LOGINเพียงแรกพบสบพักตร์พี่รักเจ้า อยากขอเฝ้าตามนางไม่ห่างหาย หากได้น้องครองแนบชิดสนิทกาย หญิงทั้งหลายพี่ไม่แลมองแค่เธอ รสิกา หลงเข้าไปในสยามยุคปี 2466 ในฐานะ การะเกด หญิงสาวผู้เรียบร้อย ดีกรีลูกสาวท่านเจ้าพระยา เธอได้พบกับ หม่อมเจ้าดนัยเทพรังสรรค์ ราชนิกูลหนุ่มเจ้าของดวงหน้าหล่อแบบโบร่ำโบราณ และต่างก็หลงรักกันแทบจะในทันที เธอกับเขาไม่น่าจะสานสัมพันธ์กันได้ด้วยกรอบของประเพณี ยุคสมัยและพื้นเพความเชื่อที่ต่างกัน รวมทั้งเขานั้นมีคู่หมายเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว หัวใจสองดวงที่เชื่อว่าพรหมลิขิตรักนั้นมีอยู่จริง จะพาทั้งสองก้าวข้ามอุปสรรคทั้งหลายไปได้อย่างไร
View More‘นี่มันอะไรกัน’ รสิกาอุทานอยู่ในใจ ยืนตาเบิกโพลงมองภาพที่ฝาผนังด้วยอาการมึนตึ้บ หรือนี่คือคุณหนูการะเกดอะไรนั่นที่เธอถูกจวงเรียกขาน ทำไมถึงได้เหมือนเธอราวกับคนคนเดียวกันเช่นนี้ แล้วการะเกดตัวจริงหายไปไหนกัน...ไฉนจึงกลายมาเป็นตัวเธอได้!รสิกาพร่ำถามตัวเองในใจอย่างมึนงงสงสัย แต่ก็ก้าวตามหลังจวงไปด้วยอาการเบลอๆ จนมาถึงห้องนอนห้องหนึ่ง กระทั่งทรุดนั่งลงบนเตียงถึงได้รู้สึกตัว หญิงสาวกวาดสายตาที่กำลังอยู่ในอาการสับสนมองไปรอบๆ ห้อง ก่อนดวงตาคู่สวยจะเปลี่ยนเป็นทอประกายชื่นชม เพราะทั่วทั้งห้องทาเป็นสีเขียวอ่อนๆ ซึ่งเป็นสีโปรดของเธอ เตียงไม้สีน้ำตาลเข้มที่ตัวเองนั่งอยู่เป็นแบบโบราณมีสี่เสา ลวดลายอ่อนช้อยสวยงามที่หัวเตียง รวมทั้งปลายเตียงที่ทำเป็นลูกกรงถี่ๆ นั้นเป็นลวดลายเฉกเช่นเดียวกัน ที่นอนหนาเรียบตึงจนสงสัยว่าตอนนอนไม่ปวดหลังแย่หรือ หมอนนุ่มสีขาวสะอาดตาพร้อมปลอก เห็นแล้วแทบอยากจะล้มตัวนอนลงเดี๋ยวนั้นเลยสิ่งที่ถูกอกถูกใจเธอที่สุดคงไม่พ้นมุ้งผ้าลูกไม้สีขาว ซึ่งเวลานี้ผูกไว้เป็นสี่มุมราวกับม่าน แต่นอกจากโต๊ะเครื่องแป้งสีเข้าชุดกับเตียงนอนแล้ว ก็แทบจะไม่มีเฟอร์นิเจอร์อื่นใดอีกเลย ทุกอย่างที่เห็
เป็นเพราะอารามดีใจเมื่อเห็นจามจุรีต้นใหญ่ตรงเบื้องหน้า รสิกาจึงรีบผละจากร่างของผู้ชายที่เธอตั้งตำแหน่งให้เสร็จสรรพว่าคุณหลวง ตรงไปยืนอยู่ข้างหลังลำต้นของมันในทันใด เพราะจำได้ว่าต้นไม้ดังกล่าวคลับคล้ายคลับคลาจะเป็นต้นเดียวกับที่อยู่หน้าบ้านของเธอ ทว่าดวงหน้าสวยกลับซีดสลดลงด้วยความผิดหวัง เมื่อเหลียวมองไปหลังต้นจามจุรี ซึ่งแทนที่จะเป็นตัวตึกขนาดกลางสีครีมซึ่งเป็นบ้านของตัวเอง แต่สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้ากลับกลายเป็นตึกทรงยุโรปก่ออิฐถือปูนสีน้ำตาลแดงหลังใหญ่ หลังคาเป็นรูปทรงแปลกๆ ที่ไม่เคยคุ้น ซ้ำมีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ผิดกับบ้านของเธอราวกับหน้ามือเป็นหลังมือหญิงสาวยืนชะงักอยู่กับที่พักใหญ่ก่อนเดินวนเวียนเหลียวซ้ายแลขวาไปมา มองไปทางไหนก็ไม่เห็นมีสิ่งที่คุ้นเคยสายตาของเธอเลยแม้แต่น้อย มีเพียงจามจุรีต้นใหญ่ที่เธอกำลังยืนอยู่ใต้ร่มเงาของมันเท่านั้นที่เธอคุ้นชินที่สุด ร่างสูงเพรียวยื่นมือเรียวบางลูบไล้สัมผัสต้นไม้ใหญ่เบาๆ ราวกับมันคือเพื่อนแท้ของเธอในยามนี้ ดวงหน้าเศร้าหมอง ผิดกับก่อนหน้านี้ที่ยังมีร่องรอยของการหัวเราะประดับอยู่ มิได้สนใจไยดีกับสายตาผู้คนที่เดินผ่านและพากันจับจ้องมองมาด้วยสายตาแ
เธอคือผู้หญิงในฝันของท่านชัดๆ แล้วเหตุไฉนเธอจึงมาปรากฏกาย ณ ที่นี้ได้ทว่า...เสียงหัวเราะคิกคักที่ดังขึ้นกระชากพระสติที่กำลังลอยคว้างให้กลับคืนมาสู่เหตุการณ์ตรงหน้าในฉับพลัน แล้วพระอาการขุ่นเคืองพระทัยก็เข้ามาแทนที่ ไฉนนางในฝันของท่านจึงมีกิริยามารยาทเช่นนี้ ช่างไม่เหมาะสมเอาซะเลย ไม่รู้จักสงวนท่าทีตัวเองเอาไว้บ้าง ทรงดำริก่อนส่งสายพระเนตรดุๆ ไปให้ดูสิ! ท่านอุตส่าห์ช่วยพยุงเอาไว้ไม่ให้ล้มคว่ำลงกับพื้น ยังจะมายืนหัวเราะอีก ทรงไม่ค่อยได้พบสตรีใดในสยามที่มีกิริยาเช่นนี้นัก ถ้าเป็นการแสดงออกของสตรีจากประเทศอังกฤษที่ทรงเพิ่งจากมาคงไม่ประหลาดพระทัยนัก เพราะที่นั่นมีอิสรเสรีในการแสดงออกอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องหวั่นต่อสายตาผู้ใด แต่นี่เป็นประเทศสยามที่เคร่งครัดในเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี ผิดจากกิริยามารยาทของผู้หญิงในฝันของท่านราวหน้ามือกับหลังมือ แม้จะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกันก็ตามขณะกำลังทรงคำนึงในพระทัยอยู่นั้น ช่างน่าประหลาดยิ่งนัก เมื่อจู่ๆ ร่างของผู้หญิงในฝันที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็หายวับจากสายพระเนตรโดยไม่รู้ว่าหายไปตอนไหน ทอดพระเนตรชะเง้อชะแง้หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอทำไมถึงหายตัวไปอย่างรวดเร็วเ
รสิกาเงยหน้าขึ้นมองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอ ซึ่งก่อนหน้านี้ยังเห็นแต่งตัวอย่างปกติธรรมดา ทว่าเวลานี้กลับเปลี่ยนเป็นนุ่งโจงกระเบนสีเข้ม สวมเสื้อแขนกระบอก รวมทั้งผมก็กลายเป็นทรงโบราณที่เคยเห็นจากในละครย้อนยุค เท่านั้นยังไม่พอ คนอื่นๆ ในรถก็ล้วนแล้วแต่แต่งตัวคล้ายคลึงกัน และที่สำคัญสายตาของทุกคนกำลังจ้องมาที่ตัวเธอเป็นจุดเดียวกัน ราวกับเธอเป็นตัวประหลาดอย่างไรอย่างนั้น!ยิ่งกว่านั้นยังต้องตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อรถเมล์ที่นั่งมาจู่ๆ ก็กลายเป็นรถราง ครีเอทีฟสาวก้าวลงไปยืนข้างล่างด้วยอาการมึนงง จับต้นชนปลายไม่ถูกนี่มันเกิดอะไรขึ้น? หญิงสาวถามตัวเอง หรือว่าตาของเธอฝาดกระทั่งมองเห็นรถเมล์ที่นั่งอยู่บ่อยๆ กลายเป็นรถราง ซึ่งหญิงสาวก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าเหตุใดเธอถึงมั่นใจว่ารถดังกล่าวคือรถรางทั้งๆ ที่ไม่เคยเห็น เพียงแต่เคยได้ยินคนแก่คนเฒ่าเล่าให้ฟังเท่านั้น จำได้ว่าพวกท่านเคยเล่าให้ฟังว่าสภาพบ้านเมืองเมื่อยุคกว่าร้อยปีก่อนน่าอยู่กว่าสมัยนี้มาก รถราไม่ติดเหมือนในสมัยปัจจุบัน มีพื้นที่บนถนนจำนวนหนึ่งช่องทางเพื่อวางรางรถรางฝังไปกับพื้นถนนด้านชิดขอบฟุตบาท กระทั่งรถรางไฟฟ้าสามารถวิ่งคู่ขนานไปกับรถยน
“ตกลงโลกจะแตกตามคำทำนายหรือไงนะ อากาศถึงได้ร้อนจับจิตจับใจเช่นนี้”รสิกาพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางหรี่ตากลมโตมองผู้คนที่พากันเดินเบียดเสียดยัดเยียดอยู่ภายในบริเวณตลาดนัดสวนจตุจักรยามใกล้เที่ยง ท่ามกลางอากาศอันแสนจะร้อนอบอ้าวจากแสงร้อนแรงของดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาราวกับต้องการจะแผดเผาผิวกายให้มอดไหม้ก