LOGINจี้หานไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจี้ซินหนิงจะเป็นคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมลึกซึ้งถึงเพียงนี้ เขาลังเลอยู่นานก่อนจะเอ่ยถามเธอ “ทำไมเธอถึงไม่บอกฉันตรง ๆ ว่าตกลงแล้วเธอทำอะไรลงไปบ้าง?” ถังหนิงราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลก เธอแค่นหัวเราะหยันแล้วย้อนถาม “ถ้าเมื่อสามปีก่อนฉันบอกเหตุผลกับนาย นายจะเชื่อฉันไหมล่ะ?” “ตอนนั้นนายว่าฉันยังไงบ้าง? นายบอกว่าฉันน่ะอิจฉาริษยา ทนเห็นจี้ซินหนิงดีกว่าไม่ได้ เลยจงใจพูดจาให้ร้ายเธอต่อหน้านาย...” เมื่อนึกถึงอดีต สีหน้าของถังหนิงก็พลันเย็นเยียบลง “จี้หาน ไม่ใช่ว่าฉันไม่พูด แต่เป็นเพราะนายไม่เคยเชื่อใจฉันเลยต่างหาก แถมยังเอาแต่โทษว่าเรื่องที่จี้ซินหนิงต้องไปต่างประเทศเป็นความผิดของฉันมาตลอด” ในเมื่อไม่ได้รับความเชื่อใจ การพูดไปก็มีแต่จะไร้ค่า สู้เงียบเสียยังดีกว่า เพราะถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีทางเชื่ออยู่ดี จี้หานพูดไม่ออก ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ริมฝีปากที่อ้าออกกลับปิดลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า สุดท้ายก็ล้มเลิกไป เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า ตัวเองจะไม่ได้รับความไว้วางใจจากเธอถึงขนาดนี้ จนถึงขั้นที่มีเรื่องอะไร เธอก็ไม่ยอมปริปากบอกเขาอีกแล้ว ยิ่ง
คุณท่านถังแผ่ซ่านบารมีอันน่าเกรงขามโดยไม่ต้องแสดงโทสะ ทุกถ้อยคำที่เอ่ยออกมานั้นหนักแน่นทรงพลังเสียจนจี้หานได้แต่ยืนอึ้ง พูดไม่ออกบอกไม่ถูก “เซ็นซะ” ถังหนิงยื่นหนังสือถอนหมั้นให้จี้หาน บนนั้นมีลายเซ็นของเธอประทับอยู่ก่อนแล้ว จี้หานรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาด เขาอึ้งไปนานกว่าจะดึงสติกลับมาได้ มือที่สั่นเทาเอื้อมไปรับกระดาษแผ่นนั้นมา ก่อนจะมองเธอด้วยสายตาเว้าวอน: “มัน... ไม่มีโอกาสแล้วจริง ๆ เหรอ?” ถังหนิงเบือนหน้าหนีแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไม่มีวันเป็นไปได้อีก” นับตั้งแต่วันที่เขาผิดนัดจดทะเบียนสมรส เธอก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่รอเขาอีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น หากไม่ใช่เพราะเขาเคยช่วยชีวิตเธอไว้ในตอนนั้นจนเข้ามาสถิตอยู่ในหัวใจ เธอคงไม่หลงรักเขาอย่างหัวปักหัวปำมานานถึงห้าปี ยอมลดตัวลงจนถูกเขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเช่นนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่จี้หานได้สัมผัสถึงรสชาติของความเจ็บปวด วินาทีที่ลงปลายปากกา หัวใจของเขาเหมือนถูกมีดกรีด มือทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับแบกน้ำหนักพันชั่ง ทว่าสุดท้าย เขาก็ต้องจำใจเซ็นชื่อลงไป ถังหนิงหยิบเอกสารขึ้นมาแล้วส่งให้ทนายที่ยืนอยู่ข้างคุณท่านถัง “เรียบร้อยค่ะ ห
ร่างของถังหนิงสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ความหวาดกลัวพาดผ่านใบหน้า ภาพจำตอนที่เธอถูกจี้หานกดทับลงมาผุดขึ้นในหัวเป็นฉาก ๆ ความรู้สึกต่อต้านและหวาดกลัวทำเอาเธอเผลอขยับตัวหนีตามสัญชาตญาณ “เป็นอะไรไป?” จี้จิ่นซิวดูออกว่าเธอหวาดกลัว ความรู้สึกผิดก็จู่โจมหัวใจทันที “ขอโทษนะ ฉันทำให้เธอตกใจหรือเปล่า?” ถังหนิงสูดลมหายใจลึก พยายามสงบสติอารมณ์อยู่พักใหญ่ “ไม่เป็นไรค่ะ... เรื่องของฉันเอง” ความจริงตอนที่จดทะเบียนสมรสกัน พวกเขาเคยตกลงกันไว้ว่า การใช้ชีวิตคู่ฉันสามีภรรยาอย่างสมบูรณ์ถึงจะเรียกว่าการแต่งงานที่แท้จริง แต่ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ที่ก้าวหน้าที่สุดของพวกเขาคือแค่จูบกันเท่านั้น จี้จิ่นซิวให้เกียรติเธอเสมอมาและไม่เคยฝืนใจก้าวข้ามเส้นนั้นเลย “ฉัน…” ถังหนิงพยายามจะเค้นเสียงแหบพร่าออกไป แต่กลับถูกจี้จิ่นซิวขัดจังหวะเสียก่อน เขาลูบแก้มเธอด้วยความรักและทะนุถนอม “เด็กโง่ ฉันแค่หยอกเล่นน่ะ ไม่เป็นไรหรอก เรายังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกนาน” ถังหนิงชะงักและมองหน้าเขา... หมายความว่าพวกเขาจะไม่หย่ากัน และจะยังมีอนาคตร่วมกันใช่ไหม? เมื่อคิดได้ดังนั้น หัวใจของเธอก็พองโตด้วยความยินด
“ทำตามที่จิ่นซิวบอก จี้หานต้องถอนหมั้นกับถังหนิง จ่ายค่าทำขวัญและขอโทษเธอซะ” คำพูดของจี้หย่งคังทำให้เย่เชี่ยนฮวาถึงกับตกตะลึง เธอแหวขึ้นเสียงหลง: “จี้หย่งคัง นี่คุณบ้าไปแล้วเหรอ ฉันไม่ยอมให้ถอนเด็ดขาด!” “พอได้แล้ว! หุบปากซะ!” จี้หย่งคังตวาดลั่น เย่เชี่ยนฮวาที่ไม่เคยถูกเขาปฏิบัติเช่นนี้มาก่อนถึงกับเงียบกริบไปทันที เธอจ้องหน้าเขานิ่งไปครู่ใหญ่ จนความยโสเมื่อครู่มอดลงไปกว่าครึ่ง “คุณทำแบบนี้ เคยคิดถึงความรู้สึกของจี้หานบ้างไหม?” จี้หย่งคังยังคงเดือดดาล: “มันทำตัวเองทั้งนั้น จะไปโทษใครได้! ถึงขนาดใช้แผนชั่วช้าต่ำทรามแบบนั้นออกมาได้ มันก็สมควรแล้ว!” “พ่อ ผมไม่อยากถอนหมั้น” จี้หานทำใจยอมรับไม่ได้ จี้ซินหนิงรีบช่วยพูดอีกแรง “นั่นสิคะคุณพ่อ จะบอกว่าถอนก็ถอนเลยแบบนี้ได้ยังไง มันไม่ยุติธรรมกับพี่รองเลย...” แม้ปากจะพูดช่วย แต่ในใจเธอกลับลิงโลดอย่างปิดไม่มิด ในที่สุดก็ถึงวันที่พวกเขาสองคนต้องถอนหมั้นกันเสียที! เธอเหม็นขี้นังแพศยาถังหนิงนั่นมานานแล้ว! จี้หย่งคังยังคงยืนกรานเสียงแข็ง: “เรื่องนี้พ่อตัดสินใจแล้ว เดี๋ยวพ่อจะไปคุยกับคุณท่านถังเอง ไม่ต้องพูดอะไรอีก” ทั้งสามคนถึงกับพ
เย่เชี่ยนฮวาใจหายวาบ รู้สึกสะท้านเมื่อถูกสายตาของจี้จิ่นซิวจ้องเขม็ง หรือว่าเขาจะรู้อะไรเข้าแล้ว? ไม่... ไม่มีทาง เย่เชี่ยนฮวารีบตั้งสติอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแผดเสียงด้วยความโกรธต่อ: “จิ่นซิว แม่รู้ว่าลูกเก่ง ตอนนี้อำนาจตระกูลจี้ก็อยู่ในมือลูกหมดแล้ว แต่ต่อให้จี้หานจะทำผิดจริง ลูกต้องลงมือหนักขนาดนี้เลยเหรอ? ไม่เห็นแก่ความเป็นพี่เป็นน้องบ้างเลยหรือไง!”คำพูดของเย่เชี่ยนฮวาเต็มไปด้วยการตำหนิประชดประชัน ขณะที่อีกสามคนที่เหลือยังคงอึ้งกับคำพูดก่อนหน้านี้ของจี้จิ่นซิวจนตั้งตัวไม่ติด จี้หานกัดฟันพูดอย่างเจ็บแค้น: “พี่ใหญ่ ไม่ว่ายังไงฉันกับถังหนิงก็มีพันธะหมั้นหมายกันอยู่ ถึงวิธีที่ฉันใช้มันจะไม่ค่อยถูก แต่มันก็แค่เรื่องช้าหรือเร็ว เพราะยังไงเธอก็ต้องเป็นเมียฉันอยู่ดี ฉันก็แค่ทำเรื่องของผัวเมียล่วงหน้าเท่านั้นเอง” จี้ซินหนิงรีบเสริมอย่างหน้าตาเฉย “ใช่ค่ะ พี่รองกับพี่ถังหนิงก็คบกันอยู่แล้ว พี่ถังหนิงเองก็รักพี่รองจะตายไป บางทีพอเรื่องจบลง พี่ถังหนิงหายโกรธแล้วก็คงเลิกงอแงไปเองแหละค่ะ”“พูดจบหรือยัง?”ใบหน้าของจี้จิ่นซิวแฝงไปด้วยความเย็นชาเคร่งขรึมมาแต่กำเนิด สายตาที่กวาดมองพวกเขา
“แค่หกปีเอง อย่าทำเหมือนตัวเองเป็นตาแก่หน่อยเลยค่ะ”เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของจี้จิ่นซิวนั้นช่างเคร่งครัดและหัวโบราณสมคำร่ำลือจริง ๆ ตลอดระยะเวลาเกือบยี่สิบเก้าปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยมีข่าวฉาว ไม่เคยมีเรื่องชู้สาว และยิ่งไม่เคยมีใคร เห็นเขาเหยียบย่างเข้าไปในสถานบันเทิงเริงรมย์เลยแม้แต่น้อย คนในวงการต่างรู้ดีว่าจี้จิ่นซิวนั้นรักนวลสงวนตัวและมีระเบียบวินัยในชีวิตสูงเสียจนทุกคนต่างพากันปักใจเชื่อว่า... เขากำลังครองตัวไว้เพื่อรอใครบางคนอยู่ “แก่กว่าเธอก็ถือว่ามากพอแล้ว” จี้จิ่นซิวยกยิ้ม มุมปากยังคงประดับด้วยรอยหยักโค้งจาง ๆ “อีกอย่าง เธอผอมเกินไป ลมพัดมาทีเดียวก็คงปลิวแล้ว หุ่นยังกับเด็กประถม” “ที่ไหนกัน ฉันน่ะโตเต็มวัยแล้วนะคะ” ถังหนิงประท้วงพลางยืดอกขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ “ไม่เชื่อพี่ก็ดู...” เดี๋ยวนะทำไมเธอต้องรีบร้อนพิสูจน์ให้เขาดูขนาดนั้นด้วย! ถังหนิงขัดเขินจนทำตัวไม่ถูก เธอรีบหันหลังตั้งท่าจะหนีไปทันทีแต่มีหรือที่จี้จิ่นซิวจะยอมปล่อยไปง่าย ๆ เขาเอื้อมมือไปโอบหมับเข้าที่เอวบางแล้วดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด “ดูอะไรหืม?” ลมหายใจอุ่นร้อนของชายหนุ่มเป่ารดใบหน้าของ







