แชร์

บทที่ 58

ผู้เขียน: โม่เสียวชี่
“แม่นางชอบหรือไม่?” เจ้าของแผงลอยตาไวเหลือเกิน พอเห็นหลินยวน ก็รีบหยิบโคมไฟกระต่ายลงมาทันที “เพียงห้าตำลึง”

เซียวเหิงรีบควักเงินออกมาจ่าย

เจ้าของแผงลอยยิ้มระรื่น ส่งโคมไฟให้เซียวเหิง แต่ยังไม่ทันที่เซียวเหิงจะส่งโคมไฟให้หลินยวน ก็สังเกตเห็นว่าฝูงชนด้านหลังเริ่มโกลาหลขึ้นมาทันที

ดูเหมือนจะเกิดเรื่องใหญ่แล้ว

หลินยวนกับเซียวเหิงก็สนใจความโกลาหลนี้ไปด้วย

เซียวเหิงรูปร่างสูง มองเห็นได้ไกลกว่าหลินยวน

เมื่อมองทะลุฝูงชนไป ก็เห็นสาวใช้หน้าเปื้อนเลือดคนหนึ่ง

ดูคุ้นหน้านัก

ราวกับเป็น...

สาวใช้ของเฉียวเนี่ยน!

เขาตกใจ รีบวิ่งไปทางฝั่งของหนิงซวง

หลินยวนตกใจจนร้องออกมา จึงเห็นว่าโคมไฟกระต่ายที่เซียวเหิงถืออยู่ตกลงพื้น แล้วก็ติดไฟลุกไหม้ขึ้นมาทันที

เปลวไฟติดชายกระโปรงของนาง นางตกใจมาก โชคดีที่เจ้าของแผงลอยว่องไว ตักน้ำมาดับไฟได้ทันท่วงที

หลินยวนยังคงตกใจจนทำอะไรไม่ถูก นางเงยหน้ามองไปยังทิศทางที่เซียวเหิงเดินจากไปด้วยสายตาว่างเปล่า นางไม่รู้ว่าเซียวเหิงเป็นอะไรไป ดูราวกับถูกผีเข้า นางจึงเดินตามเขาไป

ขณะนั้น เซียวเหิงวิ่งมาถึงหน้าหนิงซวง “เกิดอะไรขึ้น? คุณหนูของเจ้าอยู่ที่ใด?”

หนิงซวงวิ่ง
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก
ความคิดเห็น (1)
goodnovel comment avatar
Patcharanaree
นิยายเรื่องนี้มีกี่บท
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1008

    สิ้นเสียง เหล่าองครักษ์ก็รีบกรูกันเข้ามาหนิงซวงเห็นดังนั้น จึงฟาดฝ่ามือใส่องครักษ์ที่พุ่งเข้ามาคนแรกทันทีแม้จะเรียนวรยุทธมาหลายเดือน แต่ลุงเกิ่งก็สอนตามความเหมาะสม รู้ว่านางมีแรงมากแต่ขาดความคล่องแคล่ว จึงไม่ได้สอนวรยุทธตามแบบฉบับ หากแต่เป็นท่วงท่าที่สามารถสยบศัตรูได้ภายในครั้งเดียวดังเช่นฝ่ามือนี้เห็นได้ชัดว่าองครักษ์คนนั้นไม่คิดเลย ว่าเมื่อเผชิญหน้ากับตนที่ร่างกายกำยำ หนิงซวงกลับโต้ตอบด้วยการตบหน้าเขาจนเมื่อเขาตั้งสติได้ ฝ่ามือของหนิงซวงก็ตบกระแทกลงบนใบหน้าของเขาไปเรียบร้อยแล้วแรงนั้นมากเสียจนทำให้เขารู้สึกว่าคนที่ตบเขาไม่ใช่สตรีร่างเล็กตรงหน้า หากแต่เป็นชายฉกรรจ์หนักร้อยกว่าชั่งได้ยินเพียงเสียงหึ่งดังในหู องครักษ์คนนั้นก็ล้มลงไปกับพื้น ผ่านไปสักพักก็ยังไม่ลุกขึ้นมาตลอดชีวิตเพิ่งเคยตบคนสลบครั้งแรก อย่าว่าแต่เฉียวเนี่ยน แม้แต่อองครักษ์คนอื่นก็ยังตื่นตะลึงแต่แล้วก็ได้ยินพ่อบ้านตะคอกขึ้นว่า “มัวยืนอึ้งทำไมกันอยู่? จู่โจมสิ!”องครักษ์ที่เหลือถึงเพิ่งตั้งสติได้ แล้วกรูกันเข้ามาพร้อมกันใครจะรู้ว่าวิธีการของหนิงซวงกลับยิ่งต่ำชั้นลงไปเรื่อยๆนางไม่ใช้ฝ่ามือตบหน้าใครแล้ว

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1007

    เห็นได้ชัดว่า เขาไม่คิดมาก่อนว่าเฉียวเนี่ยนจะไม่หลงกลทันใดนั้น แม้แต่รอยยิ้มก็แข็งทื่อขึ้นมา “เหอะๆ นี่... นี่ก็ถือเป็นเรื่องดี เพียงแต่ว่าเมื่อวานคุณหนูของพวกเรากลับมาจวนแล้วก็เข้านอนทันที ตลอดจนถึงตอนนี้ยังไม่ตื่น ข้าน้อยเป็นห่วงนัก...”พูดจบ พ่อบ้านไม่ลืมเงยหน้าขึ้นสังเกตสีหน้าของเฉียวเนี่ยนสีหน้าของเฉียวเนี่ยนเปลี่ยนไปทันทีนางเข้าใจความหมายของพ่อบ้านแล้วเมื่อวานเมิ่งอิ้งจือกลับมาตระกูลเมิ่ง น่าจะเป็นเวลายามพลบค่ำ หลับยาวมาจนถึงตอนนี้ ก็นับว่าหลับไปแล้วหกถึงเจ็ดชั่วยามเต็มๆนี่มันผิดปกติอย่างชัดเจนหากเป็นเฉียวเนี่ยนที่ใจร้อน เวลานี้คงเพราะเป็นห่วงเมิ่งอิ้งจือจนผลักประตูห้องเข้าไปแล้วแต่ในตอนนี้ นางกลับเผลอกำหมัดแน่น ฝืนข่มใจระงับความหุนหันไว้ได้ทันใดนั้นก็เพียงมีแววตาเย็นชา “ตระกูลเมิ่งของพวกเจ้าช่างประหลาดจริง! เดี๋ยวก็ว่าห่วงใยคุณหนูของตน เดี๋ยวก็ว่ารักใคร่คุณหนูของตน! แต่ผลลัพธ์คือข้างกายคุณหนูเมิ่งกลับไม่มีใครคอยดูแล แถมเมื่อคืนนางหลับยาวมาจนถึงชั่วยามนี้ก็ยังไม่ตื่น พวกเจ้ากลับไม่เศร้าเสียใจ ไม่ต้องพูดถึงการส่งใครเข้าไปดู กลับแม้แต่หมอก็ไม่คิดจะหามา! เจ้ารอดูเถอ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1006

    พ่อบ้านขยับปาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอย่างไรเสียก็ชัดเจนแล้วว่าท่านหญิงเฉียวผู้นี้ไม่คิดจะไว้หน้าคนตระกูลเมิ่ง หากเขาเอ่ยเรื่องไร้สาระอีกก็จะมีแต่ถูกย้อนกลับเท่านั้นดังนั้นตลอดเส้นทางที่เหลือ พ่อบ้านผู้นี้ก็ดูเงียบลงไปมากจนกระทั่งมาถึงเรือนที่เมิ่งอิ้งจือพำนักอยู่ พ่อบ้านถึงได้หันไปยิ้มให้เฉียวเนี่ยน “ท่านหญิงเฉียว มาถึงแล้วขอรับ”พูดพลางนำทางเฉียวเนี่ยนเข้าไปในเรือนเรือนที่เมิ่งอิ้งจืออยู่นั้น ดูแล้วก็งดงามประณีตรอบๆ ถูกกวาดเก็บอย่างสะอาดหมดจด แม้แต่หิมะที่ทับถมก็ถูกกวาดจนไม่เหลือแม้แต่น้อยแต่ในเรือนนี้กลับไม่มีหญิงรับใช้แม้แต่คนเดียวเฉียวเนี่ยนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วถาม “คุณหนูเมิ่งของพวกเจ้าไม่ต้องการคนคอยรับใช้เลยหรือ?”พ่อบ้านเหมือนจะคาดไว้แล้วว่าเฉียวเนี่ยนต้องถามเช่นนี้ จึงยิ้มพลางตอบ “คุณหนูของพวกเราเวลาอาการกำเริบก็จำใครไม่ได้ทั้งนั้น เจอหญิงรับใช้ก็จะทุบตี เจอเด็กรับใช้ก็จะกัดข่วน ดังนั้นในเรือนนี้จึงให้เหลือหญิงรับใช้ไว้เพียงหนึ่งถึงสองคนเพื่อดูแลกิจวัตรของคุณหนู เวลานี้คุณหนูน่าจะยังไม่ตื่น พวกนางคงไปในครัวเพื่อจัดเตรียมสำรับเช้าให้คุณหนูก่อนแล้วขอรับ”

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1005

    ดังนั้นเขาเพียงต้องทำหน้าที่เป็นดั่งกำแพงสักผืน ยามนางต้องการก็ให้ได้พึ่งพิงเท่านั้นแน่นอนว่าฉู่จืออี้ก็สังเกตเห็นแล้วว่ามือของเฉียวเนี่ยนที่อยู่ข้างกายได้กำแน่นเป็นหมัดตั้งแต่แรกเขาสามารถรับรู้ได้ถึงความโกรธของนางในยามนี้เขาก็รู้ด้วยว่าหากคนตระกูลเมิ่งบังอาจทำร้ายเมิ่งอิ้งจืออีกเพียงนิดเดียว เฉียวเนี่ยนจะทุ่มสุดกำลังเพื่อให้คนตระกูลเมิ่งต้องชดใช้รุ่งขึ้น เฉียวเนี่ยนก็จัดเตรียมหีบยาและสิ่งของต่างๆ ตั้งแต่เช้า จากนั้นจึงขึ้นรถม้ามุ่งไปยังตระกูลเมิ่งนางกังวลเรื่องเมิ่งอิ้งจืออย่างแท้จริง รีบร้อนอยากไปยืนยันว่านางยังสบายดีหรือไม่นางกลัวนักว่าหญิงงามผู้เลอโฉมที่ตนเพิ่งขัดสีฉวีวรรณไปเมื่อวานนี้ พอได้พบอีกครั้งจะกลับไปมีสภาพบ้าคลั่งดังเดิมเมิ่งอิ้งจือไม่ควรเป็นเช่นนั้นหนิงซวงก็ตามมาด้วย นางเองก็เป็นห่วงเมิ่งอิ้งจือแม้แต่เกอซูอวิ๋นก็ยังอยากจะตามมาด้วย!แต่เป็นเฉียวเนี่ยนที่เกลี้ยกล่อมว่าสถานะของนางในตอนนี้พิเศษนัก ไม่ควรปรากฏตัวพร่ำเพรื่อ จึงทำให้นางละทิ้งความคิดนั้นไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม รถม้าก็มาหยุดที่หน้าจวนเมิ่งองครักษ์เฝ้าประตูเห็นรถม้าจากจวนอ๋องผิงหยางมาถึงก็รีบออก

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1004

    เฉียวเนี่ยนรีบรุดก้าวไปทางเมิ่งอิ้งจือ หนิงซวงก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังเมิ่งอิ้งจือ ใบหน้าเต็มไปด้วยท่าทางลำบากใจ "คุณหนู บ่าวห้ามไม่อยู่ คุณหนูเมิ่งพูดมาตลอดว่าจะ...""กลับบ้าน กลับบ้าน..."ปากของเมิ่งอิ้งจือยังคงท่องซ้ำอยู่เพียงสองคำนี้ใต้เท้าเมิ่งก็ตามเข้ามายืนข้างทั้งสอง กล่าวกับเมิ่งอิ้งจือว่า "อิ้งจือเอ๋ย พ่อมารับเจ้ากลับบ้านแล้ว!"ว่าพลาง ใต้เท้าเมิ่งก็ยื่นมือออกไปหาเมิ่งอิ้งจือแต่ไม่คิดว่า ท่าทีของเมิ่งอิ้งจือกลับแสดงออกถึงการต่อต้านเกือบจะเป็นการหดตัวโดยสัญชาตญาณ เห็นได้ชัดว่านางหวาดกลัวใต้เท้าเมิ่งสีหน้าของใต้เท้าเมิ่งพลันเคร่งเครียด รีบรั้งข้อมือเมิ่งอิ้งจือไว้อย่างแข็งกร้าว การกระทำเรียกได้ว่าหยาบคายถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ปากของเมิ่งอิ้งจือก็ยังคงท่องซ้ำอยู่เหมือนเดิม "กลับบ้าน ข้าจะกลับบ้าน"เช่นนี้แล้ว เฉียวเนี่ยนก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะรั้งเมิ่งอิ้งจือเอาไว้ได้อีกเพียงได้ยินใต้เท้าเมิ่งว่า "นี่ก็ค่ำแล้ว ข้าน้อยจะไม่รบกวนอีก ขอลา"ว่าพลาง เขาก็พาเมิ่งอิ้งจือหันหลังจากไปมองแผ่นหลังของทั้งคู่ เฉียวเนี่ยนกลับรู้สึกใจไม่สงบท้ายที่สุดก็อดกลั้นไม่ไหวเอ่ยปากออกมา

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1003

    ใต้เท้าเมิ่งชะงัก แต่ก็รีบกลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง หันกายไปทำความเคารพต่อฉู่จืออี้ "ข้าน้อยคารวะท่านอ๋อง"ฉู่จืออี้ก็ขี้เกียจจะพูดกับเขาให้มากความ เดินก้าวเข้าไปแล้วนั่งลง "สภาพของคุณหนูเมิ่งนั้น อ๋องผู้นี้ก็เห็นแล้ว ไหนๆ ก่อนหน้านี้ก็เป็นคนไข้ของเนี่ยนเนี่ยน เช่นนั้นก็ให้เนี่ยนเนี่ยนรักษาต่อไปเถอะ!"เดิมทีเฉียวเนี่ยนคิดว่า ใต้เท้าเมิ่งจะปฏิเสธกลับไม่คิดว่า เมื่อได้ยินฉู่จืออี้พูดเช่นนี้ ใต้เท้าเมิ่งกลับตอบรับด้วยท่าทีเคารพนอบน้อม "เช่นนี้ย่อมดีที่สุดแล้ว ท่านหญิงเฉียวสืบสานวิชามาจากหมอเทวดา คงจะรักษาบุตรีข้าน้อยให้หายได้แน่"เมื่อได้ยินถ้อยคำประหลาดนี้ เฉียวเนี่ยนกับฉู่จืออี้ก็อดเหลือบตามองกันไม่ได้ รู้สึกว่ามีพิรุธก็ได้ยินใต้เท้าเมิ่งเอ่ยว่า "เช่นนั้นวันนี้ข้าน้อยจะขอนำบุตรีกลับไปก่อน รอท่านหญิงเฉียวไปที่จวนเพื่อรักษาพรุ่งนี้"นี่ก็ยังหมายจะพาตัวเมิ่งอิ้งจือกลับไปอยู่ดีเฉียวเนี่ยนไม่ยอม "อย่างไรก็ต้องฝังเข็มทุกวันอยู่แล้ว เช่นนั้นปล่อยให้คุณหนูเมิ่งพักอยู่ที่จวนอ๋องจะดีกว่า ข้าจะได้ไม่ต้องไปๆ มาๆ ท่านวางใจเถิด ในจวนอ๋องมีเรือนมาก คนรับใช้ก็มาก พักอยู่ได้สบายนัก"ใต้เท้าเมิ่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status