Share

บทที่1471

Penulis: โม่เสียวชี่
หนิงซวงยิ่งพูดยิ่งตื่นตระหนก ร้อนรนจนกระทืบเท้าเร่า ๆ: “ไม่ได้การ! ไม่ได้การแล้วเจ้าค่ะคุณหนู! เมือง
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1719

    อีกด้านหนึ่ง อิ๋งชีสุดจะทนฟังได้อีกต่อไป เขาวาดเท้าถีบเข้าที่ร่างของเสิ่นเยว่อย่างแรง “เจ้ายังรู้ตัวอยู่อีกหรือว่าเป็นถึงศิษย์พี่ของเจ้าสำนัก? แต่ดูสิ่งที่เจ้าทำลงไปสิ! อาศัยความเชื่อใจและความเมตตาของเจ้าสำนัก คอยทิ่มแทงทำร้ายคนรอบข้างนางครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งอาจิ่วเจ้าก็ยังไม่เว้น! เสิ่นเยว่ ยามที่อดีตเจ้าสำนักประสิทธิประสาทวรยุทธ์และวิชาแพทย์ให้เจ้านั้น ท่านสอนให้เจ้ากลายเป็นคนใจคออำมหิต ไร้ซึ่งคุณธรรม ถึงขั้นลงมือเข่นฆ่าศิษย์ร่วมสำนักเช่นนี้เชียวหรือ!”“แต่ข้าทำไปทั้งหมดก็เพื่อสำนักราชาโอสถ!” เสิ่นเยว่แผดเสียงคำรามอย่างเจ็บปวดรวดร้าว “หากมิใช่เพราะนางใจอ่อนจนเกินไป ข้าจะต้องลงมือทำเรื่องพวกนี้ไปเพื่ออันใด?! ข้าเพียงต้องการให้นางสำนึกว่า บนโลกใบนี้มิใช่ทุกคนที่ควรค่าแก่การช่วยชีวิต! ความเมตตาที่มากเกินไปมีแต่จะย้อนกลับมาทำลายสำนักราชาโอสถ! สิ่งที่ข้าทำ... ล้วนทำเพื่อสำนักราชาโอสถทั้งสิ้น!”“ยังจะกล้าสับปลับ!”อิ๋งชีแค้นเคืองจนประเคนหมัดใส่เขาอีกครา “เจ้าพร่ำบอกว่าทำเพื่อสำนักราชาโอสถแต่แท้จริงแล้ว ตั้งแต่ต้นจนจบ คนที่ชักนำหายนะมาสู่สำนักราชาโอสถก็มีเพียงเจ้าผู้เดียวเท่านั้น!”

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1718

    ราวกับสูดดมได้ถึงกลิ่นอายอันน่ารังเกียจยิ่งทว่ามีรากเหง้าเดียวกัน ทันทีที่กู่ตัวลูกมุดออกมาจากร่างของฉู่จืออี้ มันก็ดีดตัวพุ่งทะยานขึ้นฉับพลัน กลายสภาพเป็นเส้นแสงสีม่วงสายหนึ่ง พุ่งทะลวงเข้าหาเสิ่นเยว่ที่กำลังถูกกู่ตัวแม่ทรมานเจียนตายอยู่บนพื้นอย่างแม่นยำไร้ที่ติ!“ฉึก!”บังเกิดเสียงดังแผ่วเบายิ่งนักทว่ากู่ตัวลูกนั้นกลับมุดแทรกเข้าไปในบาดแผลตรงหน้าอกของเสิ่นเยว่โดยตรง!“อ๊ากกก!”ทันทีที่กู่ตัวลูกเข้าสู่ร่างกาย เสิ่นเยว่ก็แผดเสียงร้องโหยหวนอย่างแสนสาหัส ประหนึ่งเสียงภูตผีปีศาจคร่ำครวญ!เขารู้สึกราวกับโลหิตในกายกำลังเดือดพล่าน กระดูกคล้ายถูกมดนับหมื่นรุมกัดทึ้ง เส้นชีพจรปวดร้าวแทบปริแตกออกทุกชั่วข้อนิ้ว!เดิมทีภายในร่างของเขาก็มีกู่ร่วมชะตาฝังอยู่แล้วชนิดหนึ่ง แม้หลังจากหลอมรวมมันจะอยู่ในสภาวะจำศีล ทว่าเมื่อครู่ตอนที่เฉียวเนี่ยนส่งกู่ตัวแม่เข้าสู่ร่างเขา กู่ร่วมชะตาที่หลับใหลอยู่ก็พลันตื่นขึ้นยามนี้ กู่ร่วมชะตาทั้งสองชนิดได้ใช้เลือดเนื้อและพลังปราณในกายเขาต่างสมรภูมิ พวกมันกัดทึ้งและกลืนกินกันเองอย่างบ้าคลั่ง ความทุกข์ทรมานที่ตามมานั้นสาหัสสากรรจ์ยิ่งกว่าการถูกวิชาสะท้อนกลับก่อ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1717

    “โลหิตกู่... ช่างเป็นของวิเศษสำหรับการหลอมกู่โดยแท้ มิน่าเล่า เมื่อก่อนแม่เฒ่าอากู่น่าถึงได้เพียรพยายามจะหลอมกลั่นโลหิตกู่ในร่างตนเองให้จงได้! เจ้าว่าจริงหรือไม่?” เฉียวเนี่ยนแย้มยิ้มบางเบา ขณะทอดมองความตื่นตะลึงในดวงตาของเสิ่นเยว่ที่ค่อย ๆ ทวีความเข้มข้นขึ้นจากนั้นนางก็มิได้ชายตาแลเขาอีก ทว่านำเข็มทองเก้าแสงดาวออกมา ค่อย ๆ ชัก นำกู่ตัวลูกที่ใสกระจ่างดุจแก้วออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วป้อนเข้าสู่ปากของฉู่จืออี้ด้วยท่วงท่าอ่อนโยนยิ่งทันทีที่กู่ตัวลูกล่วงเข้าสู่ลำคอ มันก็หลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว“ในตำรากล่าวไว้ว่า นอกเหนือจากกู่ตัวลูกจะถูกดึงดูดโดยกู่ตัวแม่แล้ว มันยังกลืนกินกู่ตัวลูกด้วยกันเองอีกด้วย ดังนั้น ซากกู่ที่เจ้าทิ้งไว้ในร่างกายของเขา ไม่ช้าก็จะถูกกู่ตัวลูกของข้ากลืนกินจนสิ้นซาก”เฉียวเนี่ยนเอ่ยขณะที่สายตาตกลงบนกู่ตัวแม่สีแดงคล้ำในโถ ซึ่งกำลังดิ้นพล่านด้วยไอสังหารอันดุร้ายจากนั้น นางจึงเงยหน้าขึ้นมองเสิ่นเยว่ที่ใบหน้าซีดเผือดและเริ่มดิ้นรนอย่างรุนแรง แววตาของนางสงบนิ่งเสียจนชวนให้ขนลุกชัน“ศิษย์พี่...” นางเอ่ยเรียกด้วยคำเรียกขานที่ห่างเหินไปเนิ่นนาน น้ำเสี

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1716

    เสิ่นเยว่ถูกคุมตัวกลับมายังสำนักราชาโอสถ และถูกนำตัวมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเตียงของฉู่จืออี้ยามที่เขามาถึง เฉียวเนี่ยนกำลังเช็ดมือให้ฉู่จืออี้อย่างแผ่วเบา เมื่อเหล่าองครักษ์เงาได้รับคำสั่ง ก็นำร่างของเสิ่นเยว่เหวี่ยงลงแทบเท้าเตียงของฉู่จืออี้ทันทีความเจ็บปวดอันรุนแรงส่งผลให้เสิ่นเยว่ค่อย ๆ ฟื้นคืนสติขึ้นมาอย่างช้า ๆทั่วร่างของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและคราบเลือดที่ยังมิได้ชำระล้าง เส้นผมยุ่งเหยิงหลุดลุ่ย มุมปากยังมีรอยเลือดแห้งกรังหลงเหลืออยู่ สภาพดูอนาถยิ่งนัก ทว่ายามที่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเงาร่างผมขาวโพลนข้างเตียง เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาคล้ายกับเห็นเรื่องที่ขบขันที่สุดในใต้หล้า เสียงหัวเราะแผ่วต่ำนั้นค่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นบ้าคลั่งโอหัง“ฮ่าๆๆ... เฉียวเนี่ยน! รสชาติของกู่โลหิตมันไม่สู้ดีนักใช่หรือไม่?! ฮ่าๆๆๆ!” เสิ่นเยว่หัวเราะจนตัวโยนแทบจะขาดใจตาย ในดวงตามีแต่ความอำมหิตที่มิคิดจะปกปิด “หันกลับมาให้ข้าดูหน่อยสิ ว่ายามนี้เจ้ามีสภาพอัปลักษณ์ราวกับผีสางเพียงใด?!”กู่โลหิตสามารถเร่งวันเวลาให้คนเราแก่ชราได้ในพริบตา เขาจึงปักใจเชื่อว่าเฉีย

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1715

    ผงพิษหลากสีสันกลุ่มใหญ่ปะปนมากับเข็มพิษที่เล็กละเอียดดุจขนวัวนับไม่ถ้วน พุ่งทะยานเข้าปกคลุมทิศทางที่หน้าไม้ถูกยิงมาประหนึ่งพายุฝนกระหน่ำ!ช่างเป็นวิถีทางที่อำมหิตและไร้ความปรานี!ทว่า อิ๋งชีคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าเขาจะต้องใช้ไม้นี้!ในชั่วพริบตาที่ผงพิษและเข็มพิษถูกซัดออกมา เงาร่างทั้งสี่ก็ดีดตัวทะยานขึ้นจากปลักโคลนแล้วถอยร่นไปด้านหลังราวกับคำนวณไว้ก่อนแล้ว พร้อมกับสะบัดผ้าชุบยาเปียกชุ่มที่เตรียมไว้ เพื่อปัดเป่าหมอกพิษออกไปให้ได้มากที่สุด!พวกเขาสอดประสานกันอย่างรู้ใจ สลายกระบวนท่าพิษของเสิ่นเยว่จนหมดสิ้นและในจังหวะนั้นเอง อิ๋งชีก็โฉบทะยานลงมาจากยอดไม้แห้งดุจนกแสกราตรี มีดสั้นในมือกรีดฝ่าไอพิษโดยไร้ซึ่งเสียงลม พุ่งตรงเข้าหาจุดตายที่หลังคอของเสิ่นเยว่!เสิ่นเยว่ขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง สัมผัสแห่งวิกฤตอันรุนแรงทำเอาเขาหนังหัวชาหนึบ!เขาแผดร้องเสียงหลง รีบเบี่ยงตัวหลบคมมีดมฤตยูที่หมายปลิดชีพตรงลำคอไปได้หวุดหวิด ทว่ามีดสั้นของอิ๋งชียังคงฝากรอยแผลลึกถึงกระดูกไว้ที่หัวไหล่ของเขา!“อิ๋งชี! เป็นเจ้า!” เสิ่นเยว่ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด นัยน์ตาฉายแววตระหนกและเคียดแค้นเขารู้ตัวดีว่ามิใ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1714

    บึงมรณะใต้ผาพายุทมิฬ ปกคลุมด้วยม่านหมอกพิษสีเขียวอมเทาตลอดทั้งปี กลิ่นเน่าเปื่อยของใบไม้ทับถมผสมปนเปกับดินโคลน โชยกลิ่นคาวหวานที่ชวนให้สะอิดสะเอียนซากไม้แห้งรูปร่างประหลาดบิดเบี้ยวราวกับกรงเล็บปีศาจยื่นออกมาจากผิวน้ำอันขุ่นมัว รอบด้านเงียบสงัดจนน่าหวาดหวั่น มีเพียงเสียงสวบสาบแผ่วเบาของแมลงพิษไร้นามที่คลานยุ่มย่ามอยู่ในปลักโคลน ยิ่งขับเน้นให้ดินแดนแห่งนี้ดูตายซากและวังเวงยิ่งขึ้นอิ๋งชีและเหล่าองครักษ์เงายอดฝีมือที่เขาคัดสรรมากับมือ ต่างหมอบนิ่งประดุจโขดหินไร้ชีวิต พวกเขาซุ่มเร้นอยู่ที่นี่มานานถึงสามวันสองคืน ทั่วร่างพอกทับด้วยโคลนโอสถสูตรพิเศษเพื่อกลบเกลี่ยกลิ่นอายและต้านทานไอพิษที่คละคลุ้ง ร่างกายแนบชิดกับโขดหินเย็นชื้น บ้างจมมิดอยู่ในน้ำครำโสโครก เหลือเพียงดวงตาและจมูกที่โผล่พ้นน้ำ กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับดินแดนแห่งความตายนี้อย่างสมบูรณ์ตลอดสามวันที่ผ่านมา นอกจากงูพิษโง่งมไม่กี่ตัวและคางคกพิษขนาดมหึมา ก็หาได้มีสิ่งมีชีวิตใดผ่านทางมาอีกทว่า... สิ่งที่องครักษ์เงาไม่เคยขาดแคลนเลยก็คือความอดทนโดยเฉพาะอิ๋งชี เขาไม่มีท่าทีร้อนรนแม้แต่น้อยเขารู้จักเสิ่นเยว่ดี คนผู้นี้เจ้าเล่ห์และ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1563

    นางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ซากปรักหักพังที่ยังคงมีไฟมอดไหม้ และชาวบ้านเพียงไม่กี่คนที่เหลือรอดซึ่งขวัญหนีดีฝ่อประหนึ่งนกต้องศร น้ำตาก็พวยพุ่งออกมาอีกครา “เด็กคนนี้หากอยู่กับพวกเราคนไร้ค่า... ไม่ช้าก็เร็ว... ไม่ช้าก็เร็วก็คงต้องตาย! ท่านผู้มีพระคุณ! ท่านเป็นผู้สูงศักดิ์! ท่านมีบารมี! ได้โปรดเมตตาให้หนทาง

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1568

    อิ๋งชีมิใช่องครักษ์เงาของสำนักราชาโอสถหรอกหรือ? เหตุใดเขาจึงมาอยู่ที่นี่ได้!ชั่วพริบตาที่เงาร่างของมู่เมิ่งเสวี่ยลับหายไปนอกบานประตู อวี่เหวินฮ่าวยังมิทันได้ขบคิดให้กระจ่างแจ้ง จิตสังหารอันหนาวเหน็บเสียดกระดูกประหนึ่งจับต้องได้ ก็แผ่ซ่านมาจากเบื้องหลังโดยไร้สัญญาณเตือน!พลันเปลวเทียนบนโต๊ะก็วูบ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1558

    รอยยิ้มและแววตาของเฉียวเนี่ยนเปรียบประดุจน้ำพุใสที่รดลงมาดับความร้อนรุ่มในใจของเขาให้มอดดับลงในทันทีมุมปากที่เม้มแน่นของฉู่จืออี้ผ่อนคลายลงเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น เขาพลิกมือกลับมาเกี่ยวกุมมือน้อย ๆ นั้นให้กระชับยิ่งขึ้นในฝ่ามือที่อุ่นหนาและสากระคายด้วยรอยด้านจากการจับอาวุธ เขาจ้องมองนางด้วยสา

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1573

    สองตาของเขาปิดสนิท ทรวงอกกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง ประหนึ่งเพิ่งผ่านการต่อสู้เสี่ยงตายมาหมาด ๆ ร่างกายยังคงสั่นกระตุกเล็กน้อยด้วยอาการเกร็งหัวใจของเฉียวเนี่ยนพลันดิ่งวูบลง นางก้าวไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณ ยื่นมือออกไปแตะชีพจรของเซียวเหิงทันใดนั้นเอง เซียวเหิงก็ลืมตาโพล่งขึ้นมา!ดวงตาคู่นั้นที่ยามปกต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status