LOGIN“จับตาไว้”
หลี่โม่ตอบ
“ยังไม่ต้องแตะต้อง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“ดูว่าพวกนางติดต่อกับใครบ้าง”
องครักษ์รับคำ ก่อนถามต่อ “แล้วพระชายาเล่าพ่ะย่ะค่ะ”
หลี่โม่เงียบไปชั่วครู่
ดวงตาคมยังคงจับอยู่ที่เซี่ยหว่านหว่าน
เมื่อคืนเขาคิดว่านางอาจเป็นเพียงหมากที่สกุลเซี่ยโยนเข้ามา
วันนี้เขายังไม่ได้เปลี่ยนความคิดนั้น
เพียงแต่หมากตัวนี้ ดูเหมือนจะไม่ยอมเดินตามกระดานของผู้ใดง่ายๆ
“จับตานางเหมือนเดิม”
หลี่โม่เอ่ยเรียบ ๆ
“อย่าเพิ่งสรุปว่าเป็นพวกเดียวกับเรา”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“แต่หากคนจากฝ่ายอื่นคิดจะใช้จวนของข้าเป็นที่เดินหมาก”
แววตาของฉินอ๋องเย็นลง
“ก็ปล่อยให้พระชายาจัดการก่อน”
องครักษ์ชะงักเล็กน้อย
“หากนางจัดการไม่ได้เล่าพ่ะย่ะค่ะ”
หลี่โม่เหลือบมองเข้าไปอีกครั้ง
หว่านหว่านกำลังสั่งสาวใช้เพิ่มขนมอีกหนึ่งจาน และย้ำเป็นครั้งที่สองว่าหลังอาหารห้ามผู้ใดรบกวนเวลานอน
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบ
“ค่อยว่ากัน”
รถเข็นค่อยๆ เคลื่อนออกจากระเบียง
ส่วนหว่านหว่านไม่รู้เลยว่าการรับมือแขกสามคนในวันนี้ ทำให้สามีที่ยังระแวงนางอยู่เริ่มปรับการประเมินใหม่
ไม่ใช่ความไว้ใจ ไม่ใช่ความชื่นชม ยิ่งไม่ใช่ความรัก แต่หลี่โม่เริ่มแน่ใจแล้วอย่างหนึ่ง
พระชายาตัวแทนที่สกุลเซี่ยส่งเข้ามาในจวนของเขา ไม่ได้ไร้พิษสงอย่างที่ใครคิด
และนั่นยิ่งทำให้เขาต้องจับตานางให้ใกล้ชิดกว่าเดิม
ขณะที่เจ้าตัวกลับไม่สนใจเรื่องนั้นแม้แต่น้อย
เพราะหลังจากกินอาหารเช้าอิ่ม เซี่ยหว่านหว่านก็กลับเข้าห้อง ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัว ก่อนหลับตาลงด้วยความพึงพอใจ
สำหรับนาง ชัยชนะที่ดีที่สุดไม่ใช่การทำให้ศัตรูคุกเข่า แต่คือจัดการปัญหาให้จบเร็วพอ...
จนยังเหลือเวลานอนกลางวันต่างหาก
รถม้าประดับตราจวนฉินอ๋องเคลื่อนผ่านถนนสายหลักของเมืองหลวง ก่อนมาหยุดนิ่งตรงหน้าประตูใหญ่ของจวนสกุลเซี่ย
ทันทีที่บ่าวเฝ้าประตูเห็นตราประจำจวนบนรถม้า สีหน้าก็เปลี่ยนไปในทันที
“จวนฉินอ๋องหรือ”
“เหตุใดจึงมาที่นี่แต่เช้า”
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นไม่ขาดสาย กระทั่งม่านรถม้าถูกเปิดออก และร่างของเซี่ยหว่านหว่านปรากฏขึ้น บรรดาบ่าวรับใช้ที่เคยเห็นนางมาตั้งแต่เด็กต่างพากันตกตะลึง
คุณหนูรองที่พวกเขาเคยมองข้ามกลับมาแล้ว แต่การกลับมาครั้งนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน
หว่านหว่านอยู่ในชุดสีเรียบแต่เนื้อผ้าชั้นดี เครื่องประดับบนศีรษะมีไม่มาก ทว่าทุกชิ้นล้วนเหมาะสมกับฐานะพระชายา
ด้านหลังนางยังมีสาวใช้และองครักษ์จากจวนฉินอ๋องติดตามมาด้วย
เพียงตราประจำจวนบนรถม้าก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ไม่มีใครกล้าปิดประตูใส่หน้า
หว่านหว่านเงยหน้ามองป้ายจวนสกุลเซี่ยครู่หนึ่ง
ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมผุดขึ้นมาเป็นระยะ
สถานที่แห่งนี้คือบ้านที่เซี่ยหว่านหว่านคนเดิมอาศัยมาตั้งแต่เกิด แต่กลับแทบไม่เคยได้รับความรู้สึกว่าตนเองเป็นคนในครอบครัว
หลังมารดาเสียชีวิต ชีวิตของนางก็ยิ่งไร้ที่พึ่ง แม้กระทั่งสินเดิมที่มารดาควรทิ้งไว้ให้นาง ยังถูกคนในตระกูลค่อยๆ ยึดไปใช้จนแทบไม่เหลือ
และสุดท้าย พวกเขายังส่งนางไปแต่งงานแทนบุตรสาวที่รัก พร้อมใช้ชีวิตของนางเป็นเครื่องมือ
หว่านหว่านถอนหายใจเบาๆ
“ยุ่งยากจริง”
เสี่ยวชิง สาวใช้ข้างกายของนางได้ยินก็ถาม “พระชายาว่าอะไรนะเพคะ”
“ไม่มีอะไร”
นางก้าวลงจากรถม้า
“รีบจัดการให้เสร็จเถอะ ข้ายังอยากกลับไปนอนกลางวัน”
สาวใช้เงียบไปชั่วขณะ ก่อนรีบเดินตาม
ข่าวการมาถึงของพระชายาฉินอ๋องถูกส่งเข้าไปภายในอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนัก หว่านหว่านก็ถูกเชิญเข้าสู่โถงใหญ่ของสกุลเซี่ย
คนที่นั่งอยู่ด้านในมีทั้งเซี่ยฮูหยินใหญ่ ญาติผู้ใหญ่สองสามคน รวมถึงผู้ดูแลบัญชีของตระกูล
ส่วนบิดาของเจ้าของร่างกลับไม่ปรากฏตัว
หว่านหว่านไม่แปลกใจ คนที่ยอมปล่อยให้บุตรสาวคนหนึ่งถูกส่งไปแทนอีกคน ย่อมไม่ใช่บิดาประเภทที่จะรีบออกมาปกป้องนางอยู่แล้ว
ทันทีที่นางก้าวเข้ามา เซี่ยฮูหยินใหญ่ก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ
“เซี่ยหว่านหว่าน เจ้าเพิ่งแต่งออกไปได้ไม่กี่วัน เหตุใดจึงรีบกลับมาสร้างเรื่องถึงบ้านเดิม”
หว่านหว่านหยุดเดิน
นางมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง
“ฮูหยินใหญ่” คำเรียกที่ห่างเหินทำให้ใบหน้าของอีกฝ่ายแข็งขึ้นทันที
เมื่อก่อนเซี่ยหว่านหว่านยังต้องเรียกนางว่า “ท่านแม่ใหญ่” ตามธรรมเนียม
แต่วันนี้กลับเหลือเพียงคำว่า “ฮูหยินใหญ่”
“เจ้าแต่งออกไปแล้วก็คิดว่าปีกกล้าขาแข็งหรือ”
หว่านหว่านไม่ได้ตอบคำถามนั้น
นางเพียงหันไปหาสาวใช้
“เมื่อครู่ข้าเข้ามา นางทำความเคารพข้าหรือยัง”
เซี่ยฮูหยินใหญ่ชะงัก คนทั้งโถงเงียบลง
หว่านหว่านไม่ได้ขึ้นเสียง นางเพียงพูดต่ออย่างสบายๆ
“หากวันนี้ข้ากลับมาในฐานะเซี่ยหว่านหว่าน บุตรสาวของสกุลเซี่ย ย่อมต้องคารวะผู้อาวุโส แต่วันนี้ข้ามาด้วยรถม้าจวนฉินอ๋อง มีคนของจวนฉินอ๋องติดตาม และขณะนี้ข้ามีฐานะเป็นพระชายาฉินอ๋อง” นางยิ้มบาง
“หากฮูหยินใหญ่ไม่รู้ว่าควรปฏิบัติตามธรรมเนียมอย่างไร ข้าสามารถให้คนกลับไปเชิญท่านนางกำนัลจ้าวมาช่วยสอนได้ นางเพิ่งนำกฎมาให้ข้าถึงหนึ่งร้อยสิบแปดข้อ คงมีสักข้อที่ใช้ได้กับเรื่องนี้”
ใบหน้าของเซี่ยฮูหยินใหญ่เปลี่ยนสีทันที
ญาติผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างๆ รีบส่งสายตาเตือน
ต่อให้ไม่พอใจเพียงใด ฐานะก็ยังเป็นฐานะ
สุดท้ายเซี่ยฮูหยินใหญ่จึงจำต้องลุกขึ้นทำความเคารพอย่างฝืนใจ
“คารวะพระชายาเพคะ”
“ไม่ต้องมากพิธี”
หว่านหว่านตอบอย่างอารมณ์ดี
จากนั้นจึงเดินไปนั่งยังตำแหน่งรับรอง
“นั่งเถอะ ข้ามาวันนี้ไม่ได้ตั้งใจจะทะเลาะ” คำพูดนั้นกลับทำให้คนสกุลเซี่ยยิ่งระแวง เพราะสีหน้าของนางดูสงบเกินไป
เซี่ยฮูหยินใหญ่กลับไปนั่ง ก่อนถามเสียงแข็ง “แล้วพระชายามีธุระอันใด”
“มาทวงของ”
“ของอะไร”
หว่านหว่านหันไปพยักหน้าให้สาวใช้
ทันใดนั้น หีบไม้ใบหนึ่งก็ถูกนำเข้ามาวางบนโต๊ะ
หว่านหว่านเปิดฝาหีบ หยิบสมุดบัญชีเก่าและเอกสารหลายแผ่นออกมาวางเรียง
“สินเดิมของมารดาข้า” เพียงประโยคเดียว บรรยากาศในโถงก็เปลี่ยนไป
เซี่ยฮูหยินใหญ่เหลือบมองผู้ดูแลบัญชีโดยไม่รู้ตัว
หว่านหว่านเห็นท่าทางนั้นชัดเจน
“จะนอนกลางวัน”“ข้าจะพาไป”“จะตรวจบัญชี”“ข้านั่งข้างๆ”หว่านหว่านถอนหายใจ“ท่านอ๋อง”“อืม”“ท่านไม่มีงานทำหรือ”“มี”“แล้วทำไมไม่ทำ”หลี่โม่ตอบหน้าตาเฉย“ภรรยาสำคัญกว่า”หว่านหว่านเถียงไม่ออก นางจึงหยิบองุ่นเข้าปากแทน“ตามใจจนหม่อมฉันจะเสียคนแล้วเพคะ”“เสียก็เสีย”“ถ้าวันหนึ่งหม่อมฉันไม่ยอมทำอะไรเลยเล่า”“ข้าเลี้ยง”“ถ้าหม่อมฉันใช้เงินเก่งมาก”“ข้าหาเพิ่ม”“ถ้าหม่อมฉันเอาแต่นอน”“ข้าหาหมอนให้”หว่านหว่านเงียบ ก่อนยื่นมือไปหยิกแก้มเขา“ท่านนี่หมดทางรักษาแล้วจริงๆ”หลี่โม่จับมือนางไว้“ไม่ต้องรักษา”“ข้าเป็นเช่นนี้กับเจ้าเพียงคนเดียว”หว่านหว่านมองเขาหนึ่งปีผ่านไปแล้ว แต่บุรุษคนนี้ยังคงพูดประโยคที่ทำให้นางเถียงไม่ออกได้เสมอยามเย็น แสงอาทิตย์ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีส้มหว่านหว่านเดินช้าๆ อยู่ริมชายหาด หลี่โม่อยู่ข้างกาย มือหนึ่งของเขาจับมือนาง อีกมือคอยประคองเมื่อพื้นทรายไม่เรียบ“หม่อมฉันเดินเองได้เพคะ”“รู้”“แล้วประคองทำไม”“อยากประคอง”“ท่านเถียงเก่งขึ้นนะ”“อยู่กับเจ้ามานาน”“โทษหม่อมฉันอีกแล้ว”“เป็นความดีความชอบ”หว่านหว่านหัวเราะ ทั้งคู่เดินต่อไปเรื่อย ๆ คลื่นทะเลซัดเข้าหาฝั่งแล้วถ
“ผ่านมาตั้งหนึ่งปีแล้ว เหตุใดยังถามเรื่องนี้อีก”“อยากฟัง”“ท่านชนะ”“เทียบกับการนอน”หว่านหว่านหรี่ตา“อย่าได้คืบจะเอาศอกนะเพคะ”หลี่โม่หัวเราะ ก่อนวางถาดลงบนโต๊ะ เขาหยิบสมุดบัญชีออกจากมือนางหว่านหว่านรีบคว้า“ยังอ่านไม่จบ”“พรุ่งนี้ค่อยอ่าน”“แต่กำไรเดือนนี้...”“ไม่หนีไปไหน”“ท่านรู้ได้อย่างไร”“เพราะคนดูแลกิจการของเจ้าส่งรายงานมาแล้วว่า ทุกอย่างปกติ”หว่านหว่านหรี่ตา“ท่านแอบอ่านรายงานของหม่อมฉัน”“วางอยู่บนโต๊ะ”“ก็ไม่ควรอ่าน”“ข้าอ่านเพียงหน้าแรก”“หน้าแรกมีตัวเลขกำไร”“อืม”“เห็นหรือไม่”“เห็น”หว่านหว่านยิ้มอย่างภาคภูมิใจ“เยอะใช่ไหมเพคะ”หลี่โม่มองสีหน้าของนางแล้วหลุดยิ้ม“เยอะ”“ดังนั้นหม่อมฉันถึงต้องตรวจ”“แต่เจ้าตรวจมาสามชั่วยามแล้ว”“เพราะตัวเลขสวย”“หว่านหว่าน”“เพคะ”“ถ้าเจ้าจ้องมันต่อ เงินก็ไม่เพิ่มขึ้นเอง”นางคิดตาม“มีเหตุผล”จากนั้นเอนตัวกลับลงไปอย่างง่ายดาย“เช่นนั้นพัก”หลี่โม่หัวเราะ“เชื่อง่ายขนาดนี้”“หม่อมฉันเป็นคนมีเหตุผล”“เจ้าขี้เกียจแล้วต่างหาก”หว่านหว่านยกพัดขึ้นชี้เขา“ระวังคำพูดด้วยเพคะ”“ข้าพูดผิดหรือ”“หม่อมฉันไม่ได้ขี้เกียจ”“อืม”“หม่อมฉันเพียงไม่
นางยิ้ม คำสัญญานี้ เขาเคยพูดกับนางมาแล้ว และพิสูจน์ด้วยการกระทำมาตลอด หว่านหว่านจึงจับมือเขา“หม่อมฉันก็เหมือนกันเพคะ”“เรื่องใช้ดาบเป็นหน้าที่ท่าน”“เรื่องใช้สมองเจรจาและหาเงิน หม่อมฉันช่วย”“ส่วนเรื่องนอน...”หลี่โม่ตอบทันที“เป็นหน้าที่เจ้า”“ถูกต้องเพคะ” ทั้งคู่หัวเราะพร้อมกันหลังพิธีเสร็จสิ้น หลี่โม่พาหว่านหว่านออกไปยังระเบียงด้านนอกคืนนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ดวงจันทร์ส่องแสงอยู่เหนือหลังคาจวน โคมสีแดงนับร้อยดวงไหวตามสายลม หว่านหว่านยืนพิงราวระเบียง หลี่โม่คลุมเสื้อคลุมให้นางจากด้านหลัง“หนาวหรือไม่”“นิดหน่อยเพคะ”เขาจึงโอบนางไว้ หว่านหว่านเอนหลังพิงอกเขา“ท่านอ๋อง”“อืม”“หลังจากนี้เราใช้ชีวิตสงบๆ ได้แล้วใช่ไหม”หลี่โม่คิดอยู่ครู่หนึ่ง“ตราบใดที่ไม่มีใครมาหาเรื่อง”หว่านหว่านถอนหายใจ“ถ้ามีอีกเล่า”“จัดการ”“แล้วกลับมานอน”“อืม”“หาเงิน”“อืม”“นับเงิน”“อืม”นางยิ้ม“ดีเพคะ”หลี่โม่ก้มลงกระซิบข้างหู“แล้วข้า”หว่านหว่านหันไปมอง“อะไรเพคะ”“ในแผนชีวิตของเจ้าไม่มีข้าหรือ”หว่านหว่านหัวเราะ“มีสิ”“อยู่ตรงไหน”นางจับมือที่โอบเอวตนไว้“อยู่ข้างๆ หม่อมฉันนี่แหละ”หลี่โม่มองนาง“ตลอดไ
หลี่โม่ขยับมือ“ตรงนี้”“อืม”“ดีหรือ”“ดีมาก”“เช่นนั้นงานแต่งยังน่าเบื่ออยู่หรือไม่”“น่าเบื่อเพคะ”“...”“แต่เจ้าบ่าวใช้ได้”หลี่โม่หัวเราะในลำคอ“แค่ใช้ได้”หว่านหว่านลืมตา“หล่อ”“แล้ว”“รวย”“แล้ว”“เดินได้แล้ว”หลี่โม่หรี่ตา“หว่านหว่าน”นางหัวเราะ ก่อนจับมือเขาไว้“แล้วก็รักหม่อมฉันมาก”คราวนี้เขาไม่เถียง“อืม”หว่านหว่านมองเขา“มากเพียงใด”หลี่โม่ตอบเรียบ ๆ“มากพอที่จะรู้ว่าชีวิตนี้ไม่ต้องการคนอื่นอีกแล้ว” รอยยิ้มบนใบหน้าของหว่านหว่านค่อยๆ อ่อนลง คำพูดเมื่อกลางวัน นางได้ยินทุกคำ“เรื่องพระชายารองกับอนุ”“อืม”“ท่านไม่จำเป็นต้องพูดต่อหน้าคนมากขนาดนั้นก็ได้”“จำเป็น”“ทำไม”หลี่โม่จับมือนาง“เพราะข้าไม่อยากให้ใครคิดว่า วันหนึ่งตำแหน่งข้างกายข้ายังว่างสำหรับคนอื่น”หว่านหว่านนิ่ง“ตำแหน่งนั้นเป็นของเจ้า”“ตั้งแต่เมื่อไรเพคะ”หลี่โม่คิด“ถ้าถามตามกฎหมาย ตั้งแต่ครั้งแรกที่แต่ง”“หม่อมฉันไม่ได้ถามตามกฎหมาย”“ถ้าเช่นนั้น...”เขามองนาง“ข้าก็ไม่รู้”“ไม่รู้”“อืม”“รู้ตัวอีกที ข้าก็ไม่อยากให้ชายอื่นเข้าใกล้เจ้า”หว่านหว่านหัวเราะ“ตอนนั้นยังบอกว่าเป็นเรื่องความปลอดภัยอยู่เลย”“ข้าจำไ
“คราวนี้ใกล้จริงๆ เพคะ”หว่านหว่านมองมงกุฎบนศีรษะผ่านกระจก“มันหนักเท่าไร”“หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ”“ข้ารู้สึกว่าถ้าเพิ่มอีกชิ้น คอข้าจะหัก”เสี่ยวชิงกลั้นหัวเราะ“วันนี้เป็นวันมงคลนะเพคะ”“วันมงคลไม่ควรทำให้เจ้าสาวคอหักสิ” คนในห้องหลุดหัวเราะกันเบาๆ หว่านหว่านถอนหายใจ“แต่งครั้งแรกก็เหนื่อย”“แต่งครั้งที่สองก็ยังเหนื่อย”เสี่ยวชิงถามยิ้มๆ“เช่นนั้นพระชายาเสียพระทัยหรือไม่เพคะ”หว่านหว่านชะงัก ก่อนมองเงาตัวเองในกระจก ชุดเจ้าสาวสีแดงมงกุฎหงส์ เครื่องประดับ ทุกอย่างคล้ายคืนแรกที่นางลืมตาขึ้นมาในโลกใบนี้ แต่ความรู้สึกกลับต่างกันโดยสิ้นเชิงวันนั้นนางไม่รู้ว่าตนเองจะรอดหรือไม่ ในท้องยังมีพิษที่ไม่รู้จัก สกุลเซี่ยกำลังใช้ชีวิตนางเป็นเครื่องมือเจ้าบ่าวก็รู้ตั้งแต่แรกว่านางไม่ใช่เจ้าสาวที่ควรถูกส่งมา และกำลังรอดูว่านางมีแผนอะไรคนสองคนในวันนั้น ไม่มีใครไว้ใจใคร หว่านหว่านยิ้มบางๆ“ไม่เสียใจ”เสี่ยวชิงมองนาง“เหนื่อยก็ส่วนเหนื่อย”“แต่อยากแต่งก็ส่วนอยากแต่ง”คราวนี้เสียงหัวเราะในห้องดังขึ้นกว่าเดิม พิธีดำเนินไปตามธรรมเนียมอย่างสมพระเกียรติแขกจากราชสำนักและตระกูลต่างๆ มาร่วมแสดงความยินดีหลี่โ
“คลั่งรัก”หลี่โม่ตอบทันที“เพิ่งรู้หรือ”หว่านหว่านหัวเราะออกมา ก่อนเอนตัวพิงไหล่เขาอย่างสบายใจ ความรู้สึกในวันนี้แตกต่างจากทุกวันที่ผ่านมาไม่มีใครตามจับผิดไม่มีพิษที่ต้องรอยากดอาการทุกครึ่งเดือนไม่มีความลับเรื่องขาของหลี่โม่ที่ต้องคอยระวังไม่มีสายลับในจวนไม่มีแผนใส่ร้ายที่ต้องคอยรับมืออย่างน้อย พวกเขาก็สามารถหายใจได้เต็มปอดเสียที หลี่โม่ก้มมองนาง“เหนื่อยหรือ”“มากเพคะ”“นอนเถอะ”“ยังไม่ได้”“ทำไม”หว่านหว่านลืมตา“เรายังมีเรื่องหนึ่งที่ไม่ได้จัดการ”“เรื่องอะไร”นางมองเขาอย่างมีเลศนัย“งานแต่งของเรา”หลี่โม่ชะงัก งานแต่งครั้งแรกเกิดขึ้นเพราะพระราชโองการ หว่านหว่านถูกส่งมาแทนคุณหนูใหญ่ นางไม่เต็มใจ เขาเองก็รู้ตั้งแต่ต้นว่าเจ้าสาวถูกสับเปลี่ยนและตั้งใจเก็บนางไว้เพื่อดูว่าสกุลเซี่ยคิดทำอะไรในคืนนั้นไม่มีความรัก มีแต่การหยั่งเชิง ความระแวง และผลประโยชน์ หว่านหว่านยื่นนิ้วไปจิ้มอกเขา“ครั้งแรกไม่นับนะเพคะ”หลี่โม่จับนิ้วนางไว้“เช่นนั้นแต่งใหม่”“ง่ายอย่างนี้เลยหรือ”“อืม”“ไม่ถามก่อนหรือว่าหม่อมฉันอยากแต่งกับท่านหรือไม่”หลี่โม่หรี่ตา“ไม่อยากหรือ”หว่านหว่านทำท่าครุ่นคิด“ต้องด







