่กับกรุงเทพฯ ตั้งสี่ปีแถมลูกสาวป้าก็ยุ่งๆ กับการเรียนตอนนั้นก็เลยไม่ได้เจอกัน แต่ยายแพรดูแลตัวเองดีขึ้นเลย แปลกใจว่าทำไมถึงอยากดูแลตัวเองให้สวย”
“ผมไม่อยากได้รู้เรื่องยายเด็กจอมปัญหานั้นเท่าไหร่ครับคุณป้า”
เพ็ญศิริพยักหน้ารับยิ้มๆ ก่อนนำทางบอกทางห้องโถงกว้าง เดินไปอีกสองสามก้าวก็จะเจอพวกท่านนั่งรอลูกชายอยู่ ราวกับรู้อยู่แล้วว่าเขาจะกลับมา
“ฝากขึ้นไปเก็บไว้ข้างในห้องผมนะครับ ห้องผมก็เหมือนเดิมอยู่ใช่มั้ยครับป้าเพ็ญ”
พยัคฆ์หันมาเอ่ยถามป้าเพ็ญศิริ ขณะส่งกระเป๋าเป้ส่วนตัวน้ำหนักเบา จะถือของอะไรมากมายนอกจากเสื้อผ้าสองสามชุด แม่ครัวส่งยิ้มบาง
“ค่ะ”
เพ็ญศิริยังไม่ได้บอกให้เขารู้ว่าลูกสาวเธอเป็นคนอาสาขึ้นไปทำความสะอาดบนห้องนอนของพยัคฆ์ทุกวัน วันนี้ก็เช่นกัน แต่ชายหนุ่มสาวเท้าก้าวเข้าห้องโถงกว้างก่อน
“สงสัยลูกสาวป้าคงเหนื่อยเสียเปล่าซะแล้ว”
แม่ครัวบ่นอุบ ก่อนปลีกตัวเข้าห้องครัวทำงานตามหน้าที่ ระยะหลังคนเป็นแม่รู้เห็นว่าลูกสาวชอบอาสาขึ้นไปทำความสะอาดบนห้องพยัคฆ์ ลูกชายเจ้าของบ้าน
ทว่าคงไม่มีอะไรมากกว่าลูกสาวหัวหน้าคนงานกับเจ้าของไร่ที่ครองตัวเป็นโสดสนิท ไม่ยุ่งกับผู้หญิงคนไหน หมกตัวอยู่กับฟาร์มโคนมมานานนับเดือน
แต่ใครจะรู้ว่าพยัคฆ์เป็นรักแรกของแพรชมพู ชอบมานาน ตั้งแต่สี่ปีก่อนได้มั้ง...
...ทว่าแพรชมพูส่ายหน้าพัลวัน ถึงจะเมากรึ่มแต่ยังมีสติ พอฟังคำพูดของสามีออก รู้ด้วยว่าพยัคฆ์กำลังโกรธ และมาตามตัวเธอกลับบ้าน “อื้อ...ไม่เอาค่ะ” เธออายผู้คนต่อหน้ามากมาย “ยังดีที่รู้จักอาย! กลับบ้าน” “อุ้มหน่อยค่ะ แพรน่าจะเดินไม่ไหว” สุดท้ายพยัคฆ์ยอมตามใจเมียสายขี้อ่อย ถ้าหากรู้ตั้งแต่แรกว่ากินเหล้าเมากรึ่มๆ แล้วอ่อยผัวตัวเองขนาดนี้ เขาไม่น่าอนุญาตให้เธอมาเลย ขนาดมีเขาคอยประกบอยู่ ยังมีพวกผู้ชายหลายคนต่างจับจ้องมองเรือนร่างเพรียวบางสุดเซ็กซี่น่าเสียดายที่แพรชมพูมีสามีแล้ว เมียกู....ใครห้ามแตะ แม้แต่สายตา! “เธอนี่จริงๆ เลย” ถึงเขาจะบ่นอุบรำคาญมากขนาดไหนก็ตาม ทว่าย่อตัวเล็กน้อยก่อนช้อนสะโพกเธอยกหวือขึ้นมาแนบแผงอก แพรชมพูทำเสียงอู้อี้ในลำคอ ฟังออกบ้าง ฟังไม่ออกบางคำ “พี่เสือ...จูบแพรหน่อย” “เอาไว้กลับบ้าน แล้วผัวจะไม่หยุดแค่จูบ เมียไม่เชื่อฟังคำสั่งของผัว อย่างนี้ต้องโดนอะไร!” พยัคฆ์เข่นเคี้ยวฟัน ส่งสายตาเขียวปัดหวงของผ่านทางพวกผู้ชายเหลียวหันมองคนอยู่ในอ้อมแขนด้วยตาเป็นประกาย ออกแรงกระชับวงแขนแนบแน่น ตวัดขาแกร่งอุ้มเมียแสนดื้อออกจากไนต์คลับให้มากที่สุด เมียที่ไม่เชื่อฟังผ
พอหยุดวันเสาร์อาทิตย์พยัคฆ์มีเวลาเต็มที่ให้กับพวกลูกแฝด และเป็นอย่างนี้ทุกวันตลอดระยะห้าเดือนผ่านที่หลังเขาและเธอแต่งงานใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ส่วนแพรชมพู เขาให้เธอลาออกจากการเป็นคนงานและคนทำความสะอาดบ้านทั้งใหญ่และเล็ก ออกมาทำหน้าที่เป็นเมียและแม่ของลูกเขาอย่างเดียว เพิ่มเติมคือทำอาหารคอยผัวกลับมาบ้านและงัดลีลาบนเตียงเอาไว้ใช้กับผัวคนเดียว แต่ต้องทำเฉพาะหลังจากที่เจ้าเด็กแฝดหลับสนิทไปแล้ว เป็นเช่นนี้ทุกวันจนเขารู้สึกว่าเธอเริ่มแต่งตัว แต่งหน้าสวย รักษาหุ่นตัวเองกระชับกว่าเดิม “แม่ของแพรบอกผมว่าตอนกลางวันมีแขกมาหา บอกว่าเป็นเพื่อนสนิทและก็มีไอ้หมอติดมาด้วย เพื่อนของแพรกับมันคุยกันแล้วเหรอครับ ทำไมผมไม่รู้” แล้วเนี่ยจะแต่งตัวสวยไปถึงไหน เธอไม่รู้หรืออย่างไรว่าคนเป็นสามีหึง ถ้าหากต้องให้ภรรยาตัวเองออกไปเที่ยวตอนกลางคืนแล้วมีพวกผู้ชายหันมองจนคอแทบเคล็ด ขอไลน์เพื่อสานสัมพันธ์กับเมียชาวบ้านต่อ แพรชมพูย่อคอหนีเมื่อมีลมหายใจอุ่นร้อนเข้ามาดอมดมซอกคอระหงทางด้านหลัง “อื้อ พี่เสือ หยุด! แพรจะออกไปข้างนอก ฝากดูลูกด้วยนะคะที่รัก” “จะไปไหน!” เสียงเข้มห้วนจัดเอ่ยถาม สีหน้าของเขาตอนนี้เหมือ
08.00 น. วันรุ่งขึ้น “งานแต่งกูก็ผ่านไปหลายวันแล้ว ไอ้พวกเพื่อนคนอื่นรู้จักมารยาทก็รีบเอาเมียแต่ละคนกลับบ้าน...ยกเว้นมึง หยุดมองดูเมียกูได้แล้ว” พยัคฆ์หันมามองแรงใส่เพื่อนร้ายเพื่อนรัก เรียกได้ว่าเหลือแค่มันคนเดียวที่ยังไม่เอาเมียในกลุ่ม แถมมันยังไม่วายเหลือบหันมองมาทางเมียเขาเป็นระยะ เมียเขา แต่มันยังมองแพรชมพูไม่เลิก! ส่วนเจ้าตัวก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาทางสามีเพื่อน เพราะเธอมักคุ้นเคยกับเพื่อนสนิทของแต่ละคนพยัคฆ์ตั้งแต่อายุสิบสองปี ยังกลายเป็นยายเด็กหน้าสิวอยู่เลย ในบรรดาเพื่อนรักเพื่อนร้ายสามคน มีแค่เจมส์คนเดียวที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับเธอ ด้วยความที่เข้ากับคนอื่นง่าย โดยเฉพาะผู้หญิงที่ใช้หน้าตาดีล่อลวง “ทีเมื่อก่อนน้องแพรยังไม่สวยเท่าขนาดนี้...มึงยังไม่หึงหวงเมียของมึง ซ้ำอยากจะคิดผลักไสน้องแพรสุดน่ารักมาให้กูอีกต่างหาก” โน้มตัวกระซิบข้างใบหูของอีกฝ่าย “ทำไมกูจะไม่รู้” “เอ่อ...” หันมองใบหน้าหล่อเหลากินกันไม่ลงสลับกัน “แพรขอตัวไปเอาน้ำให้พี่เจมส์ พี่จะเอาน้ำอะไรดีคะ มีกาแฟดำยามเช้าด้วยนะคะ” พอจะรู้ว่าเพื่อนสนิทสามีเธอชอบดื่มอะไรง่ายๆ “ขอกาแฟดำอย่างเดียว เพิ่มเติมไม่ใส่น้ำตาลค
20.30 น. “ใครกันนะที่เคยบอกผมว่าจะรอมาเป็นเจ้าสาวของผม คนแถวนี้พูดหรือเปล่าครับ” “แล้วพี่เสือคิดว่าใครพูดคะ?” “คนใกล้ๆ ตัวแถวนี้ล่ะมั้ง แถมยังขโมยหัวใจของผมไปโดยไม่ทันตั้งตัว” แพรชมพูถูกสามีหยอดคำหวานเชื่อม เธอถึงกับแก้มแดงก่ำ ขณะทั้งสองเข้ามาข้างในเรือนหอ หลังพ่อแม่ของบ่าวสาวต่างอวยพร เธอกับแม่เพ็ญสวมกอดร้องไห้ปล่อยโฮหนัก ก่อนเขาดึงตัวเมียออกมา แค่แต่งงานถึงกับร้องไห้เลยเหรอ? คนเป็นผัวแพรชมพูไม่เข้าใจจริง ๆ! “แต่ถ้าพี่เสือไม่ยอมใจอ่อนกับแพร แพรก็คิดจะออกไปหาสามี(ทิพย์)แห่งชาติ” “หืม?” หันมามองหน้าภรรยา “ยังไม่เลิกบ้าดาราอีกเหรอ ยายตัวแสบ” พยัคฆ์เคยจำได้ว่าตอนนั้นเธอก็เป็นเหมือนเด็กผู้หญิงคนหนึ่งชอบบ้าดาราหรือนักร้องผู้ชายหล่อเหลา แพรชมพูพยักหน้าน้อยๆ เมินหน้าออกด้านข้าง “แพรก็แค่ชื่นชอบพวกเขาเท่านั้นเองค่ะ” ยกมือน้อยๆ ของตัวเองขึ้นมาลูบไล้ใบหน้าคมคาย “เพราะในใจแพรมีแค่พี่เสือมาตั้งแต่ไหนแต่ไร” “หาข้ออ้าง หลบหลีกเก่งดีนัก คืนนี้แพรไม่รอดเงื้อมมือจากผัวคนนี้แน่” “พวกเขาแค่ผัว(ทิพย์) พี่เสือต่างหากที่เป็นสามีของแพรตัวจริงเสียงจริง” “คืนนี้ร้องครางชื่อผัวทั้งคืน
วันเวลาผ่านไปรวดเร็วจนเธอไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มีวันนี้ วันที่เธอรอคอยเป็นเจ้าสาวของใครสักคนเหมือนมีใครขีดเส้นกำหนดไว้ รอคอย...เพื่อจะกลับมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน จับมือเดินทางเคียงข้างกันตลอดไป แต่ก่อนแพรชมพูไม่เชื่อคำพวกนี้ด้วยซ้ำ เพราะเธอเกือบสิ้นหวัง ท้อแท้ หมดกำลังใจต่อความรักฝ่ายเดียว ตามตื้อจีบเดินตามลูกชายป้านับดาวตลอดสี่ปี ทว่าตอนนี้เชื่อหมดหัวใจว่าคำนั้นคือเรื่องจริง ไม่ว่าเธออยากจะหนีหัวใจตัวเอง สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปต้องย้อนกลับมาอยู่ที่นี่ ที่ที่มีความทรงจำเธอกับเขาอยู่ร่วมกัน แพรชมพูเพิ่งรู้ภายหลังตอนที่คลอดลูกแฝดชายหญิง ซึ่งเป็นหลานแฝดคนแรกของบ้าน พ่อแม่เขาและเธอต่างเห่อหลานและพากันตั้งชื่อชวนน่าฟัง จากนั้นพยัคฆ์ก็เล่าให้ฟังว่าสวนกุหลาบแปลงเล็กของหญิงสาว เขารักษา ดูแลมัน หมั่นพรวนดินและตอนนี้ขยายเบี้ยพันธุ์ดอกกุหลาบสีแดงกลายเป็นแปลงใหญ่ สั่งคนตักดอกไม้จัดแจงนำออกไปส่งขายที่ตลาด ช่วงนี้ต้องการดอกไม้เป็นจำนวนมากก็เลยขายดี เธอเคยถามเขานะว่ารู้ตัวว่ารักตอบตอนไหน? แล้วดูคำตอบพี่เสือของเธอสิ... ‘พอไม่มียายเด็กจอมจุ้นจ้านมาคอยวนเวียนอยู่บริเวณรอบๆ ใกล้ผม รู้สึกโหวงเหวงแป
08.00 น. “พวกมึงไม่มีงานการทำหรือไงวะ ถึงได้รวมหัวกันบุกมาถึงไร่ของกูได้เนี่ย” เจ้าของบ้านนั่งหน้าตึงตัง ชายหนุ่มตั้งใจว่าจะใช้เวลามีความสุขอยู่กับเมียตามลำพัง ทว่าแผนทุกอย่างพังทลายลงเมื่อได้รับข่าวจากป้าเพ็ญว่ามีแขกผู้ชายสามคนเข้ามาขอพบ อ้างบอกว่าเป็นเพื่อนสนิท ดีที่โชคเข้าข้างพยัคฆ์ หันไปมองเมียที่นอนหลับสนิทอยู่ข้างกาย อาจเป็นเพราะเมื่อคืนเขาอดอยากปากแห้ง จับคนท้องกลืนกินอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พอได้สวมใส่ชุดลำลอง ก็สั่งแม่เพ็ญมาคอยดูแลแพรชมพู ส่วนตัวเขาจะออกไปต้อนรับหรือเตะพวกเพื่อนสนิทสามคนชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่น โดยเฉพาะไอ้เจมส์! พอถึงตอนที่มันเสียหมาเพราะเมียไม่รัก แล้วเขาจะหัวเราะสมน้ำหน้าให้! “หึ! พอคืนดีกับน้องแพรน้อยของกูได้ มึงก็รีบไล่พวกกูกลับไปจริงๆ เชียว แล้วใครกันที่ตอนนั้นร้องไห้จะเป็นจะตายเพราะหาเมียไม่เจอ แถมยังบากหน้าขอร้องให้พวกกูช่วยส่งคนออกตามหา” เจมส์นัดแนะกับเซซาราและการันย์ปลีกตัวมาคนเดียว ฝากลูกกับเมียของแต่ละคนไว้อยู่กรุงเทพฯ ซึ่งสองคนรู้ว่าพยัคฆ์คืนดีกับแพรชมพูเลยรีบมาแสดงความยินดี ส่วนหนึ่งอยากเห็นหน้าว่าที่เจ้าสาวของเพื่อนรัก “







