LOGINหลังจากสำรวจจนพอใจ รุ่นพี่สาวก็หันไปสบตากับลุลาอย่างรู้กัน“ล่าไปสั่งน้ำมาให้เพื่อนหน่อยสิ เดี๋ยวพี่ขอคุยกับเพื่อนเรานิดหน่อย”
ลุลาเข้าใจทันที เธอลุกขึ้นเดินไปที่เคาน์เตอร์ ทิ้งให้เพื่อนกับรุ่นพี่สาวนั่งคุยกันตามลำพัง โบว์พิงพนักโซฟา มองนาราด้วยสายตาที่ทั้งประเมินและชื่นชมไปในตัว ยอมรับว่าถูกใจรุ่นน้องสาวตรงหน้ามาก แค่เพียงเห็นหน้าก็รู้สึกได้ถึงความบริสุทธิ์ “นารา...ชื่อเพราะดีนะ หน้าตาก็สวยมากด้วย อยากให้พี่ช่วยเรื่องอะไรจ๊ะ” “ฉันอยากหางานทำค่ะ ช่วงนี้มีภาระเข้ามาค่อนข้างเยอะ เงินเลยไม่ค่อยพอ” “อืม”รุ่นพี่สาวพยักหน้า“ล่าบอกพี่แล้วล่ะ เรื่องค่าเทอมใช่ไหม” “ใช่ค่ะ” รุ่นพี่สาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงนุ่ม แต่ทว่าชัดเจน “ถ้าน้องอยากได้เงินเร็ว และได้เยอะพอที่จะจ่ายค่าเทอม พี่มีงานที่ดีกว่าแค่นั่งเป็นเพื่อนดื่มเหล้าอะไรพวกนั้นนะ” นาราเม้มปากแน่น ทำสีหน้าลำบากใจมากขึ้น เธอไม่ได้อ่อนต่อโลก ถึงขนาดจะไม่รู้ว่างานที่รุ่นพี่กำลังพูดถึงคืองานอะไร เพียงแต่ไม่คิดว่าชีวิตตัวเองจะตกต่ำได้ถึงขนาดนี้ “งานแบบ...ใกล้ชิดกว่านั้นหน่อย”โบว์เอ่ยต่อ“ไม่ต้องถึงขั้นสุดโต่งก็ได้ แต่แค่ยอมให้ลูกค้าจับมือ จับไหล่ กอดบ้าง จูบบ้าง หรือถ้ามากกว่านั้น ทิปก็อาจจะหนักมากขึ้น" "....." "แต่พี่รับประกันเลยนะ ลูกค้าที่พี่หาให้ ส่วนใหญ่เป็นคนมีฐานะ จ่ายหนัก ครั้งเดียวหมื่นขึ้นไปสบาย ๆ บางคนจ่ายสามสี่หมื่นด้วยซ้ำ ถ้าอยู่ทั้งคืน” นาราตัวแข็งทื่อ ใบหน้าแดงก่ำจนถึงใบหู ก่อนจะเอ่ยพูดเสียงตะกุกตะกัก “ฉะ ฉันไม่เคย...” “พี่รู้”รุ่นพี่สาวยิ้มให้เธออย่างเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยหว่านล้อมต่อ “ว่าก็ว่านะ...หน้าตาแบบนี้ รูปร่างแบบนี้ ถ้าจะรับทำแค่นั่งเป็นเพื่อน แบบเด็กเอ็นฯ ทั่วไป เสียดายของเปล่า ๆ นะ ผู้ชายส่วนใหญ่ที่ติดต่อพี่มา เขาไม่ได้ต้องการแค่เพื่อนคุย เขาต้องการความรู้สึกว่ามีผู้หญิงสวย ๆ มาอยู่ด้วย แล้วยอมให้เขาสัมผัส ถ้าน้องกล้าเปิดใจนิดนึง ชีวิตน้องจะเปลี่ยนเลยนะ ไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องกังวลค่าเทอมอีกต่อไป เรียนจบปีสี่แบบสบาย ๆ เลย” นาราก้มหน้ามองพื้น น้ำตาคลอเบ้า“ฉัน...กลัวค่ะ” “ไม่ต้องกลัว”รุ่นพี่สาวเอื้อมมือมาจับมือเธอคล้ายกับกำลังปลอบใจ“พี่จะคัดลูกค้าให้ดีที่สุด จะคัดให้เป็นกรณีพิเศษเลยล่ะ ปกติพี่ก็แค่ทำหน้าที่ดีลให้ ไม่มานั่งสนใจมากนักหรอก ไม่เชื่อก็ถามล่าได้เลยนะ" "....." "แต่กับนารา พี่จะเห็นแก่ว่าน้องยังไม่เคยและยังใหม่อยู่ เดี๋ยวจะหาคนที่กระเป๋าหนัก จ่ายไม่อั้น พี่มีอยู่คนนึงนะ เป็นนักศึกษาคณะเดียวกับพี่นี่แหละ เป็นขาประจำของพี่เลย เขาชอบสไตส์แบบนารามากเลยนะ รายนี้รวยจริง แล้วก็จ่ายหนักมากด้วย ขอแค่น้องบริการเขาดี ๆ หน่อย ถ้ายังไม่พร้อมจะลงลึกมากกว่านั้น ก็เอาแค่ไปนั่งเป็นเพื่อนดื่มก่อนก็ได้ ถ้าถูกใจกันก็ค่อยไปต่อ” “เรียนมหาลัยนี้เหรอคะ”นาราชะงักไปทันที เธอเริ่มอึกอัก เพราะไม่อยากให้เรื่องที่เธอทำงานนี้ รู้ถึงเด็กมหาลัยเดียวกัน “อืม ใช่สิ นาราไม่ต้องกลัวนะว่าจะมีใครรู้ เขาเป็นคนไว้ใจได้ ทำหน้าที่ของเราจบก็คือจบ ไม่มีการไปพูดต่ออะไรทั้งนั้น ไม่มีการผูกมัดด้วยนะ" โบว์รู้ว่ารุ่นน้องสาวตรงหน้ากำลังกลัวเรื่องอะไรอยู่ เธอเองก็เคยผ่านช่วงเวลานี้มาแล้ว ต้องดิ้นรน ปากกัดตีนถีบ ทำงานงก ๆ แต่สุดท้ายค่าใช้จ่ายก็ไม่เคยพอ ไม่คุ้มกับเหงื่อที่เสียไป จนตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้ แค่ไม่กี่เดือน เธอก็ลืมตาอ้าปากได้ “ลองคิดดู ถ้าเขาถูกใจนารานะ ไม่กี่ครั้งหรอก ก็หมดปัญหาเรื่องค่าเทอม แถมมีเงินเลี้ยงแม่ได้สบายเลยนะ สมัยนี้ต้องด้านได้อายอดจ๊ะ อย่าไปแคร์ใครทั้งนั้น เขาไม่ได้หาให้เรากินสักหน่อย พี่รู้ว่ามันดูไม่ดีหรอก แต่พี่ก็เคยผ่านมาก่อนนะ เรื่องของพี่น่าจะหนักกว่านาราด้วยซ้ำ แต่ก็ยังผ่านมาได้ แล้วดูอย่างล่าสิ รายนั้นพอเลิกสนใจคนอื่น ก็มีความสุขขึ้นเยอะ” ตอนนั้นเองที่ลุลาเดินกลับมาพร้อมแก้วน้ำส้มสองแก้ว เธอนั่งลงข้างนาราแล้วกระซิบข้างหูเพื่อน “ที่พี่โบว์พูดคือเรื่องจริง มึงก็เห็นว่าเมื่อก่อนกูทุกข์ใจขนาดไหน แต่ที่กูไม่อยากแนะนำให้มึงทำ เพราะรู้ว่างานนี้มันไม่ได้มีศักดิ์ศรีอะไรเลย กูไม่อยากให้มึงเข้ามายุ่งหรอก แต่ตอนนี้มันจำเป็นแล้วนะ มึงจะหาเงินค่าเทอมจากไหน ถ้าไม่ทำงานนี้” นารานิ่งเงียบ น้ำตาหยดลงบนตัก เธอคิดถึงคนเป็นแม่ที่ต้องลุกไปทำงานตั้งแต่เช้า แต่ก็ยังมีหนี้ก้อนแล้วก้อนเล่าที่รอจ่าย ค่าเทอมที่กำลังจะทำให้เธอต้องหยุดเรียน มันคงไม่เหลือทางออกสำหรับเธอแล้วจริง ๆ “ถ้าฉันบอกว่าอยากลอง”เธอเอ่ยเสียงสั่น“พี่จะช่วยฉันยังไงคะ” “ได้สิ พี่จะลองนัดมาให้นะ เราก็แค่ทำตัวตามสบาย หากมีอะไรที่ไม่โอเคก็โทรหาพี่หรือล่าก็ได้ แต่รับรองว่าไม่มีการบังคับฝืนใจอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างอยู่ที่ความเต็มใจของเรา” นารากลืนน้ำลายดังอึก ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ“ค่ะ...ฉันอยากลองค่ะ”สี่ปีต่อมาคอนโดเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดที่มองเห็นวิวของเมืองกรุง ตึกสูงระฟ้าและแม่น้ำไกลออกไปแสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาในห้องนั่งเล่นกว้างขวางนารานั่งเอนหลังบนโซฟานุ่มตัวใหญ่ ผ้าห่มผืนบางคลุมไหล่ เธอเพิ่งกลับจากโรงพยาบาลเมื่อวานนี้ ใบหน้ายังซีดเซียวอยู่มาก แต่ทว่าดวงตากลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสุขในอ้อมแขนของเธอ ลูกชายคนเล็กชื่อลีออน อายุเพียง 4 วัน กำลังหลับตาปี๋ดูดนมจากเต้าอวบของเธออย่างเอาเป็นเอาตาย มือเล็กบีบกำเสื้อนาราไว้หลวม ๆ ตามสัญชาตญาณ“ดูดแรงมากเลยลีออน” เสียงหวานเอ่ยเย้าลูกชายที่ดูดจนเธอรู้สึกระบมที่หัวนม ทว่ามือก็ลูบผมนุ่มของลูกชายเบา ๆ เป็นการกล่อมคนเป็นพ่อยืนอยู่ไม่ไกล กำลังอุ้มลีน่า ลูกสาวคนโตวัย 3 ขวบ ขึ้นนั่งบนตักตัวเอง โดยเพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเป็นชุดใหม่สีชมพูน่ารัก“พ่อจ๋า... ลีน่าอยากกอดน้อง” ลีน่าพูดเสียงออดอ้อน มือเล็กป้อมชี้ไปที่ลีออนคนเป็นน้องชายคนเป็นพ่อยิ้มกว้างที่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของลูกสาว ก่อนจะก้มลงจูบแก้มลูกสาวเสียงดัง “ยังอุ้มไม่ได้นะครับ ลีน่าเห็นไหมว่าน้องตัวเล็กมาก ขนาดพ่อยังไม่กล้าอุ้มเลย อีกอย่างน้องก็กำลังกินนมอยู่ด้วย ร
พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า ท้องทะเลสีส้มทองสาดประกายระยิบระยับไปทั่ว บนชายหาดส่วนตัวที่เงียบสงบ มีเพียงซุ้มไม้สีขาวประดับด้วยดอกไม้สีพาสเทลและผ้าโปร่งบางที่ปลิวไสวตามแรงลมทะเล นาราเดินช้า ๆ ไปตามทางเดินที่โรยด้วยกลีบกุหลาบสีขาว เธอสวมชุดเจ้าสาวเรียบหรูสีออฟไวท์ที่ไหวพลิ้วตามลม ผมยาวถูกปล่อยสยาย ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอาง และมีรอยยิ้มแห่งความสุขประดับอยู่ตลอดเวลา สุดปลายทางเดินมีร่างสูงของเลโอยืนรอในชุดสูทสีดำเรียบหรู ผมแต่งทรงเรียบกริบ แต่ทว่าดวงตาคมยังคงเป็นประกายที่ฉายชัดความรู้สึกถึงผู้หญิงที่รักอย่างเจ้าสาวของเขา เมื่อเจ้าสาวเดินมาถึง เขาก็ยื่นมือจับมือเธอไว้แน่น ด้วยมือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อย “เจ้าสาวพี่สวยมาก...” เขากระซิบเสียงแหบพร่า “ถึงตอนนี้พี่ยังไม่เชื่อเลยว่า... วันนี้เธอจะเป็นเมียของพี่จริง ๆ” นารายิ้มทั้งน้ำตา “ฉันก็เหมือนกันค่ะ... คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะมาถึงจุดนี้กับพี่” พิธีแต่งงานเรียบง่ายตามแบบที่เจ้าสาวต้องการ เพราะเธอเป็นคนที่ไม่มีญาติพี่น้องหรือคนรู้จักมากนัก นอกจากเพื่อนสนิทอย่างลุลาและแม่ที่เลี้ยงดูเธอมาเพียงคนเดียว ทว่าทางฝั่งเจ้าบ่าวมีญาติสนิทและบุคค
“ที่รัก” เขาเอ่ยเรียกเธอด้วยสรรพนามที่ไม่เคยเรียกเลยสักครั้ง ก่อนจะหันไปมองนาวินด้วยสายตาเรียบเฉย “หลังจากนี้นาราจะไม่มาทำงานที่นี่อีกแล้ว” นาวินชะงักไปทันที ไม่ต่างจากนาราที่ยืนอึ้งไปเหมือนกัน “พี่เลโอ!” เธอหันขวับไปมองเขา เพราะเป็นสิ่งที่เขาและเธอไม่เคยคุยกันมาก่อน แต่ทว่าเลโอที่รู้ว่าตัวเองก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเธอมากเกินไป ก็หันมามองเธอและส่งยิ้มให้ “เรื่องนี้ค่อยคุยกันที่บ้านนะ” นาราพยายามสะบัดตัวออก เธอเริ่มไม่พอใจเขามากขึ้น แต่เขายังคงลากเธอเดินออกจากร้านไปโดยที่ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เมื่อเดินถึงรถ นาราก็สะบัดตัวหลุดจากมือเขาได้สำเร็จ ดวงตากลมโตมองหน้าเขาด้วยความไม่พอใจ “พี่ทำแบบนี้ทำไม?” เธอถามเสียงเครียด “ฉันทำงานที่นั่นมานานแล้วนะ พี่ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนฉันแบบนี้!” เลโอยืนนิ่ง มองเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อน มันมีทั้งความหึงหวง และความอยากเอาชนะปะปนกัน ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ จับไหล่เธอไว้แน่น “ก็ฉันหวง ฉันไม่อยากให้ใครมองเธอแบบนั้น” "....." “ฉันหึงเข้าใจไหมนารา ฉันอยากเป็นคนดูแลเธอเอง ฉันไม่อยากให้เธอต้องมาทำงานหนักแบบนี้” ร่างเล็กยังคงมองเขานิ่ง ทว่าความไม่พอใจก่อนหน
นาราหันมองคนเป็นแม่ มีน้ำตาคลอออกมาในดวงตาคู่สวย “แม่จะไม่ห้าม จะไม่ก้าวก่ายอะไรทั้งนั้น แม่แค่อยากให้ลูกของแม่มีความสุข แต่ถ้าวันไหนที่พ่อหนุ่มรู้สึกเบื่อ หรือไม่อยากคบกับนาราอีกแล้ว ขอให้ปล่อยนารากลับมาหาแม่นะลูก” ร่างสูงมองตรงเข้าไปในดวงตาของผู้อาวุโสกว่า แล้วตอบเสียงหนักแน่นด้วยความมั่นใจทันที “ไม่มีวันนั้นครับคุณแม่ ผมสัญญา” “ไม่ต้องสัญญากับแม่หรอก แค่ทำทุกวันให้ดีก็พอ” บรรยากาศในบ้านหลังเล็กอบอุ่นขึ้นทันตา ชมดาวเอ่ยชวนให้เลโออยู่ทานข้าวเย็นด้วยกัน พอถึงเวลาที่เลโอต้องกลับ นาราก็เดินออกไปส่งเขาถึงหน้ารถ ทว่าคนตัวสูงกลับอิดออดไม่ยอมขึ้นรถ มือยังจับมือเธอไว้แน่น “ไปนอนคอนโดกับพี่นะ” เสียงทุ้มออดอ้อน พลางก้มลงใกล้ใบหน้าเธอ “พี่ไม่อยากห่างเธอเลย” “ฉันอยากพักผ่อนค่ะ” "ไปที่นอนกับพี่ก็ได้พักผ่อน" "ไม่เอาค่ะ ไปเที่ยวมาเหนื่อยค่ะ" ถึงจะรู้สึกไม่พอใจที่เธอปฏิเสธแต่ก็เข้าใจเหตุผลของเธอ จึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น “งั้น... ขอจูบก่อนกลับได้ไหม” นาราหันมองซ้ายขวาอย่างระวัง ก่อนจะยกปลายเท้าขึ้น กดจูบปากเขาแรง ๆ หนึ่งทีอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าเธอไม่ทันได้ถอย มือหนาของเขาจับท้ายทอย
เขากระซิบคำบอกรักแสนหวาน ทว่าใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความจริงจัง “พี่ขาดเธอไม่ได้ หลังจากนี้พี่จะดูแลเธอให้ดีที่สุด จะไม่ทำให้เธอเสียใจอีก... พี่สัญญา” นารานอนหอบหายใจอยู่ในอ้อมกอดแน่นของเขา ใบหน้าแดงระเรื่อ น้ำตาคลอออกมา เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำบอกรักจากเขา ทำให้ความอบอุ่นที่เธอไม่เคยสัมผัสค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามา เวลาต่อมา หลังจากเช้าที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน กว่าทั้งสองคนจะได้ออกไปเที่ยวก็เกือบเที่ยงของวัน เลโอขับรถพานาราไปเที่ยวตามจุดต่าง ๆ บนเขาเพชรบูรณ์อย่างไม่ยอมให้เธอพัก จุดแรกคือคาเฟ่เล็กริมผา วิวแบบ 180 องศา มองเห็นทะเลหมอกและยอดเขากว้างไกล เลโอนั่งข้างเธอที่โต๊ะริมระเบียง มือข้างหนึ่งวางบนต้นขาเธอใต้โต๊ะตลอดเวลา “นั่งใกล้ ๆ หน่อยสิ” ร่างสูงขยับใบหน้าเข้าไปกระซิบริมหูเธอ พร้อมกับขโมยหอมแก้มเธอไปอีกฟอดใหญ่ ฟอด!!! นารารีบหันมองซ้ายขวา ก่อนจะหันมาต่อว่าเขาเสียงเบา ด้วยความเขินอายกับการกระทำของเขา “พี่เลโอ! คนอื่นเขามอง” “ก็ให้เขามองไป” คนตัวสูงยังคงยิ้มเจ้าเล่ห์ เอามือกอดเอวเธอไว้แน่น ไม่ได้สะทกสะท้านกับคำต่อว่าของเธอเลยสักนิด “พี่อยากให้คนทั้งโลกรู้ว่าเธอเป็นของพี่คนเดี
เธอพยายามดึงผ้าห่มกลับคืนมา เพื่อกลบเกลื่อนความอาย แต่เลโอกลับกระชากข้อมือเธอเข้าไปใกล้ตัวเขาแทน ทำให้ร่างกายเปลือยเปล่าของเธอเบียดชิดกับลำตัวของเขาทันที “นารา...” ชายหนุ่มจงใจเป่าลมหายใจร้อนผ่าวใส่ใบหูเล็กของเธอ “คิดถึงมันไหมครับ?” คำลงท้ายที่หวานหูและเจ้าเล่ห์ผิดปกติ ทำให้หัวใจนาราเต้นแรงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง สายตาของเธอเผลอเลื่อนลงไปมองโดยไม่ตั้งใจ... ท่อนเนื้อแดงก่ำที่แข็งโด่เด่และเต้นตุบอยู่ตรงหน้า มันทั้งใหญ่และยาวจนเห็นได้ชัด ทำเอาเธอกัดริมฝีปากแน่น ความอายกับความรู้สึกแปลก ๆ ในอกปะปนกันจนสมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ เธออยากหันหน้าหนี แต่สายตากลับทรยศ ยังคงมองอยู่ตรงนั้นไม่ละสายตาไปไหน ยิ่งเห็นสายตาคมเหมือนกำลังอ้อนวอนและต้องการอะไรบางอย่างจากเธอ ก็ยอมรับตรง ๆ ว่าไม่อยากปฏิเสธ “ทำให้พี่หน่อยได้ไหม?” นาราไม่ตอบด้วยคำพูด แต่ค่อย ๆ ก้มหน้าลง ใช้มือเล็กจับท่อนเนื้อร้อนผ่าวของเขาไว้แน่น มันเต้นตุบในฝ่ามือเธออย่างแรง เธอเลียปากตัวเองก่อนจะก้มลงใกล้ปลายหัวบานแดงก่ำ แล้วใช้ลิ้นเล็กเลียวนรอบหัวครั้งหนึ่ง “อืมมม” ร่างสูงคำรามต่ำในลำคอ ก่อนที่เธออ้าปากอมปลายหัวเข้าไปช้า ๆ ใช้ลิ้นเลียวนรอ
ปลายลิ้นร้อนระอุยังคงตวัดหยอกเย้าอยู่กับยอดอกสีหวานอย่างย่ามใจ เลโอละเลียดชิมความหอมหวานประหนึ่งกำลังจิบไวน์ราคาแพง กระดกเข้าปากไปอย่างไม่รู้เบื่อ "อืม" เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของนาราดังประสานไปกับเสียงดูดดึงที่ชวนให้ใจสั่น ทว่าในจังหวะที่อารมณ์รักกำลังไต่ระดับจนเกือบถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังแ
ร่างสูงค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกมาอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของหญิงสาวที่ดังสะท้อนอยู่ในห้อง VIP ที่เงียบสงัด เขาจ้องมองใบหน้าสวยหวานที่บัดนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววหวาดกลัว กลับเริ่มหยาดเยิ้มและล่องลอยด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่กำลังวิ่งพล่านอยู่ในกระแสเลือด จนเธอดูเย
ทว่าจะมานึกเสียใจตอนนี้ก็คงจะสายไปแล้ว เมื่อเธอเป็นคนเดินเข้ามาในห้องเชือดนี้ด้วยตัวเอง โดยไม่ได้มีใครบังคับ พลันภาพใบหน้าของคนเป็นแม่ก็ลอยเข้ามาแทนที่ ทั้งภาระหนี้สินและค่าเทอมที่รอจ่าย ทำให้เธอจำต้องสะกดกลั้นความกลัวเอาไว้ ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกความกล้าที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด แล้วช้อ
ภายในห้องพักส่วนตัวของลุลา นารากำลังยืนมองตัวเองในกระจกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว ชุดที่เธอสวมใส่อยู่ตอนนี้คือเกาะอกสีดำรัดรูปจนเห็นเนินอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นขอบผ้าออกมาอย่างน่าใจหาย ท่อนล่างเป็นกระโปรงสั้นกุดสีแดงสดที่ยาวไม่ถึงครึ่งต้นขา ทุกครั้งที่เธอขยับตัว กระโปรงจะร่นสูงขึ้นจนเกือ







