Share

บทที่1465

Author: โม่เสียวชี่
หัวใจของทุกคนพลันดิ่งวูบ

เมื่อก้าวเดินต่อไป ภาพที่ปรากฏเบื้องหลังประตูศิลาบานที่สองนั้น ยิ่งทำให้พวกเขาต้องสูดลมหายใจเย็นยะเยือกเข้าปอด!

ประตูศิลาบานที่สองเปิดอ้าออกเช่นกัน ที่ข้างแท่นหิน ปรากฏร่างขององครักษ์ตระกูลมู่สองนายในชุดเครื่องแบบสภาพศพนอนบิดเบี้ยวอยู่บนพื้น ลำคอถูกของมีคมปาดจนเป็นแผลฉกรรจ์ เลือดไหลนองจนแห้งเหือดไปนานแล้ว

เห็นได้ชัดว่า ฝ่ายตรงข้ามใช้เลือดของศพสองร่างนี้ เป็นกุญแจเปิดประตูศิลาบานที่หนึ่งและบานที่สอง!

ทุกคนต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็น มู่เจิ้นไห่หน้าถอดสีจนเขียวคล้ำ หนวดเคราสี

ดอกเลาของเขาสั่นระริก ดวงตาโชติช่วงด้วยเพลิงโทสะ

เขาพยายามข่มจิตสังหารที่พลุ่งพล่าน สั่งการให้ทุกคนอ้อมศพอย่างระมัดระวัง แล้วมุ่งหน้าลึกเข้าไปยังส่วนในสุดของแดนต้องห้ามต่อ

ยิ่งเดินลึกเข้าไป อากาศก็ยิ่งดูเหมือนจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ศพอีกเจ็ดแปดร่างนอนระเกะระกะอยู่ข้างเสาหิน

ศพทุกร่างล้วนมีแผลฉกรรจ์ถูกปาดที่ลำคอเหมือนกันหมด

เสาหินสูงตระหง่านค้ำยันเพดาน ประตูศิลาที่เดิมทีต้องใช้ศิลาจันทราในการเปิด บัดนี้กลับเปิดอ้าออกจนสุด!

ใจของคนทั้งกลุ่มกระตุกวูบ เมื่อมองไ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1494

    อิ๋งชีทอดสายตามองดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาของหนิงซวง ชั่วขณะนั้นวาจาพลันจุกอยู่ที่คอหอย ความรู้สึกอันซับซ้อนยากจะพรรณนาขุมหนึ่ง ถาโถมเข้าใส่เขาราวกับเกลียวคลื่นยักษ์เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า จักมีผู้ใด... ยอมทำเพื่อเขา... เพื่อคนผู้หนึ่งที่อาจตายไปแล้ว ถึงกับยอมก้าวเข้ามาในแดนมรณะที่เป็นกับดักชัดแจ้งเช่นนี้!เขามองนางด้วยแววตาที่ซับซ้อนเกินบรรยาย ราวกับกำลังมองคนโง่งมที่สุดในใต้หล้า ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความหวั่นไหวบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน“เจ้า…” น้ำเสียงของอิ๋งชีสั่นเครือเล็กน้อย สุดท้ายจึงแปรเปลี่ยนเป็นคำถามที่เจือเสียงถอนหายใจ “เหตุใดเจ้าถึงได้ โง่งมเพียงนี้!”หนิงซวงยกมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวก ๆ เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงปนสะอื้นว่า: “ข้าโง่เขลาที่ใดกัน? หรือจะให้ข้ารู้ทั้งรู้ว่าท่านอยู่ที่ใดแต่กลับไม่มาช่วยกระนั้นหรือ?”กล่าวจบ หนิงซวงก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามต่อ “พี่อิ๋งชี ท่านรู้หรือไม่ว่าคนที่จับตัวท่านมา...แท้จริงแล้วเป็นผู้ใด?”อิ๋งชีหลับตาลงสะกดกลั้นความรู้สึกพลุ่งพล่านในอก “คนผู้นั้น... คือเสิ่นเยว่ ศิษย์พี่ของคุณหนู และเป็นศิษย์ของเสิ่นม่ออดีตเจ้าสำนัก”หนิงซวงพยักหน้ารั

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1493

    เสียงประตูปิดหนักอึ้งที่ดังขึ้นเบื้องหลังราวกับเสียงระฆังส่งวิญญาณ มันสั่นสะเทือนจนแก้วหูของนางอื้ออึง หัวใจคล้ายถูกมือใหญ่ที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งบีบรัดเอาไว้อย่างรุนแรง!ห้ามลนลาน... ห้ามตื่นตระหนกเด็ดขาด... พี่อิ๋งชีอยู่ข้างล่างนั่น…นางพร่ำบอกตัวเองในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประหนึ่งไขว่คว้าฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้ายเอาไว้นางค่อย ๆ คลำทางไปอย่างระแวดระวัง ขยับกายทีละก้าวอย่างเชื่องช้าไปตามขั้นบันไดหินที่ทั้งแคบ ชัน และทอดยาวลงสู่เบื้องล่างใต้เท้าลื่นแฉะ ผนังศิลาเย็นเยียบเสียดแทงเข้าถึงกระดูกท่ามกลางความมืดมิด ทุกสรรพสำเนียงแม้เพียงแผ่วเบากลับแจ่มชัดขึ้นอย่างน่าประหลาด ทั้งเสียงลมหายใจอันหนักหน่วง เสียงหัวใจที่เต้นระรัวจนมิอาจหักห้าม แม้กระทั่งเสียงกระแสโลหิตที่ไหลพล่านอยู่ในกายก็ยังสดับได้ถนัดถนี่ ทุกสุ้มเสียงล้วนจู่โจมเข้าบีบคั้นโสตประสาทของนางจนเครียดเขม็งไม่รู้ว่าเดินมานานเท่าใด เบื้องหน้าพลันดูจะกว้างขวางขึ้นเล็กน้อย บันไดหินสิ้นสุดลง พื้นใต้เท้าเริ่มราบเรียบอาศัยแสงสีเหลืองสลัวรางเพียงน้อยนิดจากเบื้องหน้า หนิงซวงพอจะมองออกว่านี่คือห้องศิลาที่มีขนาดไม่ใหญ่นักหัวใจของนางแทบจะกร

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1492

    หนิงซวงจ้องมองความแน่วแน่ที่แฝงไปด้วยความคลุ้มคลั่งในดวงตาของเขา พลันรู้สึกถึงมวลอากาศเย็นเยียบที่แล่นปราดจากก้นบึ้งของหัวใจ นางรู้ดีว่าไม่สามารถสนทนากับคนเสียสติผู้นี้ด้วยเหตุผลได้เลย“ตกลง! ตกลง! ข้าไม่เข้าใจ และไม่อยากจะเสวนากับคนเสียสติอย่างเจ้าอีก!” หนิงซวงละทิ้งการโต้แย้ง น้ำเสียงของนางแหลมสูงและเร่งเร้าด้วยความประหม่าและเป็นกังวลถึงขีดสุด “ส่งตัวอิ๋งชีมา! เจ้ารับปากไว้แล้วว่าจะพาข้ามาพบเขา! เขาอยู่ที่ไหน?! เจ้าทำอะไรเขาไปแล้วบ้าง?!”เสิ่นเยว่มองดวงตาคู่ที่สั่นระริกด้วยความกลัว ทว่ายังคงจดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างดื้อรั้นไม่ลดละ สีหน้าคลุ้มคลั่งของเขาค่อย ๆ เลือนหายไปโดยไม่รู้ตัวเขาไม่ได้ตอบคำถาม เพียงจ้องมองนางอย่างลึกซึ้งคราหนึ่ง จากนั้นจึงหมุนกายเดินตรงไปยังส่วนลึกของอารามร้าง มุ่งหน้าสู่พระพุทธรูปที่ทรุดโทรมผุพังและเต็มไปด้วยหยากไย่โดยไม่เอ่ยคำใดหัวใจของหนิงซวงเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนออกมาทางลำคอ นางกระชับมีดสั้นในมือแน่น จับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของเขาอย่างระแวดระวังเห็นเพียงเสิ่นเยว่กดลงไปบนรอยบุ๋มที่ไม่สะดุดตาตรงฐานพระพุทธรูปอย่างแรง“ครืด... แกรก...”เสียงกลไก

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่1491

    “นางจะเสียใจรึ?” รอยยิ้มบนใบหน้าของเสิ่นเยว่ พลันแข็งค้างประหนึ่งถูกแช่แข็ง เขาขบเคี้ยวถ้อยคำเหล่านั้นซ้ำไปมา แววตาแปรเปลี่ยนเป็นมืดมนอนธการใน ชั่วพริบตา ทั้งยังแฝงแววริษยาอาฆาตอันบ้าคลั่งออกมาสายหนึ่งอารมณ์อันบิดเบี้ยวที่เขาจงใจกดข่มไว้ ประหนึ่งธารลาวาใต้ภูเขาไฟ ที่ถูกวาจาอันเรียบง่ายทว่าจริงใจของหนิงซวงจุดชนวนจนระเบิดปะทุออกมา!“ทำไม!?” น้ำเสียงของเสิ่นเยว่พุ่งสูงขึ้น เจือไปด้วยความกราดเกรี้ยวและไม่เข้าใจอย่างบ้าคลั่ง เสียงนั้นดังก้องไปทั่วอารามร้างจนฝุ่นผงร่วงกราว “ทำไมพวกเจ้าทุกคนถึงเป็นแบบนี้?! อิ๋งชีก็เป็นแบบนี้! เจ้าก็เป็นแบบนี้! ทำไมทุกคนถึงยอมทุ่มเททุกอย่างให้นาง? ยอมตายเพื่อนาง? ยอมมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้นาง?! เฉียวเนี่ยนมีมนตร์วิเศษอะไรนักหนา?! หา?!”เขาไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจจริง ๆ!เขาติดตามท่านอาจารย์มาตั้งหลายปี!ด้วยเกรงว่าท่านอาจารย์จะนึกรังเกียจที่ตนหัวทึบ ไร้ซึ่งพรสวรรค์... ทันทีที่ลืมตาตื่น เขาจึงรีบคว้าตำราแพทย์ขึ้นมาอ่านโดยไม่รอช้าแม้แต่ในความฝัน เขาก็ยังท่องจำสรรพคุณยาและพิษต่าง ๆ!เขาไม่อยากให้ท่านอาจารย์ผิดหวัง ดังนั้นเขาจึงพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด!เขาห

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่1490

    “อิ๋งชี” ผู้นั้นมิได้เอ่ยตอบในทันทีเขายืนอยู่ตรงรอยต่อระหว่างเศษเสี้ยวแสงจันทร์กับเงามืดอันหนาทึบ หน้ากากที่เป็นใบหน้าของอิ๋งชีนั้น ภายใต้แสงสลัวกลับแผ่กลิ่นอายความลี้ลับพิสดารที่ชวนให้ผู้คนขนหัวลุกดวงตาภายใต้หน้ากากคู่นั้นดูมืดมนราวภูตผี จ้องเขม็งมายังหนิงซวง ผ่านไปครู่ใหญ่ จู่ ๆ เขาก็หัวเราะเสียงต่ำในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นดังก้องไปทั่วอารามร้างอันเงียบงัน ประหนึ่งเสียงร้องของนกแสกในยามราตรีแม้นหนิงซวงจะได้ชื่อว่าเป็นสตรีผู้ขวัญกล้าแห่งจวนโหว ทว่ายามนี้… นางกลับถูกข่มขวัญเสียจนหัวใจบีบเกร็งด้วยความหวาดผวานางได้แต่จ้องมองเขา โดยมิอาจเอื้อนเอ่ยวาจาใดออกมาได้พลันเห็นเขายกมือขึ้น ปลดหน้ากากออกภายใต้หน้ากากนั้น เผยให้เห็นใบหน้าของคนแปลกหน้าที่นางไม่คุ้นเคยแม้แต่น้อย เครื่องหน้าได้รูปสมส่วน คิ้วตาคมเข้มลึกล้ำ ซ้ำยังมีกลิ่นอายของบัณฑิตผู้ทรงภูมิเจืออยู่หลายส่วนใบหน้าเช่นนี้มองอย่างไรก็ดูอ่อนโยน ทำให้ความหวาดกลัวของหนิงซวงมลายหายไปหลายส่วนทว่า บนใบหน้าที่ดูอ่อนโยนนั้น กลับประดับไปด้วยรอยยิ้มที่ขัดแย้งกับบุคลิกโดยสิ้นเชิง เขามองดูหนิงซวงด้วยแววตาหยอกเย้า ราวกับกำลังพิจารณาเหยื

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1489

    จริงสิ! หนิงซวง!ก่อนหน้านี้นางได้กำชับให้หนิงซวงคอยเฝ้าดูเกอซูอวิ๋นเอาไว้แล้วแท้ ๆ ทว่าครั้นเกิดเรื่องขึ้นกับเกอซูอวิ๋น หนิงซวงกลับไร้ร่องรอย!นางนางยังเข้าใจว่าหนิงซวงคงทนง่วงไม่ไหวจึงไปพักผ่อน ประกอบกับอาการของเกอซูอวิ๋นวิกฤตเร่งด่วน นางจึงมิได้ทันเฉลียวใจ!ทว่า... ทว่าหนิงซวงย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าอิ๋งชีผู้นั้นมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นคนอื่นจำแลงกายมา เหตุใดจึงยอมตามเขาไปเล่า?หรือว่าถูกข่มขู่?ใบหน้าของเฉียวเนี่ยนซีดเผือดไร้สีเลือดในฉับพลัน ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่อาจระงับ “เขาคิดจะทำอะไร? เขาต้องการจะทำสิ่งใดกันแน่?!”เหตุใดต้องลงมือกับคนรอบกายของนางด้วย?หากจะฆ่าจะแกง ก็พุ่งเป้ามาที่นางคนเดียวมิได้หรือ?!ความเจ็บปวดรวดร้าวที่ช่องท้อง ความเหนื่อยล้าที่กัดกินมาตลอดทั้งคืน ผนวกกับความห่วงใยในความปลอดภัยของหนิงซวงจนแทบคลั่ง... ความรู้สึกทั้งมวลถาโถมเข้ามาดั่งขุนเขาถล่มทลาย พังทลายกำแพงความเข้มแข็งที่เฉียวเนี่ยนฝืนประคองไว้จนหมดสิ้น!ดวงตาของนางมืดดับวูบ ร่างกายโอนเอนไม่อาจควบคุม กลิ่นคาวหวานสายหนึ่งตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ!“เนี่ยนเนี่ยน!” ฉู่จืออี้ตาไวรีบคว้าประคองร่างที่โ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status