พอกันทีกับบทภรรยาผู้แสนดี

พอกันทีกับบทภรรยาผู้แสนดี

last updateDernière mise à jour : 2025-11-04
Par:  นิภาภัทรComplété
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
50Chapitres
2.4KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ไม่ได้ขอให้มารัก จะไปมีใครเธอก็ไม่สน ขอแค่เขาทำตาม‘ข้อตกลง’ที่ให้ไว้ก็พอ…แต่ถ้าจะขนาดนี้มันก็เกินไปหน่อยไหม! ในเมื่อเป็นคนที่แสนดีแต่ยังโดนหาเรื่องไม่เลิก งั้นเธอก็จะขอทำตามใจตัวเองบ้างก็แล้วกัน! เพราะทั้งคู่ต่างเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของกันและกัน ระหว่าง "เขา" ที่ทำเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ กับ "เธอ" ที่ทำเพื่อความสบายใจของพ่อตัวเองระหว่างการรักษา 'โรคมะเร็งระยะสุดท้าย' "ฉันต้องการผู้หญิงที่เป็นภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจของฉันได้ ไม่สร้างความวุ่นวายและไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัว ถ้าเธอเป็นประโยชน์แบบที่ฉันต้องการ ฉันจะยอมเล่นบทคนรักต่อหน้าพ่อของเธอ" "คุณไม่ต้องกังวล เพราะฉันจะเป็นภรรยาที่แสนดีทุกอย่างแบบที่คุณต้องการ” . . . แต่ใครจะคิดว่านอกจากผลประโยชน์แล้ว การแต่งงานครั้งนี้ยังทำให้เธอได้รู้เรื่องราวบางอย่างที่ถูกปิดบังมาหลายสิบปี "ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม" "ต่อให้ฉันไม่เหลืออะไรแล้วอย่างนั้นเหรอคะ?" "ใช่...เพราะสำหรับฉันแล้ว เธอเป็นภรรยาที่ดีที่สุดเสมอ"

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 จุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

لقد أمضيتُ ثلاثة أيام وليالٍ أتعذب في الفراش بفعل شهاب أبو العزم.

كان في السابق صهرًا وضيعًا، لم أكن أسمح له بلمسي فحسب، بل كنت أدفعه تحت أقدامي وأهينه.

الآن أنا في حالة بؤس بينما هو في ازدهار، وكأنه ينتقم، لديه طاقة لا تنضب يستخدمها عليّ.

زوجي هو الرجل الذي انتقل للعيش في بيت عائلتي.

في الأصل كنت أحب شقيقه، ولكن بسبب حفل اجتماع الزملاء، استغل سكري وشاركني الفراش.

وانتشر الخبر بين الجميع.

لم يجد والدي بُدًّا من تزويجي منه، لكن بشرط أن ينتقل للعيش في منزل عائلتنا.

وهو ابن والده من زوجته السابقة، بعد طلاق والده وزواجه مرة أخرى، لم يعره والده اهتمامًا يذكر.

لكن ظروف عائلتي المالية جيدة جدًا، وأنا كنت دائمًا مدللة والديّ منذ طفولتي، فطلبنا منه أن يسكن في منزل عائلتنا كان أمرًا يرغب فيه والده بشدة.

وهكذا تزوجنا.

لكنني لم أكن راضية، فأنا أحب شقيقه.

وبسبب استيائي، كنت أهاجمه على جميع الأصعدة، أجبره على النوم على الأرض ليلًا، ولم أسمح له مطلقًا بأن يشاركني السرير.

أثناء تناول الطعام، كنت أنا وأخي نستهزئ به ونضطهده باستمرار، ولا نسمح له بتناول الطعام من الأطباق.

عندما ألتقي بأصدقائي وكانت تمطر، كان يأتي بلطف ليحضر لي المظلة، لكنني كنت أصرخ عليه.

باختصار، إذا لم أشتمه، فإن قلبي لا يهدأ.

لكنه كان شخصًا غريبًا بعض الشيء، وكأنه لا يملك أي غضب، فبغض النظر عن كيفية قمعي أنا وعائلتي له وإذلاله، لم يغضب أبدًا، وكان دائمًا هادئًا.

على الرغم من أنه كان وسيمًا، إلا أنه في أيام الدراسة كان انطوائيًا للغاية، وكانت نتائجه الدراسية متدنية، وكثيرًا ما كرر الصفوف، وكان وجوده في المدرسة شيئًا يثير الازدراء.

أما شقيقه فكان مختلفًا تمامًا، كان مشرقًا وسيمًا، ونتائجه الدراسية ممتازة، وكان شخصية بارزة في المدرسة.

عندما أتذكر أن شعلة الحب التي كانت قد بدأت تتقد بيني وبين شقيقه قد خمدها هو، استولى على قلبي مرة أخرى شعور بعدم الرضا.

في منتصف الليل، نزلت من السرير وركلته ليستيقظ من نومه العميق على الأرض، وقلت إنني عطشانة.

فاستيقظ على الفور وذهب ليحضر لي الماء.

كان شديد الرعاية، ففي فصل الخريف كان يتذكر دائمًا أن يحضر لي كوبًا من الماء الدافئ.

لكن عندما تذكرت كيف استغل ضعفي في تلك الليلة، ثار غضبي ورفعت يدي وسكبت الكوب كله على وجهه.

حتى بعد كل هذا لم يغضب، بل ذهب بهدوء إلى الحمام.

بينما أنظر إلى ظهره الطويل والصامت، شعرت ببعض الذنب في أعماقي، لكنني ما إن تذكرت كيف دمر سعادتي مدى الحياة، حتى تبخر ذلك الذنب دون أثر.

وهكذا، ظللت أقمعهُ وأذله لمدة ثلاث سنوات.

لكن ثلاث سنوات تكفي لحدوث الكثير: عائلتي أفلسَت، بدأت أُحبّه، والأهم... أنه طلب مني الطلاق.

عندما قدم لي اتفاقية الطلاق، قال إن حبيبته القديمة قد عادت.

أعترف، في تلك اللحظة، كنت أشعر بألم كبير، وكأن يدًا كبيرة قبضت على قلبي، وشعرت بضيق لا يحتمل.

لكنّي، ونظرًا لنشأتي المدللة وكبريائي، لم أظهر أمامه أي حزن أو أسى، بل وقّعت على وثيقة الطلاق بلا تردد.

بعد التوقيع، سمعت صوته الهادئ والبارد بجانبي فجأة: "هل تريدين أن أرسل السائق ليوصلكِ؟"

استغرقت وقتًا حتى أدركت ما قاله.

نعم، هذه الفيلا التي عشت فيها لأكثر من عشرين عامًا لم تعد ملكًا لعائلتي بعد الآن.

فقد أفلسَت عائلتي، وتم بيع جميع الأصول.

أما هو، ذلك الرجل الذي تزوجني بحيلة واحتقرته عائلتي بأكملها، فقد أسس شركة سرًا دون علمنا، والآن أصبحت أعماله ناجحة جدًا لدرجة أنه اشترى هذه الفيلا.

لكنني لا أملك الحق لألومه، ولا لأطالبه بتقسيم الممتلكات، لأن كل ما حصل عليه كان نتيجة صبره وتحمله لسنوات عديدة، وجاء بجهوده الخاصة، حتى أنه لم يستخدم فلسًا واحدًا من عائلتنا.

كان ينظر إلي بهدوء دون أن يستعجلني.

وهذا الهدوء الذي يتحلى به جعلني أتذكر كل ما فعلته معه في الماضي، وشعرت بالخجل.

ففي مثل هذه الظروف، بعد أن أصبحت أنا في حالة بؤس وهو في ازدهار، كان ينبغي عليه أن يرد إليّ الإهانات التي تعرض لها مضاعفة.

لكنه لم يفعل، بل حتى أنه كان هادئًا كالمعتاد.

فقلت على الفور: "لا حاجة، يمكنني العودة بنفسي."

وبعد أن قلت ذلك، هرعت إلى الخارج في ذعر.

وسمعت صوت استفساره الخافت من خلفي: "هل أتيتِ لرؤيتي لسبب ما هذا المساء؟"

"لا"، واندفعت خارج السور دون أن ألتفت.

كان المطر يتساقط في الخارج، فشددت قبضتي على الهدية في يدي.

اليوم هو ذكرى زواجنا الثالثة.

لم أكن أحسنُ معاملته في الماضي، ولكن عندما أدركتُ أنني بدأت أشعر بالإعجاب نحوه، أردت أن أحتفل معه بهذه المناسبة بشكل لائق.

لكن لم أكن أتوقع أن ما كان ينتظرني هو وثيقة الطلاق.

ابتسمت ابتسامة ساخرة وتركت المطر الغزير يهطل عليَّ، حتى أصبحت في حالة مُزرية.

وفي اليوم التالي، مرضت واضطررت إلى البقاء في الفراش دون القدرة على النهوض.

وفجأة سمعت ضجة وصياحًا من الخارج.

سحبت جسدي الضعيف إلى الخارج لأرى، فشاهدت والدي جالسًا على سور الجدار المقشر، يقول إنه لا يريد العيش بعد الآن.

نحن نعيش الآن في مبنى سكني قديم، بيئته قذرة وفوضوية، لكن الإيجار رخيص.

بكت أمي بحرقة أمام والدي، قائلة إذا قفز فهي ستقفز أيضًا، ولن يعيش أحد بعد ذلك.

ذهبت لأقنع والدي برأس يكاد ينفجر من الألم، وقلت له إنه مجرد إفلاس، طالما نحن أحياء، فالأمل لا يزال موجودًا.

لكن والدي حدق في فجأة بنظرة ثقيلة، تلك النظرة الحارقة جعلت قلبي يرتجف.

ثم قال: "اذهبي لتتوسلي إلى شهاب ليساعدني، هو صهر عائلتنا، سيساعدنا لا محالة."

وأسرعت أمي قائلة: "نعم، على الرغم من أننا لم نكن طيبين معه في الماضي، لكن نظرًا لمكانتكِ، سيساعدنا بالتأكيد، لذا توسلي إليه."

ابتسمت ابتسامة مريرة، فوالداي لا يزالان لا يعلمان أن شهاب قد طلقني.

رفضت التوسل إلى ذلك الرجل، لكن والدي هددني بالانتحار مرة أخرى.

بلا خيار، وافقت في النهاية.

قبل خروجي، أنفقت أمي القليل من المال المتبقي لشراء ملابس لي: فستان طويل بخط عنق عميق، وأحذية أنيقة مدببة.

حتى أن أمي استعانت بشخص ما ليضع لي مكياجًا جميلًا ويصفف شعري بإتقان.

نظرت إلى نفسي في المرآة، وارتسمت ابتسامة ساخرة على شفتي.

لا يبدو هذا كما لو أنني ذاهبة لأتوسل، بل كما لو أنني ذاهبة للإغواء.

لكن الآن، حتى لو وقفت عارية أمام ذلك الرجل، فلن يمنحني حتى نظرة.

حتى الآن لا أفهم، لماذا شاركني الفراش في ليلة لقاء الزملاء؟ هل كان هو أيضًا سكرانًا فظنني حبيبته القديمة؟

بعد أن طردت تلك الأفكار المزعجة، ومن أجل جعل والديّ ييأسان، قررت أن أتظاهر بالذهاب للتوسل إلى شهاب.

علمت أن شهاب موجود الآن في شركته، لذا ذهبت مباشرة إلى شركته بهذا المظهر.

كان والداي ينتظران "الأخبار السارة" عند مدخل الشركة.

عندما رأيت التعبير المتوقع على وجهي والديّ، لم أعرف ماذا أقول للحظة، شعرت فقط ببعض الحزن.

عندما وصلت إلى الطابق الذي يوجد فيه، ألقى الكثير من الناس عليّ نظرات غريبة، وانتشرت في الهواء مناقشات وتعليقات سيئة.

تظاهرت بعدم السماع، شددت ظهري، وذهبت مباشرة إلى مكتب شهاب.

لكن بمجرد أن رأيته، جُبِنت، وانحنى ظهري قليلًا.

في تلك اللحظة، كان يجلس على الكرسي، بأناقة ووقار، يبتسم وينظر إليّ...
Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
50
บทที่ 1 จุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
ความรู้สึกของการถูกหักหลังการสูญเสียทุกสิ่งที่มีค่าความเจ็บปวดทรมานเจียนตายจนอยากจะหายไปจากโลกนี้เธอจะต้องได้รับมัน...“ให้ฉันปลอบเธอได้ไหม?” น้ำเสียงทุ้มนิ่งแต่แฝงไปด้วยความห่วงใยบอกกับหญิงสาวร่างบอบบางที่นั่งอยู่ตรงหน้าบนใบหน้าหวานที่ไร้เครื่องสำอางยังคงเต็มไปด้วยคราบน้ำตาจากการร้องไห้อย่างหนัก เช่นเดียวกับร่างกายของเธอที่ซูบผอมลงเป็นอย่างมากจากเมื่อหนึ่งเดือนก่อนนิ้วหัวแม่มือใหญ่ของชายหนุ่มค่อยๆ ซับน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างอ่อนโยน และเป็นความอ่อนโยนแรกที่เขาเคยทำให้กับคนอื่น ‘ซึ่งจะมีเพียงแค่เธอเท่านั้นที่ได้รับมัน’ ในขณะที่คนที่นั่งอยู่ค่อยๆ หลับตาลงแล้วปล่อยให้ชายหนุ่มได้ทำตามใจ เพราะในตอนนี้เธอเองก็ต้องการจะมีคนอยู่เคียงข้างและได้รับการปลอบโยนจากใครสักคนเช่นเดียวกันไม่นานสัมผัสอุ่นก็ถูกประทับลงบนริมฝีปากบางด้วยความนุ่มนวลราวกับเป็นการปลอบประโลม เรียวลิ้นสากค่อยๆ ดันเข้ามาด้านในโพรงปากบางแล้วตวัดเกี่ยวพันกับเรียวลิ้นเล็กด้านในอย่างละเมียดละไม เช่นเดียวกับมือของเขาที่ลูบไล้ยังบริเวณเอวคอดขึ้นมาจนถึงช่วงบนเพื่อหลอกล่อให้คนตัวเล็กติดกับและลืมความเสียใจทั้งหมด ก่อนร่างอรชรจะถูกอุ้ม
Read More
บทที่ 2 ผู้หญิงอีกคน
@หลายวันต่อมาพรึ่บ!“เธอคิดจะทำบ้าอะไรของเธอ” แรงเหวี่ยงอย่างแรงทำให้เรือนร่างบอบบางของหญิงสาวในชุดนักศึกษาเซไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอหันหน้ากลับมามองคนที่ยืนอยู่ด้วยแววตาแข็งกร้าวอย่างไม่เกรงกลัวในขณะที่ติณณภพเองก็ยืนกอดอกมองแพรไหมด้วยสายตาโกรธเคืองไม่ต่างกันแพรไหมเป็นเด็กที่เขาเลี้ยงดูเอาไว้อย่างเงียบๆ เพื่อสนองความต้องการของตัวเอง เพราะจากหน้าที่การงานและตำแหน่งต่างๆ ทำให้ติณณภพไม่อยากที่จะให้ใครมาทำให้เขาต้องมีปัญหาภายหลัง เขาจึงเลือกคนที่ถูกใจมากที่สุดไว้กินอย่างเงียบๆ แทนการหาคนใหม่ไปเรื่อยๆ แต่ไม่สามารถที่จะไว้ใจใครได้ ซึ่งเกือบสองปีที่ผ่านมาแพรไหมเองก็ทำหน้าที่นั้นมาได้ดีโดยตลอด เธอไม่เคยแสดงตัว และไม่เคยสร้างปัญหา หญิงสาวอยู่ในที่ที่ของตัวเองตลอดเวลาอย่างรู้ในสถานะคู่นอนเพื่อแลกเงินของตัวเอง แต่วันนี้มันกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้นเมื่อเธอใจกล้าถึงขนาดบุกไปแสดงตัวถึงที่โรงแรมของเขาอย่างไม่เกรงกลัว ยังถือว่าโชคดีที่ติณณภพไปเห็นเธอก่อนที่หญิงสาวจะเข้าไปสร้างความวุ่นวายมากกว่านี้ให้ทุกคนรู้เรื่องของเขา“แล้วคุณคิดว่าจะให้แพรทนดูคุณแต่งงานกับคนอื่นได้เหรอคะ!”“ครอบครัวของฉันกำลังหาคน
Read More
บทที่ 3 เพียงพราว
@บ้านกัลยาภัคแกร๊ก~เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นทำให้จารุเดชที่กำลังนั่งเขียนบางอย่างอยู่เงยหน้ามามองตามต้นทางของเสียงก่อนจะเห็นร่างบางที่ค่อย ๆ แทรกตัวผ่านประตูห้องเข้ามาอย่างระมัดระวังราวกับกลัวว่าจะรบกวนคนด้านใน ใบหน้าหวานถูกประดับด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าพ่อของตัวเองกำลังทำกิจกรรมบางอย่างที่ไม่ใช่การนอนหลับอยู่บนเตียง ไม่รู้เลยว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธออยากจะให้เขาลุกขึ้นมาใช้ชีวิตทั้งวันได้อย่างปกติ น้อยครั้งนักที่จารุเดชจะมีเรี่ยวแรงและไม่อ่อนเพลียแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ปกติเขามักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนหลับเสียมากกว่า“ทำอะไรอยู่เหรอคะ เอ๊ะ! ทำไมมีรูปของพราวด้วย” ดวงตาสวยเปล่งประกายเมื่อเห็นรูปของตัวเองในตอนยังเป็นทารกที่เหมือนจะถูกแปะอยู่บนสมุดโน๊ตเล่มหนึ่งในมือของพ่อตัวเอง“พ่อกำลังเขียนบันทึกอยู่น่ะ มานั่งก่อนสิ”“เขียนบันทึกเหรอคะ?”“ใช่ นี่รูปของพราวตอนแรกเกิดที่พ่อเป็นคนถ่ายเอาไว้ ตอนนั้นพราวเหมือนตุ๊กตามากเลยนะ พ่อเองก็ไม่คิดเลยว่าลูกของพ่อจะน่ารักมากขนาดนี้” จารุเดชพูดไปยิ้มไปเมื่อนึกถึงเรื่องราวเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน นอกจากการได้แต่งงานกับคนที่รักแล้วก็มีแค่เรื่องของลูกสาวคนนี้
Read More
บทที่ 4 ข่าวลือของว่าที่ลูกสะใภ้
@บ้านพัชรเทพพิพัฒน์“มาช้านะเฮีย” เสียงกระแนะกระแหนของชายร่างสูงที่ยืนพิงรถสปอร์ตสีดำสนิทเอ่ยทักทายคนที่เพิ่งลงจากรถอย่างเย้ยหยัน ทำเอาติณณภพพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายในท่าทีกวนประสาทของน้องชายตัวเอง“เสือกเรื่องของกูให้น้อยลงหน่อยก็ดี”“คงไม่ได้ว่ะ เพราะตอนนี้ใคร ๆ ก็พูดถึงเรื่องของเฮียกันหมดนั่นแหละ ขนาดที่พ่อกับแม่ทะเลาะกันยังเป็นเรื่องงานแต่งเลย” เพลล์คีบบุหรี่ออกจากปากแล้วยักคิ้วให้พลางเหลือบมองไปที่ด้านในของบ้านไปด้วยเป็นการบ่งบอกว่าให้เขาไปจัดการกับเรื่องวุ่นวายทั้งหมดด้วยตัวเอง เพราะนอกจากเด็กที่ติณณภพเลี้ยงไว้กินเงียบ ๆ แล้วก็ดูเหมือนจะมีแม่ของเขานี่แหละที่ไม่พอใจกับเรื่องนี้“แม่ไม่ยอมนะติณ!” ทันทีที่เท้าหนักก้าวเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร น้ำเสียงไม่พอใจก็ดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าของหญิงสาววัยกลางคนที่จ้องมองลูกชายของตัวเองด้วยสายตาแข็งกร้าว เธอไม่ใช่คนที่อยู่แต่ในบ้านจนไม่รู้เรื่องอะไรเลยว่าครอบครัวของคนที่กำลังจะมาเป็นลูกสะใภ้ของตัวเองเป็นอย่างไร นั่นจึงทำให้อาภัสราไม่อยากที่จะยอมรับการเกี่ยวดองกับคนในบ้านนี้ และยิ่งติณณภพแถลงข่าวว่าจะจัดงานแต่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าพร้อมกั
Read More
บทที่ 5 งานแต่งที่ไม่ลงรอย
“การแต่งงานจะเป็นประโยชน์ในการขยายธุรกิจนำเข้าของเราครับ” เสียงของลูกชายคนโตทำให้อาภัสราต้องวางมือจากสิ่งของตรงหน้า เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ โดยที่ไม่ยอมหันหน้ากลับไปมองลูกชาย เพราะคำพูดของติณณภพดูเหมือนจะมาปกป้องอีกคนเสียมากกว่าเป็นการอธิบาย“ครอบครัวของเพียงพราวร่ำรวยมาจากการนำเข้าส่งออกสินค้ามาหลายสิบปี และมีอิทธิพลในด้านธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศพอสมควร ทุกคนต่างก็เกรงใจคุณจารุเดช หลายการนำเข้ายังต้องไปขอให้พ่อของเพียงพราวช่วยจัดการให้ ถ้าเราสองคนแต่งงานกันจะยิ่งทำให้ธุรกิจใหม่ของเรามั่นคงขึ้นและตัดคู่แข่งไปได้”“ติณแน่ใจใช่ไหมว่าเราจะได้มากกว่าเสีย” คราวนี้อาภัสราหันมาสบตากับคนด้านหลังตรง ๆ เพราะเธอเองไม่มั่นใจว่าทุกอย่างจะเป็นแบบนั้นเลยในรุ่นพ่อธุรกิจของบริษัทSPJ ถือว่าประสบความสำเร็จและเป็นที่ไว้วางใจเป็นอย่างมาก แต่ในตอนนี้ที่ลูกสาวของเขาได้มาบริหารงานแทนก็ไม่รู้เลยว่าเธอจะทำได้ดีมากแค่ไหน แถมตอนนี้เพียงพราวเองก็ยังมีข่าวเสียหายมาให้ได้ยินอยู่หนาหูตั้งแต่กลับมาที่เมืองไทยอีกต่างหากยิ่งไปกว่านั้นก็คือ “กมลทิพย์” แม่ที่เพียงพราวเทิดทูนมากที่สุดรองจากพ่อของเธอ และเป็นผู้หญิงที่ไม่ถู
Read More
บทที่ 6 คืนเข้าหอคืนแรก
เมื่อประตูห้องถูกปิดลงก็ทำให้เกิดความเงียบและบรรยากาศชวนอึดอัดขึ้นมา ถึงจะใช้เวลานานประมาณสองเดือนกว่าในการเตรียมงานแต่ง แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษไปกว่าคนรู้จักกันธรรมดาเลยแม้แต่น้อย เพียงพราวยืนนิ่งอย่างทำอะไรไม่ถูกเมื่อชายหนุ่มยังคงจับมือเธอเอาไว้แบบนั้น ถึงจะเรียนที่ต่างประเทศมาหลายปีแต่เธอก็ไม่เคยที่จะไปค้างคืนห้องเดียวกันกับใครแบบนี้มาก่อนเลย จากความรู้สึกเฉยๆ ในตอนแรกจึงเกิดเป็นความประหม่าขึ้นมา เมื่อนึกถึงในช่วงเวลาที่ต้องเข้านอนด้วยกัน แต่บางทีเขาอาจจะไม่ได้นอนด้วยกันกับเธอก็ได้...เพียงพราวคิดแบบนั้นเพื่อให้กำลังใจตัวเอง หรือถ้าติณณภพเกิดไม่สนใจอะไรขึ้นมาจริงๆ ถ้าแบบนั้นเธอเองก็จะขอไปนอนที่โซฟาแทนก็แล้วกัน! “ที่นี่มีห้องอาบน้ำห้องเดียว เธอจะอาบก่อนหรืออาบทีหลัง แล้วเราค่อยมาคุยเรื่องสำคัญกัน” ติณณภพปล่อยมือออกจากการเกาะกุม แววตาที่เคยอ่อนโยนในตอนแรกกลับมาเป็นนิ่งเรียบอีกครั้ง เขาขยับเนคไทของตัวเองเล็กน้อยด้วยท่าทางที่บ่งบอกว่าวันนี้มันทั้งเหนื่อยและน่าเบื่อมากขนาดไหน “คุณอาบก่อนก็ได้ค่ะ...” ติณณภพพยักหน้ารับอย่างไม่ปฏิเสธแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ทำให้เพียงพร
Read More
บทที่ 7 เชื่อฟัง
“อื้อ...” เสียงอู้อี้ดังขึ้นในลำคอของคนที่นอนหลับอยู่พร้อมกับการขยับตัวเล็กน้อย เพียงพราวลืมตาขึ้นมาด้วยอาการสะลึมสะลือก่อนจะเบิกตากว้างตอนนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เธอไม่ได้นอนอยู่ที่บ้านของตัวเองแบบทุกวัน “จะตื่นพรุ่งนี้เลยหรือไง?” เสียงของติณณภพที่นั่งอยู่บนโซฟาทำให้เพียงพราวที่กำลังไล่สำรวจร่างกายของตัวเองต้องเลื่อนสายตาขึ้นไปมอง ตอนนี้เขาอยู่ในชุดทำงานเรียบร้อยแล้วโดยที่ในมือยังคงถือไอแพดเอาไว้คล้ายกับกำลังอ่านบางอย่างอยู่เพื่อคั่นเวลา “ไปอาบน้ำแต่งตัว จะได้ลงไปกินข้าว” “คุณรอฉันอยู่เหรอคะ...” “ตอนนี้พ่อกับแม่ของฉันคงนั่งรออยู่ที่โต๊ะแล้ว แต่ถ้าเธออยากเดินลงไปคนเดียวก็ตามใจ” “ไม่ค่ะ!...ฉันจะรีบไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้แหละ” เพียงพราวรีบลุกขึ้นจากเตียงด้วยความรวดเร็วหลังจากได้ยินคำขู่ของอีกคน ในขณะที่ติณณภพเมื่อเห็นว่าหญิงสาวลุกออกไปเตรียมตัวแล้วเขาจึงก้มอ่านเอกสารการประชุมตรงหน้าต่อระหว่างที่รอ “พ่อกำลังจะให้แม่บ้านขึ้นไปตามพอดีเลย” ภูวนาถวางมือจากอาหารตรงหน้าแล้วหันมายิ้มทักทายสองหนุ่มสาวที่เพิ่งลงมาจากชั้นบนอย่างใจดี ท่าทางเก้ๆ กังๆ ของลูกสะใภ้ชวนให้หนุ่มมากวัยอดที่จะรู้สึกเอ็นดูไม่ได้
Read More
บทที่ 8 การเปลี่ยนแปลง
ปึก! “เฮ้อ...” อยากรู้เหลือเกินว่าเธอสามารถลาออกจากการเป็นสะใภ้บ้านนี้ได้หรือไม่ เพราะวัน ๆ หนึ่งเห็นทีเธอน่าจะเป็นโรคเครียดก่อนใคร ไหนจะเรื่องงานและพ่อของตัวเอง ไหนจะหน้าที่ภรรยาในการออกงานสังคมและลูกสะใภ้ของตระกูลพัชรเทพพิพัฒน์ที่ต้องต่อสู้กับแม่สามีอีก เพียงพราวกระดกน้ำเข้าปากจนหมดแล้วกระแทกแก้วลงบนโต๊ะอย่างแรงเพื่อระบายความรู้สึกอัดอั้นทั้งหมด เธอรู้เลยว่าเธอต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นอย่างมาก แต่จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อจารุเดชก็ยังคงมีความสุขที่เห็นลูกรักได้สร้างครอบครัวของตัวเอง อีกทั้งภูวนาถก็เอ็นดูเธอเป็นอย่างมากจนคล้ายกับเป็นพ่อคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ มันเลยทำให้เพียงพราวไม่กล้าที่จะทำให้ใครต้องผิดหวังเลยแม้แต่น้อย ต้องเรียบร้อย อ่อนหวาน เชื่อฟังพ่อและแม่สามีเพื่อให้ทุกคนเอ็นดู แต่ทำถึงขนาดนี้แล้วก็ยังไม่ถูกใจใครเสียที ส่วนติณณภพก็ยังคงเป็นเขาคนเดิม เพิ่มเติมขึ้นมาคือช่วงนี้เขาดูจะไม่พึงพอใจเป็นพิเศษเวลาที่เห็นเธอกับแม่ของเขาไม่ลงรอยกัน หรือชายหนุ่มจะคิดว่าเธอเป็นตัวปัญหาของบ้านหลังนี้งั้นหรือ? หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อย่างให้กำลังใจตัวเองว่าหากอาการของพ่อเธอดีขึ้นอย่างไม่ต้องกัง
Read More
บทที่ 9 การแสดงครั้งสุดท้าย
“แล้วติณไปไหนล่ะพราว” ภูวนาถเอ่ยถามลูกสะใภ้ที่เพิ่งเดินเข้ามาด้านในของบ้านคนเดียว ทั้งๆ ที่ปกติทั้งคู่มักจะตัวติดกันแทบจะตลอดเวลา “เอ่อ...ยังไม่เลิกงานมั้งคะ” “หืม? จะเป็นไปได้ยังไง พี่เขาเลิกงานได้สักพักแล้วนะ” ใช่! ติณณภพเลิกงานแล้ว เพียงพราวรู้ดี และรู้ด้วยว่าเขาออกมาจากที่โรงแรมแล้ว ซึ่งเดาได้ไม่ยากเลยว่าชายหนุ่มจะไปที่ไหนต่อ แต่เธอจะบอกกับภูวนาถได้อย่างไรว่าติณณภพกำลังไปหาผู้หญิงอีกคนที่เขาแอบเลี้ยงดูเอาไว้เงียบๆ อยู่ “คงมีธุระที่ไหนต่อแหละค่ะ คุณพ่อทานข้าวก่อนได้เลยนะคะไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวถ้าคุณติณกลับมาแล้วพราวจะเป็นคนสั่งอาหารไว้ให้เขาเอง” “พราวลองโทรเช็คหน่อยดีไหมลูก เผื่อมีเรื่องอะไร เพราะติณก็ออกจากโรงแรมมานานแล้ว” “งั้นเดี๋ยวพ่อโทรถามเองว่าทำไมถึงไม่ยอมบอกเมียตัวเองว่าไปไหน” เมื่อเห็นว่าลูกสะใภ้มีท่าทีลำบากใจ ภูวนาถจึงเป็นฝ่ายอาสาเอง เพราะช่วงนี้เหมือนทั้งสองคนจะไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไรนัก บ้างก็เป็นเพียงพราวที่เป็นฝ่ายประชดประชันก่อนตามประสาของผู้หญิง บ้างก็เป็นลูกชายของเขาเสียเองที่ดูเหมือนจะไม่พึงพอใจภรรยาสาวมากเท่าไร แถมเรื่องเมื่อเช้าก็ยิ่งทำให้เขาเป็นกังวลว่าลูกช
Read More
บทที่ 10 โต้กลับ
กลางคืนวันต่อมา “จริงเหรอคะแม่” “สงสัยพราวน่าจะไม่รอบคอบเอง งั้นฝากแม่ช่วยดูต่อให้หน่อยได้ไหมคะ” “รักแม่เหมือนกันค่ะ ไว้พรุ่งนี้พราวจะไปหาแม่กับพ่อนะคะ” แกร๊ก~ “คุณ...” เพียงพราวที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาจากด้านนอกระเบียงชะงักเล็กน้อยตอนเห็นว่าติณณภพกำลังนั่งอยู่ตรงปลายเตียง สายตาเย็นชาไล่มองเธออย่างเปิดเผยราวกับกำลังคิดบางอย่างอยู่ แต่เขาจะรู้หรือไม่ ว่าเธอเองก็ยังโกรธเขาจากเหตุการณ์เมื่อวานไม่หายเลย ทั้งๆ ที่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นยังจะมีอารมณ์ไปค้างกับผู้หญิงอีกคนเนี่ยนะ! “ฉันไม่รู้ว่าคืนนี้คุณจะกลับห้องเลยไม่ได้เตรียมน้ำไว้ แต่เดี๋ยวฉันเข้าไปเตรียมให้นะคะ” แต่ถึงอย่างไรก็ให้เขาอาบน้ำให้เสร็จก่อนแล้วค่อยออกมาคุยกันให้ชัดเจนจะดีกว่า เพราะวันนี้เพียงพราวเองก็มีเรื่องที่จะคุยกับติณณภพค่อนข้างมากอยู่พอสมควร และมันก็จะเป็นครั้งสุดท้ายเช่นกันที่เธอยอมทำดีกับเขาแบบนี้ “ทำไมถึงคิดว่าฉันจะไม่กลับ?” “ก็คุณอาจจะไปค้างที่อื่นไงคะ” เช่นกับแพรไหม หรืออาจจะคนอื่น ๆ ที่เธอไม่รู้อีก ก็ในเมื่อทุกคนต่างพร้อมเสนอตัวให้กับทายาทโรงแรมดังขนาดนั้น ถึงแม้เขาจะแต่งงานแล้วแต่พอเห็นว่าเธอไม่ยุ่งอะไรในเรื่อ
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status