เข้าสู่ระบบสามวันต่อจากนั้น เจย่านอนขดอยู่ในห้องนอนเธอกอดตุ๊กตาแรดที่เขาเคยให้พร้อมกับมองดูรูปอนาคินจากกรอบรูปที่เธอแอบหยิบมาจากบ้านของเขาด้วยวันนั้น ดวงตาหญิงสาวเหม่อลอย ไม่มีน้ำตา ไม่มีความรู้สึกใดๆ มีเพียงคำพูดสั้นๆ ดังก้องอยู่ในหัว ว่าเขาสัญญาจะกลับมา เขาต้องกลับมา เธอจะต้องรอเขา ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูไม่ได้ทำให้เธอหันไปสนใจ ราวโลกทั้งใบของเธอมีเพียงความเงียบ จนแจมมี่พี่สาวเดินมานั่งที่ปลายเตียงและสัมผัสตัวของเธอเบาๆ เจย่าถึงได้ชะงักหลุดจากความคิดและหันมาจ้อง “พี่แจม” เมื่อเห็นว่าเป็นพี่สาวเธอก็ลุกพรวดเข้าสวมกอด “โธ่ น้องสาวของพี่ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะคะ” แจมมี่กอดพร้อมลูบหลังให้น้องเบาๆ เจย่าปล่อยโฮร้องไห้อีกครั้ง “ฮื้อๆ” สองพี่น้องคลายออกจากกัน “ไม่ต้องร้องนะพี่จะมาอยู่ด้วย จะมาทานข้าวเป็นเพื่อน จะมานอนเป็นเพื่อนน้องสาวของพี่เอง” เธอลูบไล้ทั่วใบหน้าของน้องด้วยความเห็นใจ ดูดวงตาที่ปูดบวมนั่นสิ น้องสาวของเธอคงจะเอาแต่ร้องไห้ ไหนจะร่างกายที่ซูบผอมลงอีก “แล้วเด็กๆ ล่ะ” เจย่าเอ่ยถามถึงหลาน แจมมี่อมยิ้ม “เด็กๆ เขามีพ่อของเขาอยู่แล้ว แต่พี่น่ะทิ้งน้องสาวของพี่ไม่ได้หรอกนะ เราลงไปกินข
บ้านศิลาแดงทุกคนนั่งรวมตัวกันในห้องโถงตั้งใจจดจ่อรอฟังพ่อที่กำลังคุยโทรศัพท์กับทีมกู้ภัย “เป็นยังไงบ้างครับพ่อ” เจ้าไฟผู้ซึ่งมาถึงเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้เอ่ยถามพ่อทันทีเมื่อเห็นพ่อวางสาย เสี่ยโอมส่ายหน้าด้วยตาแดงๆ “ทางนั้นบอกว่ายังไม่เจอเบาะแสอะไรเลย” เสี่ยพยายามจะไม่ร้องไห้ เขามองไปที่ลูกสาวที่ตอนนี้ปล่อยโฮก่อนคนแรกนั่งกอดกับแม่ของเธออยู่ “แล้วพี่คินไปอยู่ที่ไหนล่ะคะ ฮื้อๆ” คุณหญิงกอดลูกสาวไว้ ดวงตาเธอแดงก่ำไม่แพ้กัน “ผมว่าผมจะไปช่วยตามหาน้อง” คีรินเสนอเพราะตั้งแต่รู้ข่าวจากน้องสาวเขาก็บินกลับจากอังกฤษมาที่บ้านทันที ด้วยเพราะเป็นห่วงน้องชายฝาแฝดที่ไม่รู้จะเป็นตายร้ายดียังไง “พี่คิน~” เสียงใสๆ เรียกชื่อของใครอีกคนทำให้ทั้งหมดรีบหันไปมอง จึงเห็นว่าเป็นเจย่าที่วิ่งเข้ามาด้วยท่าทีดีใจ แต่สุดท้ายหญิงสาวก็หยุดชะงักพลางหุบยิ้ม “ไม่ใช่….” เธอยืนนิ่งน้ำตาตกมองหน้าคีริน ที่เมื่อกี้เธอแอบคิดว่าเขาคือคนรักของเธอ มือเล็กปาดน้ำตาก่อนจะร้องไห้หนักอย่างไม่นึกอาย “พี่คิน..พี่คินเจอพี่คินหรือยังคะ” ทุกคนต่างมองเธออย่างสงสารเพราะรู้กันหมดแล้วว่าทั้งสองแอบคบกัน คีรินลุกยืนเดินเข้าไปหาเจย่า ซึ่งด้
เวลานี้บ้านฤทธาก็เดือดเนื้อร้อนใจไม่แพ้กัน พวกเขานั่งนิ่งเฝ้าจอทีวีกับลูกสาวที่ยังไม่ตื่น ผ่านไปเพียงครู่เจย่าก็เริ่มขยับตัว เธอมองไปรอบๆ ที่ทุกอย่างเงียบสนิท “พี่คิน พี่คินล่ะคะ” เจย่าตาโตแววตาสั่นไหว เธอเหลือบสายตามองแม่ที่ให้เธอหนุนตักอยู่ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นมาร้องไห้ “คุณแม่ขา~ พี่คินล่ะคะคุณแม่พี่คินเป็นยังไงบ้างฮื้อ เจอยากไปหาเขา” พลอยเจนจับที่แก้มของลูกพร้อมลูบเบาๆ “ใจเย็นๆ นะลูก ตอนนี้ทั้งเราและก็บ้านนู้นต้องรอให้ทีมกู้ภัยออกค้นหาเขาก่อนนะ” แม่พยายามอธิบายให้เธอเข้าใจ เจย่าเอาแต่ส่ายหน้าไปมา “เขาจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมอึก! ถ้าพี่คินเป็นอะไรไปจะทำยังไงคะ เจจะอยู่ยังไงฮื้อ~” แม่รีบดึงลูกสาวเข้ามากอด โดยมีพ่อมองอยู่อย่างเข้าใจ เขาพึ่งเคยเห็นลูกสาวคนเล็กเป็นแบบนี้ก็ครั้งแรก “เจจะอยู่ยังไง พี่คินจะกลับมาใช่ไหม เขาบอกว่าเขาจะกลับมาหา เขาบอกว่าจะมาหาเจวันนี้นี่” หญิงสาวร้องไห้ไปบ่นไป ไหนเขาสัญญาว่าวันนี้จะกลับมา ทำไมเขาถึงได้ไปหยุดอยู่ตรงนั้น “อื้อ อึกๆ” เจย่าร้องไห้สะอึกสะอื้น เหมือนว่าน้ำตาของเธอจะไม่มีวันเหือดแห้ง จนพี่ชายที่จ้องอยู่ถึงกับไม่กล้ามองไปที่น้องสาว เขาพึ่งจะเคยเห
ไม่นานรถของเขาก็มาจอดที่หน้าบ้านเธอ ฟ้าฝนเองก็เหมือนจะเริ่มทยอยจากไปแล้ว จากฝนหนักเหลือเพียงฝนปรอยๆ ชายหนุ่มชะโงกหน้ามองบ้านของหญิงสาว “ทำไมบ้านเงียบจัง” โซเฟียที่กำลังปลดเข็มขัดเงยหน้ามองเขา “แม่กับพี่ชายฉันย้ายออกไปแล้วค่ะ ฉันอยู่คนเดียวนะ” เธอยิ้มให้เขา ชายหนุ่มมองเธอนิ่งๆ ก่อนจะตกใจที่เธอพุ่งตัวมาหอมแก้ม “เฮ้ย!” เขายกมือจับแก้มตัวเองดวงหน้าร้อนผ่าว “ขอบคุณนะคะที่มาส่ง!” เขาดันไหล่เธอออกห่างเบาๆ “น่าเกลียด! ที่ฉันมาส่งอย่าคิดว่าฉันจะกลับไปคบกับเธอนะ เราเป็นแค่เจ้านายลูกน้อง” โซเฟียหน้าจ๋อยมองเขาตาละห้อย ชายหนุ่มยื่นมือจับร่มเธอแล้วส่งคืนให้ “ลงไปได้แล้ว!! แล้วอย่าโมเมว่าฉันเป็นแฟนเธอล่ะ ฉันแค่กลัวเธอจะไม่สบายไปทำงานไม่ได้เฉยๆ ถึงได้มาส่ง” หญิงสาวรับร่มพร้อมสีหน้าบูดบึ้ง “คนอะไรใจแข็งจัง…” เขาจ้องหน้าเพราะแอบได้ยินที่เธอบ่น คีรินมองหญิงสาวลงรถเดินเข้าบ้าน ก่อนที่เขาจะเผยยิ้มเอามือขึ้นลูบแก้มข้างนั้นของตัวเอง “ให้กลับมาง่ายๆ ก็ไม่สนุกน่ะสิ” บ้านฤทธา เจย่าถือโทรศัพท์เดินไปเดินมาในห้องนอน “ทำไมพี่คินไม่รับสายเลยล่ะ ปกติวันนี้งานต้องเสร็จเตรียมกลับมาแล้วไม่ใช่เหรอ?
“รอด้วยครับ” โดวินรีบเดินตามเจ้านายของเขาด้วยความสับสน “เฮ้ย นั่นท่านประธานมาทานข้าวที่โรงอาหารบริษัทด้วยเหรอ” “นั่นน่ะสิ แต่เห็นตัวจริงใกล้ๆ แล้ว เขาดูหล่อมากเลยเนอะ” เสียงซุบซิบดังทันทีเมื่อพนักงานหลายคนเห็นเขาถือถาดข้าวของโรงอาหาร พลันพากันอิจฉาตาร้อนที่เห็นว่าท่านประธานสุดหล่อเลือกเดินไปนั่งข้างกับพนักงานบัญชีสาวคนใหม่ “พี่~เอ้อท่านประธาน” โซเฟียที่กำลังยื่นพายไก่อีกชิ้นให้เพื่อนร่วมงานหันมามองคนข้างๆ ที่เดินมานั่งชิดเธอด้วยความตกใจ ไหนบอกไม่อยากกินข้าวด้วยไง เธอมองเขาที่เอาแต่ก้มหน้าทานข้าว ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมาแย่งพายไก่ที่เธอถืออยู่ “ไหนบอกว่าซื้อให้ฉัน ทำไมเอาไปให้คนอื่นกิน” เขาถามเสียงเข้มทำเอาสองหนุ่มที่พึ่งหยิบชิ้นแรกใส่ปากชะงัก คนหนึ่งถึงกับหยุดเคี้ยวและคาบเอาไว้ “เอ้อเราอิ่มแล้ว ไปก่อนนะ” ชายคนหนึ่งขอลุกไปก่อน เนื่องจากเห็นท่านเลขาเดินมานั่งอีกคน “รอกูด้วย” หนุ่มอีกคนลุกตามไป เห็นแบบนั้นคีรินจึงขยับเก้าอี้ให้ห่างออกจากโซเฟียเล็กน้อย “ไหนคุณบอกว่าไม่อยากกินข้าวกับฉัน” เธอถามในขณะที่เขากำลังตักแกงล้างคอ ก่อนเงยหน้าขึ้นมาตอบ “ฉันก็ไม่อยากให้คนอื่นทานข้า
“พี่คีริน” โซเฟียตะโกนร้องชื่อของเขามาแต่ไกล จนคีรินที่นั่งอยู่ตรงมุมสวนที่เดิมที่ชอบมานั่งกับเธอ หันไปจ้องด้วยหน้าเหวอๆ “เธอมาได้ไง!” เขารีบเงยหน้าถามเมื่อเธอมายืนข้างกัน หญิงสาวตั้งท่าและนั่งลงข้างเขา คีรินก็ขยับหนีห่างไปนิดหน่อย “ก็เห็นพี่อยู่แถวนี้ ฉันคิดถึงอยากเห็นหน้าก็เลยเดินมาหา” เธอหันไปมองเขาพร้อมกับยิ้มกว้างที่จริงใจจนคีรินเริ่มรู้สึกหน้าร้อน “พี่เองก็คิดถึงฉันใช่ไหมถึงได้มาที่นี่” เธอเอียงหน้าไปถามเขาเสียงอ้อน “ฉันจะไปคิดถึงช่วงเวลาที่มีแต่การโกหกแบบนั้นได้ยังไง!” คนฟังถึงกับชะงักนิ่งไป เธอก้มหน้าไปชั่วครู่ ทำให้คีรินแอบหันมามองสำรวจเธอพร้อมกับแววตายิ้มๆ เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาเขาก็หลบหน้า “ถึงช่วงเวลาพวกนั้น มันจะเต็มไปด้วยการโกหก แต่มันมีความจริงอยู่ด้วยนะคะ” เขาหันกลับมาจ้องหน้าเธอเพราะอยากรู้ว่าเธอจะพูดอะไรต่อ “ก็คำว่าชอบที่ฉันบอกพี่ รอยจูบนั้นที่เราจูบกันตรงนี้ ..” คีรินเริ่มหูแดงเมื่อหัวของเขานึกภาพตามอย่างไม่ได้นัดหมาย “คำว่าภรรยาของพี่ที่ฉันอยากใช้ การอยากมีลูก—” “พอเลยน่ะพอเลย เธอจะพูดขึ้นมาให้มันได้อะไร” เขาทำเป็นเสียงดังกลบความใจอ่อนของตัวเอง “ที่ฉันมาที่น







