My Lucky Return เกิดใหม่ทั้งที...ความรักครั้งนี้ต้องปัง!!

My Lucky Return เกิดใหม่ทั้งที...ความรักครั้งนี้ต้องปัง!!

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-21
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
53Bab
1.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ชีวิตมันบัดซบ ซือถูเว่ย สู้อุตส่าห์บากบั่นทำงานเก็บเงิน เพราะความฝันสูงสุดก็คืออยากเก็บเงินซื้อบ้านสักหลังเป็นของตัวเอง แต่เพราะทำงานงกๆ ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง อย่าว่าแต่เวลาที่จะให้แฟนเลย แม้แต่เวลาหายใจยังแทบไม่มี!! ดังนั้นตอนที่กำลังสิ้นใจก็เลยรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ใช้ชีวิต ทว่าตอนลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทั้งพบว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในร่างของ อวี่จิ้ง หญิงสาวตระกูลร่ำรวยแต่หัวอ่อนเชื่อคนง่าย ดังนั้นหญิงสาวจึงถูกหลอกอยู่ร่ำไป ซือถูเว่ยได้แต่สาบานกับอวี่จิ้งคนก่อน ในเมื่อตอนนี้ไม่ต้องตรากตรำทำงาน เพราะสวย! และรวยมาก! จากนี้ไปจะใช้ชีวิตให้ดีแทนเจ้าของร่างเดิมละนะ!!! อวี่จิ้ง หลานสาวคนเดียวของประธานอวี่เสียง เป็นคนหัวอ่อนเชื่อคนง่าย ในขณะเดียวกันก็เป็นคนเอาแต่ใจอยากได้อะไรก็ต้องได้ เพราะอย่างนี้ถึงโดนคนอื่นหลอกอยู่เสมอโดยเฉพาะคู่หมั้น... ซือถูเว่ย หญิงสาวผู้ขยันขันแข็งทำงานตัวเป็นเกลียวไม่หยุดหย่อน เพราะมีความฝันอยากจะมีบ้านเป็นของตัวเอง จึงอดทนทำงานเพื่อเก็บเงินจนร่างกายทรุดโทรม มีแฟนหนุ่มคนหนึ่งที่เรียนจบมหาวิทยาลัยด้วยกัน แต่เขาเป็นลูกแหง่ติดแม่ ไม่ว่าแม่จะให้เขาทำอะไรเขาก็ไม่เคยขัด

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1.1

ชีวิตของคนเรามันจะบัดซบได้เท่าไหร่กันเชียว?

...ซือถูเว่ย เคยตั้งคำถามนั้นเพื่อปลอบใจตัวเอง บากบั่นทำงานส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรี กระทั่งได้เข้าทำงานและมีเงินเดือนที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉา

ชีวิตเพียงลำพังโดดเดี่ยวไม่มีใคร ทั้งหมดนั้นได้รับการเติมเต็มจาก เสิ่นเหยียน แฟนหนุ่มที่ได้เจอกันตอนเรียนมหาวิทยาลัย คนสองคนประคบประคองให้กำลังใจกันและกันจนเรียนจบ กระทั่งตอนนี้ต่างคนต่างก็ได้เข้าทำงานมีอนาคตที่สดใส

 อนาคตเคยถูกวาดฝันเอาไว้อย่างสวยหรู เก็บเงินซื้อบ้าน ทำงาน มีลูก จากนั้นครอบครัวก็จะพร้อมหน้า มีความสุข มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ

ครอบครัว... หญิงสาวมักอ่อนไหวกับคำคำนี้เสมอ เพราะตั้งแต่อายุได้สิบแปด ครอบครัวหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ก็มาสิ้นใจจากไป แม่เก็บงำอาการป่วยจนกระทั่งหญิงสาวสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็จากไป

ความสิ้นหวังทำให้ซือถูเว่ยอยากลาออก หากไม่ใช่วันนั้นบังเอิญได้รู้ความจริง ที่แท้เธอเองก็มีพี่ชายต่างแม่อยู่คนหนึ่ง ซือถูหนาน อีกทั้งเขายังทำงานในบริษัทใหญ่ หน้าที่การงาน การเงิน ความเป็นอยู่ ทุกอย่างนับได้ว่าพรั่งพร้อมสมบูรณ์

เขาเสนอให้ความช่วยเหลือหากหญิงสาวอยากเรียนจนจบ ตอนนั้นเพราะไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนฉวยโอกาสจึงปฏิเสธ เนื่องจากไม่อยากให้เขากับครอบครัวฝ่ายนั้นมองว่าตนเป็นภาระ

ซือถูเว่ยหางานพิเศษทำ ทั้งแอบสอนพิเศษ ทั้งทำงานพาร์ทไทม์ กระทั่งในที่สุดก็เรียนจนจบมาได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร ทั้งยังได้เข้าทำงานในสำนักข่าวแห่งหนึ่ง

ความเชี่ยวชาญของหญิงสาวก็คือภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส ดังนั้นการแปลข่าวสารจึงเป็นหน้าที่หลัก เงินเดือนก็นับว่าสูงมากหากเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน

ล่วงเข้าปีที่สองหลังเรียนจบเสิ่นเหยียนคุกเข่าขอหญิงสาวแต่งงาน จากนั้นก็พาหญิงสาวไปพบแม่ที่บ้าน ความฝันสวยงามเริ่มริบหรี่ตั้งแต่วันนั้น วันที่ซือถูเว่ยได้พบกับแม่ของแฟนหนุ่ม ตอนนี้พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมคบกันมาถึงป่านนี้เขาเพิ่งพาไปที่บ้าน

ที่สำคัญ...เขาคุกเข่าขอหญิงสาวแต่งงาน แต่แม่ของเขากลับไม่ได้รู้เห็นเลยสักนิด

“จะแต่งงานกันก็ได้ ฉันก็ไม่ได้อยากขวางความสุขของลูก แต่ฉันมีข้อแม้เพียงข้อเดียว ฉันจะออกเงินค่าบ้านให้ครึ่งหนึ่ง แต่บ้านต้องเป็นชื่อของลูกชายฉัน ฉันไม่ต้องการให้พวกเธอกู้เงินมาผ่อนบ้าน ฉันกลัวว่าลูกชายของฉันจะลำบาก”

เสิ่นเหยียนตาโตรีบขอบคุณแม่ของเขา

ซือถูเว่ยกลับขมวดคิ้ว “ไม่ค่ะ เราสองคนควรจะเก็บเงินดาวน์แล้วก็ทำเรื่องกู้เงินแล้วผ่อนด้วยตัวเอง จากนั้นบ้านก็ควรเป็นชื่อของเราสองคน”

เสิ่นเหยียนโกรธมากเพราะไม่เห็นด้วย เขาบอกว่าบ้านจะเป็นชื่อของใครก็ได้ แต่งงานไปยังไงสองคนก็อยู่ด้วยกัน ทว่า...ซือถูเว่ยกลับคิดต่าง หากวันหน้าทะเลาะกันบ้านเป็นชื่อของเขา หากเขากับแม่คิดจะไล่เธอออกไปละ เธอไม่มีทางยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้น

“ไม่ค่ะ นี่เป็นบ้านของเรา ทำไมจะต้องให้แม่ออกเงินให้ละคะ เราหากันเองได้ เก็บเงินดาวน์แล้วก็ทำเรื่องผ่อน ด้วยหน้าที่การงาน ด้วยเรี่ยวแรงของเราสองคน ครอบครัวนี้เราเองก็อยากให้สมบูรณ์ ไม่ใช่เหรอคะ”

ความฝันสวยหรูช่วงที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย ทั้งหมดนั้นทำให้หญิงสาวมีความหวัง นึกไม่ถึงสักนิดว่าด้วยเรื่องนี้กลับทำให้ต้องมาทะเลาะกับแฟนหนุ่มใหญ่หลวง

ตอนได้มีเวลานั่งครุ่นคิดคนเดียว ซือถูเว่ยมองไม่เห็นอนาคตที่สดใสของเขากับเสิ่นเหยียนอีกแล้ว เอะอะเขาเอาแต่พูดถึงแม่ แม่เขาบอกว่า... แม่อยากให้เขา... แม่ของเขาแนะนำว่า...

ถึงตอนนี้ยังต้องลังเลเหรอว่าต่อไปเธอจะต้องอยู่กับเขาโดยมีเงาของแม่อีกฝ่ายคอยบงการ ตอนที่เธอพยายามประคับประคองให้เขาลองคิดและทำอะไรบางอย่างด้วยตัวเอง กลับมีอันต้องทะเลาะกันอีกครั้ง เธอ...ทนไม่ไหวอีกแล้ว

“ถ้ายังต้องเป็นแบบนี้ สู้ไม่แต่งเลยดีกว่า”

ดังนั้นซือถูเว่ยจึงบอกเลิกกับแฟนหนุ่มที่คบหากันมามากกว่าหกปี...

ชีวิตราบรื่นที่วางแผนอนาคตเอาไว้ดิบดีพังครืน... แต่หญิงสาวไม่เสียใจสักนิด “ซางซางออกมากินเหล้าด้วยกันมั้ย”

จูซาง เพื่อนสนิทหนึ่งเดียวของหญิงสาว ทั้งสองทำงานที่เดียวกัน คบหากันไม่กี่ปีก็สนิทกันเหมือนพี่น้อง พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง

“เกิดอะไรขึ้นอีกละ”

“ฉันเลิกกับอาเหยียนแล้ว”

จูซางถอนหายใจรินเหล้าให้เพื่อนสาว “อือ ดีแล้ว นี่ชีวิตเธอนะ จะยอมให้ใครก็ไม่รู้มาบงการได้ยังไง นั่นความฝันของเธอทั้งชีวิต...การซื้อบ้านน่ะ เธอเก่งออกขนาดนี้ยังไงก็ต้องมีคนที่เหมาะสมมากกว่าเขา ลูกแหง่ที่ไม่มีความคิดเป็นของตัวเองแบบนั้นปล่อยไปเถอะ เขาไม่คู่ควรกับเธอสักนิด”

“อือ ขอบใจนะ รู้สึกดีขึ้นมากเลย ฉันยังนึกว่าเธอจะบอกให้ทนอีกหน่อยเสียอีก”

“ฉันไม่ได้โง่นะ เรื่องซื้อบ้านน่ะสำคัญต่อชีวิตผู้หญิงมาก หลังแต่งงานเขาจะเปลี่ยนไปเท่าไหร่เธอก็ไม่รู้ ถ้าอยู่ๆ เขาไล่ออกจากบ้านจะทำยังไง”

“อือ”

เสิ่นเหยียนยังตามง้องอนหญิงสาว เขาถึงกับมาดักรอหลังเลิกงานเพราะซือถูเว่ยไม่รับสายเขา ตอนนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ เขายื่นแหวนคืนให้หญิงสาว “ผมรักคุณคุณก็รู้ จะให้ผมทำยังไงผมยอมทั้งนั้น เว่ยเว่ยเรากลับมาคืนดีกันเถอะนะ เรื่องบ้านผมจะตามใจคุณก็ได้”

“แล้วคุณจะบอกแม่คุณว่ายังไง”

เขาชะงักขมวดคิ้ว “ให้เวลาผมหน่อย แม่ต้องเข้าใจเราแน่ๆ หรือไม่งั้นเราอย่าเพิ่งซื้อบ้าน ย้ายเข้าไปอยู่บ้านผมก่อน แล้วเราค่อยๆ กล่อมให้แม่ยอม”

ตอนนั้นเองที่มีเสียงตวาดดังขึ้น “อาเหยียนไหนแกบอกว่ามีโอที แล้วนี่มาทำอะไรที่นี่ไหนว่าเลิกกันแล้ว”

ทายสิว่าใคร...ปิ๊งป๊อง คุณนายเสิ่นแม่ของเขาอย่างไรละ!!

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
53 Bab
บทที่ 1.1
ชีวิตของคนเรามันจะบัดซบได้เท่าไหร่กันเชียว?...ซือถูเว่ย เคยตั้งคำถามนั้นเพื่อปลอบใจตัวเอง บากบั่นทำงานส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรี กระทั่งได้เข้าทำงานและมีเงินเดือนที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉาชีวิตเพียงลำพังโดดเดี่ยวไม่มีใคร ทั้งหมดนั้นได้รับการเติมเต็มจาก เสิ่นเหยียน แฟนหนุ่มที่ได้เจอกันตอนเรียนมหาวิทยาลัย คนสองคนประคบประคองให้กำลังใจกันและกันจนเรียนจบ กระทั่งตอนนี้ต่างคนต่างก็ได้เข้าทำงานมีอนาคตที่สดใส อนาคตเคยถูกวาดฝันเอาไว้อย่างสวยหรู เก็บเงินซื้อบ้าน ทำงาน มีลูก จากนั้นครอบครัวก็จะพร้อมหน้า มีความสุข มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะครอบครัว... หญิงสาวมักอ่อนไหวกับคำคำนี้เสมอ เพราะตั้งแต่อายุได้สิบแปด ครอบครัวหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ก็มาสิ้นใจจากไป แม่เก็บงำอาการป่วยจนกระทั่งหญิงสาวสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็จากไปความสิ้นหวังทำให้ซือถูเว่ยอยากลาออก หากไม่ใช่วันนั้นบังเอิญได้รู้ความจริง ที่แท้เธอเองก็มีพี่ชายต่างแม่อยู่คนหนึ่ง ซือถูหนาน อีกทั้งเขายังทำงานในบริษัทใหญ่ หน้าที่การงาน การเงิน ความเป็นอยู่ ทุกอย่างนับได้ว่าพรั่งพร้อมสมบูรณ์เขาเสนอให้ความช่วยเหลือหากหญิงสาวอยากเรียนจนจบ ตอนนั้นเพราะไม่อ
Baca selengkapnya
บทที่ 1.2
“นี่หล่อนยังไม่ชัดเจนอีกเหรอว่าฉันไม่ยอมให้ลูกชายแต่งกับเธอ เธอยังจะมาเกาะแกะเขาอีกทำไม ผู้หญิงสมัยนี้นี่ทำให้ฉันพูดไม่ออกจริงๆ ยังไม่แต่งเข้าผู้ใหญ่พูดอะไรก็เอาแต่ปฏิเสธ ตอนนี้ยังมาเจอเขาลับหลังฉัน ทำไม...คิดจะปอกลอกครอบครัวฉันเหรอ ฉันเห็นว่าเธอเป็นเด็กกำพร้าไม่มีญาติก็เลยสงสาร ที่ไหนได้เก่งกาจกร้านโลกกว่าที่ฉันคิด”“คุณป้าคะ ก่อนจะพูดรบกวนตรึกตรองสักนิดนะคะ ที่นี่ไกลจากที่ทำงานของเขาค่อนโลก บอกว่าฉันมาเกาะแกะเขานี่ไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ หรือใช้ตรรกะโทษคนอื่นก่อนค่อยโทษลูกชายตัวเอง ใครเกาะแกะใครยังไม่ชัดเจนอีกเหรอคะ”“ไร้การอบรมเถียงผู้ใหญ่ฉอดๆ! ไม่มีมารยาท!!” อีกฝ่ายดูทั้งโกรธและอับอาย ยื่นมือไปคว้าแก้วน้ำสาดออกมาซือถูเว่ยถูกดึงไปด้านหลัง มีใครบางคนขยับเข้ามาขวางเธอ ดังนั้นน้ำแก้วนั้นก็เลยสาดลงบนตัวเขา... เงยหน้าขึ้นมองเขา ...ซือถูหนาน“พะ...พี่?!”เขาถอนหายใจมองมาที่หญิงสาวแวบหนึ่ง “คุณน้าครับ ผมว่าคงมีการเข้าใจผิด น้องสาวของผมมีงานทำ มีเงินเก็บ แถมเขายังมีพี่ชาย ยังมีครอบครัว เรื่องที่เขาจะปอกลอกลูกชายคุณ ผมว่าคงเป็นไปไม่ได้ ที่นี่ใกล้ที่ทำงานของเว่ยเว่ย การกล่าวหาว่าเว่ยเว่ยเกาะแก
Baca selengkapnya
บทที่ 1.3
ซือถูเว่ยหลุดหัวเราะออกมา “ค่ะ เห็นด้วย”“ให้ไปส่งที่ไหน”“ที่XXX”อีกฝ่ายยื่นมือไปดึงนามบัตรส่งให้ ซือถูเว่ยรับมาแล้วมองหน้าเขา “ไว้ไปกินมือค่ำกัน”ได้ยินแบบนั้นก็ค้นหานามบัตรตัวเองส่งให้เขา ตอนนี้ไม่มีอะไรให้ไม่สะดวกที่จะติดต่อกับเขา เมื่อก่อนกลัวเขาคิดว่าเป็นภาระ ตอนนี้เธอมีงานทำไม่ลำบาก ไม่ต้องพึ่งพาใคร “ได้ค่ะ”เห็นรอยยิ้มบางๆ ของอีกฝ่ายหญิงสาวเองก็ยิ้มออกมา ตอนนี้เธอก็นับว่ามีพี่ชายเพิ่มมาคนหนึ่งแล้ว??อาทิตย์ถัดมาที่ทำงานเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ว่ากันว่าหัวหน้าฝ่ายงานแปลที่มาใหม่เป็นเด็กเส้น อีกฝ่ายตำหนิงานแปลที่เป็นหัวข้อข่าวของทุกๆ คน แต่ก็ไม่ระบุว่ามันผิดพลาดตรงไหนตอนที่งานของซือถูเว่ยถูกตีกลับมา หญิงสาวต้องอยู่แก้จนถึงตีสอง แต่พอส่งงานทางอีเมล์อีกฝ่ายกลับไม่อนุมัติ ร้อนถึงเธอต้องรอจนสว่าง ทั้งนี้ก็เพราะงานนี้จะต้องส่งให้บรรณาธิการเรียบเรียงอีกทอดหนึ่ง“ไม่เป็นมืออาชีพเลย”“ได้ยินมาว่าไฟแรง แต่แรงแบบอยากแสดงอำนาจน่ะ ทำงานไม่เป็นสักอย่าง ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้เรื่อง”“รู้ได้ยังไง”“ฉันได้ยินเขาพูดน่ะสิ จีนคำ อังกฤษคำ เหมือนพูดไม่คล่องแต่ที่ไม่คล่องน่ะภาษาอังกฤษนะ”“ลำบากเว่
Baca selengkapnya
บทที่ 1.4
แล้วสติก็ดับวูบลงได้ยินแค่เสียงของซือถูหนาน แต่ว่ามันก็ดังแว่วมากเหมือนอยู่ไกลแสนไกล ตกลงแล้วนี่มันเรื่องอะไรกันแน่!!!ซือถูเว่ยหัวใจวายเฉียบพลัน เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทันทำให้ขาดออกซิเจน สาเหตุหลักมาจากทำงานหนักพักผ่อนน้อย เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะโชคร้ายวันนั้นเสิ่นเหยียนเป็นคนโทร.เรียกรถฉุกเฉินและพามาโรงพยาบาล ถึงอย่างนั้นก็ไม่ทันแล้ว หญิงสาวสิ้นลมอย่างสงบหลังจากวูบหมดสติแล้วล้มศีรษะกระแทกกับฟุตปาธหมอเจ้าของไข้เข้ามาตรวจอาการของหญิงสาวบนเตียง นอกจากอาการปวดเมื่อกับหางคิ้วที่ปวดตุบ อาการทั่วไปก็ไม่มีอะไรน่ากังวลประธานอวี่ อวี่เสียงถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อหมอออกไปแล้วเขาก็ตำหนิเฉิงเสวียนด้วยท่าทีโกรธกรุ่น “ทะเลาะกันยังไงถึงขั้นทำจิ้งเอ๋อร์ตกบันไดหัวฟาด ฉันเลี้ยงมาทะนุถนอมไม่เคยทำให้เจ็บตัว นี่อะไรถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล”“เป็นความผิดของผมเองครับ ต่อไปผมจะระวัง”ประธานอวี่เสียงยื่นมือไปหาหลานสาว อยากลูบศีรษะปลอบโยน แต่อวี่จิ้งกลับขยับหลบ เขาชะงักไปทันที ป้าหงที่ยืนอยู่ถึงกับปราดเข้ามา“คุณหมอบอกว่าต้องให้เวลาคุณหนูค่ะ ความจำจะค่อยๆ กลับมา ศีรษะกระแทกบางครั้งก
Baca selengkapnya
บทที่ 1.5
“ไม่จริง... จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อ...”“คุณนายเสิ่น ถ้ายังยืนยันแบบนั้น งั้นคุณบอกมาสิว่าเว่ยเว่ยฝากเงินครั้งสุดท้ายวันไหน” พูดจบหญิงสาวก็มองไปที่เสิ่นเหยียน “เงินทั้งหมดในบัญชีมีเท่าไหร่”“ผม...ผมเองก็ไม่แน่ใจ”“ไม่รู้? แล้วมาขอแบ่งครึ่งนึงนี่คิดว่าจะได้เท่าไหร่ แล้วถ้ามันไม่เคยมีเลยล่ะ หลักฐานที่ว่าสะสมเงินมาด้วยกันล่ะ”“ผมให้เงินสดดังนั้นก็เลยไม่มีหลักฐานการโอน”“ได้ งั้นให้ครั้งละเท่าไหร่ ให้มากี่ครั้ง วันไหนบ้าง ดูประวัติการฝากก็รู้แล้วว่าตรงกันมั้ย”“แต่...ผมให้ไปเว่ยเว่ยก็สมทบด้วยทุกครั้ง ยอดไม่แน่นอน”“อ้อ งั้นครั้งสุดท้ายให้ตอนไหนเจาะจงวันมา แล้วเว่ยเว่ยไปฝากเงินวันไหน ธนาคารอะไร สาขาไหน ฝากผ่านอะไรโอนหรือผ่านพนักงานธนาคาร”เสิ่นเหยียนหน้าซีด...“ไม่รู้ละสิ ได้ งั้นที่บอกว่าไม่ได้เลิกกันมั่นใจใช่มั้ย”“มะ...มั่นใจครับ” เขาดูไม่มั่นใจสักนิด“ได้งั้นไปขอดูกล้องวงจรปิดที่ร้าน XXX ที่ร้านนั้นได้ยินมาว่าบันทึกทั้งภาพและเสียงได้ด้วย จะได้รู้ว่าบอกเลิกกันจริงมั้ย”“แต่วันนั้นเราทะเลาะกัน พวกเราคืนดีกันแล้วครับ”“ที่ไหน เมื่อไหร่” หญิงสาวต้อนเขาด้วยสายตาแข็งกร้าว“ทะ...ที่หน้าอพาร์ทเ
Baca selengkapnya
บทที่ 1.6
“ได้ยินว่าหัวกระแทกจำอะไรไม่ได้”“เอ๋” หญิงสาวสะดุ้ง สองคนนี้สนิทกันหรือเปล่านะ!! “ก็...จำได้แล้วเป็นบางเรื่องค่ะ” บอกว่าจำไม่ได้แล้วเรื่องเมื่อครู่จะอธิบายยังไง แล้วถ้าบอกจำได้ แต่ไม่รู้ว่าเคยสนิทกันจนมานั่งกินข้าวปั้นด้วยนี่มีพิรุธมั้ยนะ“อ้อ”เสียงตอบรับของเขาไม่ได้ช่วยขยายความเลยให้ตาย... ซือถูเว่ยร้อนรนแต่พยายามเก็บอาการ “แล้วคุณมาที่นี่มาเยี่ยมฉันเหรอคะ”“อืม มางานศพน้องสาวของซือถูด้วย”“ค่ะ”“รู้จักน้องสาวของเขามานานแล้ว?”“สักพักแล้วค่ะ”“อืม”เห็นมั้ย อืม... อีกแล้ว เป็นบทสนทนาที่พิลึกพิลั่นชอบกล ด้านหลังมีเสียงร้อนใจของป้าหง “คุณหนู!”“ป้าหง?”“ป้าตามหาแทบแย่มาอยู่ตรงนี้นี่เอง ผอ.อวี๋คุณก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอคะ?” ป้าหงเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ ซือถูเว่ยรู้ว่าตัวเองพลาดก็ตอนนี้ จากปฏิกิริยาของป้าหงการที่เธอมานั่งอยู่กับเขาคงจะเป็นเรื่องที่แปลกที่สุดแล้ว“ฉันไปแล้วนะคะ ขอบคุณสำหรับของกิน”“คุณบอกว่ายืม”อ้าว... “เอ่อป้าหงคะ ฉันยืมเงินผอ.อวี๋จ่ายค่าของกิน”“คุณหนูกิน...ของพวกนี้??” นั่นไงละพลาดอีกเรื่องแล้ว แต่ว่า...ก็แค่ข้าวปั้นกับนมเปรี้ยวมันแปลกตรงไหน อย่าบอกนะว่ายัยคุณหนูนี่ไ
Baca selengkapnya
บทที่ 1.7
ประธานอวี่เสียงมองตามชายหนุ่มไป เลขาเหลยเองก็มองตามชายหนุ่มไป “เขาเพิ่งบอกว่าคุณหนูกินข้าวปั้นในร้านขายอาหารของโรงพยาบาล?”“เหมือนจะเป็นอย่างนั้น”“แล้วเขารู้ได้ยังไง หรือว่าผ่านไปเห็น?”ประธานอวี่ไม่ได้พูดอะไรแค่ถอนหายใจ “น่าเสียดาย”“ทำไมละครับ หรือว่าเสียดายที่คุณหนูไม่ชอบผอ.อวี๋?”“ไม่ใช่แค่ไม่ชอบ แต่ยังกลัวมากเลยละ แค่เขายอมยืนอยู่ในห้องเดียวกันฉันก็โล่งใจแล้ว จะคาดหวังอะไรได้ละ”“ผอ.อวี๋เป็นคนหนุ่มไฟแรงทั้งมีความสามารถ ถ้าได้เขามารับหน้าที่แทนท่านประธานคงจะดี แต่ว่า...” เลขาเหลยถอนหายใจ “ทางคุณอวี่ควบคุมยากเหลือเกิน ถ้าผอ.อวี๋ยอมเขาเพราะพี่สาว...”ประธานอวี่พยักหน้า “จับตาดูต่อไป ฉันว่า ฉันดูคนไม่ผิดหรอก เขาไม่มีทางร่วมมือกับพี่เขยเพียงเพราะเห็นแก่พี่สาว”“ครับ ผมเองก็หวังอย่างนั้น”ทั้งสองเดินเข้าไปในลิฟต์ตอนจะเข้าไปในห้องพิเศษป้าหงก็หยุดเขาเอาไว้ “มีอะไร”“คุณท่านคะเมื่อครู่คุณหนูหายออกไปจากห้อง ฉันกับคุณเฉิงตามหาจนทั่วจนไปเจอว่าคุณหนูอยู่ที่ร้านขายอาหารของโรงพยาบาลกับผอ.อวี๋ค่ะ”“หืม??”“จริงๆ คั่กับผอ.อวี๋เลยนะคะ”ข้าวปั้นกับนมเปรี้ยว?! “เอาละรู้แล้ว”ในห้องมีแต่ความเงียบ ปร
Baca selengkapnya
บทที่ 1.8
ในเมื่อชีวิตก่อนที่ยังคงเป็นซือถูเว่ยไม่มีอะไรเลยที่ได้ดังใจ งั้นก็ถือเสียว่าได้เกิดใหม่ เป็นคนใหม่ ต่อจากนี้ก็เริ่มทำอะไรที่จะไม่รู้สึกเสียใจทีหลัง ทำสิ่งที่อยากทำ ตามใจตัวเองให้ถึงที่สุด“ก็ในเมื่อตอนนี้ฉันสวยและรวยมาก เพราะงั้นก็ใช้ชีวิตใหม่ให้คุ้มกับที่สวรรค์ให้โอกาสก็แล้วกัน” พูดจบก็สวมแว่นดำแล้วหมุนตัวเดินจากมาในรถยนต์มีบัตรพนักงานของบริษัทในเครือตระกูลอวี่ อวี่จิ้งมีตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายโภชนาการที่จะไปทำหรือไม่ไปทำก็ได้ เพราะยังไงท่านประธานอวี่ที่เป็นปู่ก็ไม่ได้ซีเรียส หัวโขนนี้คนทั้งบริษัทก็รู้ดี ดังนั้นจะมีหรือไม่มีก็ไม่มีใครกล้าพูดมากถึงอย่างนั้น...ซือถูเว่ยที่เป็นคนบ้างานมีหรือจะยอมอยู่เฉย ตอนออกมาก็สาบานกับตัวเองว่าจะทำเท่าที่ทำได้ ไม่ตรากตรำ ไม่ทำงานหนัก ครั้งนี้จะทำงานแบบเช้าชามเย็นชามแล้วได้เงินเดือนเต็มเม็ดเต็มหน่วยให้ดู!!!Audi Q7 45 TFSI quattro S-Line สีน้ำเงินขับเข้าไปจอดตรงที่ว่าง ตอนนี้ปาเข้าไปกว่าสิบโมงครึ่งแล้วอวี่จิ้งเพิ่งก้าวลงจากรถอย่างไม่รีบร้อน ตอนแรกก็ไม่ได้บอกใครว่าจะมาที่บริษัท ดังนั้นตอนที่ก้าวเข้าไปแล้วมองไปรอบๆ ด้วยความไม่คุ้นเคย ทุกคนก็หันมาให้คว
Baca selengkapnya
บทที่ 1.9
ถามว่าเริ่มเรียนรู้งานกันยังไงตอบ...ก็ตั้งแต่จุดเริ่มต้นนั่นละ! หลานเฟิงนึกว่าอีกฝ่ายจะแค่เล่นสนุก นึกไม่ถึงว่าจะมีน้ำอดน้ำทนกว่าที่คิด นั่งหลังขดหลังแข็งพูดคุยกันเรื่องงานได้จนเที่ยงครึ่ง ท้องร้องเพราะความหิว“จะว่าไปก็ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย ที่นี่มีแคนทีนนี่นาเราไปกันเถอะ”“ปะ...ไป? ไปไหนคะ” หลานเฟิงงุนงง“ไปกินข้าวที่โรงอาหารของบริษัทไง”“เอ๋ แต่ผู้จัดการไม่เคยไปที่นั่นนะคะ ครั้งเดียวก็ไม่เคย”“อ้าว แล้วอย่างนี้จะรู้ได้ยังไงว่าอาหารอร่อยมั้ย ทำตามที่เราส่งเมนูไปหรือเปล่า จัดถูกต้องตามผังมั้ย”“เอ่อ...” หลานเฟิงตะลึง “ก็...ปกติเป็นหน้าที่ของจงชาน”“แต่เราก็ต้องไปดู จะได้ตรวจสอบได้ มาเถอะหิวแล้ว”หลานเฟิงได้แต่ถูกลากให้ตามไปด้วยแบบงงๆ กระทั่งเห็นสายตาตื่นเต้นของอวี่จิ้ง และสายตาประหลาดใจของคนในบริษัท“เอาจริงเหรอคะผู้จัดการ คุณบอกเองว่าคุณกินของแสลงไม่ค่อยได้ อาหารที่โรงอาหารนี่คุณกินได้แน่นะ ไม่ใช่ว่าเพิ่งออกจากโรงพยาบาลก็เข้าไปอีกรอบ ถ้าฉันกลายเป็นต้นเหตุแล้วโดนไล่ออกละ”ซือถูเว่ยหัวเราะ “นี่ใคร หลานสาวท่านประธานเชียวนะ ถ้าฉันปกป้องเธอไม่ได้ใครจะปกป้องได้ มาเถอะน่าไม่มีอะไรหรอก ร
Baca selengkapnya
บทที่ 2.1
เฉิงเสวียนกลับมานั่งลง “จิ้งเอ๋อร์ละ ไปตักของกินเพิ่ม??” ของกินของหญิงสาวยังอยู่ แถมยังกินไปได้ไม่เท่าไหร่ พุดดิ้งเองก็ยังไม่ได้แตะ“เอ่อ...เห็นบอกว่ามีเรื่องด้วยออกไปแล้วค่ะ”“ไป? ไปไหน”หลานเฟิงทำหน้าลำบากใจ “ไม่ทราบค่ะ งั้นฉันขอตัวนะคะ” ให้นั่งกินข้าวกับผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดสองคน เธอยังไม่อยากโดนคนในบริษัทเพ่งเล็ง ตอนลุกขึ้นก็ฉวยโอกาสเอาถาดอาหารของอวี่จิ้งไปเก็บด้วยทันทีที่หลานเฟิงออกไปใบหน้าของเฉิงเสวียนก็เย็นชาขึ้น เขาลุกขึ้นยกถาดอาหารไปเทลงถังขยะ ไม่แตะต้องสักคำ ไม่มีความอยากอาการหลานเฟิงกลับไปที่ห้องจากนั้นก็แอบโทรศัพท์ไปหาใครบางคน “ค่ะเลขาเหลยฉันเอง คือ...วันนี้คุณอวี่มาทำงานค่ะ แบบทำงานจริงๆ เธอถามฉันว่าเมื่อก่อนเธอทำอะไร ไม่ทำอะไร แล้วยังขอให้ฉันสอนงานให้เธอด้วย ไม่ใช่สอนแบบขอไปทีนะคะ สอนตั้งแต่ต้น...ทั้งหมด ใช่ค่ะ จริงจังมาก ไม่บ่น ไม่ชักสีหน้า ตั้งใจมากเลยค่ะ ยังมีที่น่าตกใจกว่านั้น...คุณอวี่เธอสนิทกับผอ.อวี๋ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ เธอลากผอ.อวี๋ออกไปเมื่อครู่ ทำเหมือนพยายามหลบหน้าผอ.เฉิงด้วยค่ะ”หลานเฟิงเป็นคนที่ประธานอวี่พาเข้ามาทำงาน ก็เหมือนกับคนในแผนกที่เป็นคนของประธานอว
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status