Share

บทที่ 1540

Penulis: โม่เสียวชี่
แสงตะวันยามเย็นสุดท้ายค่อย ๆ จมลงสู่เส้นขอบฟ้า ความมืดในยามเย็นแผ่ปกคลุมไปทั่วทุกทิศ

รถม้าคลุมผ้าสี
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1592

    ด้วยความทุ่มเทรักษาอย่างสุดกำลังของเฉียวเนี่ยน ในที่สุดชีพจรของแม่เฒ่าอากู่น่าก็เริ่มกลับมาคงที่ แม้จังหวะการหายใจจะยังคงแผ่วเบาราวกับเส้นไหม แต่ก็ไม่หอบถี่จนน่าตระหนกเหมือนก่อนหน้าทว่าการเดินเข็มรักษานั้น ผลาญแรงใจไปมหาศาล เมื่อแม่เฒ่าอากู่น่าเข้าสู่ห้วงนิทรา เฉียวเนี่ยนที่เรี่ยวแรงเหือดแห้งจึงทรุดกายพิงขอบเตียงอย่างอ่อนล้าค่ำคืนนี้... ช่างยาวนานเหลือเกินเฉียวเนี่ยนเฝ้าอยู่ข้างกายแม่เฒ่าอากู่น่าที่ลมหายใจรวยรินจนแทบสัมผัสไม่ได้ นางสงบนิ่งราวกับรูปปั้นอันเงียบงันภายในกระท่อมที่ผุพัง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง กลิ่นยาสมุนไพรฉุนจมูก กลิ่นอับชื้น และไอแห่งความตายที่มิอาจสลัดพ้น ต่างร้อยรัดพันเกี่ยวกัน บดบังหัวใจของทุกคนให้หนักอึ้งเซียวเหิงขดตัวอยู่ที่มุมห้อง พยายามบังคับตนเองไม่ให้หลับใหล ทว่ากลับส่งเสียงละเมอออกมาเป็นระยะ ประหนึ่งเสียงพึมพำของปีศาจร้ายในยามค่ำคืนส่วนอิ๋งชีนั้นยืนเฝ้าอยู่ที่ประตูประหนึ่งทวารบาล แผ่นหลังตั้งตรง ทว่ากลับพยายามผ่อนลมหายใจให้เบาที่สุด เพราะเกรงว่าจะรบกวนการรักษาที่แสนเปราะบางนี้รุ่งสางวันถัดมา แสงสลัวสีเทาหม่นลอดผ่านหน้าต่างบานเล็กที่เขรอะกรังด้วยฝุ่น

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1591

    แต่เหตุใดต้องเล่นงานเซียวเหิง? ไยไม่จัดการนางโดยตรง?คำถามที่นางเคยเค้นถามเสิ่นเยว่ผุดขึ้นมาในใจอีกครั้ง! นางสุดจะหยั่งรู้จริง ๆ ว่าเสิ่นเยว่คิดจะทำสิ่งใดกันแน่!แววตาของอิ๋งชีเคร่งขรึมลง เขาพึมพำเสียงต่ำ “อดีตท่านเจ้าสำนักเคยตั้งกฎเหล็กไว้ ศิษย์สำนักราชาโอสถมิอาจข้องแวะกับวิชาคุณไสย หากเรื่องนี้เป็นฝีมือของเสิ่นเยว่จริง ท่านเจ้าสำนักก็สมควรขับเขาออกจากสำนักราชาโอสถเสีย!”เซียวเหิงนั่งนิ่งไม่ปริปาก เขาลอบคิดในใจอย่างเงียบเชียบ... เขาลอบคิดในใจอย่างเงียบเชียบ ที่แท้เสียงที่กู่ร้องก้องอยู่ในหัวเขาตลอดหลายวันมานี้คือเสิ่นเยว่หรอกหรือ?เมื่อรู้เช่นนั้นเขากลับรู้สึกโล่งใจอย่างน้อยนั่นก็มิใช่เจตจำนงที่แท้จริงของเขาเขาไม่มีวันทำเรื่องชั่วช้าพรรค์นั้นลงไปแน่…แม่เฒ่าอากู่น่ากล่าวต่อ “วิธีแก้กู่ร่วมชะตานี้มีเพียงทางเดียว คือผู้ลงอาคมต้องใช้ กู่ตัวแม่เป็นตัวล่อเพื่อดึงกู่ตัวลูกออกจากร่างของพ่อหนุ่มคนนี้ มิเช่นนั้น ต่อให้เป็นเทพเซียนจุติลงมาก็หาทางช่วยไม่ได้เมื่อได้ยินดังนั้น เฉียวเนี่ยนก็สั่งการเสียงเข้มทันที: “อิ๋งชี พาเซียวเหิงไป เราจะกลับสำนักราชาโอสถเดี๋ยวนี้!”นางต้องรีบไป

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1590

    เพียงสามคำสั้น ๆ ทว่ากลับไม่ต่างจากน้ำเย็นจัดที่ราดรดลงมากลางศีรษะในพยับพรายแห่งเหมันตฤดู แช่แข็งความหวังสุดท้ายอันริบหรี่ของเฉียวเนี่ยนจนสิ้นซาก ทว่าดวงตาที่ฝ้าฟางแต่กลับเฉียบคมผิดปกติของหญิงชรากลับยิ่งตรึงแน่น อยู่ที่ร่างของเซียวเหิง “นับตั้งแต่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา... ข้าก็ดูออกแล้ว...”นิ้วมือที่ผอมแห้งประดุจกรงเล็บเหยี่ยวของนาง ลูบไล้กำไลเงินลวดลายโบราณที่สลักเสลาอย่างซับซ้อนและบิดเบี้ยวบนข้อมือซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่รู้ตัว “นั่นมิใช่ กลิ่นอายความตาย ที่เกิดจากกู่พิษทั่วไป... แต่มันคือกู่ร่วมชะตา”“กู่ร่วมชะตา?” หัวใจของเฉียวเนี่ยนราวกับถูกหัตถ์ที่มองไม่เห็นบีบเค้นอย่างรุนแรง นางกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว เล็บจิกลึกเข้าไปในฝ่ามือ หวังจะใช้ความเจ็บปวดขับไล่ความหนาวเหน็บที่คืบคลานเข้ามาครอบงำ“ถูกต้อง... กู่ร่วมชะตา” น้ำเสียงของแม่เฒ่าอากู่น่ากดต่ำลง ประหนึ่งเสียงขู่ฟ่อของอสรพิษที่ดังอยู่ข้างหู “กู่นี้แบ่งเป็นกู่ตัวแม่และกู่ตัวลูก ตัวลูก... ถูกฝังไว้ในกายผู้อื่น ส่วนตัวแม่... ย่อมต้องฝังรากลึกอยู่ในห้องหัวใจของผู้ลงมือ!”รูม่านตาของคนทั้งสามหดเกร็งจนเล็กเท่าปลายเข็ม ความหนาวเหน็บที่ยาก

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1589

    ภายในพื้นที่อันเงียบจืดชืดนี้ สิ่งเดียวที่พอจะเรียกได้ว่ามี “ชีวิตชีวา” อยู่บ้าง เห็นจะมีเพียงต้นหญ้าป่าไร้ชื่อไม่กี่ต้นในชามดินเผาขอบบิ่นบนขอบหน้าต่าง มันชูใบเขียวขจีอวดความแข็งแกร่งอย่างโดดเด่นท่ามกลางบรรยากาศที่แสนจะตายซาก“นั่งเถอะ นั่งลงก่อน...” แม่เฒ่าอากู่น่าหลังค่อม เดินโงนเงนไปยังเบาะฟางถักข้างเตาไฟ นางค่อย ๆ ทรุดกายลงพลางชี้ไปยังม้านั่งเตี้ยสองตัวด้วยมือที่สั่นเทา น้ำเสียงนั้นแหบพร่า “ที่ทางคับแคบไปบ้าง ยายเฒ่าตัวคนเดียวอยู่จนชินแล้ว... พวกเจ้าอย่าได้ถือสาเลย”เฉียวเนี่ยนมองดูหญิงชราที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในเรือนโกโรโกโสในต่างแดนผู้นี้ ในใจพลันบังเกิดความรู้สึกอันซับซ้อน“ท่านแม่เฒ่าเกรงใจไปแล้ว” อิ๋งชีเอ่ยเสียงขรึม ทว่าเขามิได้นั่งลงทันที สายตาอันเฉียบคมกวาดมองไปทั่วทุกซอกมุมภายในห้องอย่างระแวดระวังเฉียวเนี่ยนช่วยพยุงเซียวเหิงให้กุมกายลงนั่งบนม้านั่งเตี้ยอย่างระมัดระวังแม่เฒ่าอากู่น่ามองดูพวกเขา สายตาขุ่นมัวของนางไหววูบด้วยอารมณ์บางอย่างยามจ้องไปยังเซียวเหิงที่ดูอ่อนแรงคล้ายจะล้มลงได้ทุกเมื่อนางพยายามหยัดกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เดินไปยังตู้ไม้ผุพังตรงมุมห้อง เปิดปร

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1588

    “รักษาโรคอย่างนั้นหรือ?” เซียวเหิงมีสีหน้าไม่เข้าใจ มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มหยันตนเอง “ข้าเป็นโรคอะไรกันแน่ ขนาดเจ้าสำนักราชาโอสถผู้เกรียงไกรยังไร้หนทางรักษา?”เฉียวเนี่ยนหามีแก่ใจจะล้อเล่นกับเขาไม่ นางกล่าวเพียงว่า “อาจเป็นพิษกู่ แต่ทุกอย่างต้องรอให้พบสตรีชาวหนานเจียงนางนั้นก่อนจึงจะยืนยันได้”พิษกู่อย่างนั้นหรือ?รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวเหิงค่อย ๆ เลือนหายไป ที่แท้ฝันร้ายตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ล้วนมีสาเหตุมาจากพิษกู่หรอกหรือ? แววตาของเขาหม่นแสงลงโดยไม่รู้ตัวเมื่อเฉียวเนี่ยนเห็นเช่นนั้น ก็ไม่รู้จะปลอบประโลมอย่างไร จึงหันไปมองนอกรถม้าแทนนางลอบทอดถอนใจในอก... ยังเหลือการเดินทางอีกตั้งสามวัน...ล้อรถบดขยี้ไปบนถนนแผ่นหินที่ขรุขระของเมืองไป๋สุ่ย ส่งเสียงกระทบดังทึบหนัก ก่อนจะหยุดลง ณ มุมอับที่ห่างไกลผู้คนแห่งหนึ่งอิ๋งชีลงจากรถเป็นคนแรก เขากวาดสายตามองไปรอบบริเวณด้วยความระแวดระวังกระท่อมเบื้องหน้ามีขื่อประตูต่ำเตี้ยราวกับถูกกาลเวลากดทับจนหลังค่อม บานประตูทำจากไม้ผุหลายแผ่นนำมาปะติดปะต่อกัน เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวลึกบ้างตื้นบ้าง สีสันซีดจางกลายเป็นสีน้ำตาลเทาคร่ำครึ ขอบประตูถูกมอ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1587

    สัมผัสแรกที่ฟื้นคืนคือเปลือกตาอันหนักอึ้ง เขาพยายามฝืนปรือตาขึ้นจนเปิดออกได้เพียงรอยแยกเล็ก ๆแสงอันเจิดจ้าสาดเข้ามาในฉับพลัน ทำให้เขาต้องหลับตาลงอีกครั้งด้วยความระคายเคือง ครั้นเมื่อค่อย ๆ ลืมตาขึ้นใหม่อีกครา ภาพที่พร่ามัวจึงเริ่มกระจ่างชัดขึ้น เขาพบว่าตนกำลังนอนอยู่ในรถม้าคันแคบทว่าวิ่งได้อย่างเรียบเรื่อย ใต้ร่างรองรับด้วยฟูกหนานุ่ม ...และในยามนั้นเอง เขาก็ได้เห็นนางเฉียวเนี่ยนนั่งพิงผนังรถม้าอยู่ฝั่งตรงข้าม นางหลับตาลงคล้ายกำลังงีบหลับพักผ่อนแสงแดดอันเจิดจ้าและอบอุ่นในยามสายของวสันตฤดู ลอดผ่านช่องว่างของม่านรถม้าที่สั่นไหวเล็กน้อย ตกกระทบลงบนใบหน้าด้านข้างของนางพอดิบพอดีแสงนั้นขับเน้นกรอบหน้าอันนุ่มนวล ทอดเงารูปพัดลงใต้ขนตาที่ยาวหนาเป็นแพ สันจมูกโด่งรั้นงดงาม ริมฝีปากสะท้อนแสงเป็นสีชมพูระเรื่อดูสุขภาพดีแสงอาทิตย์ที่อาบไล้รอบกายทำให้นางดูราวกับถูกฉาบด้วยขอบทองคำจาง ๆ ดูสงบเงียบและงดงามจับใจชั่วขณะที่จิตใจล่องลอย กาลเวลาคล้ายจะหมุนย้อนกลับไปเมื่อนานแสนนานมาแล้วในรถม้าเช่นนี้ แสงแดดเช่นนี้ และนาง... ก็เป็นเช่นนี้ยามนั้น นางยังเป็นเพียงเด็กสาวตัวน้อยที่แสนซุกซนและร่าเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status