Masukเมื่อ เจย่า กลับมาพร้อมความฝันจะได้ทำงานใกล้ชิดพี่ชายคนสนิทที่เธอแอบรักมาตลอด แต่พอถึงวันนั้นกลับต้องกลายมาเป็นผู้ช่วยเลขาของ อนาคิน ฝาแฝดขี้แกล้งของเขาคนนั้นที่เธอชังน้ำหน้า แต่ยิ่งใกล้ทำไมหัวใจยิ่งคิดทรยศ? ขณะเดียวกัน โซเฟีย หญิงสาวผู้เต็มไปด้วยความลับ ก็กำลังทำทุกวิถีทางเพื่อให้ คีริน รับรักและแต่งงานกับเธอ แม้ต้องแลกมาด้วยคำลวง พลาดรักซ้อนแผนลวง เรื่องราวของหัวใจที่ไม่มีใครควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็นรักจริงหรือรักลวงในใจของเขาและเธอ ตัวอย่างบางตอน _________ “โอ๊ย!” เสียงอนาคินร้องเพราะโดนเธอทับเข้าเต็มแรง “อยู่ในห้องทำไมไม่ขานตอบ นึกว่าหายหัวไปไหนแล้ว!!” “เป็นอะไร กลัวผีเหรอ” “ปะ เปล่า เจแค่หนาว” “ถ้าหนาวก็กลับเตียงตัวเองไปเลยนะ จะมาเบียดพี่ทำไม” โฮ่ง!! หมาเห่าเสียงดังอีกครั้ง “อ่า เจกลัวผี!! ที่นี่มีผีหรือเปล่า!!”
Lihat lebih banyakณ ยามเย็นของย่านแอ็คตันบรรยากาศกำลังเย็นสบาย เวลานั้นสวนสาธารณะที่เขียวขจีมีผู้คนมากมายออกมาเดินเล่นหลังจากทานข้าวเย็นกัน เสียงลมพัดเบาๆ พร้อมกับเสียงรถไฟวิ่งไปมาบนราง มีสองร่างชายหญิงที่ชอบมาเดินคู่กันหลังทานข้าวเย็นแบบนี้เป็นประจำ จนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของสวนสาธารณะแห่งนี้ พวกเขาเดินตัวชิด มือเล็กจับแขนของฝ่ายชาย แขนใหญ่โอบรัดร่างเล็กของแฟนสาว ย่างก้าวเดินไปพร้อมกันตามทางเดิน “พี่คีริน วันมะรืนนี้ ซาเวียร์จะแต่งงาน เขาโทรมาชวนฉัน พี่จะไปด้วยกันไหมคะ” โซเฟียถามกับคนที่เดินข้างกัน ชายหนุ่มชะงัก “นี่ไอ้หมอนั่นจะแต่งงานแล้วเหรอ” “ใช่ค่ะ เขาบอกว่าเจอคนที่ถูกใจแล้วและไม่อยากปล่อยไปอีกเลยรีบขอแต่งนะ แถมยังบอกว่าให้ฉันไปดูให้เห็นกับตาว่าเมียเขาสวยกว่าฉันขนาดไหนอีกด้วยนะคะ” โซเฟียเล่าไปพลางนึกขำไปด้วย “แต่สำหรับพี่ไม่มีใครสวยกว่าโซเฟียนะ” คีรินอมยิ้มในขณะที่คนฟังหน้าร้อนผ่าว พักหลังนี้เขาหยอดไม่หยุดเลย “ถ้าโซเฟียอยากไปงานแต่งเขาก็ไปสิ เดี๋ยวพี่จะขับรถพาไปเอง” “แน่นอนสิคะ เพราะถ้าพี่ไม่ไปด้วยฉันคงไม่ไปหรอก เดี๋ยวจะโดนเย้ยเอา” ทั้งสองหลุดขำใส่กันก่อนจะเดินข้างกันไปเงียบๆ “แต่พี่คีร
เช้าที่สดใสของเหล่าพนักงานบริษัทศิลาทรัพย์ ในวันที่งานไม่ค่อยเยอะ ผู้คนแอบจับกลุ่มนั่งคุยเม้าท์มอย อยู่ๆ เสียงตู้ลำโพงบนกำแพง เพดาน มุมห้องก็เหมือนจะดังก๊อกแก๊กจนพนักงานหลายคนตื่นตัว “สวัสดีครับ” เสียงของคนที่ถือไมค์อยู่ในห้องประชาสัมพันธ์ดังขึ้น “เสียงท่านรอง?” ทุกคนต่างแปลกใจและตื่นเต้นเพราะตอนที่เขาประกาศบอกรักเลขาคนสวยยังติดอยู่ในหัว บ้างก็รีบหยิบมือถือขึ้นจ่อตู้ลำโพงหวังอัดคลิปไว้เรียกยอดไลก์ บ้างก็วิ่งมาฟังอย่างตั้งใจ “ท่านรองจะประกาศอะไรอีกวะ พึ่งแต่งงานไปไม่ใช่เหรอ” พี่ซูชิพึมพำกับแก๊งเพื่อนสาว “จะรู้ไหมล่ะ” “เอาล่ะ!” ทุกคนเงียบฟังเมื่อเขาเอ่ย “พวกคุณคงรู้ดีนะครับว่าผมกับเลขาเจริยาเราพึ่งจะแต่งงานกันไป แล้วตอนนี้เธอกำลังท้องลูกของผมอยู่นะ” เสียงคนพูดดูนิ่งชิวราวนั่งเม้าท์กับเพื่อนสาวในร้านคาเฟ่ “และวันนี้ผมก็ไม่ได้จะมาจับผิดใครที่ชอบเม้าท์มอยเจ้านายหรือใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นหรอกครับ” สาวปลาสาวแมวคนชอบเม้าท์ถึงกับสะดุ้ง “ผมแค่จะขอความช่วยเหลือกับทุกคน ห้ามใช้งานภรรยาของผมหนักเกินไป และช่วยเป็นหูเป็นตา หากเห็นเธอดื้อยกของหนักก็อย่าลืมแจ้งผม หรือช่วยเหลือเธอแทน ตอนผมไม่อยู่ด
งานแต่งของพวกเขาก็ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่สนามหญ้ากว้างของบริษัท ซึ่งบ่าวสาวเลือกเอง เพราะพวกเขาบอกว่าความรักของพวกเขาเกิดขึ้นที่บริษัทแม้เจ้าบ่าวจะเล็งเธอไว้ตั้งแต่สี่ขวบ วันนี้บรรยากาศช่างเป็นใจมากเสียด้วย ไม่มีฝน ไม่มีแดดแรงมาก ท้องฟ้าแจ่มใสอากาศสดชื่นยิ่งกว่าวันไหนๆ ของเดือน “ไม่อยากจะเชื่อเลยนะ ว่าโอมกับเจนจะได้ดองกันจริงๆ” มุมโซฟาตัวสีแดงมีสี่ร่างวัยเริ่มแก่ นั่งคุยกันอยู่ตามประสาเพื่อนสนิท เสี่ยโอมอมยิ้มให้คำพูดของไนยะ ในระหว่างที่พลอยเจนส่ายหน้าไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายอะไรมากมาย ที่ต้องดองกับเพื่อนรัก “นั่นสิ เด็กสองคนนี้ก็นะ แกล้งกันอยู่ดีๆ ผีผลักเฉยเลย” หนึ่งเดียวเอ่ยแซวบ้าง วันนั้นที่เขาเห็นอนาคินแกล้งเจย่าจนกรี๊ดลั่นบ้านศิลาแดงยังติดอยู่ในตาดังอยู่ในหูเขาอยู่เลย “แล้วจะให้ทำไงได้ ก็ลูกเพื่อนพวกนายมันร้ายเหมือนพ่อมันนี่”พลอยเจนว่าสายตามองเหล่าเมียๆ ของเพื่อนที่กำลังเดินมาทางนี้ “เอาเหอะน่า ลูกเธอโชคดีแล้วแหละเจน ได้เป็นสะใภ้บ้านศิลาแดงนะ บอกเลยนะเป็นกันได้ง่ายๆ ซะที่ไหน”ทั้งสี่คนหลุดขำออกมาพลางนึกถึงเรื่องราวในอดีตลากยาวมาถึงปัจจุบันแม้ว่าช่วงนี้พวกเขาจะไม่ได้รวมตัวก
“มาแล้ว มาแล้ว” อนาคินวิ่งพรวดเข้ามาในห้องเพราะเขาอาสาเป็นคนไปซื้อของให้เอง ชายหนุ่มมีท่าทีร้อนรนใจเขารีบเทถุงที่ซื้อมา ลงบนโต๊ะตรงหน้าที่เจย่านั่งมองอยู่ หญิงสาวถึงกับตาโต “พี่คินซื้อมาทำไมเยอะแยะคะ” อนาคินถอนหายใจแรงรีบนั่งลงข้างเธอ “ก็เอาให้แน่เอาให้ชัวร์ไงครับ ปะ!” “พี่คินพี่รออยู่ตรงนี้แหละ” เธอปรามเมื่อเห็นว่าเขาจะลุกตามเธอไปห้องน้ำ ก่อนเดินเข้าไปคนเดียว ชายหนุ่มนั่งลุ้นตัวเกร็ง ถ้าเขามีเจ้าตัวน้อยจริงจะเป็นยังไง? ลูกจะหน้ามึนเหมือนเขาหรือน่ารักเหมือนเธอ เขาชะเง้อคอมองไปที่ห้องน้ำอยู่ครู่ใหญ่ “เจเสร็จหรือยัง” เมื่อเห็นเธอเงียบนานก็รีบตะโกนตาม “รอก่อนสิ” อนาคินลุกพรวดจากเตียงเอามือไพล่หลังเดินไปเดินมา จนเห็นเจย่าเดินหน้าซีดออกมาเขาจึงรีบพุ่งตัวไปประคองเธอนั่ง “เป็นยังไงบ้างครับ” หญิงสาวจ้องเขาน้ำตาคลอ “เพราะพี่เลย!” เธอยื่นที่ตรวจทั้งห้าอันในมือให้เขา ซึ่งทุกอันขึ้นเป็นสองขีดหมด อนาคินนั่งเงียบ ก่อนจะกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจ “ฮ่า พี่จะได้เป็นพ่อคนแล้วเหรอเนี่ย พี่จะได้เป็นพ่อ! เป็นพ่อของลูกเจ” สีหน้าท่าทีดีใจของเขาทำให้เธอที่กำลังกลุ้มใจยิ้มอ่อน “เอ่อ...พะ พี่ต้องทำ
เช้าวันต่อมาคีรินแต่งตัวด้วยชุดสูทสีน้ำเงินเดินลงมาจากชั้นบน เขาหยุดที่โต๊ะทานข้าว ซึ่งโซเฟียกำลังช่วยคุณแม่ของเขาจัดโต๊ะด้วยความสนิทสนม “อ้าว ทำไมพี่คีรินแต่งชุดนี้ล่ะคะจะไปไหนเหรอ?” ลลิซเดินถือแก้วนมออกมาจากครัวเห็นพี่ชายแต่งตัวเหมือนจะไม่อยู่บ้านจึงเอ่ยทัก โซเฟียที่ยืนอยู่ที่โต๊ะเงยหน้าจ้องตา
ตกดึกที่บ้านศิลาแดงคีรินนอนอยู่บนเตียง เขาพลิกตัวไปมาเนื่องจากนอนไม่หลับ ชายหนุ่มดีดตัวลุกและตัดสินใจเดินออกไปข้างนอก ทำให้เขาได้เห็นโซเฟียยืนเหม่อมองฟ้าอยู่ที่ระเบียงนอกบ้าน “ทำไมยังไม่นอน” เสียงของเขาเอ่ยถามเบาๆ ทำให้ร่างนั้นหันมามองเธอยิ้มให้เขาเล็กน้อย “มันนอนไม่หลับนะคะ สงสัยจะแปลกที่” พู
ณ บริษัทศิลาที่ลอนดอน โซเฟียเดินวกไปวนมาที่หน้าห้องประธานบริษัท 4-5 วันแล้วนะที่เธอไม่เจอคีรินที่นี่ แต่กลับเป็นอีกคนที่นั่งรถเข็นมาดำรงตำแหน่งแทน แถมพนักงานคนอื่นยังบอกว่าเขานี่แหละคือประธาน ตัวจริง “หรือว่าพี่คีรินจะกลับบ้านไปแล้ว” เธอที่ไปนอนคิดและพึ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาเคยบอกว่ามาทำงานแทนคนที่ไ
“โอ้ย…เจ็บๆ” “เจ็บตรงไหนเรารีบไปหาหมอเถอะ” ลลิซเสนอ แต่ในเวลาเดียวกันรถอีกคันก็วิ่งเข้ามาในลานบ้าน ทุกคนหันไปจ้องมอง โดยเฉพาะอนาคินที่จำได้ดีว่ารถคันนั้นเป็นของใคร “พี่คิน!!” เจย่าเปิดประตูลงจากรถ ทั้งคู่ชะงักนิ่งอนาคินยิ้มให้คนตัวน้อยที่ยังอยู่ในชุดนอน ก่อนจะค่อยๆ วิ่งเข้าไปกอดกัน สองแขนเล็กสอด






Ulasan-ulasan