Masukเพราะเพื่อน..เธอจึงต้องทำอะไรลับๆ ล่อๆ เป็นเหตุให้เขาเข้าใจผิดคิดว่าเธอแอบชอบ ในขณะเดียวกัน เธอเองก็คิดว่าเขาเป็นเกย์ เพราะสถานการณ์บางอย่างเช่นกัน แล้วความวุ่นวายก็บังเกิด เมื่อเธอดัน…หลงรักเกย์ ‘ฮื่อ! เป็นเกย์นะเว้ยไม่ได้เป็นหวัด รักษาวันเดียวจะหายได้ไง สู้ต่อไปศิศิรา ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ยังไม่มีผัวเป็นตัวเป็นตน เพราะงั้นฉันก็ยังมีหวัง เฮ้อ! อย่างมากก็แค่ผิดหวังล่ะน่า’ ***“สาบานได้ว่าครั้งนี้ผมจะไม่หยุด จนกว่าเรา…จะเป็นของกันและกัน” เขาบอกก่อนจะผละลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขณะที่สองมือค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อ สองตาก็ยังไม่ยอมเลื่อนไปจากเรือนร่างขาวโพลนตรงหน้า และไอ้สายตาคมกล้าประหนึ่งเสือรอตะครุบเหยื่อของเขาก็ทำให้เธอหนาวๆ ร้อนๆ บอกไม่ถูก “ไม่! เราพวกเดียวกัน เรากินกันไม่ได้” เธอพยายามเตือนสติ เพราะคิดว่าเขาอาจจะกำลังขาดสติ “แต่ผมเคยกินคุณแล้ว แล้วผมก็ชอบกินคุณ” เขาพูดพลางหลุบตามองไปที่แพนตี้ของเธอ ทำเอาเจ้าของแพนตี้ทำตาโต ไม่แน่ใจในคำว่ากินของเขา ที่สำคัญ…กะๆ กินอะไร “มะหมายความว่าไง”
Lihat lebih banyakบทนำ
กลางคืนที่เงียบสงัด หลายคนอาจหลับไปแล้ว แต่ยังมีอีกหลายคนที่สนใจทำอย่างอื่นมากกว่านอนหลับ หนึ่งในนั้นก็คือเขา ภากร จงวิสุทธิ์รังสรรค์ รองประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สาวน้อยสาวใหญ่ต่างพากันหลงเสน่ห์ ก็ไอ้การนอนหลับมันจะไปสู้การหลับนอนได้ยังไงล่ะ
“……..” เสียงหอบหายใจของชายหนุ่มกับหญิงสาวดังกระชั้นสอดประสานกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อชัดเจนอยู่ในโสตประสาท ยิ่งบรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดมากเท่าไหร่ เสียงของพวกเขาก็ยิ่งดังมากเท่านั้น
“อา…!” เขาครางกระหึ่มขณะกำลังโหย่งขยับตอกอัดใส่บั้นท้ายงามงอนเป็นจังหวะเร็วขึ้น สะโพกผายที่กำลังโก่งยกเปิดทางให้ท่อนเอ็นลำใหญ่ได้ดำดิ่งสู่เนินสาวอวบอูมสมใจอยาก
ขณะที่สะโพกสอบโก่งกระแทกเป็นจังหวะเร่าร้อนรุนแรง สะโพกผายที่กำลังดีดเด้งตามจังหวะตอกอัดก็กำลังดึงดูดสายตาให้เขาอดใจไม่ไหว ใช้สองมือบีบขยำความหนั่นแน่นตรงหน้าสลับลูบไล้ความเนียนนุ่มน่าสัมผัสนั้นด้วยความหลงใหล ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นไปสัมผัสโลมเล้าบนแผ่นหลังเนียนละเอียด ที่เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันทั้งนุ่มทั้งลื่นจนเขาแทบอยากจะเกลือกกลิ้งใบหน้าลงไป แต่ก็อีกนั่นแหละ เขาเคยทำแบบนั้นกับใครซะที่ไหนล่ะ แค่ที่กำลังสัมผัสเนื้อตัวผู้หญิงตรงหน้าราวกับว่ากำลังหลงใหลคลั่งไคล้มันก็ผิดไปจากที่เคยแล้ว เพราะสำหรับเขาแล้ว เซ็กส์มันก็แค่การปลดปล่อยตามประสาผู้ชายวัยกลัดมัน
หลังจากที่ปล่อยให้ตัวเองฟุ้งซ่านอยู่พักนึง มือเขาก็ค่อยๆ เลื่อนลงมาจากแผ่นหลัง กระทั่งมาหยุดอยู่ที่ก้อนเนื้อกลมกลึงทั้งสองข้าง ถึงขนาดจะไม่ได้ใหญ่อย่างของผู้หญิงอื่น แต่เขาก็สัมผัสได้ว่ามันอวบอิ่มแล้วตูมเต่งจนทำให้เขาเผลอครางออกมาอีก ก่อนจะต้องครางมากขึ้นเมื่อปลายถันที่กำลังคลึงเคล้นอยู่ตอนนี้ มันกำลังแข็งขืนชูชัน ราวกับท้าทายให้เขาโน้มลงมาลองลิ้มชิมรสชาติดูสักที กระทั่งในที่สุดเขาก็พ่ายแพ้ให้กับความต้องการส่วนลึกของตัวเอง
ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปหวังดูดเม้มความตูมเต่งที่สัมผัสก่อนหน้า แต่ด้วยดุ้นยักษ์ที่เขาฝากฝังเอาไว้ในเนินสาวกับท่วงท่าที่ไม่เอื้ออำนวยนัก ทำให้ทุลักทุเลจนเจ้าของร่างบางจำต้องช่วยขยับราวกับรู้ว่าเขาต้องการอะไร แต่แล้วทันทีที่สาวเจ้าขยับเบี่ยงตัวหวังช่วยให้เขาได้สัมผัสดูดดื่ม จังหวะนั้นเองที่เขาได้เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นชัดๆ
“เฮือก…!” ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ ใช่! เขาฝันไป ทั้งหมดมันคือความฝัน ฝันที่ชัดเจนเหลือเกินในความรู้สึก ชัดเจนจนต้องยกมือขึ้นมาบีบนวดที่ขมับแรงๆ
“บ้าฉิบ! ฝันบ้าอะไรวะ” เขาบ่นงึมงำพลางลูบหน้าตัวเอง ตอนนั้นเองที่ใครบางคนพลิกตัวหันมา
“เอื๊อก…!” เขาถึงกับกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากกับภาพที่เห็น
บทที่ 65“แต่ทุกคนอุตส่าห์มาเพื่อฉันนะคะ แล้วถ้าฉันกลับก่อน คนอื่นจะรู้สึกยังไง” เหตุผลของเธอทำคนอยากกอดเมียคอตกทันที ช่างเป็นภาพที่น่าสงสารเหลือเกิน “ไม่เป็นไรหรอกศิ แกไปเถอะ อย่าลืมสิว่าคนสละโสดไม่ได้มีแค่แกซะเมื่อไหร่ ไอ้วามันก็ยังอยู่ เดี๋ยวพวกฉันสนุกกันเองต่อได้ แกพาคุณภากรกลับไปนอนเหอะ ไม่ต้องห่วงทางนี้” ศิศิราหันไปมองหน้าพริมรตาด้วยความลังเล ก่อนจะหันไปมองคนอื่นๆ ด้วย แต่เมื่อทุกคนพากันพยักหน้าให้ แม่งานอย่างเธอจึงได้แต่ถอนหายใจ “โอเค! กลับก็กลับค่ะ งั้นฉันไปก่อนนะทุกคน เอ้อ! ยัยมัดแล้วแกล่ะจะกลับยังไง” ก่อนจะทันได้ออกไป เธอก็ไม่ลืมที่จะหันมาถามน้องสาวด้วยความเป็นห่วงด้วย “ไม่ต้องห่วงฉันหรอกน่า ฉันเอาตัวรอดได้ ห่วงตัวเองเถอะ จะได้นอนไหมคืนนี้น่ะ” มัดหมี่อดล้อเลียนพี่สาวไม่ได้ “เดี๋ยวเหอะยัยเด็กแก่แดด” ศิศิราคาดโทษน้องสาวพลางยิ้มเขินอายกับสายตาล้อเลียนของทุกคนที่กำลังมองมาที่เธอเป็นตาเดียว ทำให้เธอต้องรีบลากตัวต้นเหตุความอายครั้งนี้ออกไปจากห้องโดยเร็ว “หิวจัง!” ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง เขาก็พูดขึ้นลอยๆ “เอ้า! นี่ค
บทที่ 64“เฮ้ย! แปลกแฮะ ดื่มไปตั้งหลายแก้ว ทำไมไม่เมาวะ หรือว่า…แอลกอฮอล์มันจะทำปฏิกิริยาแต่เฉพาะเวลาอยู่กับผู้ชาย” ด้วยรูปการณ์ตอนนี้ มันทำให้เธอคิดเป็นอื่นไม่ได้ “บ่นอะไรของแกศิ แล้วปฏิกริยาอะไรของแก เมารึเปล่าเนี่ย” แวววิวาห์แสร้งล้อ “นั่นสิ ปกติถ้าดื่มเข้าไปขนาดนี้ ฉันต้องนอนสลบเหมือดไปแล้ว ไอ้พรีมแกใส่อะไรลงไปเหล้าเนี่ย ทำไมกินเท่าไหร่ก็ไม่เมาเลยล่ะ” คิดไปคิดมา ศิศิราจึงหันไปถามคนชง “อะไรของแก ฉันก็ใส่ปกติเหมือนที่เคยชงให้แกกินทุกทีนั่นแหละ” พริมรตาตอบพลางลอบมองนาฬิกา “นี่คือปกติที่พวกพี่กินกันเหรอ” มีนาอดถามไม่ได้ แล้วก็ได้คำตอบเป็นการพยักหน้าของทั้งสามคน “กินแบบนี้ กินทั้งคืนก็ไม่เมาหรอกค่ะ” มีนาเสริมอีก “ก็เพราะไม่อยากให้เมาไง พี่ก็เลยใส่ไปแค่แก้วละหยดสองหยด ที่เหลือก็โซดาล้วนๆ อะ! อย่างวันนี้ก็ดีหน่อยไม่ใช่โซดาแต่เป็นน้ำอัดลมแทน กินแล้วสติครบถ้วน ที่สำคัญ…ไม่เปลืองด้วย” คนขี้งกบอกด้วยความภาคภูมิใจ ในขณะที่อีกสองสาวถึงกับหันขวับมามองคนพูดเป็นตาเดียว “อา…ถึงว่าทำไมรู้สึกเหมือนปาร์ตี้น้ำอัดลม นี่ถ้ากินแ
บทที่ 63“ผมลานะครับคุณพ่อคุณแม่” เขาเองก็ไหว้ลาบ้าง แต่ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ก้าวขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน เสียงของครูศิรีก็ทำให้เท้าของเขาพลันหยุดชะงัก “ถึงจะมีบุญคุณที่ช่วยชีวิตลูกสาวฉัน แต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะเอาเปรียบลูกสาวฉันได้ จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย อย่าให้ยัยมะขวิดต้องกลายเป็นขี้ปากชาวบ้าน” คนเป็นแม่พูดทิ้งท้าย ในขณะที่เขายังงงกับชื่อที่ได้ยิน “มะขวิด?” เขาหันมาถามเธอ “โอ๊ย! อย่าเพิ่งถามตอนนี้ได้ไหมเล่า หันไปตอบแม่ก่อน” แน่นอนมันเป็นคำถามที่กระดากเกินกว่าที่จะตอบ จึงใช้อีกเรื่องมาเป็นข้ออ้างเพื่อหลบเลี่ยง “เอ้อ! ผมจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอมะขวิด เอ๊ย! ศิศิราให้เร็วที่สุด คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” เพราะชื่อมะขวิดที่ยังติดค้างอยู่ในใจเลยทำให้เผลอพูดออกมา แต่มันทำให้เจ้าของชื่อถึงกุมขมับทันที “อืม! ไปเถอะ ขับรถดีๆ ล่ะ” ครูศิรีทำเป็นไม่สนใจ แต่ก็อดห่วงไม่ได้อยู่ โดยเฉพาะเมื่อรถเคลื่อนออกไป แล้วแม่ลูกสาวตัวดีก็โบกมือหยอยๆ ร่ำลา แล้วความอาลัยอาวรณ์ก็ทำให้คนเป็นแม่โบกมือตอบกลับไปอย่างลืมตัว ก่อนจะรีบเอามือลงเมื่อถูกสามีล้อเลีย
บทที่ 62“เห็นคุณเจตต์เขาเล่าว่าพวกมันมีทั้งปืนทั้งมีด โชคดีนะที่แกรอดมาได้ ว่าแต่แผลที่คอแกเป็นไงบ้าง” พริมรตาถามด้วยความเป็นห่วง ไม่ได้รู้แผนการอะไรกับเพื่อนด้วย แต่มันก็เข้าทางเจ้าของแผนพอดิบพอดี เพราะมันทำให้คนเป็นแม่ทันได้สังเกตผ้าก๊อซที่ปิดอยู่ที่ต้นคอลูกสาว ซึ่งนั่นจะช่วยเสริมให้ท่านรู้ว่าสิ่งที่พวกเธอพูดมันคือเรื่องจริง “ไม่เป็นไรแล้ว ห่วงก็แต่เขา ไม่รู้เป็นไงบ้าง ยังเจ็บแผลรึเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าเมื่อวานเขาไม่เข้ามารับคมมีดแทน ไม่รู้เหมือนกันว่าป่านนี้ฉันจะเป็นยังไง พรีมฝากบอกให้เขาไปล้างแผลทุกวันด้วยนะ” ศิศิราทำหน้าเศร้าทันทีที่พูดถึงชายคนรัก ในขณะที่พริมรตาก็ได้แต่พยักหน้ารับ ตอนนั้นเองคนที่ยืนฟังนิ่งอยู่ห่างๆ ก็เดินเข้ามาแต่กลับไม่พูดอะไร จากนั้นก็ออกไปเงียบๆ ดังเดิม “เฮ้อ!” แวววิวาห์ถึงกับถอนหายใจออกมาแรงๆ รู้สึกเหมือนสิ่งที่พวกตนกำลังพยายามอยู่มันเสียเปล่า ไม่แคล้วแผนวันนี้ก็ต้องล้มเหลวอีกตามเคยหลังจากที่เพื่อนๆ ของเธอพากันกลับไป เธอก็ต้องกลับเข้าไปอยู่ในห้องอีกเช่นเคย เธอเหม่อมองไปนอกหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย พลันสายตาก็สะดุดเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู