LOGINท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวของย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ เม่ยหลิน... นักธุรกิจสาวอสังหาริมทรัพย์ชาวฮ่องกงในชุดสูทสุดเนี้ยบสีเทาเข้ม นั่งพิงพนักโซฟาหนังราคาแพงภายในห้องนิรภัยส่วนตัวของคาร์เทลคลับระดับลึกลับ เธอเพิ่งเซ็นสัญญามูลค่าพันล้านเสร็จสิ้น และสิ่งเดียวที่เธอต้องการตอนนี้คือการปลดปล่อยพันธนาการจากโลกธุรกิจที่แสนตึงเครียด เบื้องหน้าของเธอคือกระจกวันเวย์บานยักษ์ที่มองออกไปเห็นเวทีกลางทรงกลม ซึ่งบัดนี้กำลังมีโชว์ "Sapphic Arts" ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่สุดของกรุงเทพฯบนเวทีที่ถูกเนรมิตเป็นเตียงผ้าไหมสีแดงเพลิง หญิงสาวสองคนในร่างที่เปลือยเปล่าเริ่มร่ายระบำแห่งกามารมณ์ เธอจ้องมองภาพนั้นอย่างไม่วางตา หญิงสาวคนหนึ่งเริ่มใช้ปลายนิ้วกรีดกรายไปตามโคนขาหนีบของอีกฝ่าย ก่อนจะเร่งจังหวะการสอดใส่ที่เนียนแน่น เสียงการเสียดสีที่ดูรุนแรงทว่านุ่มนวลส่งผ่านลำโพงคุณภาพสูงเข้ามาในห้อง จนเม่ยหลินรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่โคนขา ภาพการก้มลงปรนเปรอด้วยเรียวลิ้นที่ช่ำชองบนเวทีนั้นช่างสมจริงจนเม่ยหลินต้องเม้มปากแน่น เธอเห็นทุกจังหวะการตวัดลิ้นที่เน้นย้ำไปยังจุดอ่อนไหว จนหญิงสาวบนเวทีแอ่นอกสะท้านร้องครางแบบไร้
ลมพัดเอื่อยเฉื่อยหอบเอาอากาศบริสุทธิ์จากแมกไม้เข้าสู่ปอดของข้าวฟ่าง เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้สนามไม้สีเขียวเข้มพลางถอดแว่นสายตาออกเพื่อพักสายตา ทว่าจังหวะที่มือกำลังจะวางลงบนที่เท้าแขน เธอกลับสะดุดตากับคราบแห้งกรังเป็นวงเล็กๆ หลายวงกระจายอยู่บนรอยแตกของเนื้อไม้ "บนเก้าอี้ในสวนสาธารณะแบบนี้เนี่ยนะ..." ข้าวฟ่างพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย เธอดีดนิ้วเบาๆ เพื่อเปิดโหมดการจำลองภาพย้อนอดีตผ่านเลนส์สัมผัสพิเศษ ภาพเบื้องหน้าเริ่มบิดเบี้ยวและหมุนย้อนเวลากลับไปทีละชั่วโมง ทีละวัน จนกระทั่งการจำลองภาพในอดีตค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างมนุษย์สองคน ภาพที่ข้าวฟ่างเห็นคือความคาวฉาวโฉ่ที่เกิดขึ้นแทบจะทุกคืน และบางครั้งก็เป็นช่วงพลบค่ำที่ผู้คนเริ่มบางตา บนเก้าอี้ตัวเดิมๆ ที่เธอนั่งอยู่นี้ มีคู่รักหลากหลายคู่วนเวียนมาใช้เป็นสนามรักกลางแจ้ง บางคู่เป็นพนักงานออฟฟิศที่ดูเร่งรีบ ฝ่ายหญิงอยู่ในชุดกระโปรงที่ถูกเลิกขึ้นสูงขณะที่ฝ่ายชายยืนประชิดบดเบียดร่างกายเข้าหาอย่างดุดัน แต่ที่เด็ดที่สุดคือภาพย้อนหลังไปเมื่อคืนนี้... ข้าวฟ่างเห็นร่างอวบอัดของหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่ง เธอนั่งแยกขาออกกว้างบนเก้าอี้
สายลมทะเลพัดพากลิ่นเกลือผสมไอแดดจางๆ กระทบใบหน้าของสามสาวขณะที่รถสปอร์ตเปิดประทุนเคลื่อนเข้าสู่เขตโรงแรม "The Hidden Sanctuary" ซึ่งมีคลับลับระดับ Super VIP ตั้งอยู่บนเวิ้งอ่าวส่วนตัวซึ่งถูกโอบล้อมด้วยภูเขาหินปูน ลินดาในชุดเดรสซีทรูบางเบาที่แทบจะมองเห็นผิวเนื้อด้านใน สวมแว่นกันแดดสีชาดูมีเสน่ห์ลึกลับ เธอชำเลืองมองคุณนรีและน้องนกที่ท่าทางแสนสนุกกับกับบรรยากาศนอกสถานที่นี้... เมื่อเดินผ่านอุโมงค์ที่สร้างจากหินธรรมชาติออกมายังชายหาด แสงอาทิตย์ยามเย็นที่ฉาบขอบฟ้าเป็นสีส้มแดงเผยให้เห็นภาพที่ทำให้ลินดาแทบจะหยุดหายใจ บริเวณหาดทรายขาวละเอียดนั้นไม่มีใครสวมใส่เสื้อผ้าเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ทุกคนต่างเปลือยเปล่าทำกิจกรรมอย่างอิสระใต้แสงดาวที่กำลังเริ่มทอแสง ลินดาเดินไปที่ศาลาไม้ริมหาดที่ถูกตกแต่งด้วยผ้าไหมสีขาวพริ้วไหว เธอปลดสายเดรสออกช้าๆ ปล่อยให้มันร่วงลงไปกองที่ปลายเท้า เผยร่างอวบอัดไร้สิ่งปิดกั้นในแบบที่สองพี่น้องต้องลอบกลืนน้ำลาย "ที่นี่คืออาณาจักรของความเท่าเทียมที่คุณสองคนอยากพาพี่มาใช่มั้ยค่ะคุณนรี น้องนก... ความอายของพี่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังแล้ว พร้อมที่จะมาสนุกกับของทุกๆคนค่ะ"
สองพี่น้องสาวสวยที่เพิ่งโดนลินดาเก็บแต้มมาหมาดๆ เริ่มปฏิบัติการเอาคืนลินดาเลขาคนสวย... น้องนกใช้มือเรียวซุกซนลูบไล้ไปตามซอกคอและหน้าอกของลินดาผ่านชุดสูทเนี้ยบ ขณะที่คุณนรีคุกเข่าลงตรงหน้าลินดาแล้วเริ่มถอดรองเท้าส้นสูงของเลขาสาวออกทีละข้าง ลินดาที่เคยเป็นคนคุมจังหวะบัดนี้กลับต้องเป็นฝ่ายครางในลำคอ เมื่อถูกสองสาวรุมล้อมด้วยสัมผัสที่ทั้งอ่อนหวานและดุดัน "สัญญาเล่มนี้... จะเซ็นง่ายหรือยาก ขึ้นอยู่กับว่าพี่ลินดาจะทนพวกเราสองคนได้นานแค่ไหนนะคะ" คุณนรีเงยหน้าขึ้นมายิ้มยั่ว ก่อนจะเริ่มบทเพลงรักที่รุนแรงกว่าในลิฟท์หลายเท่าตัว ลินดาบิดตัวเร่าๆ อยู่บนโซฟาหรู ถูกสองพี่น้องผลัดกันปรนเปรอจนสติแทบหลุดลอย ความเยือกเย็นที่เคยมีพังทลายลงสิ้นเชิง กลายเป็นความรุ่มร้อนที่ถูกจุดติดจากสองสาวที่เธอเคยคิดว่าเป็นเพียงทางผ่าน บทรักสามคนในห้องประธานดำเนินไปอย่างดุเดือดท่ามกลางแสงแดดยามเที่ยงที่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ น้องนกเอ่ยปากเย้าลินดากลับไปบ้าง "ดูเหมือนเื่อเช้าพี่จะชอบทีแบ็คของหนูมาก แล้วของพี่ล่ะคะ วันนี้ใส่แบบไหนมาเอ่ย ขอหนูดชัดๆหน่อยนะคะ" กระโปรงของลินดาโดนรั้งขึ้นไปสูงจนเห็นถึงน่
วันหนึ่งข้าวฟ่างให้ลินดาออกไปติดต่อธุรกิจให้ ลินดาขับรถคันหรูไปเสียกลางทาง เธอติดต่อให้คนมาจัดการเรื่องรถเสียจนเรียบร้อย จึงตั้งใจจะรีบไปจัดการธุระต่อ เธอเห็นว่าสถานที่ๆจะไปทำธระอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าที่อยู่ตรงนั้นพอดีได้ เธอจึงตัดสินใจขึ้นรถไฟฟ้า MRT ไป แล้วบนรถไฟฟ้านั้นเธอก็ได้เจอชั่วโมงเร่งด่วนที่มีคนมากมาย นักศึกษาสาวสวยคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าเธอ กระโปรงนักศึกษาสั้นจู๋ เสื้อขนาด sss กลิ่นหอมสะอาดดูยั่วยวนพร้อทกับผมยาวสลวย นี่คือสเปคที่ใครๆก็ต้องการขึ้นเตียงด้วย ไม่เว้นแม้ลินดา... นักศึกษาถอยหลังมาเรื่อยๆจากการถูกเบียด จนแผ่นหลังเธอเยียดอัดกับหน้าอกอวบของลินดา เมื่อประตูรถไฟฟ้าปิดที่สถานี ผู้คนระลอกใหญ่ที่ไหลทะลักเข้ามาจนพื้นที่ภายในเบียดแน่นจนอึดอัด นักศึกษาสาวคนนั้นถูกผลักดันจนถอยหลังกรูด แผ่นหลังเนียนละเอียดของเธอแนบสนิทไปกับหน้าอกอวบอิ่มของลินดาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ลินดาที่สวมบราลูกไม้บางเบาอยู่ภายใต้ชุดสูททำงานรู้สึกได้ถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นปราดไปทั่วร่าง เมื่อจุดอ่อนไหวบนยอดอกของเธอสัมผัสเข้ากับแผ่นหลังของเด็กสาวผ่านเนื้อผ้าเพียงไม่กี่ชั้น "อุ๊ย... ขอโท
สายตาคมกริบของข้าวฟ่างผ่านเลนส์สัมผัสพิเศษกราดมองไปที่บ้านไม้สองชั้นที่ดูสงบเงียบของ ป้าเพ็ญ พลังแสกนของเธอทะลุผ่านผนังปูนของหอพักนักศึกษาที่อยู่ติดกัน เธอเห็นกานต์... เด็กหนุ่มมหาวิทยาลัยร่างกายกำยำที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างในมุมมืด สายตาของเขาจับจ้องผ่านรอยแยกของม่านไปยังร่างที่สั่นสะท้านของป้าเพ็ญบนเตียง กานต์กำมือแน่น ลมหายใจหอบถี่ มือของเขาขยับรูดท่อนเนื้อตัวเองรัวเร็วสอดประสานไปกับจังหวะที่ป้าเพ็ญกำลังงอนิ้วกระตุกตกเบ็ดตัวเอง ตามด้วยแตงกวาลูกนั้นที่โดนยัดเข้าไปในรูรักที่เปียกเยิ้ม เขาเฝ้ามองเธอมานับครั้งไม่ถ้วน ความหลงใหลในทรวดทรงอวบอัดแบบผู้ใหญ่และความลับที่แสนอันตรายทำให้เขาคลั่งจนแทบเสียสติ หลายครั้งที่เขาอยากจะกระโดดข้ามรั้วไปเคาะประตูแล้วสารภาพความในใจ แต่ความต่างของวัยเกือบสามสิบปีทำให้เขาทำได้เพียงระบายความใคร่ด้วยอุ้งมือตัวเอง แต่คืนนี้... เมื่อป้าเพ็ญถึงจุดสุดยอดและทิ้งตัวลงนอนหอบรวยริน ความเงียบสงัดทำให้กานต์ได้ยินเสียงครางที่แผ่วเบาแต่ก้องกังวานในโสตประสาท เขาไม่ทนอีกต่อไป กานต์ปีนข้ามรั้วบ้านไม้อย่างคล่องแคล่ว เขาอาศัยความมืดแอบเข้าทางประตูหลังบ้านที่ป้าไม่เค
บ่ายวันพุธในห้องบรรยายรวมที่มหาวิทยาลัยชั้นนำใจกลางกรุงเทพฯ เครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำกลับไม่ได้ช่วยให้ข้าวฟ่างรู้สึกดีขึ้นเลย เธอนั่งเกร็งอยู่บนเก้าอี้เลคเชอร์ มือเรียวบีบปากกาแน่นจนปลายนิ้วซีด ตื๊ด... ตื๊ด... ตื๊ด... กำไลข้อมือใต้สายนาฬิกาแบรนด์หรูสั่นเตือนด้วยจังหวะที่น่ากลัวที่สุดเท่าท
ท่ามกลางความเร่าร้อนเบื้องหลังแผงหมูปิ้งที่ปิดไฟเงียบสนิท พี่เจี๊ยบ ในชุดแจ็คเก็ตแกร็บสีเขียวที่ถูกปลดกระดุมออกจนเกือบหมด กำลังโหมกระหน่ำบทรักอยู่บนตัว น้าดา อย่างเมามัน เสียงเนื้อกระทบเนื้อและความเสียวซ่านทำให้น้าดาเผลอครางระงมโดยลืมไปว่าไอ้ชัยผัวขี้เหล้านอนสลบอยู่ข้างๆ ร้าน ปัง! ปัง! ปัง! เ
ในห้องทำงานส่วนตัวหลังการประชุมบอร์ดบริหารอันตึงเครียดข้าวฟ่างสั่งให้ลินดาเลขาสาวไปถ่ายเอกสารสำคัญจำนวนมาก ทำให้ลินดาต้องวางกระเป๋าถือของตัวเองไว้บนโซฟารับแขก แล้วรีบออกไปทำธุระให้เจ้านาย ข้าวฟ่างนั่งพิงเก้าอี้หนังอย่างเหนื่อยอ่อน หรี่ตามองจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยกราฟและตัวเลข ระดับพลังงานข
ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ของคฤหาสน์ ข้าวฟ่างนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววทระนงบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเปราะบาง เธอจ้องมองกำไลข้อมือที่แสดงเลข 100% นิ่งค้างอยู่อย่างนั้น มันเหมือนเพดานที่ขังเธอไว้ในกรงของความธรรมดา "ฟ่าง..." เสียงทุ้มต่ำของวิศรุตดังขึ้นข้







