Masuk“นี่ พวกคุณกำลังทำอะไรกัน” เอมราผู้ช่วยสาวร้องทักขึ้นมาทันที ที่เธอเข้ามาภายในห้อง แล้วเห็นคนทั้งคู่กำลังใกล้ชิดกัน
“กระพริบตาดูสิ ว่ายังเคืองหรือเปล่า” ศุภวัฒน์ไม่ได้สนใจคนเข้ามาใหม่ เขาถามคนตรงหน้าออกไป ก่อนที่จะหันมาใช้สายตาดุมองคนมาใหม่อย่างไม่ค่อยพอใจ
“เอมขอโทษค่ะ ที่เขามาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง” เอมรารีบขอโทษขอโพยเมื่อเจอสายตาวาวโรจน์ของประธานหนุ่มมองมาที่เธอ
“มีอะไร” เสียงเข้มตวาดถาม พร้อมกับสายตาที่มองเธอราวกับเสือร้าย
“พะ พอดี เอ่อ พี่เจษฝากเอกสารมาให้บอสค่ะ” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก และชูเอกสารที่ถืออยู่ขึ้นให้เขาเห็น
“แล้วไอ้เจษล่ะ” เขาถามเธอออกไปอย่างนึกแปลกใจที่เชขาไม่เอางานมาส่งด้วยตัวเอง ทำไมต้องให้ผู้ช่วยฯเป็นคนมาส่งแทนแบบนี้
“กลับไปแล้วค่ะ เพราะเลยเวลาเลิกงานมานานแล้ว” เอมราเชิดหน้าขึ้นฮึดสู้ ตอบประธานหนุ่มออกไปตามตรง
“จริงสิ ฉันก็ลืมไป เอาไปวางไว้ที่โต๊ะ แล้วเธอก็ออกไปได้แล้ว” น้ำเสียงอุ่นลง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเลยเวลาเลิกงานของพนักงานแล้วจริง จึงได้แต่บอกเธอให้เอาเอกสารไปวางไว้ที่ตะทำงานของตน
ผู้ช่วยสาวเดินเอาเอกสารที่ถืออยู่ในมือนั้น เดินเอาไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานตามคำสั่งของประธานหนุ่ม ก่อนจะเดินออกไปจากห้องนี้ แต่สายตาก็ยังแอบชำเลืองมองดูที่คนทั้งคู่
“ดุจังเลยนะคะ” ชนิดาเอ่ยแซวขึ้นมาทันที ที่ผู้ช่วยสาวเดินออกไปแล้ว
“พี่ไม่ใช่หมาน่ะหนูนิด”
“หนูก็ยังไม่ได้ว่าพี่เป็นหมาสักหน่อย พี่จะคิดเองเออเองไปทำไม” เธอเถียงขึ้นมาทันควันเมื่อเห็นว่าเขากำลังเหน็บแนมเธอ
“หนูนิด” น้ำเสียงกดต่ำเอ่ยเรียกชื่อของเธอ ราวกับว่ากำลังจะกดขี่ให้เธอเกรงกลัวเขา
“เดี๋ยวหนูลงไปรอที่รถดีกว่า” เธอมองนาฬิกาบนข้อมือแล้วลุกขึ้นบอกกับเขา และกำลังจะก้าวเท้าเดินออกไป
“ไม่ต้อง นั่งอยู่นี้ พี่เก็บของก่อน”
ชนิดาจึงต้องยอมนั่งลงที่เดิม ตามที่เขาบอก และไม่นานเขาก็เก็บเอกสารบนโต๊ะเสร็จเรียบร้อยจึงพาเธอเดินออกจากห้องลงไปยังชั้นล่าง
*
*
บ้านอภิวัฒน์โภคิน
“ทำไมบ้านมืดจัง แล้วคนอื่น ๆ ไปไหนกันหมด” ชนิดาพูดขึ้นมาทันที อย่างนึกสงสัยว่าทำไมบ้านถึงเงียบ แถมยังมืดไฟสักดวงก็ไม่สว่าง ราวกับว่าเหมือนไม่มีคนอยู่อย่างนั่นแหละ
“ครับแม่...”
ยังไม่ทันทีทั้งคู่จะได้เดินเข้าไปในบ้าน โทรศัพท์ของศุภวัฒน์ก็สายเข้ามาเสียก่อน และเขาก็กดรับสายในทันที
“ตอนนี้ถึงบ้านเรียบร้อยแล้วครับ ว่าแต่ทำไม่เหมือนที่บ้านไม่มีใครอยู่เลยสักคนครับ”
จากบทสนทนาของศุภวัฒน์ในสาย ชนิดาก็เดาได้ทันทีว่าเป็นใครที่โทรศัพท์เข้ามา ถึงแม้ว่าเธอจะได้ยินไม่ชัดก็ตาม
“ครับ...รู้แล้วครับ จะดูแลลูกสาวสุดที่รักของแม่เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ สวัสดีครับ” รับปากกับทางสายสนทนาเสร็จก็วางสายทันที และเก็บโทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋ากางเกงของตน
นั่นไง เธอเดาผิดเสียที่ไหนล่ะ น้ำเสียงออดอ้อนเสียงเล็กเสียงน้อยแบบนี้ มีเพียงแค่มารดาของเขาเท่านั้นแหละที่เขาพูดด้วย เพราะกับคนอื่นแม้แต่น้องสาวเขา เขาก็ใช้น้ำเสียงเดียวกันหมด
“มีอะไรเหรอค่ะ” เธอเลิกคิ้วถามเขาทันที เมื่อเขาวางสายจากผู้เป็นแม่
“ทุกคนลากลับบ้านพร้อมกันหมด บ้านเลยไม่มีใครอยู่สักคน เลยดูเงียบอย่างที่เห็น...” ศุภวัฒน์ตอบเธอออกไปตามตรง ตามที่ผู้เป็นแม่แจ้งมาในสายเมื่อสักครู่ เขาก้ไม่ได้ถามถึงเหตุผลด้วยสิ งว่าทำไมถึงสามัคคีกันลาหยุดพร้อมกันในวันนี้
“หมดเลยเหรอค่ะ” เธอถามออกไปอย่างแปลกใจ
“ทำไม กลัวเหรอไง” เขาพยักหน้าตอบเธอ แล้วถามเธอขึ้นมาด้วยเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มมีท่าทีที่เปลี่ยนไปจากเดิม
“ก็กลัวสิค่ะ บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ พอไม่มีคนอยู่แล้วรู้สึกวังเวงชอบกลยังไงก็ไม่รู้” เธอตอบพร้อมกับสายตามองซ้ายมองขวา แล้วยกแขนขึ้นลูบแขนตัวเอง
“หึ...”
ศุภวัฒน์นึกขำอยู่ในลำคอ เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเธอ เขาไม่พูดอะไรออกมาแล้วเดินนำหน้าเธอเข้าไปด้านในบ้านทันที
ชนิดาเอาแต่ยืนนิ่งไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี แต่เมื่อเห็นว่าเขาเดินเข้าไปด้านในแล้ว เธอรีบวิ่งตามเขาไปทันที
ทันทีที่เข้ามาภายในบ้าน ไฟทุกดวงก็สว่างจ้าขึ้นมาทันที ทำให้ชนิดารู้สึกโล่งอกลดความกังวลงไปบ้าง แต่ในขณะที่เธอกำลังจะเดินขึ้นบันไดนั้น ไฟทุกดวงขแงบ้านก็ดับลงอีกครั้ง
พรึ่บ!!!
กรี๊ด!!!
ชนิดาหลับหูหลับตากรีดร้องเสียงดังออกมาทันที แบบไม่สนอะไรทั้งนั้นมือไม้สั่นไปหมดจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่
“หนูนิด” ศุภวัฒน์ที่ได้ยินเธอกรีดร้องออกมาเสียงดัง ก็ตกใจมากแทบจะทำตัวไม่ถูก เขารีบสาวเท้าก้าวยาว ๆ เข้าไปหาเธออย่างไว
“พี่เวย์” เธอไม่สนหาเหวอะไรอีกแล้ว เมื่อรู้ว่าเขาอยู่ตรงหน้า เธอก็กระโดดเคาะคอกอดเขาเอาไว้แน่น ขณะที่ยังหลับตาอยู่อย่างนั้น
ดีที่เขาคอยเดินตามหลังเธอมาห่าง ไม่เช่นนั้นเธอคงได้วิ่งชนข้าวของกระจัดกระจายพังหมดแน่ คิดแล้วก็นึกโกรธตัวเองขึ้นมา
“ปล่อยก่อน กอดแน่นแบบนี้พี่หายใจไม่ออก” เสียงทุ้มเอ่ยบอกเธออย่างใจเย็น เพราะเขาก้ไม่สามารถขยับเดินไปไหนได้เลย เมื่อเธอกระโดดเกาะเขาอยู่อย่างนี้
“ไม่เอาก็หนูกลัว” เธอได้แต่ส่ายหน้าตอบ และไม่ยอมทำตามที่เขาบอกเลย เพราะว่าตอนนี้เธอก็ยังไม่กล้าลืมตาขึ้นมามอง
“แล้วกอดพี่แน่นแบบนี้ พี่จะไปเดินไปดูไฟได้ยังไง”
“หนูตัวไม่หนักหรอก ให้หนูไปด้วยนะ” เธอเอ่ยเสียงออดอ้อนขึ้นมาทันที เพราะขึ้นให้เธออยู่ตตรงนี้คนเดียว เธอคงช็อกตายแน่ แค่นี้เธอก็ยังกล้าลืมตตาขึ้นมามองสิ่งรอบ ๆ ตอนมืดสนิทแบบนี้หรอก
“นั่นไง ข้างนอกฝนตกแล้ว ไฟดับแบบนี้จะทำยังไงละทีนี้ เดินไปไหนก็ไม่ได้อีก” เขาได้แต่ถอนหายยาว เพราะไม่สามารถขยับตตัวไปไหนได้เลย
ศุภวัฒน์พยายามปลอบจนเธอยอมปล่อยแขน ปล่อยขาที่รัดเขาไว้ออก แล้วคว้าเอาแขนเขาไปกอดไว้แน่น โดยที่เธอยังไม่กล้าลืมตาขึ้นมา และก้าวเท้าเดินตามเขาไปช้า ๆ และไม่รู้จุดหมายด้วยว่าเขาจะพาเธอเดินไปไหน
“ลืมตาได้แล้ว ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ” เสียงทุ้มเอ่ยบอกเมื่อเดินมาถึงยังจุดหมาย ที่เขาตั้งใจพาเธอมา
ชนิดาจึงยอมเปิดเปลือกตาขึ้นมาช้า ๆ และก็ต้องเบิกตากว้าง เพราะสิ่งตรงหน้าเธอในตอนนี้ มันช่างทำให้เธอตื่นตายิ่งนัก ใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำเพราะรู้สึกตื้นตันใจ
“นี่มันอะไรกันค่ะ” เธอหันมาถามเขาอย่างนึกแปลกใจ กับสิ่งตรงหน้าที่เจอ
“ย้อนหลังให้ไง ไม่ดีใจเหรอ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ปกติ ไม่มีท่าแสดงอะไร
“ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ หนูไม่ได้โกรธหรือน้อยใจอะไรพี่เลย”
“รีบเป่าสิ เดี๋ยวเทียนก็ละลายกันพอดี อธิษฐานเอาเลยพอดีพี่ร้องเพลงไม่เป็น” เอ่ยบอกกับเธอ เมื่อเห็นว่าเธอยังคงยืนนิ่งมองสิ่งตรงหน้า
ชนิดายอมทำตตามที่เขาบอก เธอหลับตาลงแล้วยกมือขึ้นอธิษฐานอยู่สักครู่ ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นและก้มลงเป่าเทียนบนเค้กตรงหน้าก้อนนี้ทันที
พรึ่บ!!!
“นี่มัน...”
เปิดตัวอย่างเป็นทางการสามปีต่อมาและแล้ววันนี้ก็มาถึง คือวันที่ชนิดาเรียนจบเป็นที่เรียบร้อย และบริษัทก็มีการจัดงานเลี้ยงประจำปีตอบแทนพนักงานเหมือนทุกปี โดยที่ปีนี้จะพิเศษกว่าหน่อย เพราะศุภวัฒน์ตั้งใจจะเปิดตัวภรรยาของเขาอย่างเป็นทางการ ทำให้บรรยากาศของปีนี้นั้น ครึกครื้นมากว่าทุกปีที่ผ่านมาเด็กหญิงศุภนิษฐ์ อภิวัฒน์โภคิน หรือ น้องวีนัส ลูกสาวเพียงคนเดียวในวัยสามขวบเศษของศุภวัฒน์และชนิดา และวันนี้ศุภวัฒน์ก็พามาเปิดตัวด้วยอีกคนเช่นกันคนที่นี่จะเห็นลูกสาวของท่านประธานผ่านทางโซเชียลมีเดียเท่านั้น เพราะศุภวัฒน์ยังไม่เคยพาออกงานที่ไหนมาก่อนเลย“วีนัสค่ะ น้องไปกับคุณย่าคุณปู่ก่อนนะคะ เดี๋ยวแม่จ๋ากับพ่อจ๋าจะตามไปทีหลังนะคะเด็กดี” ชนิดาเอ่ยบอกกับลูกสาว เมื่อเอาแต่กอดคอของคนเป็นพ่อเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเลยศุภวัฒน์จึงส่งลูกสาวในอ้อมอกให้กับผู้เป็นพ่ออุ้มเข้าไปด้านในก่อน เพราะเขายังต้องเตรียมความพร้อมที่จะพาชนิดาเข้าไปพร้อมกัน“ฝากวีนัสด้วยนะครับพ่อ” เขาเอ่ยบอกกับคนเป็นพ่อแล้วส่งยิ้มหวานให้กับลูกสาวที่อยู่ในอ้อมอกของคนเป็นปู่ศุภวัฒน์เอื้อมมือไปกุมมือเล็กของคนข้าง ๆ ด้วยความรู้สึกที่กำลังประหม่า
สานสัมพันธ์ NC“พะ พี่เวย์ค่ะ ใจเย็นก่อนสิค่ะ...” ชนิดารีบเอ่ยห้ามเขาเอาไว้แต่ก็ไม่ทันเข้าเสียแล้ว เพราะทันทีที่ประตูห้องพักปิดลง เขาก็เข้าจู่โจมปล้ำจูบเธออย่างบ้าคลั่ง“ไม่ไหวแล้วจ้ะเมียจ๋า ผัวอยากเอาเมียใจจะขาดอยู่แล้ว...” เสียงกระเส่าเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังคลอเคลียอยู่ที่ซอกคอของเธอไม่ยอมออกห่างเลย“แต่หนูยังไม่ได้ทะ...”“กินพี่แทนได้เลยครับที่รัก...”ยังไม่ทันที่ชนิดาจะได้เอ่ยจบ เขาก็รีบพูดสวนขึ้นมาเสียก่อน เพราะรู้ดีว่าเธอกำลังจะพูดอะไรออกมา อยู่กินด้วยกันมานานขนาดนี้แล้ว เขาย่อมทราบดีว่าเธอต้องการอะไร“พี่เวย์ ทำไมเอาถึงแต่ใจตัวเองแบบนี้ค่ะ...” เธอได้แต่เอ็ดเขาออกไป ที่วันนี้เขานั้นเอาแต่ใจจนไม่ยอมฟังอะไรจากเธอเอาเสียเลย“ผัวจะเอาเมียครับ”พูดแล้วศุภวัฒน์ก็อุ้มเธอขึ้นมาแล้วกระแตงพาเธอเดินไปยังเตียงกว้างในทันที โดยที่ไม่สนใจคำคัดค้านของเธออีก แล้วเขาก็จับเธอลอกคราบถอดชุดนักศึกษาอันแสนเกะกะออกทันทีในเวลาอันรวดเร็วเพราะเขาไม่สามารถอดทนรอได้อีกต่อไปแล้ว เกือบครึ่งปีแล้ว ที่เขาต้องอดทนใช้แม่นางทั้งห้าของตัวเอง และมีเธอคอยช่วยบ้างเป็นบางครั้ง แต่มันก็ไม่เหมือนกันเลยสักนิดพอวันนี้ได้มีโอ
นานแล้วนะหนึ่งปีต่อมาบ้านอภิวัฒน์โภคิน“ใส่เสื้อคลุมทับไว้ด้วยครับ”ศุภวัฒน์เอ่ยบอกพร้อมกับส่งเสื้อแขนยาวตัวใหญ่ให้แก่ชนิดา เมื่อเห็นว่าเธอใส่ชุดนักศึกษาแล้วดูจะรัดรูปจนเกินไป แทบจะเห็นอะไรเป็นอะไรจนเขารู้สึกหวงขึ้นมา“ทำไมละคะ” เธอได้แต่เลิกคิ้วมองเขาอย่างงุนงง เพราะตอนนี้เป็นฤดูร้อน แล้วทำไมเขาต้องให้เธอสวมใส่เสื่อคลุมด้วย“ต้องให้พี่พูดจริง ๆ เหรอ” เขาพูดพร้อมกับส่งสายมองสำรวจตามร่างกายของเธอตั้งศีรษะจรดลงปลายเท้า แล้วจ้องนิ่งอยู่ที่หน้าอกหน้าใจอันใหญ่เกินตัวของเธอ“แล้วทำไมหนูต้องใส่เสื้อคลุมด้วยค่ะ แค่อากาศก็ร้อนมากพออยู่แล้ว” เธอถามเขากลับไปด้วยความที่ยังไม่เข้าใจกับสิ่งที่เขากำลังสื่อ“ก็เสื้อนักศึกษาหนูมันรัดจนเห็นอะไรต่อมิอะไร เพราะนมหนูมันใหญ่ขึ้นจนทุกอย่างฟิตไปหมดแล้ว” เขาเอ่ยบอก พร้อมกับจ้องที่หน้าอกหน้าใจของเธอ มองด้วยสายตาที่ปรารถนา“พี่เวย์ ก็เต้ามันคัดไหมค่ะ” เธอตอบออกไปเสียงแข็งเพราะว่าเธอยังคงให้นมลูก ถึงแม้จะไม่ทานดื่มจากเต้าก็ตาม เธอปั๊มออกมาเก็บไว้น้ำนมเลยผลิตตลอด ทำให้เต้าตึงคัดและดูใหญ่ขึ้นมากว่าเดิม“พี่ถึงบอกให้หนูใส่เสื้อคลุมไว้ไงครับ”“...” ชนิดานิ่งเงียบ
บทส่งท้าย“พวกนายสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่” วรากรถามขึ้นอย่างนึกจับผิด ที่เห็นสายตาของศุภวัฒน์มองชนิดาเปลี่ยนไปจากเดิมมาก เหมือนดูสนิทกันมากขึ้นแถมยังอ่อนโยนกับเธออีกด้วย ทั้งที่ก่อนหน้านี้จะไม่ค่อยถูกกันเสียด้วยซ้ำ“บอกมันเอาเองน่ะ ฉันจะไปดูสาว ๆ ก่อน...” ชนาวิชญ์จึงลุกขึ้น แล้วเอ่ยบอกกับศุภวัฒน์ให้บอกความจริงกับวรากรเอาเอง เพราะเขาไม่อยากเป็นคนพูดเลยเลือกที่จะขอตัวเดินออกไปดูสาว ๆ ที่ครัวทันที“ที่ไอ้วิชญ์มันพูด หมายความว่ายังไงกันว่ะ นายมีอะไรจะบอกกับฉันงั้นเหรอไอ้เวย์?” วรากรหันไปถามทางเพื่อนขึ้นมาทันทีอย่างไม่เข้าใจ เมื่อได้ยินสิ่งที่ชนาวิชญ์พูดกับศุภวัฒน์เมื่อสักครู่“อืม...ดูสิ่งที่ฉันโพสต์เอาเองสิ แล้วนายก็จะรู้เอง” เขาได้แต่พยักหน้ายอมรับ แล้วยื่นโทรศัพท์มือถือของเขาเปิดแอบพลิเคชันโซเชียลหนึ่งให้กับเพื่อนดูเอาเอง เมื่อไม่รู้ว่าควรจะเริ่มพูดจากตรงไหนก่อนดี“อับโซเชียลตั้งแต่เมื่อไหร่วะ...” วรากรพูดขณะที่ยื่นไปมือรับโทรศัพท์มือถือจากมือของเพื่อนมาดู“ดูเอาเองแล้วกัน ไม่เข้าใจค่อยถามออกมา” ศุภวัฒน์พูดเพียงแค่ก็ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มทันที เพื่อลดอาการสบประมาท“นี่นาย...” วรากรเบิกตาโพล้
เก็บไว้เป็นความลับก่อน“พี่เวย์จะทำอะไรค่ะ” ชนิดาเอ่ยถามเขาขึ้นมาทันที ที่เมื่อเข้ามาภายในรถแล้ว เห็นศุภวัฒน์กำลังหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปใบทะเบียนสมรสของเธอและเขา“ถ่ายรูปอับลงโซเชียลยังไงครับ คนจะได้รู้ว่าพี่มีครอบครัวแล้ว” เขาหันมาตอบเธอด้วยใบหน้าที่สดใสมีความสุข พร้อมกับชูโทรศัพท์ขึ้นให้เธอดูรูปที่เขาถ่ายนั่นให้เธอดูอย่างชัด ๆ“พี่เวย์” เธอได้แต่เอ่ยเรียกชื่อของเขา ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงและใบหน้าแสดงถึงความกังวล“ครับ”“พี่ช่วยปิดเรื่องนี้ เรื่องที่หนูเป็นภรรยาของพี่ไว้ก่อนได้ไหมค่ะ” เธอเอ่ยขอเขาขึ้นมาทันที พร้อมกับมองหน้าของเขาด้วยความเป็นกังวล“ทำไมครับ ก็เรา...” เขาหันมาถามเธอด้วยความแปลกใจ และไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงให้เขาปิดบังสถานะกัน เธอไม่ดีใจเหรอที่มีเขาเป็นสามี“หนูอยากให้พี่รอจนกว่าหนูจะคลอดลูก แล้วเรียนต่อให้จบก่อน วันนั้นพี่ค่อยบอกกับทุกคนนะคะว่าหนูคือภรรยาคือแม่ของลูกพี่” เธอจึงเอ่ยบอกบอกเขา“แต่...”“นะคะพี่เวย์” เธอเอ่ยขอด้วยน้ำเสียงออดอ้อน“พี่ขอเหตุผลหน่อยครับ ว่าทำไมหนูถึงอยากให้พี่เก็บเป็นความลับ ไม่ให้เปิดเผยสถานะของเรา” เขาถามหาเหตุผลจากเธอทันที ว่าเพราะเ
รอเซอร์ไพรส์ช่วงสายของวัน“ตื่นสายดีนะเขยใหม่ ท้องอยู่ก็ยังจะหักโหม อดอยากปากแห้งมาจากไหนว่ะ” ชนาวิชญ์ที่นั่งอยู่ห้องรับแขกเอ่ยแซวด้วยวาจาที่ประชดประชัน เมื่อเห็นศุภวัฒน์ลงมาจากชั้นบนวันนี้เขาไม่ได้เข้าสวน เพราะยายและแม่ออกไปวัดแต่เช้า เขาเลยต้องมาดูลูกชายที่บ้านกับผู้เป็นย่า ขณะที่กำลังนั่งรอภรรยาพาลูกชายลงมาจากชั้นบนนั้น ก็เห็นศุภวัฒน์เดินลงมาพอดี“ก็ฉันมีแค่น้องสาวนายคนเดียวมาตลอด ก็คงต้องอดอยากหน่อยสิวะ เพราะไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน” ศุภวัฒน์นั่งลงแล้วพูดบอกกับเพื่อน ถึงแม้ว่าชนาวิชญ์จะไม่เชื่อในสิ่งที่พูดก็ตาม“หลายวันที่ไหนกันวะ ยังไม่ถึงอาทิตย์เลยด้วยซ้ำ หรือว่าอยู่ที่โน้นนายไม่เคยมีอะไรกันเลยอย่างนั้นเหรอ” ชนาวิชญ์พูดเหน็บแนมใส่เพื่อนทันที“มี แล้วก็มีทุกวันด้วยตั้งแต่วันแรกเลย” ศุภวัฒน์ตอบกลับเพื่อนในทันทีอย่างเย้ยหยัน ราวกับว่าภาคภูมิใจมากเสียอย่างนั้น“นี่นายมีอะไรกับน้องสาวฉันตอน...” ชนาวิชญ์ตกใจคิดเป็นตุเป็นตะ เพราะคิดว่าศุภวัฒน์มีความสัมพันธ์กับน้องสาวเขาตอนที่อายุยังไม่บรรลุนิติภาวะ“ใจเย็น ๆ สิวะ ครบสิบแปดแล้ว” ศุภวัฒน์รีบปรามแล้วพูดแทรกขึ้นมาทันที ก่อนที่ชนาวิชญ์จะคิ







