تسجيل الدخولดวงตาของหลงจิ่งเฉินพลันคมกริบ
พิษเช่นนั้นหรือ เขาจ้องนางนิ่ง
เมื่อครู่นี้เขาได้ยินไม่ผิดแน่
มู่หว่านหว่านรู้ว่าชามีพิษ
แต่เหตุใดนางจึงไม่พูดออกมา
“ตอนเจ้าหมดสติ ก่อนหน้านั้นกินสิ่งใด”
คำถามทำให้หัวใจของมู่หว่านหว่านกระตุก
นางมองเขาอย่างระแวดระวัง
ถามทำไม
หรือเขารู้อะไร
หลงจิ่งเฉินยิ่งแน่ใจว่ามีเรื่องผิดปกติ
มู่หว่านหว่านตอบอย่างระมัดระวัง “ก็เป็นอาหารตามปกติเพคะ หม่อมฉันจำรายละเอียดไม่ค่อยได้”
ยังบอกไม่ได้ ข้ายังไม่รู้เลยว่าใครเป็นพวกใครในจวนนี้
หลงจิ่งเฉินไม่ได้ซักต่อ
นางไม่ไว้ใจเขา
เรื่องนั้นเขาเข้าใจได้
เพราะหากมองจากฐานะของนาง เขาก็เป็นเพียงสามีที่ทอดทิ้งนางไว้ในเรือนท้ายจวนมาตลอด
“พักผ่อนเสีย”
“เพคะ”
หลงจิ่งเฉินหมุนตัวเดินออกไป
มู่หว่านหว่านมองตามแผ่นหลังสูงสง่า ก่อนถอนหายใจอย่างโล่งอก
ไปเสียที
ฝีเท้าของหลงจิ่งเฉินหยุดไปชั่วขณะ
นึกว่าจะยืนจ้องกันจนค่ำ
เขากำมือเบา ๆ เสี่ยวหลินที่เดินตามหลังเกือบชนผู้เป็นนาย
“ท่านอ๋อง”
หลงจิ่งเฉินไม่ตอบ ก่อนเดินต่อไป
แต่ยังไม่ทันพ้นระยะ เสียงหนึ่งก็ดังตามมาอีก
แต่ถ้าไม่ทำหน้าเย็นชาแบบนั้นก็คงหล่อกว่านี้อีกนิด
หลงจิ่งเฉินหยุดอีกครั้ง
ครั้งนี้มุมปากของเขายกขึ้นจริง ๆ
เพียงเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น
เสี่ยวหลินกลับเห็นเต็มสองตา
หัวหน้าองครักษ์นิ่งงัน
เมื่อเดินห่างออกมาจากเรือนท้ายจวนแล้ว เขาจึงอดถามไม่ได้
“ท่านอ๋อง พระองค์ทรงอารมณ์ดีหรือพ่ะย่ะค่ะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าหลงจิ่งเฉินหายไปในพริบตา
“เจ้าเห็นข้าอารมณ์ดีตรงไหน”
“กระหม่อมตาฝาดเองพ่ะย่ะค่ะ”
เสี่ยวหลินตอบทันที
หลงจิ่งเฉินเดินต่อไปเงียบ ๆ
เมื่อระยะห่างจากเรือนท้ายจวนเพิ่มขึ้น เสียงความคิดของมู่หว่านหว่านก็ค่อย ๆ จางหายไป จนสุดท้ายเหลือเพียงความเงียบ
แต่แปลกนัก เป็นครั้งแรกที่เขากลับรู้สึกว่าความเงียบซึ่งตนเคยปรารถนามาตลอดนั้นน่าเบื่อขึ้นมาเล็กน้อย
“เสี่ยวหลิน”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“ตรวจสอบทุกอย่างที่พระชายารองกินก่อนหมดสติ รวมถึงคนที่นำอาหารและน้ำเข้าไปในเรือน”
เสี่ยวหลินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
“พระองค์ทรงสงสัยว่ามีผู้ลงมือกับพระชายารองหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ยังไม่มีหลักฐาน”
หลงจิ่งเฉินตอบเสียงเรียบ
“ตรวจดูก่อน”
“รับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”
หลงจิ่งเฉินเหลือบมองกลับไปยังเรือนท้ายจวนอีกครั้ง
ภาพสตรีที่ภายนอกดูสงบเสงี่ยม แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยเสียงบ่นแปลกประหลาดผุดขึ้นมาในความคิด
เขาได้ยินเสียงในใจของผู้คนมานับไม่ถ้วน
เสียงประจบ
เสียงโกหก
เสียงโลภ
เสียงเกลียดชัง
เสียงหวาดกลัว
แต่ไม่เคยมีเสียงของผู้ใดทำให้เขารู้สึกเช่นนี้มาก่อน
เสียงของมู่หว่านหว่านไม่ได้ไพเราะ
ตรงกันข้าม นางบ่นเขาแทบทุกประโยค
บางคำเขายังไม่เข้าใจด้วยซ้ำ
พระเอกซีรีส์คืออะไร
บอสคือผู้ใด
แต่ประหลาดตรงที่เสียงเหล่านั้นกลับไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง
นางคิดอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น
ตรงไปตรงมาเสียจนเขารู้สึกขบขัน
และที่สำคัญที่สุด เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่การได้ยินความคิดของคนผู้หนึ่งไม่ได้ทำให้เขาอยากเดินหนี
ตรงกันข้าม เขากลับอยากรู้ว่า ครั้งต่อไปที่พบกัน สตรีผู้นี้จะบ่นอะไรเขาอีก
หลงจิ่งเฉินละสายตาจากเรือนท้ายจวนแล้วเดินจากไป
โดยยังไม่รู้ว่าความสนใจเพียงเล็กน้อยในวันนี้ จะทำให้เขากลับมายังเรือนที่ตนไม่เคยคิดจะเหยียบเข้ามาบ่อยครั้งขึ้นเรื่อย ๆ
ส่วนมู่หว่านหว่านก็ยังไม่รู้เช่นกันว่า ความลับในใจที่นางคิดว่าปลอดภัยที่สุดนั้น
สามีหน้าตายของนาง ได้ยินทุกคำ
คล้อยหลังร่างสูงสง่าของหลงจิ่งเฉินจากไป มู่หว่านหว่านที่รักษาท่าทีสงบนิ่งมาตลอดก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนยกมือขึ้นลูบอกที่ยังเต้นแรงไม่หาย
“ไปเสียที…” เสี่ยวชุนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบหันมองซ้ายขวาด้วยความตกใจ
“คุณหนู เบาเสียงหน่อยเจ้าค่ะ หากมีใครได้ยินว่าท่านพูดถึงท่านอ๋องเช่นนี้…”
“ที่นี่มีแค่เจ้ากับข้า”
“กำแพงมีหู ประตูมีช่องนะเจ้าคะ”
มู่หว่านหว่านปรายตามองสาวใช้ตัวน้อย ก่อนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “เจ้าพูดถูก ต่อไปข้าจะระวัง”
แม้ปากจะรับคำ แต่ในใจกลับอดบ่นไม่ได้
ผู้ชายอะไร แค่ยืนเฉย ๆ ก็ทำบรรยากาศรอบตัวเย็นไปหมด อยู่ใกล้นานกว่านี้ข้าคงอายุสั้นก่อนจะหาตัวคนวางยาเจอ
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ มู่หว่านหว่านก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
หลงจิ่งเฉินแตกต่างจากที่นางจินตนาการไว้
เขาเย็นชาก็จริง สีหน้าก็ดูน่ากลัวเสียจนบ่าวไพร่แทบไม่กล้าหายใจแรง แต่เมื่อรู้ว่านางหมดสติแล้วไม่มีหมอมาตรวจ เขากลับสั่งให้เสี่ยวหลินตรวจสอบเรื่องนี้ทันที
แสดงว่าอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ไร้เหตุผลเสียทีเดียว
แต่จะให้นางไว้ใจเขาตอนนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้
ในจวนแห่งนี้นางยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นมิตร ใครเป็นศัตรู และใครคือคนที่ส่งถ้วยชามรณะมาให้เจ้าของร่างเดิม
สิ่งที่จำเป็นที่สุดในตอนนี้จึงไม่ใช่การหาคนพึ่งพา แต่เป็นการทำให้ตัวเองมีทางรอด
มู่หว่านหว่านเดินไปเปิดหีบเก็บของเล็ก ๆ ข้างเตียง ก่อนหยิบถุงเงินออกมาเทลงบนโต๊ะ
เหรียญจำนวนไม่มากกลิ้งกระทบพื้นไม้ดังกรุ๊งกริ๊ง
เสี่ยวชุนมองแล้วถอนหายใจ
“เหลือเท่านี้เองหรือ”
“เจ้าค่ะ”
“เงินรายเดือนของข้าเล่า”
เสี่ยวชุนเม้มปาก “สองเดือนนี้ยังไม่ได้เจ้าค่ะ”
“แล้วเจ้าไม่ไปทวงหรือ”
“ไปแล้วเจ้าค่ะ แต่ฝ่ายบัญชีบอกให้รอ”
“รอถึงเมื่อไร”
“ไม่ได้บอกเจ้าค่ะ”
มู่หว่านหว่านหัวเราะออกมาเบา ๆ
“ดีจริง ๆ”
เสี่ยวชุนกะพริบตา “ดีหรือเจ้าคะ”
“ประชด”
“อ้อ”
มู่หว่านหว่านกุมขมับ
หากนางยังใช้ชีวิตเช่นนี้ต่อไป ไม่ต้องรอให้คนร้ายลงมือซ้ำ แค่เงินหมดก็ลำบากแล้ว
อาหารที่ส่งมายังเรือนท้ายจวนแต่ละวันก็มีเพียงของพื้น ๆ บางมื้อแทบไม่พอสำหรับคนสองคน เสื้อผ้าและของใช้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นของเก่า
พระชายารองในนาม ฟังดูสูงศักดิ์
แต่ชีวิตจริงกลับแทบไม่ต่างจากคนที่ถูกลืม
“ไม่ได้การ”
มู่หว่านหว่านรวบเหรียญกลับเข้าไปในถุง
“เราต้องหาเงิน”
เสี่ยวชุนตาโต “หาเงินหรือเจ้าคะ”
“ใช่”
“แต่คุณหนูเป็นพระชายารอง จะออกไปทำงานได้อย่างไร”
“ใครบอกว่าข้าจะออกไปทำงาน”
“แล้วจะหาเงินอย่างไรเจ้าคะ”
มู่หว่านหว่านยกมุมปากขึ้น ความรู้จากโลกเดิมของนางอาจใช้ไม่ได้ทั้งหมดในยุคนี้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ติดตัวมาและสามารถนำมาใช้ได้ทันที
นั่นคือความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรและเครื่องหอม
ครอบครัวของนางในโลกเดิมทำผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร นางจึงเติบโตมากับกลิ่นของดอกไม้ เปลือกไม้ เครื่องเทศ และวัตถุดิบจากธรรมชาติหลากหลายชนิด
ตั้งแต่การคัดวัตถุดิบ การปรับกลิ่น ไปจนถึงการทำผลิตภัณฑ์เครื่องหอมแบบง่าย ๆ ล้วนเป็นสิ่งที่นางคุ้นเคย
หากโลกนี้มีวัตถุดิบใกล้เคียงกัน นางก็มีทางหาเงิน
“เสี่ยวชุน”
“เจ้าคะ”
“ห้องเก็บของหลังเรือนมีอะไรเหลืออยู่บ้าง”
สาวใช้ตัวน้อยเอียงคอคิด
“มีของเยอะอยู่นะเจ้าคะ แต่ส่วนใหญ่เป็นของที่คนอื่นไม่ใช้แล้ว มีเศษไม้หอม เปลือกส้มตากแห้ง ดอกไม้แห้งที่บ่าวเก็บไว้ แล้วก็สมุนไพรบางอย่างจากห้องครัวใหญ่”
“สมุนไพรอะไร”
“บ่าวจำชื่อได้ไม่หมดเจ้าค่ะ”
“มีคนสืบทอดแล้ว”เด็กน้อยพยักหน้าอย่างภูมิใจ หว่านหว่านมองสองพ่อลูกก่อนหลุดหัวเราะตาม สามคนพ่อแม่ลูกนั่งอยู่ใต้แสงจันทร์เด็กน้อยนั่งตรงกลาง กินขนมไปพลางนับเงินของตัวเองไปพลางหว่านหว่านมองพระจันทร์เต็มดวง ความทรงจำมากมายย้อนกลับมาวันที่นางลืมตาขึ้นในร่างของมู่หว่านหว่านถ้วยชาที่มีสิ่งผิดปกติ หีบผ้าเก่า สัญลักษณ์ประหลาด สมุดบัญชีลับ การลอบสังหาร คดีกบฏ และบุรุษเย็นชาผู้สามารถได้ยินความคิดของทุกคนรอบตัวในตอนนั้น นางคิดเพียงสามอย่าง เอาชีวิตรอดหาเงิน และหาความจริงให้เจ้าของร่างเดิม แต่โชคชะตากลับพานางมาไกลกว่านั้นนางได้สร้างกิจการที่เป็นของตัวเอง ได้คืนความเป็นธรรมให้เจ้าของร่างเดิม ได้ช่วยให้ตระกูลมู่พ้นจากข้อกล่าวหาได้พบผู้คนที่กลายเป็นครอบครัว และเหนือสิ่งอื่นใดนางได้พบคนคนหนึ่ง คนที่ครั้งหนึ่งเคยรู้ทุกอย่างที่นางคิด แต่กลับรักนางได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดในวันที่เขาไม่ได้ยินความคิดของนางอีกแล้วหลงจิ่งเฉินหันมามอง“คิดอะไรอยู่”หว่านหว่านยิ้ม“อยากรู้หรือ”“อืม”“เดาสิ”เขาส่ายหน้า“ไม่เดา”“ทำไม”“ถามง่ายกว่า”หว่านหว่านหัวเราะ“ฉลาดขึ้นนะเพคะ”“ข้าเรียนจากเจ้า”“ถ้าอย่างนั้นข้า
“หลงจิ่งเฉิน”“อืม”“ท่านจำครั้งแรกที่มาที่เรือนนี้ได้ไหม”“จำได้”“ตอนนั้นข้ากลัวท่านมาก”เขาหันมอง“เจ้าไม่ได้คิดเช่นนั้น”หว่านหว่านชะงัก ก่อนนึกขึ้นได้ว่าในเวลานั้นเขายังได้ยินความคิดของนาง“ก็ข้ากลัวอยู่ส่วนหนึ่ง”“อีกส่วนหนึ่ง?”นางกระแอม“ไม่สำคัญ”“ข้าจำได้”“ลืมไปเสีย”“เจ้าเคยคิดว่าข้าหน้าตาเหมือนคนที่ทุกคนติดหนี้”หว่านหว่านยกมือปิดหน้า“ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้ว ท่านยังจำอีกหรือ”“จำ”“เรื่องดี ๆ มีตั้งเยอะ ทำไมจำแต่เรื่องแบบนี้”“ยังมีอีก”นางรีบยกมือห้าม“พอเลยเพคะ”หลงจิ่งเฉินหัวเราะ หว่านหว่านลดมือลงแล้วมองเขา ใบหน้าของชายตรงหน้ายังคงเหมือนคนที่นางพบในวันแรก แต่แววตาเปลี่ยนไปมากไม่มีความเย็นชาและความระแวงเหมือนเมื่อก่อนไม่มีความเหนื่อยล้าจากเสียงความคิดของผู้คนที่ดังอยู่ในหัวไม่หยุดเหลือเพียงความสงบ และความอ่อนโยนที่เขาไม่คิดจะปิดบังจากนางอีกแล้ว“แล้วท่านเล่า”หว่านหว่านถาม“ตอนนั้นคิดอย่างไรกับข้า”“เสียงดัง”นางขมวดคิ้ว“ข้ายังแทบไม่ได้พูด”“เสียงในใจ”หว่านหว่านตีแขนเขา“ท่านนี่”หลงจิ่งเฉินยิ้ม“แต่ข้าชอบ”นางหยุด“ชอบอะไร”“ความจริงใจของเจ้า”เขามองนาง“ตอนนั้นทุกคน
เด็กน้อยยื่นถุงหอมให้“ข้าทำเอง”หว่านหว่านรับมาดู ถุงผ้าใบเล็กถูกมัดจนเบี้ยว รูปร่างแทบดูไม่ออกว่าเป็นถุงหอมนางพลิกดูด้านหน้า“เจ้าทำเองจริงหรือ”เด็กชายพยักหน้าแรง ๆ“เสี่ยวชุนช่วยนิดเดียว”เสียงเสี่ยวชุนดังมาจากหน้าประตู“ไม่นิดนะเจ้าคะ”เด็กน้อยหันขวับ“นิดเดียว”“บ่าวเย็บให้เกือบทั้งหมดเจ้าค่ะ”เด็กชายรีบวิ่งไปกอดแขนมารดา“ท่านแม่ นางใส่ร้ายข้า”หว่านหว่านหลุดหัวเราะ“แล้วเจ้าทำส่วนไหน”เด็กน้อยคิด ก่อนตอบอย่างมั่นใจ“ข้าเลือกกลิ่น”“เท่านั้น?”“แล้วก็ตรวจ”“ตรวจอะไร”“ตรวจว่านางเย็บดีหรือไม่”เสี่ยวชุนอ้าปาก“คุณชายน้อย”หว่านหว่านหัวเราะจนไหล่สั่น เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังมาจากอีกด้าน“รู้จักใช้คนตั้งแต่อายุเท่านี้ โตไปคงไม่ธรรมดา”หลงจิ่งเฉินเดินเข้ามา เด็กน้อยเห็นบิดาก็รีบวิ่งไปหา“ท่านพ่อ”ชายหนุ่มก้มลงอุ้มลูกขึ้น“วันนี้ก่อเรื่องอะไร”“ไม่มี” คำตอบรวดเร็วจนน่าสงสัยหลงจิ่งเฉินมองหว่านหว่าน นางยักไหล่“วันนี้แค่พยายามเอาถุงหอมที่ตัวเองไม่ได้เย็บไปอ้างว่าทำเอง”เด็กชายรีบแก้“ข้าเลือกกลิ่น”“แม่รู้แล้ว”“สำคัญมาก”หลงจิ่งเฉินพยักหน้า“จริง”หว่านหว่านหันขวับ“อย่าเข้าข้างลูก”“
เด็กน้อยตอบอย่างมั่นใจ“เพราะเงินซื้อขนมได้”เหตุผลชัดเจนจนหว่านหว่านเถียงไม่ออก เสียงหัวเราะของหลงจิ่งเฉินดังขึ้นจากด้านหลังนางหันไป“ท่านมาตั้งแต่เมื่อไร”“ทันได้ยินเรื่องเงินซื้อขนม”เด็กน้อยรีบวิ่งไปหา“ท่านพ่อ”หลงจิ่งเฉินอุ้มลูกขึ้นเด็กชายกระซิบ“ท่านพ่อมีเงินเยอะไหม”“พอมี”หว่านหว่านเลิกคิ้ว พอมีของเขากับพอมีของคนทั่วไปคงไม่เหมือนกันเด็กน้อยถามต่อ“ให้ข้าได้ไหม”“เอาไปทำอะไร”“ซื้อขนม”“ไม่ได้”เด็กน้อยนิ่งหลงจิ่งเฉินถาม“ทำไมไม่ขอท่านแม่”เด็กชายหันไปมองหว่านหว่านก่อนกระซิบเบาลง“ท่านแม่ถามเยอะ”หว่านหว่านได้ยินเต็มสองหู“เจ้าว่าอะไรนะ”เด็กน้อยรีบกอดคอบิดา“ท่านพ่อ กลับบ้าน”หลงจิ่งเฉินหัวเราะ“ที่นี่ก็บ้าน”“ไปอีกบ้าน”“หนีแม่หรือ”เด็กน้อยพยักหน้า หว่านหว่านเท้าเอว“หลงจิ่งเฉิน ถ้าท่านพาลูกหนี วันนี้ทั้งพ่อทั้งลูกไม่ต้องกินขนม”ชายหนุ่มหยุดทันที เด็กน้อยมองบิดาอย่างคาดหวัง“ท่านพ่อ”หลงจิ่งเฉินถอนหายใจ ก่อนเดินกลับมาหาภรรยา“พ่อช่วยเจ้าไม่ได้แล้ว”หว่านหว่านหัวเราะ“ดีมาก”เด็กชายทำหน้าผิดหวัง เสี่ยวชุนซึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ หัวเราะจนตัวสั่น“คุณชายน้อย คราวนี้เลือกฝ่ายผิด
หลงจิ่งเฉินนิ่งเด็กน้อยรีบเอามือปิดปากบิดา“ท่านพ่อไม่ต้องถามแล้ว”หลงจิ่งเฉินมองมือน้อยที่ปิดปากตัวเองก่อนเงยหน้ามองหว่านหว่าน“เหมือนเจ้า”“ตรงไหน”“เรื่องเงิน”หว่านหว่านวางถ้วยดังขึ้นเล็กน้อย“ท่านพูดใหม่อีกที”“ฉลาดเหมือนเจ้า”สีหน้าของนางดีขึ้นทันที“ค่อยน่าฟังหน่อย”หลงจิ่งเฉินยกมุมปากเด็กน้อยมองบิดาที มารดาที ก่อนกระซิบข้างหูหลงจิ่งเฉิน“ท่านพ่อกลัวท่านแม่หรือ”ห้องเงียบ เสี่ยวชุนหันไปอีกทาง หว่านหว่านเลิกคิ้ว หลงจิ่งเฉินตอบโดยไม่ลังเล“ไม่เรียกว่ากลัว”เด็กน้อยถาม“เรียกว่าอะไร”“ให้เกียรติ”หว่านหว่านยิ้ม“ตอบดี”เด็กน้อยพยักหน้าเหมือนจดจำความรู้สำคัญ“ข้าจะจำไว้”เสี่ยวชุนพึมพำ“โตไปน่าจะเอาตัวรอดเก่งนะเจ้าคะ”หว่านหว่านหัวเราะ แม้ชีวิตในจวนจะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่มีเรื่องหนึ่งที่หว่านหว่านไม่เคยรู้ตลอดเกือบสามปีที่ผ่านมา หลงจิ่งเฉินมีความกลัวเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในใจเขาไม่เคยพูดออกมากระทั่งวันหนึ่ง หมอหลวงมาตรวจสุขภาพเด็กตามปกติหลังตรวจเสร็จ หมอกล่าว“ร่างกายแข็งแรงดีพ่ะย่ะค่ะ ไม่มีสิ่งใดน่ากังวล”หว่านหว่านพยักหน้า“ขอบคุณท่านมาก”เด็กน้อยนั่งกินขนมอยู่ด้านข้างอย่างไม
หว่านหว่านหลับตาลงในอ้อมแขนของเขาครั้งหนึ่งนางทะลุมิติมายังโลกนี้พร้อมปริศนาการตายของเจ้าของร่างเดิมนางเคยคิดเพียงว่าจะเอาชีวิตรอด หาเงิน และหาความจริงไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะมีบ้าน มีคนที่รัก มีธุรกิจที่สร้างขึ้นด้วยมือตัวเอง และกำลังจะมีสมาชิกตัวน้อยเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งคนส่วนหลงจิ่งเฉินที่เคยถูกเสียงความคิดของคนทั้งโลกทรมานมาตลอดหลายปี บัดนี้กลับเฝ้ารอเพียงเสียงเดียวเสียงร้องของลูกที่จะถือกำเนิดขึ้นในอีกหลายเดือนข้างหน้าและดูจากท่าทางของท่านอ๋องสี่แล้วหว่านหว่านก็เริ่มแน่ใจว่า ก่อนเด็กจะคลอดนางคงต้องรับมือกับ สามีผู้ตื่นตระหนก ให้รอดเสียก่อนสามปีผ่านไปจวนอ๋องสี่ที่ครั้งหนึ่งเคยเงียบสงบจนได้ยินแม้แต่เสียงใบไม้ไหว บัดนี้กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นแทบทุกเช้า“จับให้ได้สิ” เสียงหัวเราะของเด็กน้อยดังมาจากทางเดิน ตามด้วยเสียงของเสี่ยวชุน“คุณชายน้อย อย่าวิ่งเจ้าค่ะ”เด็กชายวัยเกือบสามขวบวิ่งผ่านลานเรือนด้วยขาสั้น ๆ อย่างรวดเร็ว ในมือกำถุงหอมใบเล็กเอาไว้แน่นด้านหลัง เสี่ยวชุนวิ่งตามจนแทบหอบ“เอาคืนบ่าวก่อนเจ้าค่ะ”เด็กน้อยหันกลับมาใบหน้ากลมขาว ดวงตาคมคล้ายบิดา แต่แววตาซุกซนและรอยยิ







