تسجيل الدخولสายตาที่เงียบงันของเธอราวกับมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งในใจเขา หลิ่วซือเจ๋อรู้สึกร้อนตัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก “โอเค ๆ ใครบางคนตั้งใจฝากผมมาให้เธอน่ะ” ถังหนิงยิ้มอย่างรู้ทัน ไม่ต้องบอกก็รู้แก่ใจดีว่าใครบางคนที่ว่านั้นหมายถึงใคร เธอจึงดันแฟ้มเอกสารกลับไป “รบกวนคุณเอาไปคืนเขาที เรื่องแค่นี้ฉันจัดการเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้เขามาวุ่นวาย” สีหน้าของถังหนิงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดขาด หลิ่วซือเจ๋อตกใจ “ข้อมูลพวกนี้ชี้ชะตาอนาคตของถังซื่อกรุ๊ปเลยนะ เธอรับไว้เถอะ หมอนั่นติดค้างเธอ ถือซะว่านี่เป็นการชดใช้” ระหว่างพวกเขาทั้งสอง ไม่มีคำว่าใครติดค้างใครทั้งนั้น ตอนที่แต่งงานกัน เธอทำไปเพราะประชด ส่วนเขาก็แค่แต่ง ๆ ไปตามหน้าที่ มาถึงจุดนี้ได้ จะไปโทษใครก็คงไม่ได้ ถังหนิงยิ้มบาง ๆ “ให้มันจบแค่นี้เถอะค่ะ” เห็นท่าทีแบบนั้น หลิ่วซือเจ๋อก็รู้ได้ทันทีว่าต่อให้เกลี้ยกล่อมยังไง เธอก็คงไม่ยอมรับเอกสารพวกนี้ไว้แน่ “โอเค งั้นผมเอากลับไปแล้วกัน ยังไงซะหมอนั่นก็สมควรโดนแล้ว”พูดจบเขาก็เลิกคิ้วขึ้น “นี่เธอต้องกลับไปสืบทอดธุรกิจครอบครัวแล้ว คงไม่ได้ทิ้งงานเขียนบทของผมไปหรอกใช่มั้ย?” “ก็คงต้
นอกจากนี้ วัสดุก่อสร้างที่จำเป็นต่าง ๆ ก็ยังไม่สามารถนำเข้าไซต์งานได้เลย ปัญหาทั้งสองเรื่องนี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้การก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนด หากไม่เร่งแก้ไขปัญหาใหญ่ทั้งสองประการนี้ เธอคงไม่อาจนั่งเก้าอี้ประธานกรรมการบริหารได้อย่างมั่นคง และเมื่อถึงสัปดาห์หน้า ก็คงทำได้เพียงยืนมองถังหมิงเหล่ยร่วมมือกับกรรมการบริหาร เขี่ยเธอพ้นจากตำแหน่งไปต่อหน้าต่อตา ดังนั้น เธอจึงต้องจัดการปัญหาทั้งหมดนี้ให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้ “ทางฝั่งซัพพลายเออร์ชิ้นส่วน ผมจัดคนไปติดต่อแล้ว สองสามวันนี้ก็น่าจะรู้ผล” “ส่วนเรื่องไซต์งาน สาเหตุที่เงินทุนขาดสภาพคล่องเป็นเพราะมีคนจงใจยักยอกเงินบริษัทไป เรื่องนี้จัดการได้ไม่ยาก…” ฟางซุ่นหมิงปรายตามองเธอ “ก็แค่ไม่รู้ว่า... คุณจะกล้าแตะต้องพวกเครือญาติเส้นใหญ่พวกนั้นหรือเปล่า” ถังหนิงเข้าใจความหมายในทันที “ใครเป็นคนรับผิดชอบโปรเจกต์ไซต์งานนี้คะ” “ถังไคเหวิน ลูกพี่ลูกน้องคนที่สามของคุณ” “...”ย้อนกลับไปตอนที่ตระกูลถังแยกบ้าน พวกเขาได้ตัดขาดเดินกันคนละเส้นทางกับบ้านสายรองไปแล้ว ทว่าคุณปู่กลับเป็นคนเห็นแก่ความผูกพัน จึงคอยดูแลเอาใจใส่บ้านสายสามเ
หลังจากถังหนิงเดินออกไป ฟางซุ่นหมิงก็ละสายตากลับมา “ในเมื่อไม่มีปัญหาอะไร งั้นก็เซ็นสัญญาแนบท้ายฉบับนี้เถอะ” เขาเคาะโต๊ะเบา ๆ สองครั้ง เจียงเฉิงนำสัญญาที่เตรียมไว้แจกจ่ายให้ทุกคนคนละชุด ถังหนิงพูดในสิ่งที่อยากพูดไปหมดแล้ว เธอไม่อยากเสียเวลาเสวนากับคนพวกนั้นอีก รู้สึกสะอิดสะเอียนด้วยซ้ำ เล่ห์เหลี่ยมกลโกงในแวดวงธุรกิจ เธออาจจะไม่เคยเจอของจริง แต่ก็เห็นในซีรีส์มาไม่น้อย ขนาดตัวเธอที่รับจ๊อบเป็นนักเขียนบทพาร์ตไทม์ ยังเขียนพล็อตทำนองนี้มาตั้งเท่าไหร่แล้ว ถังหนิงเดินไปตามโถงทางเดินจนถึงห้องน้ำสุดทาง สองวันมานี้เธอเครียดจนประสาทจะกิน ขอแวะมาล้างมือสูดลมหายใจลึก ๆ ให้โล่งอกสักหน่อย ทว่าตอนที่เดินกลับออกมายังโถงทางเดิน ร่างสูงใหญ่กำยำของใครบางคนก็ก้าวพ้นออกมาจากห้องวีไอพีอีกห้องพอดี เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นเธอ คิ้วเข้มคมคายก็เลิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะสาวเท้าเดินตรงดิ่งมาหา เขาอีกแล้ว ถังหนิงกะจะทำเป็นมองไม่เห็นและทอดสายตาตรงไปข้างหน้า ทว่าจังหวะที่กำลังจะเดินสวนกันนั้น เสียงหัวเราะเย้ยหยันก็ดังขึ้น “คุณถังใจร้ายจังเลยนะครับ เดินหน้าชนกันแท้ ๆ ยังทำเป็นไม่รู้จักกันอีก” จา
จี้จิ่นซิวขานรับเสียงเรียบ “อืม รู้แล้ว” เลขาเฉินนึกไม่ถึงว่าเขาจะดูใจเย็นถึงเพียงนี้ แต่ในเมื่อได้สิทธิ์การใช้งานระบบขับขี่อัจฉริยะแบบตลอดชีพมาแล้ว อีกทั้งตอนนี้สายการผลิตรถยนต์ก็ราบรื่นดี เรื่องนี้จึงดูเหมือนจะไม่ใช่ภัยคุกคามอะไรจริง ๆ เพียงแต่วิศวกรฝีมือดีอย่างวิศวกรลั่วนั้น หาตัวจับยากจริง ๆ เลขาเฉินไม่ได้ซักไซ้ให้มากความ ก่อนจะรายงานต่อ: “ท่านประธานครับ คุณท่านกับท่านประธานกรรมการตามหาคุณหลายครั้งแล้ว จะไม่ตอบกลับพวกเขาจริง ๆ หรือครับ?” จี้จิ่นซิวก้มหน้าลง นวดคลึงหว่างคิ้วเบา ๆ “ยุ่งอยู่ ไม่ต้องตอบ” ที่พวกเขากระวนกระวายตามหาเขา ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของจี้หาน เพิ่งจะผ่านไปไม่กี่วัน พวกเขาก็ทนกันไม่ไหวเสียแล้ว แล้วถังหนิงล่ะ? ก่อนหน้านี้ความเจ็บปวดที่เธอได้รับ มันคืออะไรกัน? ไหนจะคืนงานเลี้ยงวันเกิดนั่นอีก พวกเขาจงใจปล่อยคลิปวิดีโอตัดต่อเพื่อสาดโคลนใส่ถังหนิง ปล่อยให้เธอต้องเผชิญหน้ากับสายตาเหยียดหยามและคำครหาของผู้คนมากมายเพียงลำพัง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาก่อขึ้นเอง รนหาที่ตายแท้ ๆ! “เอาเอกสารพวกนี้ไปให้หลิ่วซือเจ๋อ บอกให้เขาช่วยจัดก
“ครับ” เจียงเฉิงรับคำอย่างนอบน้อม คล้อยหลังเขาเดินออกไป ฟางซุ่นหมิงก็ก้าวเข้ามาแทน เขามีรูปร่างสูงโปร่งขายาว บุคลิกดูสุภาพอ่อนโยน สวมแว่นตากรอบเงินซึ่งช่วยขับเน้นสันจมูกให้ดูโด่งเป็นสันคมชัดยิ่งขึ้น ยามแย้มยิ้มจะปรากฏลักยิ้มบาง ๆ ให้ความรู้สึกสะอาดตาสดชื่น ดุจดั่งจันทร์กระจ่างบนฟากฟ้า ถังหนิงพบเขาเป็นครั้งแรก ก็อดรู้สึกตื่นตะลึงในความดูดีนั้นไม่ได้ “คุณหนูใหญ่ครับ” น้ำเสียงของฟางซุ่นหมิงทุ้มนุ่มนวล ฟังแล้วรื่นหู ชวนให้รู้สึกเพลิดเพลินยิ่งนัก ยากจะจินตนาการได้จริง ๆ ว่าผู้ชายที่ดูสุภาพอ่อนโยนและสะอาดสะอ้านเช่นนี้ จะหยัดยืนอยู่ในสมรภูมิธุรกิจได้อย่างไร ถังหนิงพยักพเยิดหน้าเบา ๆ “เชิญนั่งค่ะ” ฟางซุ่นหมิงค้อมศีรษะรับ ก่อนจะเดินไปที่โซนโซฟา ถังหนิงกดโทรศัพท์ภายในสั่งให้เลขาฯ นำกาแฟเข้ามาเสิร์ฟสองแก้ว จัดการธุระเสร็จสรรพจึงเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้าม “ฉันได้ยินเจียงเฉิงบอกว่า ช่วงสองวันนี้คุณคอยติดต่อกับผู้รับผิดชอบโครงการอยู่หลายโปรเจกต์ ความคืบหน้าเป็นอย่างไรบ้างคะ” ถังหนิงเปิดบทสนทนาเข้าประเด็นทันที ฟางซุ่นหมิงนั่งไขว่ห้างด้วยท่วงท่าผ่อนคลายทว่ายังคงความสง่างาม “ท
ดวงตาคมคายของจางจิ้นซงเจือรอยยิ้มบางเบา “ว่าไงครับ คุณถังกลัวผมขนาดนั้นเลยเหรอ?” ถังหนิงตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา: “คุณล้อเล่นแล้วล่ะค่ะ พวกเราเรียกแท็กซี่ไปกันเองได้” เจียงเฉิงมองอย่างระแวดระวัง เขาไม่ค่อยถูกชะตากับจางจิ้นซงคนนี้นัก โดยเฉพาะตอนนี้ที่ตระกูลถังกับตระกูลจี้กำลังร่วมมือกัน จึงถือเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของตระกูลจาง ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเคยได้ยินจากท่านประธานมาว่า ก่อนหน้านี้ตระกูลถังกับตระกูลจางเคยร่วมโปรเจกต์กันครั้งหนึ่ง แต่กลับเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น หลังจากเหตุการณ์นั้น ทั้งสองตระกูลก็ไม่เคยร่วมทำธุรกิจกันอีกเลย “ถ้าอย่างนั้นก็มาคุยเรื่องค่าเสียหายกันเถอะครับ” จางจิ้นซงพยักพเยิดหน้าไปทางจุดที่รถชนกัน “หรือไม่ก็คุยกันว่าคุณควรจะขอบคุณผมยังไงดี... เลือกเอาสักอย่างสิครับ” การจราจรในช่วงเช้าของเมืองก่างติดขัดอย่างหนัก ถังหนิงลังเลอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะตัดสินใจก้าวขึ้นรถ ส่วนเจียงเฉิงขึ้นไปนั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับ “ประธานจาง คุณเชื่อเรื่องดวงไหมคะ?” พอขึ้นรถมา ถังหนิงก็โพล่งถามขึ้นมาดื้อ ๆ จางจิ้นซงเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ “หืม? ทำไมจู่ ๆ คุณถังถึงถามแบบนี้ล
เสียงยียวนดังเข้าหู ผ่านไปนานกว่าถังหนิงจะตั้งสติได้ “พี่จี้ เมื่อกี้น้องชายพี่เพิ่งหลอกฉัน คราวนี้พี่จะหลอกฉันอีกเหรอ?”อีกฝ่ายคือจี้จิ่นซิว พี่ชายแท้ๆ ของจี้หานตอนถังหนิงเพิ่งคบกับจี้หาน ท่าทีของจี้จิ่นซิวไม่เป็นมิตรกับเธอเลย“โดนเทแล้วครั้งหนึ่ง จะกลัวครั้งที่สองทำไมล่ะ?” จี้จิ่นซิวน้ำเสียงยี
“คุณชายจี้ วันนี้เป็นวันจดทะเบียนสมรสของนายกับถังหนิง นายไม่ไปแบบนี้ ไม่กลัวเธอโกรธเหรอ?”“ใครๆ ก็รู้ว่าถังหนิงเกาะคุณชายจี้แน่นเหมือนปลิง ถึงรู้ว่าวันนี้คุณชายจี้ไม่ไปเพราะหนิงหนิง เธอก็ไม่กล้าโกรธหรอก”“ใช่ ถังหนิงไม่สำคัญเท่าหนิงหนิง คุณชายจี้รักและเอ็นดูหนิงหนิงมาตั้งแต่เด็กแล้ว......”......
ถังหนิงหัวร้อนขึ้นมาทันที โดนเขาแกล้งจนหน้าแดงถึงหู เธอขบริมฝีปากแล้วเขย่งปลายเท้าขึ้นไปจุ๊บแก้มเขาหนึ่งที“พอใจแล้วใช่ไหม?”เธอจุ๊บเสร็จแล้วจะเดินออกไปดวงตาของจี้จิ่นซิวค่อยๆ เบิกกว้าง ความเย็นชาราวกับน้ำแข็งในดวงตาเริ่มจางหายเขายื่นมือไปรวบตัวเธอมากอดอย่างรวดเร็ว มือใหญ่ล็อกท้ายทายของเธอ เขา
คำพูดของถังหนิงทำให้คุณท่านถังเหลือเชื่อมาก หลังจากถามย้ำอยู่หลายครั้ง เขาหัวเราะดังกว่าเดิม“โอเค แต่งแล้วก็ดี ว่างๆ พาเขากลับมากินข้าวกับปู่ด้วย”ถังหนิงขานรับอย่างว่าง่าย “โอเคค่ะปู่”หลังจากวางสาย ประตูห้องนอนเปิดออกจี้จิ่นซิวเดินเข้ามาในห้องนอน ขายาวๆ ก้าวมาข้างหน้าเธอบุคลิกดูดีมีชาติตระ







