เข้าสู่ระบบ“อูยยย… ท่านพี่ข้าเสียว… ซี้ดดดด… ” ไฉ่หงร้องคราง… สองมือโอบอยู่รอบเอวของเว่ยกัง รั้งเข้ามาให้ง่ามขาแนบชิดสนิทแน่น แอ่นง่ามขาเด้งขึ้นมาอ้ากลีบสอดสวนรับแก่นกาย ด้วยอยากให้เขาสอดใส่เข้ามาแรงกว่านี้ลึกกว่านี้ “อ๊า… อ๊า… อ๊า… อีกค่ะ… แรงอีก… ” ในวินาทีที่ร่างกายกำลังโดนราคะครอบงำจนไม่หลงเหลือความกระดากอาย นางเร่งเร้าเสียงกระเส่าลืมอาย ด้วยอยากให้แท่งหยกแห่งความเป็นชายของสามีรุกคืบเข้ามาแนบชิดติดโคนไข่ ทว่าด้วยขนาดอันน้อยนิดจนเรียกได้ว่าทั้งเล็กและสั้น เว่ยกังจึงไม่อาจกระแทกกระทั้นได้อย่างที่หญิงสาวต้องการ “อ๊า… อ๊า… อ๊า… อ๊า… ซี้ดดดดด… อีก… อีก… ขะ… ข้าทรมาน… ” เสียงร้องครวญครางของไฉ่หง… ทำให้เถ้าแก่เว่ยที่นอนอยู่อีกห้องติดกันถึงกับพลิกตัวไปมาด้วยความกระสับกระส่ายในอารมณ์ ก่อนจะเอามือรูดแท่งหยกแห่งความเป็นชายของตัวเองที่กำลังชูชันขึ้นมาเป็นลำ มือหยาบใหญ่ของเว่ยหยางรูดชักแก่นกายลำใหญ่ด้วยอารมณ์กระสันสุดจะข่มกลั้น จินตนาการไปว่ากำลังได้กระแทกกระทั้นรูสวาทของสะใภ้คนงาม
ดูเพิ่มเติมส-ะ-ใ-ภ้
ตระกูลเว่ย
ผู้เขียน
อาลีจันโด (กาสะลอง)
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือ
หรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่สมมติขึ้น
ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริงแต่อย่างใด ชื่อบุคคล
และสถานที่ที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง ไม่มีเจตนา
อ้างอิงหรือก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ
……….
นิยายเรื่องนี้… ไม่มีแก่นสารสารัตถะอะไรนักหนา
ทั้งเรื่องขับเคลื่อนด้วยอารมณ์อันมืดดำของมนุษย์
ดำเนินเรื่องด้วยตัณหาราคะสุดร้อนแรง
ท่านใดที่ไม่ชอบโปรดหลีกเลี่ยง
*เราเตือนท่านแล้ว*
ส-ะ-ใ-ภ้
ตระกูลเว่ย
เมืองซูเจียง
วันที่กำลังมีพิธีแต่งงาน
ภายในบ้านหลังใหญ่ของ ‘ตระกูลเว่ย’ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นตระกูลใหญ่แห่งเมืองซูเจียง ผู้คนในเมืองแห่งนี้และเมืองใกล้เคียงต่างก็รับรู้กันว่าต้นตระกูลเว่ยร่ำรวยมั่งคั่งมาจากกิจการโรงเตี๊ยมและร้านขายพืชผลทางการเกษตรที่รับซื้อมาจากชาวไร่ชาวนา
นอกจากนี้ก็มีร้านขายผ้าไหมกับร้านเครื่องลายครามและร้านขายพืชผลทางการเกษตร ทำรายได้ให้กับตระกูลเว่ยเรื่อยมาตั้งแต่เมื่อครั้งอดีตจนถึงปัจจุบัน
“จากนี้ไปเจ้าคือสะใภ้ของตระกูลเว่ย”
‘เว่ยหยาง’ ชายวัยห้าสิบปีรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมคร้ามหรือที่ผู้คนมักจะเรียกขานกันติดปากว่า ‘เถ้าแก่เว่ย’ กล่าวกับสะใภ้คนงาม
“ข้าขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะท่านพ่อท่านพี่… ”
ไฉ่หงที่อยู่ในชุดสีแดงสวยงามดูอ่อนหวานเย้ายวน เสียบปิ่นยู่อี่และประดับใบทับทิมที่ก้อนผมเกล้ามวยสีดำสลวยราวกับแพรไหม กล่าวด้วยน้ำเสียงและท่าทางนอบน้อม
นางค่อยๆ ย่อตัวคุกเข่าลงกับพื้นตรงหน้า ก้มลงคารวะบิดาและสามี
“โอ๊ววว… ลุกขึ้นเถอะสะใภ้ข้า… จากนี้ต่อไปพวกเราสัญญาว่าจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดี… ”
เถ้าแก่เว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงโอบอ้อมอารี รีบก้มลงโอบไหล่ของสะใภ้คนงาม ค่อยๆ พยุงกายให้นางลุกขึ้นยืน
สายตาของเถ้าแก่เว่ยจ้องมองใบหน้างดงามของไฉ่หงด้วยแววตาเอ็นดู ไม่เคยคิดรังเกียจว่านางเป็นลูกสาวของ ‘ลี่จู’ ซึ่งมีอาชีพเป็นนางโลมหอโคมเขียวชื่อดังที่ผู้ชายในเมืองนี้ต่างก็รู้จักกันดี
ในเวลาต่อมา
ตอนค่ำ ภายในห้องนอนของบ่าวสาวที่เพิ่งผ่านพ้นพิธีวิวาห์มาได้ไม่นาน กำลังเป็นช่วงข้าวใหม่ปลามัน ทั้งสองจึงชวนกันร่วมรักเมื่อโอกาสที่รอคอยมาถึง
ทั้งสองอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าล่อนจ้อนด้วยกันทั้งคู่ ไฉ่หงนอนหงาย ถ่างขาอ้าซ่าให้เว่ยกังคุกเข่าแทรกลำตัวอยู่ระหว่างง่ามขา ขยับเอวกระเด้าเข้าใส่ร่างของนางอย่างเมามันจนเตียงสั่นคลอน
“อูยยย… ท่านพี่ข้าเสียว… ซี้ดดดด… ”
ไฉ่หงร้องคราง…
สองมือโอบอยู่รอบเอวของเว่ยกัง รั้งเข้ามาให้ง่ามขาแนบชิดสนิทแน่น แอ่นง่ามขาเด้งขึ้นมาอ้ากลีบสอดสวนรับแก่นกาย ด้วยอยากให้เขาสอดใส่เข้ามาแรงกว่านี้ลึกกว่านี้
“อ๊า… อ๊า… อ๊า… อีกค่ะ… แรงอีก… ”
ในวินาทีที่ร่างกายกำลังโดนราคะครอบงำจนไม่หลงเหลือความกระดากอาย นางเร่งเร้าเสียงกระเส่าลืมอาย ด้วยอยากให้แท่งหยกแห่งความเป็นชายของสามีรุกคืบเข้ามาแนบชิดติดโคนไข่
ทว่าด้วยขนาดอันน้อยนิดจนเรียกได้ว่าทั้งเล็กและสั้น เว่ยกังจึงไม่อาจกระแทกกระทั้นได้อย่างที่หญิงสาวต้องการ
“อ๊า… อ๊า… อ๊า… อ๊า… ซี้ดดดดด… อีก… อีก… ขะ… ข้าทรมาน… ”
เสียงร้องครวญครางของไฉ่หง…
ทำให้เถ้าแก่เว่ยที่นอนอยู่อีกห้องติดกันถึงกับพลิกตัวไปมาด้วยความกระสับกระส่ายในอารมณ์
ก่อนจะเอามือรูดแท่งหยกแห่งความเป็นชายของตัวเองที่กำลังชูชันขึ้นมาเป็นลำ
มือหยาบใหญ่ของเว่ยหยางรูดชักแก่นกายลำใหญ่ด้วยอารมณ์กระสันสุดจะข่มกลั้น จินตนาการไปว่ากำลังได้กระแทกกระทั้นรูสวาทของสะใภ้คนงาม
“อู้วววว… ซี้ดดด… ท่านพี่คะ… ได้โปรดแรงกว่านี้ได้ไหมข้าทรมาน… ”
ไฉ่หงเร่งเร้า…
นางแอ่นสองเต้าพร้อมกับเอามือบีบนมป้อนให้เว่ยกังดูดเลีย แม้ว่าเขาพยายามกระเด้าเข้าสุดออกสุด ออกแรงจนเหงื่อกาฬแตกซ่านแต่ก็ดูเหมือนว่ามันยังเข้ามาได้ไม่ลึกถึงจุดหมายที่นางอยากให้หัวเอ็นชอนไชเข้ามาบดขยี้
“อ่า… นมเจ้าใหญ่เหลือเกินไฉ่หง… อ่า… อ่า… อ่า… ข้าชอบมาก… ”
เว่ยกังก้มลงดูดนมอย่างเอร็ดอร่อย ทำเอาเถ้าแก่เว่ยที่กำลังแอบดูอยู่เงียบๆ เผลอตัวตวัดลิ้นเลียริมฝีปากของตัวเองไปพลางเพราะอยากดูดบ้าง นึกอิจฉาลูกชายที่ได้เชยชมสะใภ้คนงามอย่างหื่นกระหาย
“โอ๊ววว… สะใภ้ข้าเจ้าน่าเอาสุดๆ… ”
เถ้าแก่เว่ยพึมพำเบาๆ…
รู้สึกมีอารมณ์ขึ้นมาอย่างประหลาด เพราะไม่คิดว่าวันนี้จะได้เห็นหนังสดของลูกชายกับสะใภ้คนงามกำลังร่วมรักกันอย่างเร่าร้อนถึงพริกถึงขิง
“ท่าน… ท่านลู่ซือใช่ไหม… ”กุ้ยเหลียนร้องถาม เมื่อสายตาของนางสะดุดเข้ากับชายร่างสูงใหญ่ เขาไม่สวมเสื้อ เนื้อตัวกำยำไปด้วยกล้ามเป็นมัด ที่แผงอกเต็มไปด้วยเส้นขน กำลังนั่งดื่มสุราอยู่ด้านหลังเรือเอี้ยมจุ๊นลำใหญ่.....“ใช่แล้ว… เจ้ามามืดๆ ค่ำๆ แบบนี้ต้องการซื้อข้าวสารใช่ไหม… ”ลู่ซือถามพลางยกสุราในจอกขึ้นดื่ม สายตามองเรือนร่างเย้วยวนของกุ้ยเหลียน เต้านมอวบใหญ่ที่เห็นถึงกับทำให้เขาแอบกลืนน้ำลาย.....“ใช่… ข้าต้องการข้าวสาร แต่ว่า… ”พูดแล้วก็หยุด เหมือนฉุกคิดได้ว่าเหตุการณ์นี้กำลังจะนำพาให้นางถลำเข้าไปสู่เรื่องน่าอาย“แต่อะไร… ”ลู่ซือหรี่ตามองเรือนร่างเอิบอิ่ม เพราะไม่เคยเห็นหญิงงามอย่างกุ้ยเหลียนบ่อยนัก.....“แต่ข้าไม่มีเงิน… ”“โถ… เรื่องแค่นี้เอง… สำหรับเจ้าข้าจะให้โดยไม่คิดเงิน… อยากได้ก็ขึ้นมาบนเรือของข้า… ” ลู่ซือทำเสียงเห็นใจ…กุ้ยเหลียนสูดหายใจแรงลึก รวบรวมความกล้า นางไม่รอรีที่จะก้าวขึ้นมาบนเรือของเขา“สำหรับเจ้าข้าไม่เอาเงิน… ข้าขออย่างอื่นเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน… ”ลู่ซือกล่าวอย่างตรงไปตรงมา หญิงสาวแอบเห็นประกายความหื่นกระหายผุดวาบขึ้นในดวงตาเจ้าของเรือ.....“ท่านก็เห็นว่าข
“ท่านพี่อย่าได้เป็นกังวล… ข้าสัญญาว่าจะทำทุกทางเพื่อให้ท่านกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง”กุ้ยเหลียนให้สัญญา เอื้อมมือเรียวมากุมมือใหญ่ของสามี บีบเบาๆ ให้กำลังใจจางหมิงที่วันนี้เริ่มกลับมาเข้มแข็งและมีความหวังกับชีวิตอีกครั้งในเวลาต่อมาเมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงตอนใกล้ค่ำ กุ้ยเหลียนตัดสินใจออกมาหาป้าจื่อ หญิงม่ายที่อาศัยอยู่เพียงลำพังใกล้กับบ้านของนาง เพื่อจะขอข้าวสารเอาไว้หุงแก้ขัดสำหรับมื้อเช้าของพรุ่งนี้“เสียใจด้วย เห็นทีว่าครั้งนี้ข้าคงช่วยเจ้าไม่ได้ เพราะว่าข้าวสารข้าก็เพิ่งหมดไปเมื่อสองวันก่อน… ”ป้าจื่อบอกข่าวร้ายกับกุ้ยเหลียนช่วงนี้นางอยู่ได้ด้วยผักผลไม้ที่ปลูกเอาไว้หลังบ้าน กำลังคิดว่าจะไปขอยืมข้าวสารที่บ้านกุ้ยเหลียนอยู่เหมือนกัน ช่างบังเอิญที่นางมาก่อน“ตายจริง… ”กุ้ยเหลียนตกใจ…ดูเหมือนว่าช่วงนี้สถานการณ์หลายๆ อย่างผิดไปจากแผนที่นางตั้งใจไว้ นี่กว่าจะได้เงินค่าจ้างจากการเก็บใบชา ก็ต้องรอเวลาอีกหลายวัน“เจ้าไม่ต้องตกใจ… ถ้าเจ้าอยากได้ข้าวสารโดยที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อ… ข้ามีวิธีจะแนะนำเจ้า” ป้าจื่อเพ่งมองใบหน้างดงามของกุ้ยเหลียนอย่างพินิจพิจารณา กวาดสายตาลงมาที่ทรวงอกอวบใ
“กุ้ยเหลียน… อาหารใกล้หมดแล้วใช่ไหม… ”มีความกังวลในน้ำเสียงของจางหมิงอย่างเห็นได้ชัด“หมดข้าก็จะหา… ท่านพี่ไม่ต้องห่วง… ”กุ้ยเหลียนกล่าว นางเป็นคนเข้มแข็ง จึงไม่เคยเผยด้านที่อ่อนแอออกมาให้สามีได้เห็น ไม่ว่าความจริงจะย่ำแย่เพียงใด“ลำพังเจ้าจะหายังไง… ”“อีกไม่นานข้าจะได้เงินค่าจ้างเก็บใบชา”“ข้ารู้สึกสงสารเจ้าเหลือเกิน ถ้าดวงตาของข้ากลับมามองเห็นได้อีกครั้งข้าคงช่วยเจ้าได้มาก”“ท่านพี่ไม่ต้องคิดมาก… ”กุ้ยเหลียนปลอบ“ข้าอยากรักษาดวงตา”จางหมิงนึกถึงพ่อหมอเทวดา“ถ้าเรื่องรักษาดวงตา… ในหมู่บ้านแห่งนี้คงมีเพียงคนเดียวที่จะช่วยท่านได้”กุ้ยเหลียนเองก็พอจะรู้ “ใช่… นี่ถ้าท่านหมอเถิงชิวยอมรักษาดวงตาให้ ข้าคงกลับมามองเห็นได้เหมือนเก่า และข้าจะช่วยเจ้าทำงานได้สารพัด ตอนนี้ขาข้างที่หมดความรู้สึกไปนานค่อยๆ กลับมาดีขึ้นจนข้าเริ่มมีหวัง”จางหมิงกล่าว“จริงหรือท่านพี่… ”“จริง… เจ้าก็เห็นแล้วใช่ไหมว่าช่วงนี้ข้าเริ่มเดินได้มากขึ้นกว่าก่อน”“งั้นข้าจะไปขอร้องท่านหมอเถิงชิวให้ช่วยรักษาดวงตาท่านพี่… ”กุ้ยเหลียนเริ่มมีความหวัง…อันที่จริงนางเคยคิดถึงเรื่องนี้เช่นกัน เถิงชิวเก่งจนได้รับฉายาว
เข้าหาอย่างดุดัน ก่อนจะปลดปล่อยน้ำกามสีขาวข้นราวกะทิ พวยพุ่งออกมาจากแท่งลำคัดแข็งเบ่งบวมราวจะระเบิด“อ๊าคคคค... ”สองมือของจางหยวนรัดเอวสะใภ้แน่น ใบหน้าของนางเชิดแหงน รูเนื้อบีบรัดแก่นกายยาวใหญ่ของเขา ฉีดพ่นน้ำกามออกมาสุดแรงรีดเค้นน้ำกามของจางหยวนมากมายจนบางส่วนปลิ้นสวนออกมาตามลำเนื้อเสียบแน่นคารู ก่อนที่จางหยวนจำต้องรีบขยับออกมา เพราะเสียงของลูกชายของตนที่ดังมาจากอีกห้อง“กุ้ยเหลียน… เจ้ากำลังทำอะไร ข้าได้ยินเสียงเจ้าหอบ… เจ้าเป็นไรเหนื่อย”เป็นเสียงของจางหมิง ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเอามือเกาะฝาผนัง สืบเท้าก้าวช้าๆ มาที่ประตูห้องครัว“ขะ… ข้า… ข้าซักผ้า ขยี้ผ้าแรงจนได้เหงื่อ”ทั้งกุ้ยเหลียนและจางหยวนรีบความเสื้อผ้าขึ้นมาสวม“เสียงหอบของเจ้าฟังดูแปลกๆ… ”หัวคิ้วสองข้างของจางหมิงชิดเข้าหากัน แม้ตาจะมองไม่เห็น แต่หูหาได้หนวกบอด“ก็ข้าบอกแล้วไง… ไม่มีอะไร ข้าแค่ออกแรงขยี้ผ้าจนเหนื่อย… ท่านพี่ต้องการอะไรหรือเปล่า”นางพยายามทำสุ้มเสียงซ่อนพิรุธ“เปล่า… ข้าคิดว่าเจ้าเป็นอะไร… ก็ข้าได้ยินเสียงแปลกๆ… ”สามีตาบอดส่ายหน้า“ท่านพี่กลับเข้าห้องไปก่อนนะ… เดี๋ยวข้าขอเวลาจัดโต๊ะสักครู่… ”พูดแล้วกุ้ยเหลีย
ตั่บ… ตั่บ… ตั่บ… ตั่บ… ตั่บ…“โอ๊วววว... อ๊ะ… อ๊ายยยยย… ”และแล้วหญิงสาวก็กรีดร้องออกมา หลังจากกัดฟันอ้าขารับแรงกระแทกอย่างต่อเนื่องมาพักใหญ่ๆสองตาของนางหลับพริ้ม ใบหน้าอิ่มเอมในสิ่งที่โหยหาปรารถนา ในวินาทีที่ร่างกายวูบวาบเบาหวิวเหมือนขนนกที่กำลังปลิวละลิ่วขึ้นไปสู่ท้องฟ้า ดวงตาพราวไปด้วยหยาดแววข
หวังจื่อผงกศีรษะเข้าหาสองเต้าอวบใหญ่ที่กำลังกระเพื่อมส่ายตามแรงกระเด้านางเอามือบีบเต้าแล้วแอ่นเข้ามาให้หวังจื่อจูบไซ้กินนมจากเต้าสลับไปมาทั้งสองข้างอย่างเอร็ดอร่อยพร้อมกับโก่งเอวซอยลำเอ็นกระเด้าไปด้วยหวังจื่อช่วยปลุกความซ่านเสียวของจุดอ่อนไหวในส่วนบน ดูดนมสองเต้าเพื่อให้ช่วงล่างของนางทนรับของใหญ่
ตอนเขาดูดไซ้และจูบไปด้วยทำเอานางสะท้านไปถึงใจ เพราะว่าลีลาของเว่ยหยางต่างจากเว่ยกังผู้เป็นลูกชายที่ไม่เคยเล้าโลมให้นางรู้สึกมีอารมณ์เหมือนในตอนนี้“มาให้ข้าจูบเสียดีๆ… ”พ่อสามีกล่าวเสียงกระเส่า…ก่อนจะเอื้อมมือลงมาโอบใบหน้าของหญิงสาว รั้งขึ้นมาบดเคล้าริมฝีปากเข้าหากัน จูบปากแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่ม
ก่อนที่เถ้าแก่เว่ยจะตบะแตกทนไม่ไหว ตัดสินใจผลักประตูเข้ามาหาสะใภ้คนงาม เป็นไงเป็นกัน…“ว้าย… ท่านพ่อ… ”ความตกใจทำให้แตงกวาหล่นจากมือของหญิงสาว ตะลึงมองร่างสูงใหญ่ของพ่อสามีที่ปรากฏกายขึ้นอย่างไม่คาดฝัน“สะใภ้ข้า…ได้โปรดให้ข้าช่วยเถอะนะข้ารู้ว่าเจ้าอยาก… ”เถ้าแก่เว่ยเอ่ยออกมาด้วยแววตากระหาย“ไม่นะ





