Oh my boss ร้ายกาจนักรักบอสจัง

Oh my boss ร้ายกาจนักรักบอสจัง

last updateLast Updated : 2025-12-18
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
66Chapters
3.0Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เพราะเพื่อน..เธอจึงต้องทำอะไรลับๆ ล่อๆ เป็นเหตุให้เขาเข้าใจผิดคิดว่าเธอแอบชอบ ในขณะเดียวกัน เธอเองก็คิดว่าเขาเป็นเกย์ เพราะสถานการณ์บางอย่างเช่นกัน แล้วความวุ่นวายก็บังเกิด เมื่อเธอดัน…หลงรักเกย์ ‘ฮื่อ! เป็นเกย์นะเว้ยไม่ได้เป็นหวัด รักษาวันเดียวจะหายได้ไง สู้ต่อไปศิศิรา ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ยังไม่มีผัวเป็นตัวเป็นตน เพราะงั้นฉันก็ยังมีหวัง เฮ้อ! อย่างมากก็แค่ผิดหวังล่ะน่า’ ***“สาบานได้ว่าครั้งนี้ผมจะไม่หยุด จนกว่าเรา…จะเป็นของกันและกัน” เขาบอกก่อนจะผละลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขณะที่สองมือค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อ สองตาก็ยังไม่ยอมเลื่อนไปจากเรือนร่างขาวโพลนตรงหน้า และไอ้สายตาคมกล้าประหนึ่งเสือรอตะครุบเหยื่อของเขาก็ทำให้เธอหนาวๆ ร้อนๆ บอกไม่ถูก “ไม่! เราพวกเดียวกัน เรากินกันไม่ได้” เธอพยายามเตือนสติ เพราะคิดว่าเขาอาจจะกำลังขาดสติ “แต่ผมเคยกินคุณแล้ว แล้วผมก็ชอบกินคุณ” เขาพูดพลางหลุบตามองไปที่แพนตี้ของเธอ ทำเอาเจ้าของแพนตี้ทำตาโต ไม่แน่ใจในคำว่ากินของเขา ที่สำคัญ…กะๆ กินอะไร “มะหมายความว่าไง”

View More

Chapter 1

บทนำ

He didn’t notice the box at first. He was too busy surviving the morning.

Adrian Wells never started his days with sunlight. He preferred the cold glow of his kitchen light, flickering just slightly—like it, too, was struggling to hold on. At 7:13 a.m., the world outside his apartment was nothing but wet pavement and distant, echoing traffic. The city was waking up, but Adrian was not.

He hadn’t really slept. Most nights blurred into each other now—half-sleep, anxiety-drenched dreams, pacing between rooms at 3 a.m. as if silence itself could suffocate him. He wrapped his sweater tighter around his frame and moved to the door for the newspaper he rarely read, just for the ritual of it.

That’s when he saw it.

A box. Matte black. No label, no ribbon. Just… there.

Adrian stood in the doorway for a full ten seconds, blinking at it like it might disappear if he looked away. No footsteps. No shadows in the stairwell. Just the dull hum of hallway lights and the steady drip of a leaking pipe.

It wasn’t the kind of package couriers left. It was too intentional. Too neat. Too quiet.

He bent down slowly, fingertips hovering just above the surface. It was cold to the touch, like it had been sitting outside longer than it should have. He glanced behind him instinctively, as if someone had slipped past him into the apartment.

No one.

Inside, he placed the box on his kitchen counter. It felt strange opening something unmarked, but curiosity outweighed caution.

The lid slid off easily.

Inside, cushioned on a bed of soft black velvet, was a single white lily. The petals were fresh, slightly damp, like they’d been misted only moments ago.

And beneath it… a note.

His breath caught.

You looked beautiful last night.

The way your collar slipped while you sketched was… divine.

You shouldn’t leave your curtains open, Adrian.

Someone might fall in love.

His stomach dropped.

He reread the message twice, heart thudding so loudly it drowned out the tick of the wall clock. The collar. The sketching. The curtains.

Last night, he’d been home. Alone. Drawing faceless figures in charcoal. Wrapped in an oversized gray sweater, shoulder bared, hunched over his sketchpad. Curtains open because the night air helped him breathe.

Who could’ve seen that?

He stumbled back from the counter.

“No,” he muttered aloud. “No one knows that. No one saw me.”

His chest tightened as he ran to the window, yanking the curtain aside. A row of buildings stared back, windows blank and dark, save for one—the one across the alley. A flicker of light. Gone too fast to register clearly.

The box still sat on the counter. Silent. Innocent-looking. A trap wrapped in velvet.

Adrian grabbed the lily and tossed it into the trash can with a force that surprised even him. The flower bounced once before disappearing beneath yesterday’s coffee grounds and torn sketches.

But he didn’t throw away the note.

He wanted to. He meant to. But something about it stuck in his hand—his fingers curled around the edge, not letting go. He folded it once, twice, then slid it into the top drawer of his desk, far under unopened bills and broken pens.

It wasn’t fear, not exactly.

It was something colder. Older. Like recognition.

This wasn’t the first time Adrian had felt watched. The past few weeks had been filled with strange moments: his phone battery draining too fast, his doorknob rattling when no one was there, soft footsteps echoing in the stairwell long after midnight.

He had chalked it up to paranoia.

But now?

He turned slowly, half-expecting someone to be standing behind him.

No one.

Still, the silence felt… full.

Like it was holding its breath, waiting for him to speak.

Outside, across the street, a man stood just out of frame from the security camera, watching Adrian through the small crack in the curtain he hadn’t fully closed. He had been watching all night. He had seen the sweater slip, seen the way Adrian curled in on himself when overwhelmed, how his fingers smudged charcoal like he wanted to disappear into it.

The man smiled faintly.

Tonight, he’d leave a different gift.

He wanted Adrian to know… this was just the beginning.

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
66 Chapters
บทนำ
บทนำ กลางคืนที่เงียบสงัด หลายคนอาจหลับไปแล้ว แต่ยังมีอีกหลายคนที่สนใจทำอย่างอื่นมากกว่านอนหลับ หนึ่งในนั้นก็คือเขา ภากร จงวิสุทธิ์รังสรรค์ รองประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สาวน้อยสาวใหญ่ต่างพากันหลงเสน่ห์ ก็ไอ้การนอนหลับมันจะไปสู้การหลับนอนได้ยังไงล่ะ “……..” เสียงหอบหายใจของชายหนุ่มกับหญิงสาวดังกระชั้นสอดประสานกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อชัดเจนอยู่ในโสตประสาท ยิ่งบรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดมากเท่าไหร่ เสียงของพวกเขาก็ยิ่งดังมากเท่านั้น “อา…!” เขาครางกระหึ่มขณะกำลังโหย่งขยับตอกอัดใส่บั้นท้ายงามงอนเป็นจังหวะเร็วขึ้น สะโพกผายที่กำลังโก่งยกเปิดทางให้ท่อนเอ็นลำใหญ่ได้ดำดิ่งสู่เนินสาวอวบอูมสมใจอยาก ขณะที่สะโพกสอบโก่งกระแทกเป็นจังหวะเร่าร้อนรุนแรง สะโพกผายที่กำลังดีดเด้งตามจังหวะตอกอัดก็กำลังดึงดูดสายตาให้เขาอดใจไม่ไหว ใช้สองมือบีบขยำความหนั่นแน่นตรงหน้าสลับลูบไล้ความเนียนนุ่มน่าสัมผัสนั้นด้วยความหลงใหล ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นไปสัมผัสโลมเล้าบนแผ่นหลังเนียนละเอียด ที่เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันทั้งนุ่มทั้งลื่นจนเขาแทบอยากจะเกลือกกลิ้งใบหน้าลงไป แต่ก็อีกนั่นแหละ เขาเคย
Read more
บทที่ 1
บทที่ 1 หลายเดือนก่อนหน้าพนักงานสาวที่ทำงานอยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์อย่าง ศิศิราได้ถูกเรียกให้ขึ้นมาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขารองประธานบริษัท ใช่! เธอได้เลื่อนตำแหน่ง ถึงแม้มันจะเป็นตำแหน่งที่ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้ทำหรือทำได้ แต่ก็นะผลตอบแทนที่มันมากขึ้นก็ทำให้เธอฮึกเหิมและมั่นใจว่าตัวเองจะทำได้ นี่ไม่ได้งกนะ เขาเรียกว่าทำเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น “ขอบคุณมากนะคะพี่ตาที่เลือกศิ” ตอนนั้นเธอจำได้ว่าเธอแทบจะเข้าไปกอดศรุตาด้วยความซาบซึ้งที่อีกฝ่ายเลือกตนมาเป็นผู้ช่วย “อื้อ! ตั้งใจให้มากๆ นะ ให้สมกับที่ถูกเลือก เอาเป็นว่ามีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้ตลอด ยังไงเราก็ต้องทำงานด้วยกันไปอีกนาน” ศรุตายิ้มให้ “แน่นอนค่ะ หนูจะตั้งใจ จะไม่ทำให้พี่ผิดหวังแน่นอนค่ะ” เธอเข้าไปกอด ศรุตาประหนึ่งเด็กขี้อ้อน พลางมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเทิดทูนบูชา ตัดมาที่ภาพตอนนี้ ที่เธอได้เลื่อนขั้นจากผู้ช่วยมาเป็นเลขาเต็มตัว เพราะเลขาคนเก่าดันลาไปคลอด ใช่! เธอถูกเทรนมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เพื่อหน้าที่อันหนักอึ้งที่แทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง แล้วถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป เธอได้แห้งเหี่ยวเฉาตายอ
Read more
บทที่ 2
“ผมหมายถึง ผมต้องการให้คุณเข้ามากินข้าวเป็นเพื่อนผม…ในห้องนี้” เธอได้ฟังถึงกับลอบถอนหายใจ แต่แล้วหัวคิ้วทั้งสองข้างก็ขมวดเข้าหากัน เมื่อได้ทบทวนในสิ่งที่เขาต้องการ “นี่เป็นคำสั่งหรือว่าหน้าที่ที่เลขาต้องทำคะ” นั่นสินะ ก่อนหน้าถ้าเขาไม่ออกไปหาอะไรกินข้างนอก เธอก็มีหน้าที่เตรียมเข้ามาให้เขากินในห้อง เหมือนที่กำลังจะทำตอนนี้ “ก็ถ้าคิดแบบไหนแล้วสบายใจก็แบบนั้นแหละ” สิ้นเสียงเขาก็ก้มลงไปง่วนกับแฟ้มงานต่อ “ตะแต่ว่า…” เธอพยายามจะหาเหตุผลดีๆ สักข้อมาอธิบาย แต่ก็ถูกขัดอีกจนได้ “รีบไปจัดการเถอะ ผมหิวแล้ว” เขาบอกปัด ใช่! ปัดปัญหามาที่เธอนี่แหละ ก็เขาบอกว่าจะกินเหมือนเธอ แล้วเธอก็ดันเสนอข้าวกะเพรา แต่เรื่องของเรื่องคือ…เธอไม่กินใบกะเพรา ฮือ…! นี่สินะที่เขาเรียกว่าอาหารสิ้นคิด ไม่ทันคิดเลยจริงๆ ว่ามันจะออกมาในรูปแบบนี้ แต่ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้นอกจากปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามชะตากรรม เธอเดินคอตกออกมาด้านนอก เพื่อสั่งอาหารที่ว่าด้วยความทดท้อใจ “ถ้าสั่งกะเพราไก่ แต่ไม่ใส่ใบกะเพราได้ไหมเนี่ย ฮือ! สั่งไปมีหวังโดนด่าสามวันไม่ซ้ำแน่ เอาวะกินก็กินว
Read more
บทที่ 3
“ฉันก็ไม่ได้หมายความแบบนั้น วาไม่ใช่คนอื่น แต่คุณก็…ฮึ่ย! ช่างเถอะ พูดไปฉันก็ไม่ได้กินอยู่ดี” ศิศิราเม้มปากด้วยความหงุดหงิดขุ่นเคือง ขุ่นเคืองที่ว่าอะไรอีกฝ่ายมากไม่ได้ เพราะเขาเป็นเจ้านาย “อีกนานไหมคะ” ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเดินไปที่รถด้วยกัน จู่ๆ เธอก็ถามขึ้น ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วและหันมามอง “เนี่ย? อีกนานไหมคะ” เธอย้ำอีกครั้ง พร้อมกับเหลือบไปมองมือเขาที่ยังจับอยู่ที่แขนของเธอ ทำให้คนจับจำต้องรีบปล่อย ซึ่งเป็นตอนที่ถึงที่รถแล้วพอดี คนรถที่เห็นเจ้านายเดินมา ก็รีบเดินมาเปิดประตูรถให้อย่างรู้หน้าที่ “เอ้า! นี่บอสจะขับเองเหรอคะ” เธอร้องถาม เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับแทนที่จะเป็นเบาะหลังอย่างที่ควรจะเป็น “อืม! ขึ้นรถสิ เดี๋ยวไม่ทัน” คำตอบของเขาทำให้เธอต้องรีบเดินอ้อมไปเปิดประตูข้างคนขับ ก่อนที่ทั้งคู่จะนั่งเคียงข้างกันออกไป กระทั่งรถสปอร์ตคันหรูเคลื่อนมาหยุดอยู่ที่ภัตตาคารแห่งหนึ่ง “ฉันจำได้ว่าเรานัดลูกค้าไว้ที่โรงแรมไม่ใช่เหรอคะ แต่นี่มัน…” เธอลงมาหยุดยืนอยู่หน้าภัตตาคารด้วยสีหน้างุนงง “รีบไปเถอะ เดี๋ยวไม่ท
Read more
บทที่ 4
บทที่ 4“เริ่มกันเลยนะครับ ตามที่คุณเสนอมา ทางผมเห็นด้วยและตกลงตามข้อเสนอของคุณ แต่ทางผมขอเพิ่มข้อตกลงเข้าไปอีกนิดหน่อย คุณลองอ่านดูก่อน ตรงไหนที่ไม่โอเค บอกมาได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ” ภากรพาเข้าเรื่องเป็นการเป็นงาน หวังดึงสติคนของตัวเองที่เอาแต่นั่งจ้องหน้าลูกค้าตาเป็นมันให้กลับมาโฟกัสที่งาน “สัญญาจากหนึ่งปีเป็นหกเดือน?” เจตต์หยิบหนังสือสัญญาที่อีกฝ่ายยื่นให้มาอ่าน “ครับ เพื่อประโยชน์ของทั้งทางคุณแล้วก็ทางผมเอง ผมไม่อยากให้เราต้องผูกมัดกันด้วยระยะเวลาที่นานเกินไป บางทีหกเดือนนี้อาจมีอะไรหลายๆ อย่างเกิดขึ้นที่ทำให้เราต้องมานั่งคิดทบทวนเรื่องสัญญา ถึงตอนนั้นคุณหรือไม่ก็ผมอาจจะรู้สึกไม่โอเคกับสัญญาฉบับนี้ ซึ่งแน่นอนว่าเราจะสามารถตกลงและเปลี่ยนแปลงมันใหม่ได้ แต่ถ้าถึงตอนนั้นแล้วเราทั้งคู่ยังพอใจในข้อตกลงนี้ เราค่อยมาต่อสัญญากันก็ยังไม่สาย คุณคิดว่ายังไงบ้างครับ” คำถามของเขาทำเจ้าของโรงแรมหยุดคิดนิด นึงก่อนตอบ “โอเคครับ ผมเห็นด้วยกับคุณ ถ้างั้นถ้าทางผมจะขอเลือกพรีเซ็นเตอร์เอง คุณคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ” ทางเจตต์เสนอบ้าง “แน่นอนครับ ทันทีที่เราตก
Read more
บทที่ 5
บทที่ 5“ว่าแต่เราคุยกันตั้งนาน คุณน้ายังไม่รู้เลยว่าหนูน้อยคนสวยคนนี้ชื่ออะไร” “หนูชื่อจันทร์เจ้าค่ะ แล้วคุณน้าล่ะคะ ชื่ออะไร” เด็กน้อยถามกลับ “เรียกว่าน้าสิก็ได้จ๊ะ แล้ว…” ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดคุยต่อ เสียงของผู้หญิงคนนึงก็ดึงเอาความสนใจจนต้องหันไปมอง “จันทร์เจ้า! มาอยู่นี่นี่เอง ปล่อยให้มาลีตามหาตั้งนาน แล้วออกมาข้างนอกทำไมคะ ทำไมไม่อยู่ในห้อง รู้ไหมว่ามาลีต้องทำงาน ไม่มีเวลามาตามหนูทั้งวันหรอกนะ” ผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอเดาได้จากชุดยูนิฟอร์มว่าน่าจะเป็นพนักงานของโรงแรมกำลังร่ายยาวด้วยท่าทางหงุดหงิดเต็มที “อย่าไปโทษเด็กเลยค่ะ ผิดที่ฉันเองที่ชวนเขาคุยนานไปหน่อย” ศิศิราออกตัวแทน ทำเอารายนั้นหันขวับมามอง “แล้วคุณเป็นใคร มาเกี่ยวอะไรด้วย” พนักงานสาวหันมาเหวี่ยงด้วยสีหน้าไม่พอใจ “เหมือนถูกด่าว่าเผือก เออ! เผือกก็เผือก ฉันก็เป็นคนที่ไม่ชอบเห็นความไม่ถูกต้องไง เรื่องนี้ถ้าจะมีคนผิดก็คุณนั่นแหละ ถ้าคุณดูแลเด็กดีๆ เด็กก็ไม่ต้องออกมาวิ่งเล่นจนคุณต้องมาตามหาแบบนี้ จริงอยู่ที่เด็กอาจจะผิดที่ออกมาโดยไม่บอกคุณ แต่คุณเองก็ผิดที่ดูแลเขาไม่ดี
Read more
บทที่ 6
“เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว ตั้งแต่จันทร์เจ้าอายุไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ เราก็เลยมีกันแค่สองคนพ่อลูก ผมไม่รู้หรอกนะครับว่าที่ผมเลี้ยงเขามาทุกวันนี้ ผมเติมเต็มให้เขาพอรึยัง ลึกๆ เขาอาจจะยังโหยหาความรักจากแม่ บางทีมันอาจจะถึงเวลาแล้วก็ได้ที่เขาต้องมีแม่” พูดแล้วเขาก็หันกลับไปมองที่ลูกสาวอีก แต่ให้ตายเถอะ พูดงี้หมายความว่าไงวะ “ไม่หรอกครับ ผมว่าคุณเป็นทั้งพ่อและแม่ที่ดีให้ลูกได้อยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นจันทร์เจ้าคงไม่เป็นเด็กน่ารักขนาดนี้ ฮ่าๆๆ ใช่ไหมครับ” ให้ตายสิ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ปลอมมาก เพราะเขาไม่ได้รู้สึกอยากหัวเราะเลยสักนิด “ไม่หรอกครับ คุณรู้อะไรไหม ผมไม่ได้เห็นเขายิ้มแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว คุณศิทำให้ผมเห็นรอยยิ้มกว้างๆ ของจันทร์เจ้าอีกครั้ง” พูดจบ เจตต์ก็หันไปมองที่ลูกสาวอีกครั้ง ไม่หรอก หมอนี่ไม่ได้มองลูกสาว แต่กำลังมองเลขาของเขาต่างหาก ให้ตายสิ มีสิทธิ์อะไรมาเรียกเลขาเขาซะสนิทขนาดนี้ “เอ้อ…ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระต่อ ถ้าไงผมกับเลขาคงต้องขอตัวกลับก่อน” เขาผุดขึ้นราวกับมีไฟร้อนๆ มาลนก้นจนนั่งไม่ติด “จริงๆ นี่ก็ได้เวลาเลิกงานแล้ว จะเป็นไรไหมค
Read more
บทที่ 7
“แกก็แค่…ช่วยเป็นบันไดพาฉันไปส่งให้คุณภากรไง เร็วเท่าไหร่ได้ยิ่งดี ฉันรีบ” “แล้วแกมั่นใจได้ไงว่าเขาจะเอากับแกด้วย” ศิศิราหยั่งเชิงอีก จริงๆ ก็ไม่เห็นด้วยกับความคิดเพื่อนหรอก แต่ก็ไม่รู้จะหาวิธีไหนที่ดีกว่านี้ “ฉันว่าเขาต้องมีใจให้ฉันบ้างแหละ ไม่อย่างนั้นเขาจะจำชื่อฉันได้ยังไง แล้วก็ยังอุตส่าห์เอามื้อเที่ยงมาให้ฉันอีก ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้…น่ารักที่สุด” แวววิวาห์ทำหน้าเคลิ้ม “เดี๋ยวๆๆ นั่นมันของฉันย่ะ รู้เอาไว้ด้วยว่าเขาไม่ได้เตรียม แต่เขาเอาของของฉันไป” ศิศิราพูดเพื่อให้เพื่อนได้ตาสว่าง “โถ! พ่อคุณพ่อขนุนหนัง ถึงขั้นยอมมีปัญหากับเลขาเพื่อให้ฉันได้กินของอร่อย ทำไมน่ารักขนาดนี้เนี่ย” ดูเหมือนทุกอย่างจะผิดไปจากที่ศิศิราคิดอย่างสิ้นเชิง “ตรรกะอะไรของมันวะ เฮ้อ! แล้วแต่เลยค่ะ” ศิศิราถึงกับเบ้หน้ากลอกตา ก่อนจะผงะตาโตเมื่อจู่ๆ ฝ่ายนั้นก็เสียงดังขึ้นมา “แกต้องช่วยให้ฉันได้เจอเขา ทำยังไงก็ได้ให้เราได้อยู่กันตามลำพัง” เธอได้ฟังก็ทำหน้าหนักใจทันที “อยู่กันตามลำพัง? แล้วหลังจากนั้นล่ะ” ถึงเธอจะดูกร้านโลกเพราะชอบอ่านนิยายสิบ
Read more
บทที่ 8
“เอ้อ…งั้นผมขอตัวเลยแล้วกันนะครับ” เจตต์เอามือลงก่อนบอกลาแก้เก้อ แต่ก็ยังไม่วายยิ้มเขินๆ ให้ก่อนเดินจูงมือลูกสาวออกไป “ยิ้มอะไรนักหนาวะ มีความสุขกันมากรึไง หาอะไรมายัดปากดีไหมเนี่ย” เขาพาลด้วยความหงุดหงิด “ชอบมันเหรอ” บรรยากาศภายในรถที่เงียบสงัด ถูกทำลายลงเพียงเพราะคำถามที่เขาโพล่งออกมา “คะ?” การถามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของเขาทำให้เธอหันมาทำหน้างง “หมาน่ะ ชอบมันเหรอ” “อ้อ! หมายถึงหมา” ก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอต้องถอนหายใจเหมือนโล่งใจด้วย “แล้วคิดว่าหมายถึงอะไร” “เอ่อ…ก็หมานั่นแหละค่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นความชอบรึเปล่า แต่เท่าที่จำความได้ บ้านฉันก็เลี้ยงหมามาตลอด ฉันก็เลยรู้สึกคุ้นเคยกับพวกมันง่าย อีกอย่างพวกมันก็น่ารัก ฉันก็เลยหลงมันได้ไม่ยาก ให้ตายสิ! ฉันตกเป็นทาสน้องหมาแล้วใช่ไหมเนี่ย” เธอยกมือกุมที่แก้มประหนึ่งว่าตกใจ “ว่าแต่คุณถามทำไมคะ” เธอหันมาถามด้วยความสงสัย เมื่อเรื่องที่สนทนาไม่ใช่เรื่องงาน แต่กลายเป็นเรื่องหมา “เปล่า ไม่มีอะไร” สิ้นเสียงเขาก็เงียบไม่พูดอะไรอีก “เอ้า!
Read more
บทที่ 9
“ก็คงต้องเริ่มจากกล้องวงจรปิดก่อนเป็นอันดับแรก เผื่อจะเจอเบาะแสอะไรบ้าง” เพราะคิดว่าคนร้ายต้องเป็นคนใน และรู้จักที่ทางในบริษัทนี้เป็นอย่างดี คงไม่ปล่อยให้เขาจับได้ง่ายๆ แน่ แต่เขาก็ยังคิดว่ามันอาจจะยังพอมีเบาะแสเหลืออยู่บ้าง “ค่ะ ขอบคุณนะคะบอส” เธอมองเขาด้วยสายตาซาบซึ้ง “อืม!” เขาตอบแก้เก้อให้ตัวเองไม่ดูประดักประเดิดเกินไปนัก “งั้นฉันออกไปทำงานต่อนะคะ” เธอลุกขึ้นเดินไปที่ประตู แต่ไม่ทันจะได้เอื้อมไปเปิดก็ต้องชะงักเพราะเสียงเขาอีก “เดี๋ยว” “คะ?” “เที่ยงนี้จัดอาหารเข้ามาในนี้สองชุด” “บอสมีนัดเหรอคะ ว่าแต่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย หรือไม่ก็ถ้าชอบแบบไหนเป็นพิเศษก็แจ้งได้เลยนะคะ เดี๋ยวฉันจัดการให้” เธอบอกอย่างกระตือรือร้น ถ้าเทียบกัน สิ่งที่เธอกำลังจะทำ มันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เขากำลังจะทำให้ “แบบคุณ” ศิศิราหันมามองคนที่พลั้งปากพูดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม “ผมหมายถึงเอาแบบที่คุณชอบก็ได้ ผมไม่ใช่คนเรื่องมาก คุณกินได้ ผมก็กินได้” เขารีบแก้ตัว “เอ้า! แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉั
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status