LOGINชีวิตมันบัดซบ ซือถูเว่ย สู้อุตส่าห์บากบั่นทำงานเก็บเงิน เพราะความฝันสูงสุดก็คืออยากเก็บเงินซื้อบ้านสักหลังเป็นของตัวเอง แต่เพราะทำงานงกๆ ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง อย่าว่าแต่เวลาที่จะให้แฟนเลย แม้แต่เวลาหายใจยังแทบไม่มี!! ดังนั้นตอนที่กำลังสิ้นใจก็เลยรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ใช้ชีวิต ทว่าตอนลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทั้งพบว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในร่างของ อวี่จิ้ง หญิงสาวตระกูลร่ำรวยแต่หัวอ่อนเชื่อคนง่าย ดังนั้นหญิงสาวจึงถูกหลอกอยู่ร่ำไป ซือถูเว่ยได้แต่สาบานกับอวี่จิ้งคนก่อน ในเมื่อตอนนี้ไม่ต้องตรากตรำทำงาน เพราะสวย! และรวยมาก! จากนี้ไปจะใช้ชีวิตให้ดีแทนเจ้าของร่างเดิมละนะ!!! อวี่จิ้ง หลานสาวคนเดียวของประธานอวี่เสียง เป็นคนหัวอ่อนเชื่อคนง่าย ในขณะเดียวกันก็เป็นคนเอาแต่ใจอยากได้อะไรก็ต้องได้ เพราะอย่างนี้ถึงโดนคนอื่นหลอกอยู่เสมอโดยเฉพาะคู่หมั้น... ซือถูเว่ย หญิงสาวผู้ขยันขันแข็งทำงานตัวเป็นเกลียวไม่หยุดหย่อน เพราะมีความฝันอยากจะมีบ้านเป็นของตัวเอง จึงอดทนทำงานเพื่อเก็บเงินจนร่างกายทรุดโทรม มีแฟนหนุ่มคนหนึ่งที่เรียนจบมหาวิทยาลัยด้วยกัน แต่เขาเป็นลูกแหง่ติดแม่ ไม่ว่าแม่จะให้เขาทำอะไรเขาก็ไม่เคยขัด
View Moreชีวิตของคนเรามันจะบัดซบได้เท่าไหร่กันเชียว?
...ซือถูเว่ย เคยตั้งคำถามนั้นเพื่อปลอบใจตัวเอง บากบั่นทำงานส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรี กระทั่งได้เข้าทำงานและมีเงินเดือนที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉา
ชีวิตเพียงลำพังโดดเดี่ยวไม่มีใคร ทั้งหมดนั้นได้รับการเติมเต็มจาก เสิ่นเหยียน แฟนหนุ่มที่ได้เจอกันตอนเรียนมหาวิทยาลัย คนสองคนประคบประคองให้กำลังใจกันและกันจนเรียนจบ กระทั่งตอนนี้ต่างคนต่างก็ได้เข้าทำงานมีอนาคตที่สดใส
อนาคตเคยถูกวาดฝันเอาไว้อย่างสวยหรู เก็บเงินซื้อบ้าน ทำงาน มีลูก จากนั้นครอบครัวก็จะพร้อมหน้า มีความสุข มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ
ครอบครัว... หญิงสาวมักอ่อนไหวกับคำคำนี้เสมอ เพราะตั้งแต่อายุได้สิบแปด ครอบครัวหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ก็มาสิ้นใจจากไป แม่เก็บงำอาการป่วยจนกระทั่งหญิงสาวสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็จากไป
ความสิ้นหวังทำให้ซือถูเว่ยอยากลาออก หากไม่ใช่วันนั้นบังเอิญได้รู้ความจริง ที่แท้เธอเองก็มีพี่ชายต่างแม่อยู่คนหนึ่ง ซือถูหนาน อีกทั้งเขายังทำงานในบริษัทใหญ่ หน้าที่การงาน การเงิน ความเป็นอยู่ ทุกอย่างนับได้ว่าพรั่งพร้อมสมบูรณ์
เขาเสนอให้ความช่วยเหลือหากหญิงสาวอยากเรียนจนจบ ตอนนั้นเพราะไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนฉวยโอกาสจึงปฏิเสธ เนื่องจากไม่อยากให้เขากับครอบครัวฝ่ายนั้นมองว่าตนเป็นภาระ
ซือถูเว่ยหางานพิเศษทำ ทั้งแอบสอนพิเศษ ทั้งทำงานพาร์ทไทม์ กระทั่งในที่สุดก็เรียนจนจบมาได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร ทั้งยังได้เข้าทำงานในสำนักข่าวแห่งหนึ่ง
ความเชี่ยวชาญของหญิงสาวก็คือภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส ดังนั้นการแปลข่าวสารจึงเป็นหน้าที่หลัก เงินเดือนก็นับว่าสูงมากหากเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน
ล่วงเข้าปีที่สองหลังเรียนจบเสิ่นเหยียนคุกเข่าขอหญิงสาวแต่งงาน จากนั้นก็พาหญิงสาวไปพบแม่ที่บ้าน ความฝันสวยงามเริ่มริบหรี่ตั้งแต่วันนั้น วันที่ซือถูเว่ยได้พบกับแม่ของแฟนหนุ่ม ตอนนี้พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมคบกันมาถึงป่านนี้เขาเพิ่งพาไปที่บ้าน
ที่สำคัญ...เขาคุกเข่าขอหญิงสาวแต่งงาน แต่แม่ของเขากลับไม่ได้รู้เห็นเลยสักนิด
“จะแต่งงานกันก็ได้ ฉันก็ไม่ได้อยากขวางความสุขของลูก แต่ฉันมีข้อแม้เพียงข้อเดียว ฉันจะออกเงินค่าบ้านให้ครึ่งหนึ่ง แต่บ้านต้องเป็นชื่อของลูกชายฉัน ฉันไม่ต้องการให้พวกเธอกู้เงินมาผ่อนบ้าน ฉันกลัวว่าลูกชายของฉันจะลำบาก”
เสิ่นเหยียนตาโตรีบขอบคุณแม่ของเขา
ซือถูเว่ยกลับขมวดคิ้ว “ไม่ค่ะ เราสองคนควรจะเก็บเงินดาวน์แล้วก็ทำเรื่องกู้เงินแล้วผ่อนด้วยตัวเอง จากนั้นบ้านก็ควรเป็นชื่อของเราสองคน”
เสิ่นเหยียนโกรธมากเพราะไม่เห็นด้วย เขาบอกว่าบ้านจะเป็นชื่อของใครก็ได้ แต่งงานไปยังไงสองคนก็อยู่ด้วยกัน ทว่า...ซือถูเว่ยกลับคิดต่าง หากวันหน้าทะเลาะกันบ้านเป็นชื่อของเขา หากเขากับแม่คิดจะไล่เธอออกไปละ เธอไม่มีทางยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้น
“ไม่ค่ะ นี่เป็นบ้านของเรา ทำไมจะต้องให้แม่ออกเงินให้ละคะ เราหากันเองได้ เก็บเงินดาวน์แล้วก็ทำเรื่องผ่อน ด้วยหน้าที่การงาน ด้วยเรี่ยวแรงของเราสองคน ครอบครัวนี้เราเองก็อยากให้สมบูรณ์ ไม่ใช่เหรอคะ”
ความฝันสวยหรูช่วงที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย ทั้งหมดนั้นทำให้หญิงสาวมีความหวัง นึกไม่ถึงสักนิดว่าด้วยเรื่องนี้กลับทำให้ต้องมาทะเลาะกับแฟนหนุ่มใหญ่หลวง
ตอนได้มีเวลานั่งครุ่นคิดคนเดียว ซือถูเว่ยมองไม่เห็นอนาคตที่สดใสของเขากับเสิ่นเหยียนอีกแล้ว เอะอะเขาเอาแต่พูดถึงแม่ แม่เขาบอกว่า... แม่อยากให้เขา... แม่ของเขาแนะนำว่า...
ถึงตอนนี้ยังต้องลังเลเหรอว่าต่อไปเธอจะต้องอยู่กับเขาโดยมีเงาของแม่อีกฝ่ายคอยบงการ ตอนที่เธอพยายามประคับประคองให้เขาลองคิดและทำอะไรบางอย่างด้วยตัวเอง กลับมีอันต้องทะเลาะกันอีกครั้ง เธอ...ทนไม่ไหวอีกแล้ว
“ถ้ายังต้องเป็นแบบนี้ สู้ไม่แต่งเลยดีกว่า”
ดังนั้นซือถูเว่ยจึงบอกเลิกกับแฟนหนุ่มที่คบหากันมามากกว่าหกปี...
ชีวิตราบรื่นที่วางแผนอนาคตเอาไว้ดิบดีพังครืน... แต่หญิงสาวไม่เสียใจสักนิด “ซางซางออกมากินเหล้าด้วยกันมั้ย”
จูซาง เพื่อนสนิทหนึ่งเดียวของหญิงสาว ทั้งสองทำงานที่เดียวกัน คบหากันไม่กี่ปีก็สนิทกันเหมือนพี่น้อง พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง
“เกิดอะไรขึ้นอีกละ”
“ฉันเลิกกับอาเหยียนแล้ว”
จูซางถอนหายใจรินเหล้าให้เพื่อนสาว “อือ ดีแล้ว นี่ชีวิตเธอนะ จะยอมให้ใครก็ไม่รู้มาบงการได้ยังไง นั่นความฝันของเธอทั้งชีวิต...การซื้อบ้านน่ะ เธอเก่งออกขนาดนี้ยังไงก็ต้องมีคนที่เหมาะสมมากกว่าเขา ลูกแหง่ที่ไม่มีความคิดเป็นของตัวเองแบบนั้นปล่อยไปเถอะ เขาไม่คู่ควรกับเธอสักนิด”
“อือ ขอบใจนะ รู้สึกดีขึ้นมากเลย ฉันยังนึกว่าเธอจะบอกให้ทนอีกหน่อยเสียอีก”
“ฉันไม่ได้โง่นะ เรื่องซื้อบ้านน่ะสำคัญต่อชีวิตผู้หญิงมาก หลังแต่งงานเขาจะเปลี่ยนไปเท่าไหร่เธอก็ไม่รู้ ถ้าอยู่ๆ เขาไล่ออกจากบ้านจะทำยังไง”
“อือ”
เสิ่นเหยียนยังตามง้องอนหญิงสาว เขาถึงกับมาดักรอหลังเลิกงานเพราะซือถูเว่ยไม่รับสายเขา ตอนนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ เขายื่นแหวนคืนให้หญิงสาว “ผมรักคุณคุณก็รู้ จะให้ผมทำยังไงผมยอมทั้งนั้น เว่ยเว่ยเรากลับมาคืนดีกันเถอะนะ เรื่องบ้านผมจะตามใจคุณก็ได้”
“แล้วคุณจะบอกแม่คุณว่ายังไง”
เขาชะงักขมวดคิ้ว “ให้เวลาผมหน่อย แม่ต้องเข้าใจเราแน่ๆ หรือไม่งั้นเราอย่าเพิ่งซื้อบ้าน ย้ายเข้าไปอยู่บ้านผมก่อน แล้วเราค่อยๆ กล่อมให้แม่ยอม”
ตอนนั้นเองที่มีเสียงตวาดดังขึ้น “อาเหยียนไหนแกบอกว่ามีโอที แล้วนี่มาทำอะไรที่นี่ไหนว่าเลิกกันแล้ว”
ทายสิว่าใคร...ปิ๊งป๊อง คุณนายเสิ่นแม่ของเขาอย่างไรละ!!
แล้วสติก็ดับวูบลงได้ยินแค่เสียงของซือถูหนาน แต่ว่ามันก็ดังแว่วมากเหมือนอยู่ไกลแสนไกล ตกลงแล้วนี่มันเรื่องอะไรกันแน่!!!ซือถูเว่ยหัวใจวายเฉียบพลัน เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทันทำให้ขาดออกซิเจน สาเหตุหลักมาจากทำงานหนักพักผ่อนน้อย เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะโชคร้ายวันนั้นเสิ่นเหยียนเป็นคนโทร.เรียกรถฉุกเฉินและพามาโรงพยาบาล ถึงอย่างนั้นก็ไม่ทันแล้ว หญิงสาวสิ้นลมอย่างสงบหลังจากวูบหมดสติแล้วล้มศีรษะกระแทกกับฟุตปาธหมอเจ้าของไข้เข้ามาตรวจอาการของหญิงสาวบนเตียง นอกจากอาการปวดเมื่อกับหางคิ้วที่ปวดตุบ อาการทั่วไปก็ไม่มีอะไรน่ากังวลประธานอวี่ อวี่เสียงถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อหมอออกไปแล้วเขาก็ตำหนิเฉิงเสวียนด้วยท่าทีโกรธกรุ่น “ทะเลาะกันยังไงถึงขั้นทำจิ้งเอ๋อร์ตกบันไดหัวฟาด ฉันเลี้ยงมาทะนุถนอมไม่เคยทำให้เจ็บตัว นี่อะไรถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล”“เป็นความผิดของผมเองครับ ต่อไปผมจะระวัง”ประธานอวี่เสียงยื่นมือไปหาหลานสาว อยากลูบศีรษะปลอบโยน แต่อวี่จิ้งกลับขยับหลบ เขาชะงักไปทันที ป้าหงที่ยืนอยู่ถึงกับปราดเข้ามา“คุณหมอบอกว่าต้องให้เวลาคุณหนูค่ะ ความจำจะค่อยๆ กลับมา ศีรษะกระแทกบางครั้งก
ซือถูเว่ยหลุดหัวเราะออกมา “ค่ะ เห็นด้วย”“ให้ไปส่งที่ไหน”“ที่XXX”อีกฝ่ายยื่นมือไปดึงนามบัตรส่งให้ ซือถูเว่ยรับมาแล้วมองหน้าเขา “ไว้ไปกินมือค่ำกัน”ได้ยินแบบนั้นก็ค้นหานามบัตรตัวเองส่งให้เขา ตอนนี้ไม่มีอะไรให้ไม่สะดวกที่จะติดต่อกับเขา เมื่อก่อนกลัวเขาคิดว่าเป็นภาระ ตอนนี้เธอมีงานทำไม่ลำบาก ไม่ต้องพึ่งพาใคร “ได้ค่ะ”เห็นรอยยิ้มบางๆ ของอีกฝ่ายหญิงสาวเองก็ยิ้มออกมา ตอนนี้เธอก็นับว่ามีพี่ชายเพิ่มมาคนหนึ่งแล้ว??อาทิตย์ถัดมาที่ทำงานเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ว่ากันว่าหัวหน้าฝ่ายงานแปลที่มาใหม่เป็นเด็กเส้น อีกฝ่ายตำหนิงานแปลที่เป็นหัวข้อข่าวของทุกๆ คน แต่ก็ไม่ระบุว่ามันผิดพลาดตรงไหนตอนที่งานของซือถูเว่ยถูกตีกลับมา หญิงสาวต้องอยู่แก้จนถึงตีสอง แต่พอส่งงานทางอีเมล์อีกฝ่ายกลับไม่อนุมัติ ร้อนถึงเธอต้องรอจนสว่าง ทั้งนี้ก็เพราะงานนี้จะต้องส่งให้บรรณาธิการเรียบเรียงอีกทอดหนึ่ง“ไม่เป็นมืออาชีพเลย”“ได้ยินมาว่าไฟแรง แต่แรงแบบอยากแสดงอำนาจน่ะ ทำงานไม่เป็นสักอย่าง ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้เรื่อง”“รู้ได้ยังไง”“ฉันได้ยินเขาพูดน่ะสิ จีนคำ อังกฤษคำ เหมือนพูดไม่คล่องแต่ที่ไม่คล่องน่ะภาษาอังกฤษนะ”“ลำบากเว่
“นี่หล่อนยังไม่ชัดเจนอีกเหรอว่าฉันไม่ยอมให้ลูกชายแต่งกับเธอ เธอยังจะมาเกาะแกะเขาอีกทำไม ผู้หญิงสมัยนี้นี่ทำให้ฉันพูดไม่ออกจริงๆ ยังไม่แต่งเข้าผู้ใหญ่พูดอะไรก็เอาแต่ปฏิเสธ ตอนนี้ยังมาเจอเขาลับหลังฉัน ทำไม...คิดจะปอกลอกครอบครัวฉันเหรอ ฉันเห็นว่าเธอเป็นเด็กกำพร้าไม่มีญาติก็เลยสงสาร ที่ไหนได้เก่งกาจกร้านโลกกว่าที่ฉันคิด”“คุณป้าคะ ก่อนจะพูดรบกวนตรึกตรองสักนิดนะคะ ที่นี่ไกลจากที่ทำงานของเขาค่อนโลก บอกว่าฉันมาเกาะแกะเขานี่ไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ หรือใช้ตรรกะโทษคนอื่นก่อนค่อยโทษลูกชายตัวเอง ใครเกาะแกะใครยังไม่ชัดเจนอีกเหรอคะ”“ไร้การอบรมเถียงผู้ใหญ่ฉอดๆ! ไม่มีมารยาท!!” อีกฝ่ายดูทั้งโกรธและอับอาย ยื่นมือไปคว้าแก้วน้ำสาดออกมาซือถูเว่ยถูกดึงไปด้านหลัง มีใครบางคนขยับเข้ามาขวางเธอ ดังนั้นน้ำแก้วนั้นก็เลยสาดลงบนตัวเขา... เงยหน้าขึ้นมองเขา ...ซือถูหนาน“พะ...พี่?!”เขาถอนหายใจมองมาที่หญิงสาวแวบหนึ่ง “คุณน้าครับ ผมว่าคงมีการเข้าใจผิด น้องสาวของผมมีงานทำ มีเงินเก็บ แถมเขายังมีพี่ชาย ยังมีครอบครัว เรื่องที่เขาจะปอกลอกลูกชายคุณ ผมว่าคงเป็นไปไม่ได้ ที่นี่ใกล้ที่ทำงานของเว่ยเว่ย การกล่าวหาว่าเว่ยเว่ยเกาะแก
ชีวิตของคนเรามันจะบัดซบได้เท่าไหร่กันเชียว?...ซือถูเว่ย เคยตั้งคำถามนั้นเพื่อปลอบใจตัวเอง บากบั่นทำงานส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรี กระทั่งได้เข้าทำงานและมีเงินเดือนที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉาชีวิตเพียงลำพังโดดเดี่ยวไม่มีใคร ทั้งหมดนั้นได้รับการเติมเต็มจาก เสิ่นเหยียน แฟนหนุ่มที่ได้เจอกันตอนเรียนมหาวิทยาลัย คนสองคนประคบประคองให้กำลังใจกันและกันจนเรียนจบ กระทั่งตอนนี้ต่างคนต่างก็ได้เข้าทำงานมีอนาคตที่สดใส อนาคตเคยถูกวาดฝันเอาไว้อย่างสวยหรู เก็บเงินซื้อบ้าน ทำงาน มีลูก จากนั้นครอบครัวก็จะพร้อมหน้า มีความสุข มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะครอบครัว... หญิงสาวมักอ่อนไหวกับคำคำนี้เสมอ เพราะตั้งแต่อายุได้สิบแปด ครอบครัวหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ก็มาสิ้นใจจากไป แม่เก็บงำอาการป่วยจนกระทั่งหญิงสาวสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็จากไปความสิ้นหวังทำให้ซือถูเว่ยอยากลาออก หากไม่ใช่วันนั้นบังเอิญได้รู้ความจริง ที่แท้เธอเองก็มีพี่ชายต่างแม่อยู่คนหนึ่ง ซือถูหนาน อีกทั้งเขายังทำงานในบริษัทใหญ่ หน้าที่การงาน การเงิน ความเป็นอยู่ ทุกอย่างนับได้ว่าพรั่งพร้อมสมบูรณ์เขาเสนอให้ความช่วยเหลือหากหญิงสาวอยากเรียนจนจบ ตอนนั้นเพราะไม่อ