LOGIN"เธอมันก็แค่ผู้หญิงน่ารำคาญ ที่ฉันไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไปสักที" ____________________________ "พี่จะกลับบ้านแล้วเหรอคะ" "....." "ฉันชื่อปลายฟ้าค่ะ เป็นน้องสาวของพี่ฝน เพื่อนห้องเดียวกับพี่ พอดีว่าตอนนั้นลืมแนะนำตัวค่ะ" "ใครอยากรู้จัก"
View Moreปลายฟ้าเดินตามหลังคนเป็นพี่สาวคือปลายฝนที่เรียนอยู่คณะบริหารชั้นปีที่สาม ไปยังโต๊ะม้าหินอ่อนหลังตึกคณะ ส่วนเธอคือเฟรชชี่น้องใหม่ของชั้นปีที่หนึ่ง
ทุกสายตาจับจ้องหญิงสาวตัวเล็กใส่ชุดนักศึกษารัดติ้วโชว์สัดส่วน ถึงแม้จะเป็นเพียงนักศึกษาปีหนึ่ง แต่ทว่าเรื่องการแต่งตัวปลายฟ้าไม่เคยเป็นสองรองใคร "พี่ฝน...ไหนเพื่อนพี่ธามที่บอกว่าหล่อมาก ฉันอยากเห็นใจจะขาดแล้ว ว่าจะหล่อเหมือนที่ปากพูดหรือเปล่า" เพี๊ยะ!! มือเล็กของปลายฝนฟาดที่แขนของน้องสาวอย่างแรง จนอีกฝ่ายส่งเสียงร้องออกมา "โอ้ยยย!! พี่ตีฉันทำไม" "พี่หวังว่าที่เธอพูด จะเป็นแค่เรื่องพูดเล่นนะ" ปลายฟ้ายิ้มกริ่มตามประสาผู้หญิงขี้เล่น เธอรู้ว่าพี่สาวค่อนข้างเป็นคนเจ้าระเบียบ อีกทั้งยังเป็นผู้หญิงที่ติดจะหัวจะหัวโบราณ น่าจะตั้งแต่มีแฟนถึงได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน แต่ทว่ากิริยามารยาทก็ยังดูเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้อยู่ดี "ฉันก็แค่อยากดูเอง พี่ก็อย่าขัดสิ อาหารตาเข้าใจหรือเปล่า?" "เพิ่งเข้าเรียนปีหนึ่งอย่าริมีแฟน เชื่อพี่...เข้าใจไหม?" "ต้องขึ้นปีสองก่อนเหมือนพี่ใช่ไหมถึงจะมีผะ..."คำว่าผัวถูกกลืนหายไปทันที เมื่อเห็นสายตาอำมหิตของคนเป็นพี่สาว"แฟนได้" "จะปีไหนก็ห้ามมีทั้งนั้นแหละ ถ้ายังไม่เจอคนที่ใช่ สมัยนี้ผู้ชายดี ๆ หายากจะตาย เพราะฉะนั้นถ้าจะมีแฟนหรือว่ามีคนเข้ามาจีบต้องบอกพี่ก่อนเข้าใจไหม พี่จะได้ช่วยสแกนให้" ปลายฟ้าส่ายหน้าหวือทันที ถ้าเป็นแบบนั้นเธอจะมาเป็นนักศึกษามหาลัยทำไม ถ้ายังต้องรายงานผู้ปกครองทุกอย่าง "ไม่เอาอ่ะ ถ้ามีคนมาจีบ ฉันจะพิจารณาเอง พิจารณาจากหัวใจของฉัน ว่าเต้นแรงขนาดไหน ตอนได้เห็นหน้าผู้ชายคนนั้น" ปลายฝนกรอกตามองบนอย่างเหนื่อยใจกับความทะเล้นของน้องสาว พอจะเข้าใจว่าปลายฟ้าเปรียบเหมือนลูกคนสุดท้องของบ้านที่ถูกคนเป็นย่า ยายตามใจมาตลอด ก็เลยยังติดนิสัยเอาแต่ใจตัวเอง ขนาดคนเป็นพ่อแม่เองยังปวดหัว "ลองดูสิ พี่จะฟ้องพี่กาย" "พี่กายตามใจฟ้าทุกอย่างอยู่แล้ว พี่ฝนไม่ต้องกลัวหรอกนะคะ" สองสาวเดินถึงหลังตึกของคณะที่เป็นโต๊ะม้าหินอ่อนประจำของกลุ่มปลายฝน ตอนนี้มีผู้ชายสองคนนั่งประจำที่อยู่ก่อนแล้ว คือธามแฟนหนุ่มของเธอและเพื่อนสนิทของเขาคือปอร์เช่ ทันทีที่ปลายฟ้าเห็นหน้าของปอร์เช่ เธอก็เหมือนตกอยู่ในภวังค์ของความหล่อเหลา ใจเต้นรัวเร็ว จนไม่สามารถควบคุมได้ ใบหน้าที่ดูมีความเฉยชา แววตาคมที่มองเธอโดยไร้ความรู้สึก มันกระชากความรู้สึกของผู้หญิงอย่างเธอเป็นอย่างมาก จนไม่อาจละสายตาไปจากเขาได้เลยสักวินาทีเดียว ปลายฝนที่เห็นอาการของน้องสาวก็ต้องรีบใช้นิ้วสะกิดน้องสาวทันที เธอเห็นแล้วรู้สึกขายหน้าเป็นอย่างมาก ที่น้องไปจ้องหน้าปอร์เช่ขนาดนั้น จนอีกฝ่ายถึงกับเบือนหน้าหนีไปอีกทาง "มึงเขินน้องสาวของฝนเหรอว่ะ" ธามหันมากระซิบกระซาบเอ่ยแซวเพื่อนสนิทที่ชอบทำตัวอย่างกับคนถือศีล ผู้หญิงคนไหนเข้ามาจีบไม่เคยสนใจ อย่าว่าแต่เข้ามาจีบเลยแค่เข้ามาคุยด้วยก็ยังโดนเพื่อนเขาไล่ตะเพิดไปตั้งหลายคน "เขินเหี้ยไรของมึง" ปอร์เช่เอ่ยตอบกลับไปด้วยความไม่สบอารมณ์ ยิ่งต้องคอยหลบสายตาของผู้หญิงที่เอาแต่จ้องหน้าเขาตาไม่กระพริบ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน เธอจะมองอะไรเขาขนาดนั้น "นี่น้องสาวเราเองชื่อปลายฟ้า มาเข้ามาเรียนปี หนึ่ง คณะเดียวกันกับเรา" "สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าพี่ชื่ออะไรคะ?" เธอส่งยิ้มให้เพื่อนของแฟนพี่สาวอย่างไม่คิดปิดบัง เธอเป็นคนลุย ๆ อยู่แล้ว นิสัยห้าว ยิ่งรู้สึกถูกตาต้องใจขนาดนี้เธอคงไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือเธอไปได้แน่นอน "นี่พี่บอกว่ายังไง? สำรวมกิริยาหน่อยได้ไหม" ปลายฝนหันมาเอ่ยติงน้องสาว ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้กับปอร์เช่ คล้ายกับกำลังจะขอโทษอีกฝ่ายในอาการของน้องสาวตัวเอง "ฉันก็แค่ถามชื่อพี่เขาเองอ่ะ ว่าแต่เพื่อนพี่ชื่ออะไรคะพี่ธาม" "ชื่อปอร์เช่ครับ แต่ว่ามันถือศีลนะ" "สัด!!! ธาม" "เอ้าหรือว่ากูพูดผิดว่ะ กูเห็นมึงกินแต่เหล้า แต่กูไม่เคยเห็นมึงเคล้านารีที่ไหน" "บางทีพี่เขาอาจจะยังไม่เจอผู้หญิงที่ถูกใจก็ได้ค่ะ หรือว่ากำลังรอใครบางคนอยู่" ปลายฝนส่ายหน้าออกมาอย่างระอากับคนเป็นน้องสาวของตัวเอง นี่ถ้าไม่ติดว่าเพิ่งเข้ามาเรียนที่นี่เป็นวันแรก เธอไม่มีทางพามาเจอกับปอร์เช่เป็นอันขาด เพราะหลังจากวันนั้นที่ธามแฟนหนุ่มเป็นคนบอกว่ามีเพื่อนหล่อและจะแนะนำให้น้องสาวรู้จักนั้น ปลายฟ้าก็เอาแต่เซ้าซี้ถามเธอเรื่องนี้ไม่หยุด "เมื่อไหร่เพื่อนเราจะมา" "จะรีบไล่ไปไหนคะ ยืนอยู่ตรงนี้มีอาหารตาดีขนาดนี้ วันนี้ไม่อยากไปไหนเลยค่ะ" ปอร์เช่เหลือบหางตาไปมองเจ้าของเสียงหวานที่ยังคงพูดแทะโลมเขาไม่หยุด ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่สาวกับน้องสาวจะนิสัยต่างกันได้ขนาดนี้ ปลายฝนนั้นเป็นคนค่อนข้างเงียบ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร นอกจากกลุ่มเพื่อนสนิทของตัวเอง นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นแฟนของเพื่อนสนิทของเขาอย่างธาม เขาคงไม่มีวันที่จะได้พูดคุยกับเธอ ส่วนน้องสาวของเธอนั้นชอบต่างกันราวฟ้ากับเหว ดูท่าว่าจะเป็นคนที่พูดมากและชอบทำตัวสนิทกับคนอื่นไปทั่ว ซึ่งเป็นนิสัยของผู้หญิงที่เขาเกลียดที่สุด Rrrr Rrrr เสียงโทรศัพท์ของปลายฟ้าดังขึ้นขัดจังหวะดวงตากลมโตที่ยังคงจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้า เธอละสายตาจากใบหน้าคมเข้ม ก้มหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าสะพาย ขึ้นมามองหน้าจอพบว่าเป็นใบข้าวเพื่อนสนิทของเธอที่มาเรียนคณะเดียวกัน เป็นคนโทรมาหาจึงกดรับสายทันที "ว่าไง?" (กูมาถึงหน้าคณะแล้วนะ มึงอยู่ที่ไหน?) "มึงรออยู่ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวกูไปหา" พูดจบเธอก็กดวางโทรศัพท์ ส่งยิ้มให้บุคคลทั้งสามคนโดยเฉพาะปอร์เช่ที่เธอส่งยิ้มหวานจับใจให้เป็นพิเศษ "ต้องขอตัวก่อนนะคะ พอดีว่าเพื่อนฟ้ามาแล้ว เดี๋ยวตอนเที่ยงฟ้าจะมาใหม่นะพี่ฝน" "ไม่ต้องมานะ ตอนเที่ยงพี่ไม่ได้พักพร้อมกับเธอ" "อะไร? พี่อย่ามาสกัดดาวรุ่งตอนนี้นะ พี่ไม่เคยได้ยินเหรอ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ"หลายเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว อาการแพ้ท้องของปลายฟ้าค่อย ๆ ทุเลาลงในช่วงไตรมาสที่สอง เธอเริ่มทานได้มากขึ้น หน้าตาสดใสขึ้น แก้มเริ่มป่อง ท้องเริ่มกลมโตอย่างเห็นได้ชัด คนเป็นสามียังคงดูแลเธออย่างใกล้ชิด ทุกครั้งที่เธอเหนื่อย เขาจะนวดหลัง นวดขาให้ หรือแค่นั่งกอดเธอจากด้านหลัง มือลูบไล้ท้องกลมที่ใหญ่ขึ้นทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่งในช่วงเช้าตรู่ ท้องฟ้ายังมืดครึ้ม ปลายฟ้าตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดท้องบิดเกร็ง เธอจับมือปอร์เช่แน่น “พี่คะ ฉันปวดท้องค่ะ”เสียงหวานสั่นเครือ เอ่ยปลุกคนเป็นสามี ที่แค่ได้ยินเสียงก็ลุกพรวดทันที ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือด แต่พยายามทำใจให้นิ่งเข้าไว้ “เดี๋ยวพี่พาไปโรงพยาบาล อดทนไว้ก่อนนะ” เขารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธออย่างรวดเร็ว หยิบข้าวของที่เตรียมเอาไว้สำหรับวันคลอด ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นรถ แล้วขับตรงไปโรงพยาบาลเอกชนที่เธอฝากครรภ์เอาไว้ ระหว่างทาง ปลายฟ้าส่งเสียงครางออกมาตลอดเวลา เธอปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ปวด ๆ หาย ๆ แต่ปวดมากจนต้องกัดฟันแน่น จับมือปอร์เช่จนเล็บจิกเนื้อ “ใจเย็นนะเมีย ใกล้ถึงแล้วนะ” เมื่อถึงโรงพยาบาล ทีมแพทย์ตรวจแล้วบอกว่าเธอสามารถคลอดธรรมชาติแบบที่ตั้งใจได้
ร่างเล็กพยักหน้า มือบางลูบไล้ตัวเองอย่างเชื่องช้า“ใช่ค่ะ...ฉันอยากให้พี่มีความสุข” ปอร์เช่ขึ้นคร่อมเธอทันที มือใหญ่จับข้อมือเธอขึ้นเหนือศีรษะ ก้มลงจูบเธอแรง ๆ ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากนุ่ม เกี่ยวพันกับลิ้นเล็กของเธออย่างหิวกระหาย “เมียสวยเกินไปแล้วว่ะ”เขาครางในลำคอ ขณะที่มืออีกข้างเลื่อนลงไปลูบไล้เรียวขา ขึ้นไปตามต้นขา แล้วสอดเข้าใต้ชุดนอนบางเบา สัมผัสเนินอวบอิ่มที่ชุ่มฉ่ำ “อ๊ะ อื้อ~"เสียงหวานครางแผ่ว ก่อนเขาจะถอดผ้าเช็ดตัวออก เอ็นร้อนแข็งคัดดีดเด้งออกมา เขาจับขาเธอกางออก แล้วสอดใส่เข้าไปลึกสุดด้ามในครั้งเดียว “อ๊าสสส” เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ขยับสะโพกทันที ตามอารมณ์กระสันที่ถูกเธอยั่วยวนจนแตกกระเจิง กระแทกในจังหวะที่ทั้งดิบเถื่อนและรุนแรง ราวกับจะระบายทุกความต้องการที่สะสมมา “เธอเป็นเมียพี่แล้ว เป็นของพี่คนเดียวตลอดไป”เสียงทุ้มพึมพำคำหวานออกมาไม่หยุด ขณะที่สะโพกก็ยังรัวกระหน่ำอย่างเร่าร้อน “ค่ะ ฉันเป็นของพี่ อ๊ะ อ่ะ เสียวมาก”ปลายฟ้าจิกเล็บลงบนแผ่นหลังเขาแน่น ร่างกายเกร็งตามจังหวะกระแทกของเขา ที่เคลื่อนไหวช่วงล่างเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดสุดยอดพร้อมกัน ร่างสูงกระแทกแรงสุดครั
สี่ปีผ่านไป หลังจากพิธีรับปริญญาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและน้ำตาแห่งความภาคภูมิใจ ปลายฟ้าในชุดครุยสีดำยังคงรู้สึกเหมือนฝัน เธอเดินออกมาจากหอประชุม มองเห็นปอร์เช่ยืนรออยู่ข้างรถสปอร์ตสีดำคันโปรดของเขา ร่างสูงยิ้มกว้างให้เธอ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนพับและกางเกงยีนส์สบาย ๆ ดูเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์จนปลายฟ้าต้องหันไปมองบริเวณรอบ ๆ เพราะเริ่มมีผู้หญิงหลายคนหันมองเขา “พร้อมไปฉลองหรือยัง?”เขาเอ่ยถามเสียงนุ่ม ก่อนจะเปิดประตูรถให้เธอ “ไปไหนเหรอคะ?” “ไปพักผ่อนไง ไหนบอกอยากให้พี่พาไปทะเล” ปอร์เช่ตอบ ก่อนจะขับรถออกจากตัวเมือง มุ่งหน้าสู่เกาะของทางใต้ เป็นการขับรถที่ยาวนานกว่าสิบสองชั่วโมง แต่ทว่าเต็มไปด้วยความสุข ปลายฟ้าเป็นผู้หญิงที่ชอบการท่องเที่ยวมาก โดยเฉพาะทะเล ตลอดเวลาที่คบกันมา เราสองคนเที่ยวทะเลกันบ่อยที่สุด ยิ่งหลังจากเขาเรียนจบและเริ่มทำงาน เธอก็มักจะอ้อนให้เขาพาไปบ่อยครั้ง ทั้งสองคนมาถึงภูเก็ตเกือบรุ่งเช้า ก่อนจะนอนพักเอาแรงที่โรงแรมจนถึงตอนเย็น ปลายฟ้าจึงอ้อนให้ปอร์เช่พาเธอไปดูพระอาทิตย์ตก ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีจากสีครามเป็นโทนอมส้ม ปอร์เช่จอดรถบริเวณลานจอดที่แหลมพรหมเทพ เสียงคลื่นจ
ร่างสูงของปอร์เช่เดินจับมือไปกับร่างเล็กของปลายฟ้าตลอดทางเดินมาจากลานจอดรถที่ประจำ เขาเดินมาส่งเธอถึงโต๊ะที่มีใบข้าวเพื่อนสนิทนั่งรออยู่ ซึ่งทันทีที่ใบข้าวเห็นก็ถึงกับอ้าปากเหวอ ยกมือขึ้นปิดปากอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ก่อนจะเอ่ยแซวออกมาเสียงดัง "อะไรยังไงค่ะเพื่อน เปิดตัวกันแล้วเหรอว่ะ" "เออ..กูมีแฟนแล้วนะ" ใบข้าวเบะปากใส่เพื่อนทันทีด้วยความอิจฉา"นี่มึงขิงกูเหรอว่ะ กูก็คิดไว้แล้วล่ะว่ามันต้องเป็นแบบนี้ ตั้งแต่คืนนั้นที่ผับ" "พี่ไปเรียนเถอะค่ะ ฉันจะนั่งกับใบข้าวตรงนี้แหละ" เธอหันไปเอ่ยบอกเขาเพราะว่าเขามีเรียนตอนเก้าโมงเช้า ร่างสูงจึงพยักหน้าให้กับเธอและเดินจากไปทันที ปอร์เช่เดินมาที่โต๊ะประจำที่มีธามนั่งรออยู่กับปลายฝน มองจากสายตาก็รู้ว่าสองคนนี้คงมีเรื่องอะไรจะคุยกับเขา "เมื่อวานนายรู้หรือเปล่าว่าน้องฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง" "ฉันจะเข้าไปเองอยู่นะ แต่น้องเธอไม่ให้เข้าไป บอกว่าจะขอโทษทุกคนด้วยตัวเอง" "หลังจากนี้ถ้านายทำน้องสาวฉันเสียใจอีกนะ ฉันจะเอาน้องฉันคืน นายจะไม่มีวันได้แก้ตัวอะไรอีก" ปลายฝนพูดคล้ายข่มขู่ปอร์เช่ ก่อนเธอจะหันไปเอ่ยลาแฟนหนุ่มและเดินไปหาเพื่อนสนิทของเธอ "มึง
ร่างสูงตัวแข็งทื่อ หายใจถี่ขึ้น“เธอเมามากแล้วนะ อย่ามาพูดอะไรแบบนี้” แต่ทว่าเธอไม่ฟัง ยังคงหัวเราะออกมา เหมือนมีเรื่องอะไรถูกใจนักหนา ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ กดจูบมุมปากของเขาแผ่วเบา แล้วกระซิบต่อ “ฉันรู้ว่าพี่ต้องการฉัน พี่อยากกอดฉัน อยากให้เราแนบชิดกันใช่ไหม”ฝ่ามือนุ่มของเธอเลื่อนลงไปลูบไล้แผ
คำพูดนั้นทำให้ปอร์เช่ชะงัก รถแฉลบเล็กน้อยเพราะอารมณ์ของเขาที่เริ่มไม่ปกติ “มันก็แค่ช่วงเวลาหนึ่ง เธอจะคิดอะไรมากนักหนาว่ะ คนเรามันก็ต้องเคยมีอดีตด้วยกันทั้งนั้นแหละ แต่ฉันไม่เคยเป็นอะไรกับมิลลิ เธอก็รู้” “ไม่เคยเป็นอะไรกัน แต่ยังเก็บรูปเอาไว้ในโทรศัพท์ ที่สำคัญยังมีทุกอิริยาบถเลยนะคะ ดูเหมือนพี่ม
วันต่อมา ปอร์เช่ตื่นขึ้นในห้องนั่งเล่น ศีรษะหนักอึ้งจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ เขากะพริบตาช้า ๆ มองเพดานที่ไม่คุ้นเคยสักพัก ก่อนจะรู้ตัวว่าตัวเองนอนอยู่บนโซฟา มีผ้าห่มผืนบางคลุมกาย มีกลิ่นหอมที่คุ้นเคยจากตัวเจ้าของห้องติดอยู่ด้วย เขาหันไปมองรอบ ๆ ห้องที่เงียบสงัด สักพักก็เห็นร่างเล็กเดินออกมาจากห้องนอนในช
หลังจากทั้งคู่หอบหายใจหนักบนเบาะหลังรถ ปอร์เช่ก็ดึงตัวตนออกจากร่องสวาทที่ยังตอดรัดเขาแน่น รู้สึกถึงความเหนียวเหนอะจากน้ำรักและเลือดบริสุทธิ์ที่ไหลเยิ้มลงมาตามต้นขา เขามองดูปลายฟ้าที่ทรุดตัวลงนอนแผ่หรา ดวงตาเธอยังคงหยาดเยิ้มด้วยฤทธิ์ยาที่ไม่หมดไป ความรู้สึกในใจเขาพลุ่งพล่าน แม้เขาจะไม่เคยชอบเธอเลย