Masukออกัส
ผมเริ่มไม่พอใจกับผู้ชายที่เขามาทักทายแมวน้อยของผม ไม่ว่าจะเป็นแววตา คำพูดที่สื่อไปในทางเดียวกันคือ เขาคนนั้นสนใจแมวน้อยที่แสนน่ารัก ผมเริ่มชักสีหน้าไม่พอใจทุกครั้งเวลาที่ผู้ชายคนนั้นแซวพูดจาหยอกล้อ ตอนแรกผมคิดว่าจะปล่อยแมวน้อยให้พักผ่อนสบายๆ เพราะพรุ่งนี้เราก็ได้เจอกันอีก แต่ความคิดนั้นต้องถูกพับเก็บเอาไว้ก่อน ผมว่าผมต้องทำอะไรสักอย่างแล้วเพื่อที่จะให้แมวน้อยของผม ไม่ต้องไปอ่อยคนอื่นได้อีก เมื่อคิดได้เช่นนั้นแผนการสยบแมวน้อยของผมจึงเริ่มขึ้น รถยนต์คันหรูถูกขับเคลื่อนโดยชายรูปร่างสูงโปร่งตามหลังรถยนต์สีแดง แบบเงียบ ๆ ตลอดการเดินทางจากร้านอาหารถึงคอนโด ระยะการเดินทางกินเวลาราว ๆ ครึ่งชั่วโมงโดยรถยนต์คันหน้าไม่ล่วงรู้เลยว่ามีรถอีกคันขับตามหลังมาเงียบ ๆ จนรถทั้งสองคันขับมาจอดนิ่งที่ลาดจอดรถของคอนโด DD ร่างบางสาวเท้าลงจากรถยนต์มือบางดันประตูรถยนต์ปิด ปลายนิ้วกดลงรีโมทเพื่อที่จะล๊อกรถยนต์เหมือนทุกครั้ง สายตากับสะดุดกับชายที่รูปร่างสูงโปรง ใบหน้าอันหล่อเหลา ที่ลงจากรถยนต์คันหรู เขาสาวเท้ามายังหญิงสาวที่ยืนข้างรถยนต์สีแดง ฉันจำได้ทันทีว่าชายผู้ที่กำลังสาวเท้ามาทางฉันคือใคร....คุณออกัส เสียงที่พึมพร่ำอยู่ในลำคอ "นี่คุณตามฉันมาเหรอ ตามฉันมาทำไม"ทันทีที่คนตัวโตสาวเท้ามายืนด้านหน้าฉัน ฉันไม่รอช้าถามเขาทันที "เสื้อผมหละ"เสียงทุ้มที่เปล่งออกมาจากปากหยัก ใบหน้าเรียบนิ่ง สายตาจ้องมองกรอบหน้าหวาน "ฉันลืมหยิบมาด้วยคะ คุณรอตรงนี้ก่อนแล้วกันเดี๋ยวฉันขึ้นไปหยิบเสื้อให้คุณแป๊บเดียว"ฉันเอ่ยบอกก่อนที่จะสาวเท้าไปยังลิฟท์โดยสารเพื่อที่จะขึ้นไปหยิบเสื้อดังใจคิดไว้ ขาเรียวสวยสาวเท้าตรงไปที่ลิฟต์กับพบว่า คนตัวโตเดินมาประชิดตามหลังฉันมาติด ๆ ระยะห่างไม่เกินหนึ่งไม่บรรทัด ลมหายใจร้อนผ่าวรดลงที่ต้นคอ จนขนอ่อน ๆ ลุกชันขึ้น "นี่คุณเดินตามฉันมาทำไม ฉันขึ้นไปหยิบเสื้อแป๊บเดียว"ฉันหันไปสบตาคนตัวโตที่อยู่ด้านหลังพร้อมกับเอ่ยถามด้วยความสงสัย เรียวคิ้วขมวดขึ้นจนเป็นปม "ผมก็กลัวว่าคุณจะไม่เอาเสื้อมาให้ผมไงหละ" แต่สิ่งที่คนตัวโตเอ่ยบอกฉันทำให้ฉันถึงกับหน้าเหวอ เรียวคิ้วยกขึ้นสูง แค่เสื้อตัวเดียวกลัวจะไม่ได้คืนขนาดนี้เลยเหรอ รวยซะเปล่างกสิ้นดี "เฮ้อ ! "ฉันถอนหายใจออกมาด้วยอารมณ์หงุดหงิดรำคาญใจ แต่ต้องจำใจให้คนตัวโตตามฉันขึ้นมาจนมาถึงหน้าห้องของตัวเอง "รอหน้าประตูนี่แหละฉันเข้าไปเอาเสื้อก่อน"ฉันบอกคนที่เดินตามหลังฉันมาเวลานี้เขายืนเป็นยักษ์อยู่หน้าประตูห้อง อยู่ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างไงไม่รู้ "นี่คุณจะไม่ชวนผมเข้าห้องจริง ๆ เหรอ"เสียงทุ่มเข้มแต่นุ่มดูสุภาพถามฉัน ขณะฉันรีบปฏิเสธทันที"ไม่คะ"เมื่อฉันเอ่ยจบมือเรียวทำการแต่คีย์การ์ดหน้าประตูแล้วผลักดันประตูเข้าไปภายในห้อง แต่สิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อคนที่ยืนอยู่ด้านหลังกลับพยายามทำตัวเล็กรีดแบน ก่อนจะแทรกตัวเองเข้ามาในห้องจนได้ ฉันตกใจทันทียืนนิ่งค้าง...มองไปยังคนตัวโตที่สาวเท้าเข้ามาในห้องฉันอย่างพละการ ฉันรีบสาวเท้าเข้าห้องก่อนจะกดสวิตช์ไฟเพื่อให้ความสว่าง เมื่อไฟสว่างดีแล้วฉันหันไปจ้องหน้าคนที่เข้าห้องฉันให้ออกจากห้อง"ออกไปเดี๋ยวนี้เลยคุณ"ปากบอกพร้อมใช้มือดันแผ่นหลังกว้างให้ออกจากห้องไปทางประตูทางออกที่เปิดอยู่ "ผมขอกินน้ำสักแก้วก่อนได้ไหม"เขาบอกด้วยท่าทีน่าสงสาร อย่างกับหมาน้อยน่าสงสาร น่าสงสารกับผีซิเอาจริงฉันคงต้องสงสารตัวเองก่อนไหม "ฮึ ! ไม่ได้ ออกไปเลย"ฉันแผ่นหลังกว้างจนถึงประตูห้อง แต่ ๆๆ แกร๊บ ! ประตูห้องถูกปิดลงด้วยฝีมือของคนตัวโต หมับ !!! และทุกอย่างมันเร็วมากจนฉันตั้งตัวไม่ทันได้แต่ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ อุ๊ย !!! "คุณออกัสทำอะไรคะ ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้"ตัวฉันก็ลอยขึ้นสูงจากพื้น โดนฝีมือของเขา ฉันรีบไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวเพราะกลัวจะตกลงพื้น ฝ่ามือฉันเลยคว้าเกี่ยวไปที่คอเขาทันที ออกัส แมวน้อยดันผมออกจากห้อง เรื่องอะไรก่อนที่จะออกไปตามที่แมวน้อยสั่ง เมื่อผมเดินมาใกล้ประตูห้องที่เปิดอ้ากว้างออก มือหนาคว้าลงที่ประตูก่อนที่จะปิดลงอย่างตั้งใจ ผมหันไปคว้าร่างอันบอบบางที่น่าทะนุถนอมอุ้มขึ้นในท่าเจ้าสาว แมวน้อยกอดลงที่ต้นคอผม ผมยกยิ้มอย่างพอใจในการกระทำของแมวน้อย สาวเท้ามายังโซฟาเบดหย่อนสะโพกหนาลงบนโซฟา แมวน้อยพยายาม ตะเกียกตะกาย ลุกขึ้นนั่งจนสำเร็จอยู่บนตักผม ลำแขนโอบกอดเอวคอดล๊อกไว้ไม่ให้แมวน้อยลุกออกไปไหนได้ "ปล่อยสิคุณ เล่นบ้าอะไรเนี่ย"มือบางยกขึ้นตีที่อกแกร่งเต็มแรง จนเกิดเสียงดัง เพรี๊ย!! แต่แรงมดหรือจะสู้แรงช้างได้ ผมจับมือบางรวบด้วยมือข้างเดียววงแขนยังกอดเอวคอดไว้แน่น "ผมไม่ได้เล่น ผมเอาจริง"เสียงทุ้มเข้มเอ่ยบอกด้วยอย่างท่าทีจริงจังจนคนฟังได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างฝือเคือง เวลานี้ใบหน้าของทั้งสองหันเข้าหากัน ระยะห่างนั้นไม่ถึงหนึ่งไม้บรรทัดจนทำให้รับรู้ได้ถึงลมหายใจที่พ่นออกอย่างแผ่วเบา "ปล่อยนะ...มันจะมากเกินไปแล้วนะ...คุณจะมาทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะคุณออกัส เราไม่ได้เป็นอะไรกัน"เสียงหวานเอ่ยขึ้นสูงเปล่งออกมา เมื่อได้ยินดั่งนั้นเหมือนทำให้ผมระงับความโกรธโทสะเอาไว้ไม่อยู่ ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วที่นอนเอากันคืนนั้นมันคืออะไร "ไม่ได้เป็นอะไรกันนั้นเหรอแล้วคืนนั้นผมกับคุณทำอะไรกันหละ หรือจะให้ผมทบทวนว่าคืนนั้นเราทำท่าไหนกันบ้าง แต่ที่จริงผมเมาคุณก็เมาน่าจะจำไม่ได้ทั้งสองคนแหละ จริงไหมคุณ"ผมถามคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ที่หน้าตักแกร่งของผมด้วยน้ำเสียงที่กระโชกโฮกฮากไม่พอใจ "เคยมีแล้วไง ก็แค่ one night stand สมัยนี้เขาก็มีกันเยอะแยะไป"คนในตักเอ่ยขึ้นเหมือนไม่ใส่ใจกับค่ำคืนที่ผมพรากพรหมจรรย์ของตัวเองและนั้นทำให้ผมยิ่งโกรธมากกว่าเก่า "ใครบอกว่าผมอยากจะแค่ one night กับคุณ ผมได้คุณแล้ว คุณได้ผมแล้ว จะทิ้งผัวจริง ๆ เหรอ เมียครับ"เสียงทุ้มบอกอย่างหน้าด้าน "แค่ครั้งเดียวเขาไม่นับว่าเป็นผัวหรอก จะอะไรกับฉันหนักหนา เดี๋ยวนี้ one night stand เป็นเรื่องธรรมดา แล้วหยุดยุ่งกับฉันเสียที"คนได้ยินสวนขึ้นทันควันเช่นกัน "เธอพูดเองนะ ว่าครั้งเดียวเขาไม่นับว่าเป็นผัว ถ้างั้นฉันจะทำเธอหลาย ๆ ครั้ง ทำจนกว่าเธอจะจำได้ว่าฉันเป็นผัวเธอ" "นายจะทำอะไร ออกไปนะ ไอ้บ้า อืม อืม อืม" มือหนาล๊อกท้ายทอยก่อนที่จะก้มลงจูบลงปากอวบอิ่มที่ฉาบด้วยลิปสติกสีแดงกำมะหยี่ ปลายลิ้มโลมเลีย ปากหนาขบเม้น กดจูบริมฝีปากบนเลื่อนต่ำกดจูบริมฝีปากล่างอย่างเอาแต่ใจ จนแมวน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดเผลอไผยอมเพยอปากขึ้นเล็กน้อย ผมดันดุ้นลิ้นหนาสอดกวาดต้อนหยอกเหย้าลิ้นบางรอบโพรงปากหวานอย่างพอใจ ดูดกินน้ำหวานให้ฉ่ำชื่นทันที อืม !... เสียงครางอื้ออึงเปล่งออกมาจากลำคอที่ โดนจูบแบบไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะยกมือบางขึ้นตีอกแกร่ง เพราะตอนนี้เริ่มที่จะขาดอากาศหายใจแล้ว ออกัสยอมถอดถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย สายตาจับจ้องมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ ก่อนจะได้ยินเสียงโกยลมหายใจเข้าปอดอึกใหญ่ แมวน้อยดิ้นขลุกขณะอยู่บนหน้าตัก...ขณะท่อนแขนยังคงกอดรอบเอวคอดไว้ ไม่ยอมคลายออกให้ได้เป็นอิสระได้ง่าย ๆ3 ปีต่อมา หลังจากแต่งงานเราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมา 3 ปี มีพยานรักด้วยกัน 1 คน คือน้องออนิว หรือ ด.ช.ลลิตภัทร แอนดิสัน ความดื้อความซนไม่ต้องถาม ดื้อแบบเด็กผู้ชาย ปล่อยไว้ไม่ได้ ยายต้องตามจับตลอด แค่คนเดียวก็เหนื่อยแล้ว พี่ออกัสยังอยากจะมีเพิ่มอีกหลาย ๆ คน อ่อฉันลืมบอกไปว่าฉันโชคดีหน่อยที่แม่ของฉันอาสาเลี้ยง เจ้าเด็กแสบให้เพราะฉันต้องช่วยพ่อดูแลบริหารงานที่เป็นธุรกิจภายในครอบครัว ถึงแม้ตอนแรกพ่อฉันจะห้ามไว้ท่านบอกว่าสามารถดูแลบริหารงานเพียงคนเดียวได้ แต่ด้วยความเป็นห่วงกลัวท่านจะทำงานหนักเกินไป อีกอย่างท่านก็อายุมากแล้วพอหลังคลอดน้องออนิวได้ 6 เดือนฉันก็รบเร้าอยากจะไปทำงานถึงแม้ทุกคนจะไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ด้วยความลูกอ้อนสารพัดเลยทำให้ พ่อกับพี่ออกัสยอมใจอ่อน ยอมให้ฉันไปทำงานได้ ตอนเช้าก่อนจะไปทำงานฉันต้องพาน้องออนิวมาฝากไว้กับแม่ที่บ้านในพื้นที่เดียวกัน แต่เป็นบ้านอีกหลัง ที่พี่ออกัสสร้างบ้านอยู่ใกล้ ๆ บ้านพ่อและแม่ของฉันที่เป็นพื้นดินเดียวกันกับที่ดินของพ่อกับแม่ซึ่งพี่ออกัสก็ตามใจฉันให้ฉันสร้างบ้านใกล้กับพ่อแม่คงเพราะท่านทั้งสองก็อายุมากแล้วกลัวจะไม่มีใครดูแลนั้นเอง "กลับมาแล้วคะ
หลังจากกลับจากภูเก็ตเราทั้งสองรีบบอกผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ด้วยความรวดเร็วของแม่สุดที่รักของฉันท่านรีบไปหาอาจารย์ที่นับถือเพื่อหาฤกษ์แต่งงาน แม่บอกว่าฤกษ์ดีคือเดือนหน้าถ้าหลุดจากนี้ต้องรออีกสามปี ฉันนี่จะบ้าตายจะเร็วไปไหน แต่ไม่เป็นปัญหากับเราสองคนเพราะพ่อแม่ของเราทั้งสองต่างช่วยกันหา ออแกไนซ์มาช่วยเลยทำให้ง่ายสำหรับเราสองคนมาก งานแต่ง วันแต่งงานก็มาถึง ช่วงเช้าเราสองคนจัดงานพิธีแบบไทยมีแห่ขันหมากและรดน้ำสังข์อวยพรคู่บ่าวสาว โดยเจ้าสาวอย่างฉันสวมชุดไทยสีงาช้างเกล้าผมมวยสูงมีปิ่นเล็ก ๆ ปักที่มวยผม แต่งหน้าเบา ๆ เพิ่มลุกแบบสาวหวาน ส่วนเจ้าบ่าวมาในชุดสูทสีเทาผ้ามันเงาเซ็ทผมเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับชุด ช่วงแห่ขันหมากฉันได้ยินเสียงเพลงร้อง โห่ร้องอย่างสนุกสนามนำขบวบขันหมากเพื่อเข้ามายังหน้าบ้าน โดนเพื่อนทั้งสองที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวอย่างยัยขวัญและยัยฝันต่างรีบออกไปกั้นประตูเงินประตูทองเพื่อรับซองจากเจ้าบ่าว เมื่อเจ้าบ่าวมาถึงหน้าประตูห้องเพื่อรับฉันไปทำพิธีมือบางดันประตูห้องออกก้าวเท้าไปหาคนตัวโตที่ยืนส่งยิ้มให้ฉัน "ลิตาวันนี้น้องสวยมากจริง ๆ "คนตัวโตโน้มตัวต่ำก้มลงกระซิบข้างใบหูฉันเบา ๆ เ
ปลายฝันเล่าเรื่องที่ยัยขวัญดื่มโซจูหลายขวดจนเมามายโดยมีพี่เหนือนั่งอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา ฉันตลกนางเวลานางเมาแล้วนางชอบรั่วแต่เอ๊ะ นางเมาแล้วรั่วเหมือนฉันเลยนึกแล้วก็ขำเพื่อนกันนิสัยชอบรั่วเหมือนกันเลย "ฝันอ่ะ แกก็แซวฉันโน้นดูเพื่อนตัวดีโน้นสนใจเราสองคนที่ไหน ตั้งแต่มีแฟนตัวติดกันตลอดเลย"เสียงหวานของขวัญข้าวเอ่ย พาดพิงแก้มหยอกเย้ามาทางฉัน "อะไรกันค่าา อยู่ดี ๆ ก็วนมาที่ฉันเฉยเลย ตัวติดกันตรงไหนไม่จริง"ฉันเอ่ยบอกเพื่อนทั้งสองพร้อมกับพยายามเขยิบหนีแต่มือหนาของพี่ออกัสก็คว้าเอวฉันมากอดไว้ทำให้ร่างบางแทบจะขยับออกไปไหนไม่ได้เลย "นั้นไงหลักฐานเห็นคาตาจริงไหมฝัน"สายตาของขวัญข้าวมองมายังฉันที่โดนคนตัวโตล๊อกเอวไว้แน่นพร้อมกับเอ่ยบอก "จริงทำเป็นแก้ตัว เดี๋ยวตอนเย็น ๆ พี่นิวตันจะออกไปซื้ออาหารทะเล เอามาย่างกินกัน แกสองคนอยากเอาอะไรเพิ่มไหม พี่เหนือ พี่ออกัสเอาอะไรเพิ่มอีกไหมคะ อยากกินเหล้าหรือจะเอาเครื่องดื่มอย่างอื่นดี"ปลายฝันเอ่ยถามทั้งหมดเพราะจะให้สามีเตรียมให้ทีเดียวเลย "พี่ดื่มอะไรก็ได้ครับ/พี่ดื่มอะไรก็ได้"ผมเอ่ยบอกน้องสาวเพื่อนน้ำเหนือก็เอ่ยบอกเช่นกันเราทั้งสองคนดื่มอะไรก็ได้ไม่ขัดอยู่
หนึ่งปีต่อมา ขณะที่ฉันเร่งเคลียร์เอกสารที่กองอยู่ตรงหน้าเพราะวันนี้พี่ออกัสจะเข้ามารับฉันไปดินเนอร์เนื่องในโอกาสวันสำคัญของเราสองคนซึ่งวันนี้เป็นวันที่คบรอบหนึ่งปีที่เราได้จัดงานหมั้น ขณะที่ฉันนั่งเซ็นเอกสารฉบับสุดท้ายอยู่นั่นก็มีเสียงดังจากข้อความแจ้งเตือนมาจากโทรศัพท์เครื่องหรูที่อยู่บนโต๊ะทำงาน ติ้ง ! มือบางหยิบโทรศัพท์ก่อนจะเปิดหน้าจออ่านข้อความที่แอพพิเคชั่นชื่อดังสีเขียวทันที ขวัญข้าว [ ลิตาวันเสาร์นี้แกว่างหรือเปล่าไปเที่ยวภูเก็ตกัน ส่วนเรื่องที่พักไม่ต้องเป็นห่วงนะเพราะเรามีเพื่อนเป็นเมียเจ้าของโรงแรมที่พักฟรีแกไม่ต้องเสียเงินค่าที่พักสักบาทเดียว ] ข้อความจากเพื่อนสนิทที่ส่งมาให้ฉัน ลิตา [ วันเสาร์เหรอคิดว่าน่าจะว่างนะ คงไม่มีธุระไปที่ไหน] ฉันตอบกลับข้อความเพื่อนทันที ดีเหมือนกันการเจอกันเพื่อนครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวแฟนให้ทั้งสองคนได้รับรู้อย่างเป็นทางการด้วย ขวัญข้าว [ ถ้างั้นแสดงว่าแกตกลงไปกับฉันแล้วนะ เจอกันวันเสาร์ตอนเช้าที่สนามบิน ส่วนเวลาฉันจะบอกแกอีกที ] ลิตา ส่งสติกเกอร์โอเคไปให้เพื่อนสนิท ขวัญข้าว ส่งสติกเกอร์รูปหัวใจกลับมาให้เพื่อนสนิททันทีเช่นกัน
@ช่วงเช้าของวัน วันนี้เป็นการนัดพบเจอกับระหว่างครอบครัวพี่ออกัสและครอบครัวของฉันจากตอนแรกที่คิดว่าจะไปหาพ่อแม่พี่ออกัสที่บ้านเลยต้องเปลี่ยนแผนเพราะพ่อแม่ของพี่ออกัสอยากจะคุยเรื่องงานหมั้นของเราทั้งสองคน มือเรียวเปืดตู้เสื้อผ้าเลือกชุดที่ดูเป็นทางการที่ดูเรียบร้อยถูกกาละเทศะ สายตาไล่ดูชุดทีละชุด หยิบออกมาเทียบตัวเอง ก่อนจะเก็บใส่ตู้เหมือนเดิม ฉันทำแบบนี้อยู่หลายรอบพร้อมกับถอนหายใจยาวพรืดออกมา "เฮ้ย! ชุดไหนดีนะ หรือชุดนี้ดี ไม่เอาดีกว่า ชุดนี้ดีกว่า"ฉัน พึมพำพูดออกมาเบา ๆ ขณะที่คนตัวโตแต่งตัวเสร็จแล้วนั่งรอฉันอยู่บนเตียงสายตาคมจ้องมองฉันเป็นระยะก่อนเสียงทุ้มเข้มจะเอ่ยขึ้นมา "น้องลิตาครับ เลือกสักชุดเถอะ พ่อแม่พี่เขาเป็นคนสบาย ๆ แต่งตัวแบบไหนก็ได้"สายตาคมจ้องมองคนตัวเล็กที่หยิบเสื้อผ้าออกจากตู้ก่อนจะเก็บเข้าตู้เหมือนเดิมคนตัวเล็กทำวนไปวนมาแบบนี้อยู่หลายรอบขณะที่ผมแต่งตัวแค่เสื้อยืดกางเกงยีนส์นั่งรอคนตัวเล็กเลือกเสื้อผ้าราวครึ่งชั่วโมงได้ "พี่ออกัส ! อย่าว่าลิตาสิ ก็ลิตาไม่รู้จะใส่ตัวไหนดีให้พ่อแม่พี่ประทับใจ"ฉันแหวขึ้นเสียงสูงพร้อมกับส่งสายตาดุไปยังคนตัวโตที่นั่งสบายอารมณ์อยู่บนเตี
รถยนต์คันหรูถูกขับเข้ามาจอดยังลานจอดรถของคอนโด ผมพาคนตัวเล็กขึ้นมายังห้องพักของผม มือหนาผลักบานประตูเปิดออกจูงมือเรียวของคนตัวเล็กเข้ามายังห้อง ก่อนที่ผมจะทวงสัญญากับคนตัวเล็ก "สัญญาอะไรไว้ห้ามลืมนะครับ" "แล้วพี่จะให้ลิตาทำอะไรคะ"เสียงหวานเอ่ยทันควันถามผมอย่างสงสัย ขณะที่คนตัวเล็กเหมือนคิดอะไรออกใบหน้าหวานเริ่มขึ้นสีแดงจาง ๆ ลามไปถึงใบหูหลบสายตาต่ำจากการเขินอาย "ทำรักครับวันนี้น้องต้องขึ้นนะครับคนดี"ปากหนากระซิบลงข้างหูเบาไอร้อนจากลมปากพ่นใส่ใบหูอย่างแผ่วเบาก่อนจะจูงมือเรียวเข้ามายังห้องนอนก่อนจะเปิดแอร์เพื่อให้ความเย็นกระจ่างไปทั่วห้อง "พี่ไม่เหนื่อยเหรอคะขับรถมาตั้งไกล"เสียงหวานเอ่ยขึ้นขณะที่ผมกดบ่าคนตัวเล็กให้นั่งลงบนเตียง พร้อมกับถอดเสื้อผ้าของผมออกด้วยความไว จับมือเรียวขึ้นมากอบกุมท่อนเอ็นร้อนของผมไว้ คนตัวเล็กถึงกับชะงักเพียงครู่แต่ก็ยอมจับก่อนจะค่อยสาวท่อนเอ็นขึ้นลงจนท่อนเอ็นร้อนแข็งสู้มืออันนุ่มนิ่ม ใบหน้าหวานแดงแล้วแดงอีกเบนสายตามองด้านข้างทันที "ไม่เหนื่อยครับ"สิ้นเสียงผมยกมือเชิดคางมลขึ้นก่อนจะมอบจูบแสนหวานก่อนที่จะเร้าร้อนในเวลาต่อมา ก่อนจะยอมผละออกอย่างเสียดาย มือทั้ง







