LOGINขอให้วันพรุ่งนี้มีเวลานอนมากกว่าวันนี้สักหน่อยก็ยังดี
แสงแดดยามสายสาดผ่านชายคาจวนฉินอ๋อง ทอดเงากิ่งไม้ลงบนพื้นหินเป็นริ้วบางๆ
หากมองเพียงภายนอก ทุกอย่างดูสงบร่มรื่นสมกับเป็นจวนของเชื้อพระวงศ์ ทว่าหลังจากพิธีอภิเษกผ่านพ้นไปเพียงคืนเดียว คนจากหลายฝ่ายก็เริ่มเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่เซี่ยหว่านหว่านคาดไว้เสียอีก
เมื่อคืนเพิ่งแต่งงาน
เช้าวันนี้คนก็มาถึงหน้าประตูแล้ว
“ขยันกันเสียจริง”
หว่านหว่านพึมพำพลางคีบขนมเข้าปาก ก่อนยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์
สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างตั่งเหลือบมองพระชายาคนใหม่อย่างลังเล
“พระชายาเพคะ คนที่มาวันนี้ เกรงว่าจะปฏิเสธไม่ง่ายนักเพคะ”
“ข้ารู้”
“แล้วพระชายาไม่กังวลหรือเพคะ”
หว่านหว่านวางถ้วยชา
“กังวลแล้วพวกนางจะกลับไปหรือ”
สาวใช้ส่ายหน้า
“เช่นนั้นจะกังวลให้เหนื่อยทำไม” คำตอบง่ายเสียจนสาวใช้พูดไม่ออก
หว่านหว่านเอนหลังพิงหมอนนุ่มอย่างเกียจคร้าน ก่อนเหลือบตามองไปยังประตูโถงรับรอง
คนที่ถูกส่งมาในวันนี้มีทั้งหมดสามคน
คนแรกคือนางกำนัลอาวุโสแซ่จ้าว ผู้เคยรับใช้อยู่ในวังมานานและมีสายสัมพันธ์กับคนในตำหนักฝ่ายใน ส่วนอีกสองคนเป็นสตรีจากตระกูลขุนนางที่มีความเกี่ยวดองห่างๆ กับเชื้อพระวงศ์ อ้างว่าได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ในวังให้เข้ามาอยู่เป็นเพื่อนพระชายาในช่วงแรก เพื่อช่วยแนะนำธรรมเนียมและดูแลความเรียบร้อย
ฟังเผินๆ เหมือนความหวังดี แต่หว่านหว่านไม่เชื่อแม้แต่ครึ่งคำ
นางเพิ่งเข้าจวนฉินอ๋องเมื่อคืน เช้าวันนี้คนเหล่านี้ก็มาถึงพร้อมกัน หากบอกว่าไม่มีผู้ใดต้องการจับตาดูความเคลื่อนไหวในจวน นางยอมเชื่อว่าหมูปีนต้นไม้ได้เสียยังดีกว่า
“เชิญเข้ามาเถอะ”
ไม่นานนัก สตรีทั้งสามก็เดินเข้ามาในโถง
นางกำนัลอาวุโสจ้าวเดินนำหน้า สีหน้าสงบนิ่ง แต่แววตาที่กวาดมองรอบเรือนกลับละเอียดเกินกว่าคนที่มาเพียงเพื่อสอนธรรมเนียม
ส่วนสตรีสาวอีกสองคนเดินตามหลัง แม้จะก้มหน้าเล็กน้อยตามมารยาท ทว่าท่าทางกลับไม่ได้แสดงความเคารพต่อพระชายาคนใหม่เท่าที่ควร
หว่านหว่านเห็นทุกอย่าง แต่ยังไม่พูดอะไร
“คารวะพระชายาเพคะ”
ทั้งสามย่อตัวลง
“ลุกเถอะ”
หว่านหว่านตอบพลางหยิบขนมอีกชิ้น
นางกำนัลจ้าวชำเลืองมองขนมในมือนาง ก่อนเอ่ยขึ้น “พระชายาเพิ่งอภิเษกเข้าราชสกุล อาจยังไม่คุ้นเคยกับธรรมเนียมของเชื้อพระวงศ์ ผู้ใหญ่ในวังทรงเป็นห่วง จึงมีพระเมตตาให้หม่อมฉันเข้ามาช่วยแนะนำเรื่องกิริยามารยาท การจัดการเรือน และระเบียบต่างๆ เพคะ”
หว่านหว่านพยักหน้า
“อ้อ”
นางกำนัลจ้าวชะงัก
นางรออยู่ครู่หนึ่ง แต่พระชายาตรงหน้าก็ไม่มีทีท่าว่าจะถามต่อ
สุดท้ายจึงต้องพูดเอง
“หม่อมฉันเตรียมระเบียบสำหรับพระชายาไว้แล้ว ทั้งเรื่องเวลาตื่น เวลาบรรทม การแต่งกาย การรับแขก การเสวยอาหาร การดูแลบ่าวไพร่ รวมถึงกิริยาที่เหมาะสมต่อหน้าพระพักตร์ มีทั้งหมดหนึ่งร้อยสิบแปดข้อเพคะ”
มือของหว่านหว่านที่กำลังจะหยิบขนมชะงัก
“เท่าไรนะ”
“หนึ่งร้อยสิบแปดข้อเพคะ”
หว่านหว่านค่อยๆ วางขนมกลับลงจาน
สีหน้าจริงจังขึ้นทันที
ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว
แต่เพราะจำนวนกฎเหล่านั้นฟังแล้วเหนื่อย
“ต้องท่องทั้งหมดหรือ”
“ย่อมต้องจดจำให้ขึ้นใจเพคะ”
“ทุกวันหรือ”
“เพคะ”
“ต้องตื่นยามเหม่าเพื่อฝึกด้วยหรือไม่”
“แน่นอนเพคะ พระชายาเป็นสตรีแห่งราชสกุล ย่อมไม่ควรตื่นสาย...”
“ไม่ได้”
หว่านหว่านตอบทันที
อีกฝ่ายนิ่งไป
“พระชายาว่าอะไรนะเพคะ”
“ข้าบอกว่าไม่ได้”
นางกำนัลจ้าวขมวดคิ้ว “พระชายาเพคะ นี่เป็นธรรมเนียมที่สตรีในราชสกุลควร”
“ท่านนางกำนัลจ้าว”
หว่านหว่านเอ่ยแทรกอย่างสุภาพ น้ำเสียงไม่ได้ดังขึ้นแม้แต่น้อย ทว่ากลับทำให้อีกฝ่ายหยุดพูดโดยไม่รู้ตัว
“ข้าขอถามสักเรื่อง”
“เชิญพระชายาตรัสเพคะ”
“กฎหนึ่งร้อยสิบแปดข้อนี้เป็นพระราชเสาวนีย์โดยตรงหรือไม่”
นางกำนัลจ้าวชะงัก
“เป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาเพคะ”
“มีตราประทับจากสำนักฝ่ายในหรือไม่”
“เรื่องเช่นนี้ไม่จำเป็นต้อง”
“มีหนังสือส่งตัวเจ้าทั้งสามเข้ามาประจำจวนฉินอ๋องอย่างเป็นทางการหรือไม่”
คราวนี้อีกฝ่ายเงียบไปชัดเจน
หว่านหว่านยิ้ม
“ถ้ามี ข้าจะอ่านทุกตัวอักษรและปฏิบัติตามส่วนที่สมควร แต่หากไม่มี กฎที่พวกเจ้าถือมา ย่อมเป็นเพียงคำแนะนำ มิใช่คำสั่ง”
สีหน้าของนางกำนัลจ้าวเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“พระชายากำลังสงสัยพระเมตตาของผู้ใหญ่ในวังหรือเพคะ”
“เหตุใดต้องสงสัย”
หว่านหว่านยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างไม่รีบร้อน
“ข้าซาบซึ้งต่อพระเมตตาเสียด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นยิ่งต้องระวังไม่ให้ผู้ใดอาศัยพระนามของผู้สูงศักดิ์มาทำเรื่องเกินขอบเขต หากวันหนึ่งเกิดความผิดพลาดขึ้น คนที่เสียพระเกียรติจะมิใช่ข้าคนเดียว” คำพูดนั้นทำให้นางกำนัลจ้าวปิดปากทันที
หว่านหว่านไม่ได้ปฏิเสธผู้ที่อยู่เหนือกว่า
ตรงกันข้าม นางใช้คำว่า “รักษาพระเกียรติ” ปิดทางอีกฝ่ายเสียสนิท
หากยังยืนยันบังคับต่อ เท่ากับยอมรับเองว่ากำลังอาศัยชื่อผู้สูงศักดิ์เข้ามาก้าวก่ายจวนอ๋องโดยไม่มีคำสั่งอย่างเป็นทางการ
สตรีสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบแทรกขึ้น “แต่พวกเราก็มาด้วยความหวังดีนะเพคะ หากพระชายาไม่คุ้นกับธรรมเนียมแล้วทำเรื่องผิดพลาด คนที่เสียพระพักตร์ย่อมเป็นท่านอ๋องด้วย”
หว่านหว่านหันไปมอง
“เจ้าชื่ออะไร”
หญิงสาวชะงัก ก่อนตอบ “หลินเยว่หรูเพคะ”
“คุณหนูหลิน”
“เพคะ”
“เจ้าพูดถูก”
หลินเยว่หรูยกยิ้มขึ้นทันที
ทว่าประโยคต่อมากลับทำให้รอยยิ้มนั้นแข็งค้าง
“เพราะฉะนั้นเรื่องใดที่ข้าไม่รู้ ข้าจะถามคนของจวนฉินอ๋องเอง ส่วนเรื่องใดเกี่ยวข้องกับราชสำนัก ข้าจะให้คนไปสอบถามผู้รับผิดชอบโดยตรง เช่นนี้ย่อมไม่มีโอกาสผิดพลาดเพราะฟังคำบอกต่อ”
หว่านหว่านหันกลับมามองทั้งสามคน
“พวกเจ้าว่าจริงหรือไม่”
ไม่มีใครตอบ
หว่านหว่านยิ้มบาง
ดี ไม่ต้องเถียงกันให้เปลืองน้ำลาย
นางเกลียดการประชุมที่หาข้อสรุปไม่ได้ที่สุด
“ในเมื่อทุกคนมาถึงแล้ว ข้าก็ไม่คิดไล่กลับให้เสียมารยาท พวกเจ้าจะพักอยู่ที่นี่ชั่วคราวก็ได้”
นางกำนัลจ้าวมีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย
“จะนอนกลางวัน”“ข้าจะพาไป”“จะตรวจบัญชี”“ข้านั่งข้างๆ”หว่านหว่านถอนหายใจ“ท่านอ๋อง”“อืม”“ท่านไม่มีงานทำหรือ”“มี”“แล้วทำไมไม่ทำ”หลี่โม่ตอบหน้าตาเฉย“ภรรยาสำคัญกว่า”หว่านหว่านเถียงไม่ออก นางจึงหยิบองุ่นเข้าปากแทน“ตามใจจนหม่อมฉันจะเสียคนแล้วเพคะ”“เสียก็เสีย”“ถ้าวันหนึ่งหม่อมฉันไม่ยอมทำอะไรเลยเล่า”“ข้าเลี้ยง”“ถ้าหม่อมฉันใช้เงินเก่งมาก”“ข้าหาเพิ่ม”“ถ้าหม่อมฉันเอาแต่นอน”“ข้าหาหมอนให้”หว่านหว่านเงียบ ก่อนยื่นมือไปหยิกแก้มเขา“ท่านนี่หมดทางรักษาแล้วจริงๆ”หลี่โม่จับมือนางไว้“ไม่ต้องรักษา”“ข้าเป็นเช่นนี้กับเจ้าเพียงคนเดียว”หว่านหว่านมองเขาหนึ่งปีผ่านไปแล้ว แต่บุรุษคนนี้ยังคงพูดประโยคที่ทำให้นางเถียงไม่ออกได้เสมอยามเย็น แสงอาทิตย์ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีส้มหว่านหว่านเดินช้าๆ อยู่ริมชายหาด หลี่โม่อยู่ข้างกาย มือหนึ่งของเขาจับมือนาง อีกมือคอยประคองเมื่อพื้นทรายไม่เรียบ“หม่อมฉันเดินเองได้เพคะ”“รู้”“แล้วประคองทำไม”“อยากประคอง”“ท่านเถียงเก่งขึ้นนะ”“อยู่กับเจ้ามานาน”“โทษหม่อมฉันอีกแล้ว”“เป็นความดีความชอบ”หว่านหว่านหัวเราะ ทั้งคู่เดินต่อไปเรื่อย ๆ คลื่นทะเลซัดเข้าหาฝั่งแล้วถ
“ผ่านมาตั้งหนึ่งปีแล้ว เหตุใดยังถามเรื่องนี้อีก”“อยากฟัง”“ท่านชนะ”“เทียบกับการนอน”หว่านหว่านหรี่ตา“อย่าได้คืบจะเอาศอกนะเพคะ”หลี่โม่หัวเราะ ก่อนวางถาดลงบนโต๊ะ เขาหยิบสมุดบัญชีออกจากมือนางหว่านหว่านรีบคว้า“ยังอ่านไม่จบ”“พรุ่งนี้ค่อยอ่าน”“แต่กำไรเดือนนี้...”“ไม่หนีไปไหน”“ท่านรู้ได้อย่างไร”“เพราะคนดูแลกิจการของเจ้าส่งรายงานมาแล้วว่า ทุกอย่างปกติ”หว่านหว่านหรี่ตา“ท่านแอบอ่านรายงานของหม่อมฉัน”“วางอยู่บนโต๊ะ”“ก็ไม่ควรอ่าน”“ข้าอ่านเพียงหน้าแรก”“หน้าแรกมีตัวเลขกำไร”“อืม”“เห็นหรือไม่”“เห็น”หว่านหว่านยิ้มอย่างภาคภูมิใจ“เยอะใช่ไหมเพคะ”หลี่โม่มองสีหน้าของนางแล้วหลุดยิ้ม“เยอะ”“ดังนั้นหม่อมฉันถึงต้องตรวจ”“แต่เจ้าตรวจมาสามชั่วยามแล้ว”“เพราะตัวเลขสวย”“หว่านหว่าน”“เพคะ”“ถ้าเจ้าจ้องมันต่อ เงินก็ไม่เพิ่มขึ้นเอง”นางคิดตาม“มีเหตุผล”จากนั้นเอนตัวกลับลงไปอย่างง่ายดาย“เช่นนั้นพัก”หลี่โม่หัวเราะ“เชื่อง่ายขนาดนี้”“หม่อมฉันเป็นคนมีเหตุผล”“เจ้าขี้เกียจแล้วต่างหาก”หว่านหว่านยกพัดขึ้นชี้เขา“ระวังคำพูดด้วยเพคะ”“ข้าพูดผิดหรือ”“หม่อมฉันไม่ได้ขี้เกียจ”“อืม”“หม่อมฉันเพียงไม่
นางยิ้ม คำสัญญานี้ เขาเคยพูดกับนางมาแล้ว และพิสูจน์ด้วยการกระทำมาตลอด หว่านหว่านจึงจับมือเขา“หม่อมฉันก็เหมือนกันเพคะ”“เรื่องใช้ดาบเป็นหน้าที่ท่าน”“เรื่องใช้สมองเจรจาและหาเงิน หม่อมฉันช่วย”“ส่วนเรื่องนอน...”หลี่โม่ตอบทันที“เป็นหน้าที่เจ้า”“ถูกต้องเพคะ” ทั้งคู่หัวเราะพร้อมกันหลังพิธีเสร็จสิ้น หลี่โม่พาหว่านหว่านออกไปยังระเบียงด้านนอกคืนนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ดวงจันทร์ส่องแสงอยู่เหนือหลังคาจวน โคมสีแดงนับร้อยดวงไหวตามสายลม หว่านหว่านยืนพิงราวระเบียง หลี่โม่คลุมเสื้อคลุมให้นางจากด้านหลัง“หนาวหรือไม่”“นิดหน่อยเพคะ”เขาจึงโอบนางไว้ หว่านหว่านเอนหลังพิงอกเขา“ท่านอ๋อง”“อืม”“หลังจากนี้เราใช้ชีวิตสงบๆ ได้แล้วใช่ไหม”หลี่โม่คิดอยู่ครู่หนึ่ง“ตราบใดที่ไม่มีใครมาหาเรื่อง”หว่านหว่านถอนหายใจ“ถ้ามีอีกเล่า”“จัดการ”“แล้วกลับมานอน”“อืม”“หาเงิน”“อืม”“นับเงิน”“อืม”นางยิ้ม“ดีเพคะ”หลี่โม่ก้มลงกระซิบข้างหู“แล้วข้า”หว่านหว่านหันไปมอง“อะไรเพคะ”“ในแผนชีวิตของเจ้าไม่มีข้าหรือ”หว่านหว่านหัวเราะ“มีสิ”“อยู่ตรงไหน”นางจับมือที่โอบเอวตนไว้“อยู่ข้างๆ หม่อมฉันนี่แหละ”หลี่โม่มองนาง“ตลอดไ
หลี่โม่ขยับมือ“ตรงนี้”“อืม”“ดีหรือ”“ดีมาก”“เช่นนั้นงานแต่งยังน่าเบื่ออยู่หรือไม่”“น่าเบื่อเพคะ”“...”“แต่เจ้าบ่าวใช้ได้”หลี่โม่หัวเราะในลำคอ“แค่ใช้ได้”หว่านหว่านลืมตา“หล่อ”“แล้ว”“รวย”“แล้ว”“เดินได้แล้ว”หลี่โม่หรี่ตา“หว่านหว่าน”นางหัวเราะ ก่อนจับมือเขาไว้“แล้วก็รักหม่อมฉันมาก”คราวนี้เขาไม่เถียง“อืม”หว่านหว่านมองเขา“มากเพียงใด”หลี่โม่ตอบเรียบ ๆ“มากพอที่จะรู้ว่าชีวิตนี้ไม่ต้องการคนอื่นอีกแล้ว” รอยยิ้มบนใบหน้าของหว่านหว่านค่อยๆ อ่อนลง คำพูดเมื่อกลางวัน นางได้ยินทุกคำ“เรื่องพระชายารองกับอนุ”“อืม”“ท่านไม่จำเป็นต้องพูดต่อหน้าคนมากขนาดนั้นก็ได้”“จำเป็น”“ทำไม”หลี่โม่จับมือนาง“เพราะข้าไม่อยากให้ใครคิดว่า วันหนึ่งตำแหน่งข้างกายข้ายังว่างสำหรับคนอื่น”หว่านหว่านนิ่ง“ตำแหน่งนั้นเป็นของเจ้า”“ตั้งแต่เมื่อไรเพคะ”หลี่โม่คิด“ถ้าถามตามกฎหมาย ตั้งแต่ครั้งแรกที่แต่ง”“หม่อมฉันไม่ได้ถามตามกฎหมาย”“ถ้าเช่นนั้น...”เขามองนาง“ข้าก็ไม่รู้”“ไม่รู้”“อืม”“รู้ตัวอีกที ข้าก็ไม่อยากให้ชายอื่นเข้าใกล้เจ้า”หว่านหว่านหัวเราะ“ตอนนั้นยังบอกว่าเป็นเรื่องความปลอดภัยอยู่เลย”“ข้าจำไ
“คราวนี้ใกล้จริงๆ เพคะ”หว่านหว่านมองมงกุฎบนศีรษะผ่านกระจก“มันหนักเท่าไร”“หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ”“ข้ารู้สึกว่าถ้าเพิ่มอีกชิ้น คอข้าจะหัก”เสี่ยวชิงกลั้นหัวเราะ“วันนี้เป็นวันมงคลนะเพคะ”“วันมงคลไม่ควรทำให้เจ้าสาวคอหักสิ” คนในห้องหลุดหัวเราะกันเบาๆ หว่านหว่านถอนหายใจ“แต่งครั้งแรกก็เหนื่อย”“แต่งครั้งที่สองก็ยังเหนื่อย”เสี่ยวชิงถามยิ้มๆ“เช่นนั้นพระชายาเสียพระทัยหรือไม่เพคะ”หว่านหว่านชะงัก ก่อนมองเงาตัวเองในกระจก ชุดเจ้าสาวสีแดงมงกุฎหงส์ เครื่องประดับ ทุกอย่างคล้ายคืนแรกที่นางลืมตาขึ้นมาในโลกใบนี้ แต่ความรู้สึกกลับต่างกันโดยสิ้นเชิงวันนั้นนางไม่รู้ว่าตนเองจะรอดหรือไม่ ในท้องยังมีพิษที่ไม่รู้จัก สกุลเซี่ยกำลังใช้ชีวิตนางเป็นเครื่องมือเจ้าบ่าวก็รู้ตั้งแต่แรกว่านางไม่ใช่เจ้าสาวที่ควรถูกส่งมา และกำลังรอดูว่านางมีแผนอะไรคนสองคนในวันนั้น ไม่มีใครไว้ใจใคร หว่านหว่านยิ้มบางๆ“ไม่เสียใจ”เสี่ยวชิงมองนาง“เหนื่อยก็ส่วนเหนื่อย”“แต่อยากแต่งก็ส่วนอยากแต่ง”คราวนี้เสียงหัวเราะในห้องดังขึ้นกว่าเดิม พิธีดำเนินไปตามธรรมเนียมอย่างสมพระเกียรติแขกจากราชสำนักและตระกูลต่างๆ มาร่วมแสดงความยินดีหลี่โ
“คลั่งรัก”หลี่โม่ตอบทันที“เพิ่งรู้หรือ”หว่านหว่านหัวเราะออกมา ก่อนเอนตัวพิงไหล่เขาอย่างสบายใจ ความรู้สึกในวันนี้แตกต่างจากทุกวันที่ผ่านมาไม่มีใครตามจับผิดไม่มีพิษที่ต้องรอยากดอาการทุกครึ่งเดือนไม่มีความลับเรื่องขาของหลี่โม่ที่ต้องคอยระวังไม่มีสายลับในจวนไม่มีแผนใส่ร้ายที่ต้องคอยรับมืออย่างน้อย พวกเขาก็สามารถหายใจได้เต็มปอดเสียที หลี่โม่ก้มมองนาง“เหนื่อยหรือ”“มากเพคะ”“นอนเถอะ”“ยังไม่ได้”“ทำไม”หว่านหว่านลืมตา“เรายังมีเรื่องหนึ่งที่ไม่ได้จัดการ”“เรื่องอะไร”นางมองเขาอย่างมีเลศนัย“งานแต่งของเรา”หลี่โม่ชะงัก งานแต่งครั้งแรกเกิดขึ้นเพราะพระราชโองการ หว่านหว่านถูกส่งมาแทนคุณหนูใหญ่ นางไม่เต็มใจ เขาเองก็รู้ตั้งแต่ต้นว่าเจ้าสาวถูกสับเปลี่ยนและตั้งใจเก็บนางไว้เพื่อดูว่าสกุลเซี่ยคิดทำอะไรในคืนนั้นไม่มีความรัก มีแต่การหยั่งเชิง ความระแวง และผลประโยชน์ หว่านหว่านยื่นนิ้วไปจิ้มอกเขา“ครั้งแรกไม่นับนะเพคะ”หลี่โม่จับนิ้วนางไว้“เช่นนั้นแต่งใหม่”“ง่ายอย่างนี้เลยหรือ”“อืม”“ไม่ถามก่อนหรือว่าหม่อมฉันอยากแต่งกับท่านหรือไม่”หลี่โม่หรี่ตา“ไม่อยากหรือ”หว่านหว่านทำท่าครุ่นคิด“ต้องด







