Share

บทที่1484

Auteur: โม่เสียวชี่
ฉู่จืออี้เซถลาไปตามแรงฉุดดึง คิ้วเข้มขมวดมุ่นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงเล็บของนางที่จิกผ่านเนื้อผ้าเข้ามา ความรู้สึกอึดอัดพาดผ่านใจกับการกระทำที่ “ถือวิสาสะ” จนเกือบจะเรียกได้ว่าเสียมารยาทเช่นนี้

มู่เมิ่งเสวี่ยจึงค่อยคลายมือออก พลางระบายลมหายใจยาวเหยียดประหนึ่งได้ปลดเปลื้องภาระหนักอึ้งพันชั่งลงจากบ่า สีหน้าของนางฉายแววเหนื่อยล้าเจียนจะหมดแรง ทว่ากลับแฝงด้วยความแน่วแน่บางอย่างที่ดูแปลกประหลาด ราวกับฝุ่นธุลีที่ตกลงสู่พื้นจนสงบนิ่งแล้ว

แผ่นหลังของนางพิงแนบกับกำแพงเย็นเฉียบ ดวงตาจ้องมองฉู่จืออี้เขม็ง ประหนึ่งคนตกอยู่ในหุบเหวแห่งความสิ้นหวังที่ในที่สุดก็คว้าเชือกเส้นสุดท้ายเอาไว้ได้

“ข้ารู้อยู่แล้ว... ว่าหากทิ้งจดหมายฉบับนั้นไว้ คนที่มาในคืนนี้ จะต้องเป็นท่านอย่างแน่นอน” น้ำเสียงของนางแหบพร่าเล็กน้อย ทว่าแววตากลับสว่างไสวคมกริบผิดปกติ จ้องเขม็งไปที่ร่างของฉู่จืออี้ไม่วางตา

“เกิดอะไรขึ้นกับเกอซูอวิ๋นกันแน่” ฉู่จืออี้มิได้เอ่ยทักทายให้มากความ แต่ถามเข้าประเด็นทันที สายตาลุกโชนดั่งคบเพลิง จับจ้องใบหน้าซีดขาวของมู่เมิ่งเสวี่ยเขม็ง ไม่ยอมปล่อยผ่านแม้แต่ความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าหรือแววตาเพียงเล
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application
Chapitre verrouillé

Latest chapter

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1502

    ร่างของเฉียวเนี่ยนพลันแข็งทื่อ มือที่กดอยู่ตรงเอวคลายออกในทันที นัยน์ตากระจ่างใสคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนไม่อยากจะเชื่อ!นางจ้องมองใบหน้าของเซียวเหิงเขม็ง ราวกับต้องการค้นหาคำตอบจากทุกอากัปกิริยาอันละเอียดอ่อน น้ำเสียงเจือความสั่นเครือที่ยากจะสังเกตเอ่ยถามขึ้น: “เจ้า... เจ้านึกทุกอย่างออกแล้วหรือ?!”เซียวเหิงมิได้เอ่ยตอบในทันที สายตาของเขาค่อย ๆ เลื่อนต่ำลง จนไปหยุดอยู่ที่หน้าท้องของนางแม้จะมีอาภรณ์กั้นขวางอยู่หลายชั้นจนมองไม่เห็นสิ่งใด ทว่าเขากลับจดจำได้แม่นยำว่าในวันนั้น... ตนเองลงมือใช้คมดาบแทงทะลุร่างของนางอย่างไม่ลังเลเพียงใด...แต่ถึงกระนั้น…ถึงกระนั้นนางก็ยังยินยอมใช้เลือดของตนเองช่วยชีวิตเขาเอาไว้!“ข้า... ขอโทษ...”ถ้อยคำเพียงสามพยางค์ ทว่ากลับหนักอึ้งประหนึ่งค้อนเหล็กทุบลงกลางใจของเฉียวเนี่ยนเฉียวเนี่ยนมองเซียวเหิงด้วยความตระหนกสุดขีด ทันใดนั้นนางก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ จึงรีบคว้าข้อมือของเขามา แล้วใช้นิ้วทั้งสามทาบลงบนชีพจรอย่างแม่นยำเพื่อตรวจดูอย่างละเอียดแม้ชีพจรใต้ปลายนิ้วจะเต้นสม่ำเสมอและมีกำลังวังชากว่าก่อนหน้านี้มาก ทว่าสัมผัสแห่งการอุดตันของ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1501

    เฉียวเนี่ยนค่อย ๆ ทรุดกายลงนั่งบนตั่งกลมข้างเตียง ร่างกายพิงแนบกับเสาเตียงอันเย็นเยียบพลางหลับตาลงความเหนื่อยล้าแสนสาหัสประดุจขุนเขาหนักอึ้งกดทับลงมา นางเพียงแค่พิงหัวเตียงอยู่อย่างนั้น และเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัวไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานเท่าใด แพขนตาหนาของเซียวเหิงพลันสั่นระริก เปลือกตาพยายามฝืนขยับ ก่อนจะค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างเชื่องช้าการหมดสติไปเป็นเวลานานทำให้สายตาของเขาพร่ามัว ต้องใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าสายตาจะปรับจนมองเห็นภาพตรงหน้าได้ชัดเจนภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือเพดานม่านมุ้งอันคุ้นเคย จากนั้นเขาจึงเบือนหน้าเล็กน้อย ก็ได้เห็นเฉียวเนี่ยนที่กำลังพิงเสาเตียงคล้ายกำลังเคลิ้มหลับไปนางเอียงศีรษะเล็กน้อย ไรผมที่ชื้นเหงื่อแนบติดกับหน้าผากมนและพวงแก้มขาว แพขนตายาวทาบเงาลงบนเปลือกตา ใบหน้ายังคงซีดเซียว แม้แต่ในยามหลับใหลคิ้วเรียวก็ยังขมวดมุ่น เผยให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าที่ฝังลึกเป็นนาง... จริง ๆ ด้วย…การตระหนักรู้นี้ทำให้ห้วงหัวใจของเซียวเหิงเกิดระลอกคลื่นความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ทั้งความปวดแปลบ ความสับสนงุนงง และอีกเสี้ยวหนึ่งคือ... ความหวั่นไหวที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทันสังเกต

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1500

    สติของเซียวเหิงดำผุดดำว่ายอยู่ในห้วงความมืดอันโกลาหล ทันใดนั้น แสงสว่างอันริบหรี่สายหนึ่งก็สาดส่องทะลวงความมืดมิดเข้ามา เขาพยายามฝืนยกเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบากสิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตา คือใบหน้าซีดเผือดจนแทบจะโปร่งแสงลอยอยู่เบื้องหน้า แม้ภาพจะพร่าเลือน ทว่าเค้าโครงนั้นช่างคุ้นตายิ่งนัก... นางคือเฉียวเนี่ยนเป็นนาง... ที่ช่วยชีวิตเขาไว้หรือ?ความคิดนี้เปรียบดั่งก้อนหินที่ถูกโยนลงสู่ผิวน้ำอันนิ่งสนิท ก่อให้เกิดระลอกคลื่นแห่งความหวั่นไหวขึ้นท่ามกลางห้วงความคิดที่สับสนวุ่นวายของเขาเหตุใดนางจึงต้องช่วยเขา?มิใช่ว่าพวกเราเป็นศัตรูกันหรอกหรือ?อีกทั้งเขายัง... เคยลงมือทำร้ายนางจนบาดเจ็บ…นัยน์ตาของเซียวเหิงฉายแววสับสนและทุรนทุราย เขาพยายามเพ่งมองเพื่ออ่านอารมณ์ที่ก้นบึ้งดวงตาของนาง ปรารถนาจะซักไซ้ ปรารถนาจะใคร่รู้ความจริง... ทว่าความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดกลับถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์กลืนกินสติสัมปชัญญะอันน้อยนิดที่เพิ่งรวบรวมได้ไปจนสิ้น ฉุดกระชากเขากลับลงสู่ห้วงเหวแห่งความไร้สติอีกคราเฉียวเนี่ยนมองดูเปลือกตาของเซียวเหิงที่สั่นไหวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนิ่งสนิทไปในที่สุด ขนตาย

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1499

    นางมิเพียงมองทะลุปรุโปร่งในทุกสิ่ง หากแต่ในชั่วพริบตาแห่งประกายไฟแลบนั้น นางกลับค้นพบหนทางรอดสายเดียวที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน!“ไม่... เป็นไปไม่ได้... เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้…” เสิ่นเยว่พึมพำกับตนเองราวกับคนเสียสติ แววตาเลื่อนลอยไร้จุดหมาย ประหนึ่งว่าโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้าเขาจ้องมองเฉียวเนี่ยน พลันตระหนักรู้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของคำว่า “พรสวรรค์”ขึ้นมาจับใจทว่าเฉียวเนี่ยนกลับมิได้ปรายตามองเขาอีกแม้แต่น้อย นางหมุนกายเดินตรงไปยังข้างเตียงเห็นดังนั้น ฉู่จืออี้จึงรีบก้าวเท้าขึ้นมาขวางกั้นกลางระหว่างเสิ่นเยว่และเฉียวเนี่ยนเอาไว้ทันทีเขาไม่อาจปล่อยให้เสิ่นเยว่ก่อความวุ่นวายได้ทว่ายามนี้ เสิ่นเยว่กลับไร้ซึ่งความคิดที่จะก่อกวนแม้เพียงนิด นัยน์ตาคู่นั้นราวกับถูกแม่เหล็กดึงดูดให้จับจ้องไปที่ร่างของเฉียวเนี่ยนอย่างไม่วางตาพลันเห็นเฉียวเนี่ยนหยิบมีดสั้นเล่มเล็กกะทัดรัดออกมา ก่อนจะจรดปลายมีดกรีดลงบนข้อมือขาวผ่องอันบอบบางของตนเองโลหิตสีแดงฉานอุ่นร้อนพลันทะลักออกมาในทันใด!เฉียวเนี่ยนขมวดคิ้วมุ่น ข่มกลั้นความเจ็บปวด ใช้อีกมือหนึ่งงัดปากของเซียวเหิงที่ขบแน่นให้เปิดออกโลหิตสีแดงฉ

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1498

    ความเย่อหยิ่งจองหองและความลำพองใจที่คิดว่าตนเป็นผู้คุมเกมทุกอย่างบนใบหน้าของเสิ่นเยว่พลันแข็งค้าง ราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัดจนชาหนึบไปทั้งร่างเขาเบิกตาโพลง จ้องเขม็งไปที่เฉียวเนี่ยนอย่างเอาเป็นเอาตาย ดูเหมือนจะยังไม่เข้าใจความหมายของประโยคที่ว่า “ข้าก็คือหญ้าผลึกหยกม่วง” นั้นหมายถึงสิ่งใดทว่าเมื่อสบเข้ากับสีหน้าอันสงบนิ่งเยือกเย็นของเฉียวเนี่ยน ในหัวสมองของเสิ่นเยว่ก็พลันฉุกคิดถึงความเป็นไปได้บางอย่างขึ้นมา“เป็นไปไม่ได้!” เสิ่นเยว่แทบจะคำรามออกมา เสียงของเขาบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนกและไม่อยากจะเชื่อ “เหลวไหล! หญ้าผลึกหยกม่วงล้ำค่าเพียงใด เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาแทนที่?! ลำดับอาคมผนึกจิตเก้าอเวจีมีเพียงข้าที่รู้! เจ้าจะแก้ได้อย่างไร?! อาศัยแค่เลือดเพียงหยิบมือของเจ้าน่ะหรือ?!”เฉียวเนี่ยนประสานสายตากับแววตาที่ตื่นตระหนกจนแทบสิ้นสติของเขา ริมฝีปากนางยกยิ้มขึ้นเป็นเส้นโค้งที่จางเสียจนแทบมองไม่เห็น ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยชื่อจุดชีพจรออกมาทีละคำอย่างเนิบช้า: “จุดถันจง... จุดจิวเหว่ย... จุดจวี้เชวีย... จุดเสินเชว่... จุดชี่ไห่... โคจรย้อนทวนตามลำดับ ผนวกด้วยจุดเทียนซูและจุดกวนหยวนเพื่อตรึงชีพจร

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1497

    “คำสั่งสอนของท่านอาจารย์อย่างนั้นหรือ?” เสิ่นเยว่ราวกับถูกจี้ใจดำในจุดที่ปวดร้าวที่สุด รอยยิ้มบนใบหน้าพลันเลือนหาย ถูกแทนที่ด้วยความคลุ้มคลั่ง เคียดแค้น และดื้อรั้นจนดูเสียสติเขาก้าวพรวดเข้ามาหนึ่งก้าว สุรเสียงแหลมสูงบาดหูตวาดลั่น “ข้าเองก็อยากจดจำคำสอนของเขา! ข้าเคยหลงคิดว่าในใจของเขา ข้าคือศิษย์เอกที่เก่งกาจที่สุดตลอดกาล! แต่มันไม่ใช่! พอเขาได้มาเจอเจ้า ในสายตาและหัวใจของเขาก็ไม่มีข้าอยู่อีกต่อไป!”“เขาถึงขั้นยกตำแหน่งเจ้าสำนักให้เจ้า! ข้าติดตามรับใช้เขา พากเพียรร่ำเรียนมานานกว่ายี่สิบปีกลับสู้เจ้าไม่ได้... นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมที่ติดตามเขาไม่ถึงครึ่งปีด้วยซ้ำ! มิหนำซ้ำเขายังลงมือเคี่ยวกรำจนเจ้าสำเร็จ “กายาต้านร้อยพิษ” ด้วยตัวเอง ข้าอยู่กับเขามานานเพียงนี้ เขากลับไม่เคยยอมให้ข้าฝึกฝนมัน! น่าขัน! ช่างเป็นเรื่องตลกที่น่าหัวร่อสิ้นดี!”หน้าอกของเขากระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง ดวงตาลุกโชนด้วยไฟริษยา: “สิ่งที่ข้าต้องการ ไม่ใช่ความเมตตาจากเจ้า! แต่ข้าจะเอาชนะเจ้าอย่างสง่าผ่าเผย! ข้าจะให้ท่านอาจารย์ได้เห็นกับตาว่า ผู้สืบทอดที่เขาเลือกเฟ้นมากับมือ จะพ่ายแพ้ยับเยินต่อหน้าวิธีการของข้าเสิ่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status