LOGINเมืองหนาว ซุปเปอร์สตาร์ดาวค้างฟ้าที่มีผลงานทั้งร้องและเต้นมานับไม่ถ้วน วันหนึ่งเขาต้องมาร่วมงานกับนักแสดงเด็กที่โด่งดังมาจากต่างประเทศ หากแต่มารู้ทีหลังว่าเด็กคนนั้นกลับเป็นลูกสาวของ เจลกา คนรักเก่าที่เคยเข้าวงการบันเทิงมาพร้อมกัน เด็กคนนั้นมีท่าทางของศิลปินดูแล้วคงเป็นดาวดวงใหม่ได้ไม่ยาก ยิ่งเห็นก็ยิ่งซ้อนทับกับตัวเขาในอดีต นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเขาก็มีความสงสัยในตัวของสองแม่ลูกนี้มาตลอด . . "เราหย่ากันเถอะ...ตอนนี้เรากำลังมีชื่อเสียง เรากลัวว่าถ้าใครรู้เรื่องที่เราจดทะเบียนสมรสกันแล้วเรากลัวว่า..." "อื้อ เจลเข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนั้นแหละ" (ส่วนเรื่องที่เจลจะบอกก็คงไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว...เราสองคนไปกันเถอะลูก อย่าอยู่เป็นอุปสรรคของพ่อลูกกันเลยนะ) . . "พ่อของเธอเป็นใครเหรอ?" "แม่เจลบอกว่าพ่อของเจินเจินเป็นดาวดวงที่สว่างที่สุดค่ะ" (อ๋อ...ที่แท้พ่อเจ้าเด็กนี่ก็ตายไปแล้วนี่เอง น่าสงสารจัง)
View Moreบทนำ
บทท้องฟ้ามีดาวอยู่ไม่รู้กี่ล้านดวงมากมายจนนักสำรวจก็นับไม่หวาดไม่ไหว ทว่าดาวดวงที่ใหญ่และสวยเด่นนั้นกลับมีเพียงไม่กี่ดวงเท่านั้น เด่นถึงขั้นว่าคนธรรมดา ๆ คนหนึ่งจะสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่ายามสิ้นแสงอาทิตย์ในค่ำคืน และในหมู่ดาวพวกนั้นก็ยังมีดาวดวงที่สว่างที่สุดแบบที่ไม่ตั้งใจมองก็ยังเห็นได้
ใครบางคนนิยามบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงเสมือนดวงดาวพวกนั้น เป็นคนเหนือคนโดดเด่นเหนือใครเป็นที่ยอมรับและมีหน้ามีตากว่าคนสามัญ นั่นยิ่งทำให้ใครมากมายยอมทุ่มเทแรงกายแรงใจแม้กระทั่งทิ้งบางอย่างไว้ข้างหลังอยากลองเป็นดาวดูสักครั้ง แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นได้…
.
ร่างเล็กบางสะโอดสะองในชุดเดรสสีแดงสดเดินไปตามโถงทางเดินของคอนโดตัวเองช้า ๆ ในใจเต็มไปด้วยความกังวลมากมายไม่รู้ว่าจะต้องไปทางไหนหรือทำอย่างไรดี ตอนนี้เธอเหมือนกับเรือที่กำลังจอดเทียบท่าแต่กลับไม่รู้ว่าตัวเองนั้นมาถูกท่าหรือเปล่า
เมื่อมายืนอยู่ที่หน้าประตูห้องแล้วกลับขาแข็งไม่กล้าแม้จะบิดลูกบิดเพื่อเปิดประตูเข้าไป เธอยืนอยู่ตรงนั้นนานนับนาทีทว่าไม่ทันคาดคิดประตูบานนั้นก็ถูกใครบางคนเปิดออกมาเสียก่อนที่เธอจะตั้งตัวเอาไว้ได้ทัน
แกร่ก
สองร่างของชายหญิงจ้องมองกันและกันด้วยความตกตะลึงไม่ต่างกัน ดวงตาหวานสบเข้ากับเจ้าของดวงตาคมอย่างไม่ลดละกว่าจะรู้สึกตัวก็ในตอนที่มีใครสักคนกระแอมไอแล้วเป็นผู้หลบสายตาออกไปก่อนถึงกลับสู่สถานการณ์ปกติ
"เอ่อ...กลับมาแล้วเหรอ" เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมเป็นผู้หลีกทางให้สุภาพสตรีในชุดสีแดงที่ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าเพิ่งกลับมาจากงานเลี้ยงฉลองกับเพื่อน ๆ ในวันที่เรียนจบ
"อื้อ กลับมาแล้วล่ะ...กำลังจะไปไหนเหรอ" เธอถามชายหนุ่มกลับเพราะเห็นว่าเขา แต่งตัวดูมิดชิดมาก ๆ ราวกับพรางตัวเช่นที่เคยทำนั่นหมายความว่าไม่น่าจะไปในที่ใกล้ ๆ เป็นแน่
"เปล่าหรอก แค่กำลังจะไปหาอะไรมาดื่มน่ะ" ตอบกลับอีกคนไปพร้อมกับค่อย ๆ ปลดสิ่งพรางตัวมากมายที่ตัวเองใส่ไว้ออกจากตัวก่อนทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟามุมโปรดของเขา
"อ๋อ...อื้อ" หญิงสาวตอบกลับด้วยความประหม่าก่อนที่จะค่อย ๆ เทน้ำจากเหยือกบนเคาน์เตอร์ขึ้นมาดื่มอย่างใจเย็น ที่จริงแล้วกำลังซ่อนอาการบ่งบอกว่าตัวเธอกำลังตื่นเต้นกับบางเรื่องอยู่ต่างหาก
ทว่าเธอตื่นเต้นมากจนไม่ทันได้สังเกตเลยว่าชายหนุ่มอีกคนก็มีท่าทางที่ไม่ต่างจากเธอเลย กระทั่งว่าความเงียบกินเวลาไปนานมากกว่าสิบนาทีโดยที่ทั้งสองไม่ได้พาตัวเองไปทำอะไรก็ตาม ในที่สุดทั้งคู่ก็ตัดสินใจจะพูดความในใจออกมา
"หนาว เจลมีอะไรจะบอกหนาวด้วย" แม้ว่าความลังเลจะมีมากมายเพียงไหนแต่เธอก็ไม่อาจจะอดทนให้มันผ่านคืนไปทั้งที่ไม่ได้พูดอะไรเลยสักอย่าง อย่างน้อยการพูดออกไปก็เป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้วสำหรับในตอนนี้ เพราะมันจะบ่งบอกแนวทางว่าควรจะไปทางไหนกับชีวิตต่อดี อีกอย่างเพื่อเป็นการพิสูจน์สิ่งที่ผู้จัดการบอกเธอมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนด้วยเช่นกัน
"เราก็มีอะไรจะบอกเจลเหมือนกัน" ชายหนุ่มที่ฟังประโยคนั้นจากคนรักมาเขาเองก็คิดว่ามันเป็นจังหวะที่ดีที่สุดแล้วที่จะพูดเรื่องที่เขาคิดเอาไว้มาสักพักให้เธอได้รับรู้ ความลับต่อให้เก็บเอาไว้อย่างดีได้นานแค่ไหนก็มิสู้ทำให้มันจบลงเป็นดียิ่งกว่า
"งั้นเหรอ อย่างนั้นหนาวพูดก่อนเลย เรื่องของเราไม่ได้สำคัญมากนักหรอก" หญิงสาวว่าเช่นนั้นเพราะว่ายังคงประหม่าอยู่ ยังต้องการต่อเวลาอีกสักนิดเพื่อทำใจ อีกเพียงนาทีเดียวก็ยังดี เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูดนั้นมันทำให้สิ่งที่เธอกังวลนักกังวลหนามันไม่สำคัญอีกต่อไป
ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปอยู่พักหนึ่งในที่สุดก็ตั้งใจจะพูดคำนั้นออกมาเสียที
"เราหย่ากันเถอะ..." ชายหนุ่มใจสั่นมือสั่นไปหมด มือไม้ชื้นเหงื่ออย่างไม่น่าเชื่อ สายตาคมจ้องมองลงไปที่ดวงตากลมโตของหญิงสาวทั้งสองข้างสลับไปมาราวอ้อนวอนให้อีกคนเห็นใจและเข้าใจในสิ่งที่เขากำลังพูดมัน
"..." หญิงสาวหูดับไปแล้วในนาทีนั้น เธอไม่คิดมาก่อนว่าอีกคนจะพูดคำนี้ออกมาได้
"ตอนนี้เรากำลังมีชื่อเสียง เรากลัวว่าถ้าใครรู้เรื่องที่เราจดทะเบียนสมรสกันแล้วเรากลัวว่า..."
"อื้อ! เราเข้าใจแล้ว" เหตุผลอะไรมากมายที่อีกคนต้องการอธิบายให้เธอเข้าใจแต่เธอไม่คิดอยากจะเข้าใจมันจริง ๆ เลยสักอย่าง ที่สุดเธอไม่ต้องการจะฟังอะไรจากคนตรงหน้าอีกต่อไปแล้ว "ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนั้นแหละ"
"เจลไม่ต้องคิดมากนะ ถึงเราจะหย่ากันแต่เรื่องของเราก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน เจลจะยังเป็นคนที่เรารักเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนตลอดไป" ชายตัวสูงเข้าไปโอบกอดร่างเล็กบางของคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกผิดเสียเต็มประดา ทว่าหญิงสาวกลับไม่รู้สึกถึงอะไรจากเขาอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่คนตัวเล็กคิดนั้นมีเพียงแค่ประโยคจากผู้จัดการก่อนหน้าเท่านั้นที่แล่นเข้ามาในหัว และไม่คิดว่ามันจะเป็นความจริง
"เธอจะบอกเรื่องนี้กับเขาจริง ๆ เหรอ อย่าเพิ่งคิดไปไกลถึงขั้นนั้นเลยนะเจลกา แค่เพียงถ้าเกิดมีคนรู้ว่าเมืองหนาวซุป'ตาร์อันดับหนึ่งแอบแต่งงานกับดาราเกรดซีอย่างเธอ ชีวิตของเขาในวงการนี้จะเป็นยังไง…"
ในตอนนั้นเธอยังไม่สนใจคิดตามเรื่องที่ผู้จัดการต้องการบอกเลยสักนิด เธอเชื่อมั่นมากว่าคนรักของเธอจะไม่มีวันเห็นชื่อเสียงหรืออะไรมากกว่าครอบครัวอย่างแน่นอนจึงไม่ตอบโต้อะไรอีกคนไปและเพียงแค่รับฟังมันเงียบ ๆ เท่านั้น
"พี่น่ะทำงานอยู่วงการนี้มานานขนาดไหนแล้วเห็นมานักต่อนักแล้วคู่รักในวงการบันเทิงน่ะไม่มีคู่ไหนรักกันยืนยาวหรอก เชื่อฟังพี่สักครั้งเถอะนะเจลกา ถ้าเธอรักเขาจริง...ก็ไปจากเขาซะเถอะ"
ดูเหมือนว่าทั้งหมดที่เธอคิดและเชื่อใจในตัวของคนรักแท้จริงแล้วเธอจะคิดมากไปเองเพียงผู้เดียว ไม่มีความรักมั่นคงชนิดที่ว่าชื่อเสียงผลประโยชน์หรืออะไรก็ไม่สามารถมาพรากพวกเธอออกจากกัน ไม่มีเลยความรักยืนยาวนานเท่านั้นจนกว่าความตายจะมาพรากทั้งสองออกจากกัน...น่าขันสิ้นดี
"อย่างนั้นเจลขอไปอาบน้ำก่อนนะหนาว วันนี้ไปงานเลี้ยงกับเพื่อน ๆ มาเหนียวตัวไปหมด" หญิงสาวเลือกที่จะเลี่ยงตัวออกจากอ้อมกอดอันแสนจอมปลอมและน่าขยะแขยงนี้ เธอไม่อาจอดทนอยู่กับคนตรงหน้าคนที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ชื่อเสียงตัวเองเช่นนี้ได้เลยอีกแม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียว
"อื้อ แต่เรายังกอดเจลไม่เต็มอิ่มเลยนะ" เขายังคงทำท่าเหมือนเดิมเสแสร้งแกล้งทำราวกับไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย เจลกามองแล้วก็ยังตกใจว่าเขาทำใจได้อย่างไร
"แต่เราไม่ไหวแล้ว ปล่อยก่อนเถอะ" ชายหนุ่มจำใจปล่อยตัวอีกคนให้เป็นอิสระ และมองตามแผ่นหลังของคนรักที่เดินเข้าไปในห้องนอนจนกระทั่งลับสายตาไป
หญิงสาวปิดประตูห้องนอนลงแล้วก็นั่งลงที่หลังประตูเช่นนั้น เธอปล่อยน้ำตาออกมาอาบสองข้างแก้มทั้งที่ไม่ได้เปล่งเสียงร้องไห้ไปให้คนด้านนอกได้รับรู้ มือเรียวยกขึ้นมาลูบที่หน้าท้องแบนราบอย่างตัดสินใจแน่วแน่
"เรื่องที่เจลจะบอกก็คงไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว...เราสองคนไปกันเถอะลูก อย่าอยู่เป็นอุปสรรคของพ่อลูกกันเลยนะ"
เมื่อปล่อยข่าวเรื่องการจัดคอนเสิร์ตอำลาวงการของเมืองหนาวออกไปแล้วนั้นก็ได้รับผลตอบรับที่ดีมาก ๆ ช่วงนั้นเขาทำงานหนักเป็นสองเท่าเพื่อจัดการงานเก่าที่คั่งค้างให้จบสิ้น อีกทั้งยังตั้งใจซ้อมคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายนี้เพื่อให้มันออกมาอย่างดีที่สุดโดยได้รับการสนับสนุนจากภรรยาและลูกของตัวเอง"ตื่นเต้นไหมเมืองหนาว" เสียงหวานของหญิงสาวเอ่ยถามคนที่นั่งสั่นอยู่หลังเวทีด้วยความเป็นห่วง"มาก ๆ เลยขอกอดขอกำลังใจหน่อยได้ไหม" ว่าพร้อมกางแขนออกกว้างให้สองแม่ลูกเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของตัวเองซึ่งทั้งเจลกาและเจินเจินก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด"อื้ออ ปะป๊ากอดแน่นไปแล้วค่ะ" เด็กน้อยเอ่ยบ่นเมื่อตัวเองรู้สึกอึดอัด"ก็ต้องกอดแน่น ๆ จะได้มีกำลังใจเยอะ ๆ ไงครับ" เมืองหนาวพูดพร้อมคลายกอดออกและส่งมือไปลูบที่หัวทุยของลูกสาว"ปะป๊าต้องสู้ ๆ นะคะ เจินเจินกับแม่เจลจะนั่งรอดูอยู่ข้างล่างเวทีนะคะ" เด็กน้อยพูดพร้อมทั้งเข้าไปโอบกอดปะป๊าตัวเองอีกครั้ง"ตั้งใจแสดงนะคะ เจลกับลูกเป็นกำลังใจให้"เจลกาพาลูกสาวไปนั่งรวมกับครอบครัวของสามีที่ด้านล่างของเวทีคอนเสิร์ต เมืองหนาวตั้งใจเลือกที่นั่งดี ๆ ให้กับทุกคนเพราะว่านี่ถือเป็นคอนเสิร์ตค
บทส่งท้ายผ่านเรื่องราวในวันนั้นมาก็เกือบจะสองอาทิตย์แล้วนับเป็นข่าวใหญ่ช็อกวงการเพราะว่ามีการเปิดเผยเรื่องราวที่น่าตกใจของคนในวงการบันเทิงออกมาไม่หยุดเจนิสดาราสาวสวยดาวค้างฟ้าอีกคนฝ่ายหญิงถูกจับกุมด้วยหลากหลายข้อหาหมดอนาคตไปอย่างน่าเสียดาย เรื่องนี้ทำให้คนออกมาพูดวิพากษ์วิจารณ์กันไม่หยุดว่านักแสดงในวงการบันเทิงนั้นแท้จริงรู้หน้าไม่รู้ใจกันเลยสักคน ต่อไปจะรักจะชอบดาราคนไหนคงต้องเผื่อใจเอาไว้ในเรื่องของนิสัยจริง ๆ กันด้วยส่วนทางด้านเมืองหนาวก็มีคนมาเปิดเผยว่าแท้จริงแล้วเขานั้นมีลูกเมียตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อนแล้วด้วยทั้งผู้หวังดีและไม่หวังดีต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กันไปใหญ่ แต่ก็ยังมีคนในวงการออกมาปกป้องเขาอยู่มากมาย รวมไปจนถึงผู้ที่เคยทำงานร่วมกันกับเขาด้วยเรื่องนี้จึงเป็นกระแสใหม่ติดเทรนตลอดทั้งสัปดาห์ว่า #ศิลปินก็เป็นมนุษย์ แน่นอนว่ามนุษย์ทุกคนล้วนแต่มีชีวิตส่วนตัวของตัวเองกันทั้งนั้น การที่ศิลปินทุกคนจะมีคนรักและครอบครัวนั้นเป็นเรื่องที่ปกติมาก ๆ อยากให้ช่วยกันแยกแยะ- เมืองหนาวกำลังถ่ายทอดสด -"สวัสดีทุกคนนะครับ เชื่อว่าทุกคนคงกำลังรอฟังความจริงบางอย่างจากปากผมอยู่กันแน่นอน" วันน
"เมืองหนาว ชะ ช่วยด้วย ช่วยเจินเจินด้วย" เจลการีบขอความช่วยเหลือจากคนรัก ทว่าเพียงเท่านั้นกลับทำให้ชายชุดดำสี่คนที่จับตัวเธอกับลูกมานั้นวิ่งหนีไปคนละทิศคนละทางเพราะกลัวความผิด"นี่! กลับมานะ พวกขี้ขลาดเอ๊ย!!" เจนิสตะโกนลั่นถึงคนที่เธอจ้างมา ทว่าตอนนี้เหลือเพียงแค่ตัวเธอคนเดียวเท่านั้นแล้ว"เจล เจินเจิน" แต่แล้วในตอนนั้นที่เมืองหนาวกับอลันกำลังจะเข้าไปช่วยคนที่ถูกมัดอยู่เจนิสก็คว้าเอาตัวของเด็กน้อยขึ้นมาพร้อมเอาปืนไปจ่อที่เธอเสียก่อน"หยุดนะ อย่าเข้ามานะ" ทุกคนถึงกับนิ่งทันทีเพราะกลัวว่าเจินเจินจะมีอันตราย"เจนิสคุณใจเย็น ๆ ก่อนนะมีอะไรเราค่อย ๆ คุยกันเถอะ" เป็นเสียงของเมืองหนาวและนั่นทำให้เจ้าของชื่อหันมาสนใจเขา"คุณมาได้ยังไงเมืองหนาว มาที่นี่ได้ยังไง!!" อีกคนถามเพียงเท่านั้นหญิงสาวที่บังเอิญติดมากับอลันและเมืองหนาวด้วยนั้นก็ร้อนรนรีบพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการเพื่อปัดความรับผิดชอบทันที"ฉะ ฉันพามาให้แล้ว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉันนะ ฉันแค่ต้องการเงินกับผลประโยชน์เท่านั้น เรื่องอื่นเป็นฝีมือของเจนิสทั้งหมด เป็นฝีมือมันคนเดียว ฉะ ฉันไปแล้วนะ ฉันไปแล้ว" เสียงเตยหอมทำให้เจนิสหันไปมอง ที่แท้
ตอนที่ 14 เจินเจินกลัววันที่ท้องฟ้าแจ่มใสเหมาะสำหรับการถ่ายทำงานกลางแจ้งเป็นที่สุด วันนี้สามคนพ่อแม่ลูกและเพิ่มอลันไปอีกหนึ่งเป็นสี่คนได้ออกไปทำงานที่ต่างจังหวัดด้วยกันก็จะดูคึกคักมากเป็นพิเศษบรรยากาศการทำงานไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากนักที่สุดก็หมดคิวที่จะถ่ายทำแล้วทั้งสี่คนตกลงกันว่าจะอยู่เที่ยวด้วยกันต่อ"เจินเจินกับเจลยังไม่ออกมาอีกเหรอ เข้าไปนานแล้วนะน่ะ" อลันถามเมืองหนาวที่นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือฆ่าเวลาอยู่ข้าง ๆ"นั่นสิ นานผิดปกติจริง ๆ อย่างนั้นเราไปตามกันเถอะ" ทั้งสองคนเดินเข้าไปที่ห้องแต่งตัวอย่างที่ว่าโดยที่ไม่รู้เลยการกระทำของเขาทั้งสองอยู่ในการควบคุมทั้งหมดแล้ว"ไม่อยู่เหรอ เป็นไปได้ยังไง" เมืองหนาวออกมาจากห้องแต่งตัวและพูดกับอลันด้วยความรู้สึกเป็นห่วง เพราะว่าเขาโทรหาเจลกาแล้วแต่ก็ไม่มีคนรับสาย อีกทั้งไม่นานยังเปลี่ยนมาเป็นการปิดเครื่องเสียอีกดูก็รู้ว่ามันไม่ปกติ เธอไม่มีทางทำแบบนี้กับเขาแน่"นี่มันรองเท้าของเจินเจินที่ใส่มาเมื่อเช้านี่นา" อลันหยิบเจ้ารองเท้าที่มีเพียงข้างเดียวขึ้นมาให้เมืองหนาวดูกลับยิ่งทำให้เขาร้อนใจมากกว่าเดิม"มึงโทรแจ้งตำรวจเถอะ" เมืองหนาวพูดกับอลันทว่าก