Share

บทที่ 135

Penulis: โม่เสียวชี่
น้องสาวแท้ๆ หรือ?

เสี่ยวชุ่ยเนี่ยนะ?

ดวงตาคู่สวยของเฉียวเนี่ยนจับจ้องอยู่ที่เสี่ยวชุ่ย ความคิดในหั
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1606

    อีกด้านหนึ่ง เฉียวเนี่ยนและคณะเร่งอาชาควบตะบึงอย่างไม่หยุดหย่อนทั้งวันทั้งคืน จนกระทั่งม้าแทบจะล้มพับลงด้วยความเหนื่อยอ่อน ในที่สุดคนทั้งสามก็มาถึง ช่องเขาเหยี่ยวร่วงที่บัดนี้สภาพไม่ต่างจากซากปรักหักพังกลิ่นอายที่ชวนให้หวาดหวั่นอบอวลไปทั่วอากาศทั้งกลิ่นเหม็นไหม้ กลิ่นคาวเลือดเจือจาง และกลิ่นไอดินฉุนกึกอันเป็นเอกลักษณ์หลังขุนเขาถล่ม กลิ่นเหล่านี้ผสมปนเปกันจนกลายเป็นกลิ่นเหม็นคละคลุ้งที่อบอวลไปด้วย ไอแห่งความตาย พัดโชยมาตามลมภูเขาเป็นระลอกรถม้าหยุดลงอย่างซวนเซตรงปากทางเข้าช่องเขาภาพเบื้องหน้าทำให้ดวงใจของคนทั้งสามดิ่งวูบลงสู่ก้นบึ้งอันเย็นเยือก ประหนึ่งตกลงในถ้ำน้ำแข็ง ร่างกายทุกส่วนสัดพลันแข็งทื่อด้วยความตระหนก เส้นทางสายแคบที่เคยสัญจรได้ บัดนี้กลับถูกปิดตายเกือบทั้งหมดผนังหน้าผาสูงชันทั้งสองฟากฝั่งเต็มไปด้วยรอยครูดและรอยแหว่งวิ่นขนาดใหญ่ เห็นชัดว่าเพิ่งผ่านเหตุการณ์หินถล่มครั้งมโหฬารมาเศษหินน้อยใหญ่กองทับถมกันอยู่ในหุบเขา บ้างขนาดเท่าแท่นโม่ บ้างใหญ่โตราวกับหลังคาเรือน พวกมันซ้อนทับกันอย่างระเกะระกะ และบนก้อนหินเหล่านั้น... ยังมีคราบเลือดที่แห้งกรังจนกลายเป็นสีดำสนิทติดอย

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1605

    “ข้าบ้าไปแล้วงั้นหรือ?” น้ำเสียงของมู่เมิ่งเสวี่ยแหลมสูงและสั่นสะท้านด้วยความโกรธแค้นถึงขีดสุด นางชี้หน้าอวี่เหวินฮ่าว ปลายนิ้วแทบจะทิ่มไปบนสันจมูกของเขา “อวี่เหวินฮ่าว! ท่านนั่นแหละที่บ้า! ท่านมันคนสิ้นคิดไร้หัวใจ! ท่านทำอะไรลงไปที่ช่องเขาเหยี่ยวร่วง?! ท่านวางแผนชั่วเพื่อลอบสังหารพวกเฉียวเนี่ยนอยู่ที่นั่นใช่หรือไม่?! ตอบมาว่าใช่หรือไม่?!”คำถามที่กรีดร้องราวกับหลั่งเลือดของนาง ดั่งค้อนหนักที่ทุบลงในห้องตำราอันเงียบสงัดแววตาขี้เล่นบนใบหน้าของอวี่เหวินฮ่าวเลือนหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความเย็นชาบาดลึกที่ชวนให้ขวัญผวา เขามิได้ปฏิเสธ และมิได้มีความตื่นตระหนกให้เห็นแม้แต่น้อยเมื่อถูกเปิดโปงเขาเพียงหรี่ตาลงเล็กน้อย นัยน์ตาเรียวยาวคู่นั้นส่องประกายเย็นเยียบดุจอสรพิษ เขาลุกขึ้นยืนช้า ๆ วางท่าทีจากมุมสูงข่มขวัญมู่เมิ่งเสวี่ยที่กำลังสั่นเทิ้มด้วยโทสะ“ใช่แล้วอย่างไร?” เขาเอ่ยเสียงเรียบสนิทไร้ซึ่งระลอกคลื่น ทว่ากลับน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าเสียงคำรามใด ๆ “ทางต่างกัน ย่อมมิอาจร่วมวิถี เฉียวเนี่ยน ฉู่จืออี้ และเซียวเหิงผู้นั้น... พวกมันคือเสี้ยนหนามที่เป็นภัยต่อแคว้นถัง ตัวข้าในฐานะองค์ชายแคว้นถัง

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1604

    นี่คือ... กู่ร่วมชะตากำเริบกระนั้นหรือ?ตั้งแต่เมื่อใดกัน?เขาฝืนกล้ำกลืนความเจ็บปวดเอาไว้ตลอดเลยหรือ?สติสัมปชัญญะของเฉียวเนี่ยนเพิ่งจะเริ่มแจ่มใสขึ้นบ้างในยามนี้เอง นางหวนนึกถึงคำพูดของแม่เฒ่าอากู่น่าขึ้นมาได้ จึงหยิบมีดสั้นออกมา กรีดลงบนปลายนิ้วเป็นแผลเล็ก ๆ แล้วจ่อปลายนิ้วนั้นลงบนริมฝีปากของเซียวเหิงหยาดโลหิตสีแดงฉานค่อย ๆ ไหลซึมผ่านริมฝีปากเข้าสู่ลำคอของเซียวเหิงทีละน้อย รสชาติของมันกลับหวานล้ำอย่างน่าประหลาดเซียวเหิงรู้สึกเพียงว่าความเจ็บปวดรวดร้าวตามร่างกายค่อย ๆ มลายหายไป เสียงประหลาดกึ่งบุรุษกึ่งสตรีในห้วงคำนึงนั้น ในที่สุดก็เงียบสงบลงเสียทีเมื่อได้สติกลับคืนมา เขาจึงพบว่าตนเองกำลังกุมมือของเฉียวเนี่ยนเอาไว้ และดูดดื่มหยาดโลหิตนั้นอย่างโหยหาโดยไม่รู้ตัวเขาสะดุ้งตกใจสุดขีด ก่อนจะรีบปล่อยมือออกราวกับเพิ่งรู้สึกตัวภาพที่เห็นคือเฉียวเนี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย นางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดนิ้วมือของตนเองอย่างแช่มช้า“ไม่เป็นไรหรอก”ยังไม่ทันที่เซียวเหิงจะได้เอ่ยปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำของเฉียวเนี่ยนก็ดังขึ้น “ยามนี้ข้าคือมนุษย์กู่ เลือดในกายข้าสามารถกดข่มกู่ตัวลูกในร่างของเจ้

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1603

    นางขดตัวอยู่ตรงมุมรถม้า สองมือกุมประสานกันแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว แม้เล็บจะจิกลึกลงกลางฝ่ามือเพียงใดก็หาได้รู้สึกเจ็บไม่ทิวทัศน์ภายนอกหน้าต่างที่ถอยร่นไปเบื้องหลังอย่างรวดเร็วพร่าเลือนจนเป็นแถบสีมัวมน ในโสตประสาทหลงเหลือเพียงเสียงกงล้อบดถนนและเสียงหัวใจที่เต้นระรัวราวกลองศึกใบหน้าที่คุ้นเคยของคนเหล่านั้น... ทั้งฉู่จืออี้ หนิงซวง ลุงเกิ่ง เกอซูอวิ๋น เซียวเหอและเหล่าพี่น้ององครักษ์พยัคฆ์... ผลัดเปลี่ยนเวียนวนเข้ามาในหัว รอยยิ้มของแต่ละคนล้วนทำให้นางรู้สึก ใจสั่นขวัญแขวนราวกับดวงใจจะแตกสลายกาลเวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้าท่ามกลางความทุกข์ทรมานใจอันแสนสาหัสครั้นเมื่อรถม้าเคลื่อนออกจากเมืองไป๋สุ่ยได้ราวครึ่งชั่วยาม และเพิ่งเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางสายเปลี่ยว เงาร่างสายหนึ่งก็โฉบลงมาจากยอดไม้ราวกับภูตพราย ก่อนจะร่อนลงบนรถม้าที่กำลังทะยานอยู่อย่างมั่นคง!เป็นอิ๋งชี!เขาหอบหายใจถี่กระชั้น เห็นได้ชัดว่าเร่งรุดตามมาด้วยวิชาตัวเบาขั้นสุดยอด บนใบหน้าไม่อาจปกปิดความวิตกกังวลและความตระหนกเอาไว้ได้“ท่านเจ้าสำนัก! แม่ทัพเซียว!” เสียงอันแหบพร่าของอิ๋งชีดังขึ้น น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความเร่งร้อนระ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1602

    วาจาอันเย็นเยียบนั้นประดุจคมมีดที่กรีดแทงลงบนขั้วหัวใจของเซียวเหิงทีละคำเขามองมือที่ทิ้งตัวลงข้างกายสั่นระริกอย่างร่วงโรย ปลายนิ้วยังคงหลงเหลือสัมผัสยามนางสะบัดกายหนี หากแต่สิ่งที่เหลืออยู่จริง ๆ กลับมีเพียงความเย็นชากลวงเปล่า...เฉียวเนี่ยนปรายตามองเขาเป็นครั้งสุดท้าย แววตาคู่ที่เคยมีให้กันบัดนี้ไร้ซึ่งความสั่นไหวใด ๆ ก่อนจะหมุนกายจากไปโดยไม่ลังเลแม้เพียงนิด นางก้าวยาว ๆ มุ่งหน้าไปยังทิศทางของประตูเมืองเซียวเหิงยืนแข็งค้างอยู่กับที่ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดดั่งคนตาย เม็ดเหงื่อเย็นผุดพรายบนหน้าผากก่อนจะไหลรินเป็นสาย กู่ร่วมชะตาในร่างดิ้นพล่านอย่างบ้าคลั่งเพราะแรงกระแทกจากอารมณ์อันรุนแรง นำมาซึ่งความเจ็บปวดร้าวรานเจียนจะฉีกร่างเขาออกเป็นเสี่ยง ๆเขาขบเม้มริมฝีปากล่างแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง เพื่อฝืนสะกดความหวานปร่าที่ตีตื้นขึ้นมาในลำคอเอาไว้เมื่อต้องมองดูนางวิ่งห่างออกไปทุกที จนร่างบอบบางนั้นกำลังจะเลือนหายไปในฝูงชนที่เบียดเสียดตรงหน้าประตูเมือง... หัวใจของเซียวเหิงราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบคั้นและบดขยี้จนแหลกลาญเขาจะปล่อยให้นางไปเพียงลำพังไม่ได้!“เนี่ยนเนี่ยน!”เสี

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1601

    ร่างของเฉียวเนี่ยนที่ดิ้นรนขัดขืนพลันแข็งทื่อ ราวกับถูกค้อนยักษ์ที่มองไม่เห็น ฟาดเข้าอย่างจังนั่นสินะ... นางจะทำอะไรได้?เมื่อต้องเผชิญกับจุดจบอันแสนอนาถที่รออยู่เบื้องหน้า นางจะเปลี่ยนสิ่งใดได้?ความรู้สึกไร้กำลังถาโถมเข้ากลืนกินนางในชั่วพริบตา ราวกับกระแสน้ำเย็นยะเยือกที่ท่วมมิดจมูกและปาก บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก ทำได้เพียงปล่อยให้น้ำตา ไหลบ่า ลงมาอย่างไร้เสียงท่ามกลางความสิ้นหวังอันเงียบงันนั้น เซียวเหิงสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับเค้นเรี่ยวแรงทั้งหมดที่ยังเหลืออยู่ดวงตาของเขาจับจ้องเฉียวเนี่ยนแน่วนิ่ง ในแววตาลึกสุดหยั่งคู่นั้น ราวกับมีคลื่นยักษ์โถมกระหน่ำทั้งความเป็นห่วง ความหวาดกลัว และความเจ็บปวดรวดร้าวจากการถูก ทอดทิ้งอย่างสิ้นเชิง: “แต่ข้าต้องการเจ้า เนี่ยนเนี่ยน! ข้าต้องการเจ้า!”เจ้าย่อมรู้ดี! “กู่ร่วมชะตา” ในกายข้า... พร้อมจะกำเริบขึ้นมาได้ทุกเมื่อ! หากเจ้าทิ้งข้าไปเช่นนี้ ข้า... ข้าคงไม่อาจรักษาชีวิตไว้ได้!”ถ้อยคำสุดท้ายนั้นแหบพร่าและสั่นเครือราวกับคนใกล้สิ้นใจ มันเป็นดั่งตรวนที่หนักอึ้งที่สุดซึ่งฟาดกระแทกซ้ำลงบนหัวใจที่บอบช้ำเกินทนของเฉียวเนี่ยนบรรยากาศรอบกายพลัน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status