เข้าสู่ระบบ"กลางวันสั่งงานเนี้ยบ กลางคืนจับกินเรียบไม่ให้พัก! เมื่อ 'บอสจอมกวน' แท้จริงแล้วคือ 'เสือซ่อนลาย' ที่จ้องจะตะครุบเลขาแสนพยศให้จมเตียง"
ดูเพิ่มเติมบทนำ : รอยยิ้มของนักล่า
ตึกระฟ้าใจกลางเมืองหลวงที่เคยพลุกพล่านไปด้วยพนักงาน บัดนี้เหลือเพียงความเงียบสงัดเมื่อเข็มนาฬิกาบอกเวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ แสงไฟนีออนจากท้องถนนเบื้องล่างสาดส่องผ่านกระจกบานกว้างของชั้นสามสิบ ทาบทับลงบนร่างระหงที่ยังคงนั่งหลังตรงอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์
‘พรีมมี่’ ขยับแว่นตากรอบใสที่เกาะอยู่บนสันจมูกโด่งรั้น ปลายนิ้วเรียวสวยที่เคลือบสีนู้ดเรียบหรูรัวแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่ว เสื้อเชิ้ตสีขาวเข้ารูปที่ถูกติดกระดุมจนถึงเม็ดบนสุด และกระโปรงทรงสอบสีดำที่ยาวคลุมเข่า คือปราการด่านสำคัญที่เธอใช้ปกปิดสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวน เพื่อรักษากำแพงแห่ง ‘ความมืออาชีพ’ ในฐานะเลขาธิการหน้าห้องของรองประธานกรรมการ
แกร๊ก...
เสียงเปิดประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นทำลายความเงียบ พรีมมี่ชะงักมือที่กำลังพิมพ์งาน คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวเข้ามาในอาณาเขตของเธอ
"ยังไม่กลับอีกเหรอครับ คุณเลขาคนเก่ง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความยียวนอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้พรีมมี่ไม่ต้องเงยหน้ามองก็รู้ว่าผู้มาเยือนคือใคร
‘ปกรณ์’ รองประธานหนุ่มรูปหล่อ ผู้พกพารอยยิ้มขี้เล่นและท่าทางสบายๆ จนดูเหมือนคนไม่เอาการเอางานมาบริษัททุกวัน ทว่าในยามนี้ เสื้อสูทราคาแพงของเขาถูกพาดไว้บนบ่า เนคไทถูกปลดออกหลวมๆ เผยให้เห็นแผงอกแกร่งรำไรภายใต้เสื้อเชิ้ตที่ปลดกระดุมออกสามเม็ด... ดูอันตรายและดึงดูดสายตาจนน่าหงุดหงิด
"ดิฉันกำลังสรุปรายงานการประชุมบอร์ดบริหารของเมื่อบ่ายให้เสร็จค่ะ ท่านรองมีอะไรให้ดิฉันรับใช้เพิ่มเติมหรือเปล่าคะ?" พรีมมี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์หวั่นไหวใดๆ พร้อมกับละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์มาปะทะกับดวงตาคมกริบของอีกฝ่าย
ปกรณ์ไม่ตอบในทันที ร่างสูงค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ของเธออย่างเชื่องช้า เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นพรมดังเป็นจังหวะ ราวกับเสียงกลองที่กำลังตีระรัวอยู่ในอกของหญิงสาว ทุกย่างก้าวของเขามีกลิ่นหอมของน้ำหอมแบรนด์หรูผสมผสานกับกลิ่นกายบุรุษเพศที่อุ่นซ่าน ลอยมาเตะจมูกจนพรีมมี่ต้องแอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติ
ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะ ก่อนจะโน้มตัวลงมาหา วางมือทั้งสองข้างลงบนขอบโต๊ะไม้สัก กักขังร่างระหงให้อยู่ในกรอบสายตาของเขา ระยะห่างที่ถูกร่นเข้ามาอย่างกะทันหัน ทำให้พรีมมี่เผลอเอนหลังหนีไปพิงพนักเก้าอี้โดยสัญชาตญาณ
"ผมเคยบอกแล้วใช่ไหม..." ปกรณ์เอียงคอเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบางๆ "ว่าเวลานอกงาน ให้เรียกผมว่าปกรณ์ หรือไม่ก็... พี่กรณ์"
"นี่คือเวลาพักผ่อนของท่านรอง แต่ดิฉันยังอยู่ในเวลางานค่ะ" เลขาสาวตอบกลับอย่างไม่ลดละ แม้จะรู้สึกลมหายใจร้อนผ่าวของอีกฝ่ายที่รินรดอยู่ใกล้เพียงคืบ
ปกรณ์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคมเข้มที่เคยมองดูขี้เล่น บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นประกายบางอย่างที่ลึกล้ำและยากจะคาดเดา ราวกับสัญชาตญาณของนักล่าที่กำลังจดจ้องเหยื่อแสนสวยที่ดิ้นรนอยู่ในกรงทอง
"คุณนี่มัน... เจ้าระเบียบจริงๆ น้า" เขาพึมพำเสียงพร่า ก่อนจะยกมือขวาขึ้นมา ปลายนิ้วโป้งและนิ้วชี้ของเขาเคลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้าหวาน พรีมมี่เบิกตากว้างเล็กน้อย ร่างกายเกร็งเขม็ง เตรียมจะเบี่ยงหน้าหลบ
ทว่า... ปลายนิ้วร้อนผ่าวนั้นกลับไม่ได้สัมผัสลงบนผิวแก้มของเธออย่างที่นึกกลัว เขากลับเอื้อมไปจับที่ปมเนคไทที่หลุดลุ่ยของตัวเองแทน
"ผูกให้หน่อยสิ... ผมทำมันพังตอนไปดื่มกับลูกค้าเมื่อกี้" เขาสั่งด้วยน้ำเสียงออดอ้อนแบบที่ชอบใช้ประจำ แต่แววตากลับท้าทายอย่างเปิดเผย
"ท่านรองกำลังจะกลับแล้ว ไม่จำเป็นต้องผูกหรอกค่ะ"
"แต่ผมอยากให้คุณผูกให้... ถือว่าเป็นคำสั่งของ 'เจ้านาย' ก็แล้วกัน"
ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างคนทั้งสอง พรีมมี่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลของเขา เธอกำลังประเมินท่าทีของผู้ชายตรงหน้า ปกรณ์มักจะเป็นแบบนี้เสมอ ชอบหยอกล้อ ชอบล้ำเส้นเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอทีละนิดๆ แบบ 'หมาหยอกไก่' ทำให้เธอรำคาญใจ แต่ก็ไม่เคยล่วงเกินจนเธอมีข้ออ้างในการโกรธเคืองอย่างจริงจัง
เลขาสาวถอนหายใจแผ่วเบา ยอมขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทว่าเมื่อเธอยืนขึ้น ความสูงของเธอกลับอยู่เพียงแค่ระดับปลายคางของเขาเท่านั้น
มือเรียวเล็กยื่นออกไปจับปลายเนคไทผ้าไหมสีเข้ม สัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากแผงอกกว้างที่ทะลุผ่านเนื้อผ้า พรีมมี่พยายามรวบรวมสมาธิ สายตาจดจ่ออยู่แค่ปมเนคไทตรงหน้า แต่กลับยากเหลือเกินเมื่อปกรณ์จงใจขยับปลายเท้าเข้ามาใกล้อีกก้าว จนปลายรองเท้าของทั้งคู่แทบจะชนกัน
"คุณรู้ไหมพรีมมี่..." ปกรณ์กระซิบเสียงแผ่ว ขณะที่ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งเฉียดผ่านเรือนผมหอมกรุ่นของเธอ "เสื้อเชิ้ตที่คุณใส่... กระดุมเม็ดบนสุดมันทำให้คุณดูอึดอัดนะ"
มือที่กำลังผูกเนคไทชะงักกึก พรีมมี่เงยหน้าขึ้นขวับ เตรียมจะอ้าปากต่อว่าเจ้านายจอมเจ้าเล่ห์ ทว่าระยะห่างที่เหลือน้อยนิด ทำให้ริมฝีปากของเธอเฉียดผ่านปลายจมูกของเขาไปเพียงแค่มิลลิเมตรเดียว!
ลมหายใจของทั้งคู่สะดุด
ดวงตากลมโตสบประสานกับดวงตาคมกริบที่บัดนี้เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาที่ซ่อนเร้นมาเนิ่นนาน บรรยากาศรอบกายที่เคยเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ กลับร้อนระอุขึ้นมาอย่างฉับพลัน
รอยยิ้มขี้เล่นของปกรณ์เลือนหายไป แทนที่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งที่ดูดุดันและอันตรายแบบที่พรีมมี่ไม่เคยเห็นมาก่อน เขายกมือขึ้นทาบทับลงบนหลังมือเล็กที่กำลังกำเนิดเนคไทของเขาอยู่ นิ้วหัวแม่มือแกร่งไล้เบาๆ ไปตามข้อนิ้วของเธออย่างอ้อยอิ่ง... ทว่าจงใจกระตุ้นความรู้สึกหวามไหวให้แล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย
"ถ้ามันอึดอัด..." เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก "วันหลัง... ผมจะ 'ปลด' มันออกให้เอง"
หัวใจของพรีมมี่เต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวร้องลั่นว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่เพียงแค่เจ้านายจอมยียวนอย่างที่ใครๆ คิด...
แต่เขาคือ 'เสือร้าย' ที่กำลังซ่อนลาย และตอนนี้... เขากำลังเริ่มแผนการตะครุบเหยื่ออย่างเธอแล้ว!
ตอนพิเศษ 9 : เริงรักในเรือนกระจกกลางสวน... (NC-18+)แสงจันทร์นวลผ่องสาดส่องลงมาอาบไล้ ‘ศาลาเรือนกระจกสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก’ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางคฤหาสน์วรโชติเมธากุล พื้นที่แห่งนี้ถูกออกแบบและจัดวางภูมิทัศน์ใหม่อย่างพิถีพิถัน ต้นไม้นานาพันธุ์ถูกจัดวางตามหลักศิลปะแห่งพื้นที่เพื่อให้เกิดความโปร่งโล่งและรับพลังงานบวก แสงไฟซ่อนตามพุ่มไม้และโขดหินส่องประกายเรืองรอง ขับให้สวนพฤกษศาสตร์ส่วนตัวแห่งนี้ดูงดงามราวกับดินแดนในฝันภายในเรือนกระจกที่แอร์เย็นฉ่ำ พรีมมี่ กำลังยืนชื่นชมผลงานการจัดสวนที่เธอเป็นคนลงมือออกแบบและคุมงานด้วยตัวเอง หญิงสาวสวมเพียงชุดสลิปเดรสผ้าไหมสีงาช้างตัวยาวพลิ้วไหว สายเดี่ยวเส้นเล็กจิ๋วรับกับเนินอกอวบอิ่มที่โน้มถ่วงตามธรรมชาติโดยไร้บราเซียปกปิด เรือนผมสีเข้มปล่อยสยายเต็มแผ่นหลังขาวเนียนสวบ... สวบ...เสียงฝีเท้าหนักแน่นเหยียบย่ำลงบนแผ่นหินทางเดิน ก่อนที่ประตูกระจกจะถูกเลื่อนเปิดออก ปกรณ์ ในชุดสูททำงานที่เพิ่งกลับจากการเจรจาธุรกิจต่างประเทศ ก้าวเข้ามาภายในเรือนกระจก ชายหนุ่มปลดกระดุมเสื้อสูทออกด้วยความเหนื่อยล้า ทว่านัยน์ตาสีนิลกลับทอประกายอ่อนโยนและร้อนแรงขึ้นมาทันทีที
ตอนพิเศษ 8 : เกมรักสวมบทบาท... (NC-18+)เสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงคลอเบาๆ เคล้ากับแสงไฟสลัวบนรูฟท็อปบาร์สุดหรูชั้น 60 ใจกลางมหานคร ค่ำคืนนี้คลาคล่ำไปด้วยแวดวงไฮโซและนักธุรกิจที่มาร่วมงานกาล่าการกุศล ทว่าท่ามกลางฝูงชน มีเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หยุดมองพรีมมี่ ปรากฏตัวในชุดเดรสกำมะหยี่สีแดงเบอร์กันดีเข้ารูป คัตติ้งเว้าลึกอวดแผ่นหลังขาวเนียนจรดบั้นท้าย กระโปรงผ่าสูงถึงโคนขาเผยให้เห็นเรียวขาเสลาทุกครั้งที่ก้าวเดิน ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสดขับให้ใบหน้าสวยหวานดูเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกันคืนนี้ เธอและ ปกรณ์ ตกลงกันว่าจะเล่น 'เกมสวมบทบาท' เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ กติกาคือ... พวกเขาคือคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และเขาต้อง 'จีบ' เธอให้ติดพรีมมี่ยืนจิบมาร์ตินี่อยู่ที่มุมบาร์ แอบปรายตามองสามีหนุ่มที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ปกรณ์ในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิทดูหล่อเหลา ดุดัน และทรงอำนาจจนสาวๆ ในงานต่างพากันส่งสายตาทอดสะพานให้เขาไม่หยุดหย่อน ทว่านัยน์ตาสีนิลคมกริบของเขากลับจับจ้องมาที่เธอเพียงคนเดียวราวกับราชสีห์ที่กำลังล็อกเป้าหมายเหยื่อแต่ก่อนที่ราชสีห์จะทันได้ขยับตัว ชายห
ตอนพิเศษ 7 : คืนวันศุกร์กับไออุ่นใต้ผ้าห่ม... (NC-18+)สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องในค่ำคืนวันศุกร์สิ้นเดือน การจราจรที่ติดขัดสาหัสของกรุงเทพฯ ทำให้กว่าที่รถยุโรปคันหรูจะแล่นเข้ามาจอดในเพนต์เฮาส์ส่วนตัวได้ เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ไปแล้วสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่หนักหน่วงสำหรับ P.K. Enterprise ทั้งการประชุมบอร์ดบริหารและการวางแผนไตรมาสสุดท้ายทันทีที่ประตูห้องนอนใหญ่เปิดออก พรีมมี่ ในชุดทำงานที่ยับย่นเล็กน้อยก็ทิ้งกระเป๋าถือลงบนโซฟาปลายเตียง หญิงสาวถอดรองเท้าส้นสูงออกอย่างหมดสภาพ ทิ้งตัวลงนอนหงายแผ่หลาบนเตียงหนานุ่ม หลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้าเต็มทนยวบ...ฟูกเตียงด้านข้างยุบตัวลงตามน้ำหนักของร่างสูง ปกรณ์ ที่เพิ่งปลดเนกไทและถอดเสื้อสูทพาดไว้บนเก้าอี้ ขยับเข้ามานั่งเคียงข้าง ชายหนุ่มสอดมือเข้าไปใต้ท้ายทอยของภรรยา ออกแรงรั้งเบาๆ ให้ศีรษะทุยสวยหนุนลงบนตักแกร่งของเขาแทนหมอน มือหนาที่มีรอยสัมผัสหยาบกร้านจากการทำงาน ค่อยๆ คลึงนวดขมับและศีรษะให้เธออย่างอ่อนโยน"ปวดหัวไหมคนดี... วันนี้คุณนั่งหน้าจอตลอดทั้งบ่ายเลยนะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความห่วงใยอย่างแท้จริง"นิดหน่อยค่ะพี่กรณ์... พรี
ตอนพิเศษ 6 : รสเมรัย(NC-18+)คฤหาสน์วรโชติเมธากุลยามค่ำคืนเงียบสงัด ภายนอกมีเพียงเสียงสายลมพัดผ่านแมกไม้ ทว่าลึกลงไปเบื้องล่างใน ‘ห้องเก็บไวน์ใต้ดิน’ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างโอ่อ่าด้วยผนังอิฐเปลือยและชั้นไม้มะฮอกกานี อุณหภูมิถูกควบคุมให้เย็นเฉียบเพื่อรักษารสชาติของไวน์วินเทจราคาแพงนับพันขวด แสงไฟสีอำพันสลัวส่องกระทบขวดแก้วเกิดเป็นประกายลึกลับและเย้ายวนพรีมมี่ ในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีแชมเปญบางเบาแนบเนื้อ คัตติ้งเว้าหลังลึกจรดบั้นท้าย ไร้ซึ่งบราเซียหรือแพนตี้ใดๆ ปกปิดอยู่ภายใน เธอกำลังยืนเขย่งปลายเท้าอยู่หน้าชั้นไม้วินเทจ มือเรียวเอื้อมหยิบไวน์แดงปีลึกขวดหนึ่งเพื่อนำไปดื่มฉลองครบรอบการแต่งงานเดือนที่หกกับสามีบนห้องนอนหมับ...ความเย็นเฉียบของห้องใต้ดินถูกแทนที่ด้วยไออุ่นร้อนระอุ เมื่อวงแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสอดเข้ามาโอบรัดรอบเอวคอดกิ่วจากด้านหลัง แผ่นหลังเนียนละเอียดสัมผัสเข้ากับแผงอกเปลือยเปล่าของ ปกรณ์ ที่สวมเพียงกางเกงนอนผ้าไหมสีดำตัวหลวมโพรก"ลงมาหาไวน์ไกลถึงนี่เลยเหรอครับคนดี..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมใบหู ปลายจมูกโด่งคมสันซุกไซ้ซอกคอขาวเนียน สูดกลิ่นหอมกรุ่นของครีมอาบน











