Accueil / รักโบราณ / พลิกชะตามาทวงแค้น / คนรับใช้ผู้สูงส่ง

Share

คนรับใช้ผู้สูงส่ง

last update Dernière mise à jour: 2025-12-14 09:13:50

หลี่ชิงหยายังไม่อยากเชื่อในสิ่งที่นางกำลังเผชิญ มันเป็นเรื่องน่าประหลาดยิ่งนักที่จู่ ๆ ก็กลับกลายเป็นเช่นนี้ นางเหลือบไปเห็นคันฉ่องเก่า ๆ มีเงาสลัวตั้งอยู่บานหนึ่งหัวใจเต้นระรัวพลางลุกขึ้นเดินไปยังที่ตรงนั้น

สิ่งที่ได้พบทำให้นางตกตะลึงอีกครั้งหญิงสาวผอมบางในเงาคันฉ่องดูซูบเซียวราวกับขาดสารอาหารมาหลายปี เสื้อผ้าอาภรณ์เก่าซีดไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้ว เพียงแต่มองดูให้ดีนางกลับมีความงามซ่อนอยู่ในใบหน้าแสนอิดโรย เมื่อสักครู่นางยังคงมึนงงและคิดทบทวนถึงสิ่งที่ตนเองกำลังประสบพบเจอและตอนนี้นางก็ยิ่งได้พบกับความจริงที่สุดแสนน่าประหลาดใจอีกครั้งหนึ่งว่ามีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นจริงในโลกด้วยหรือ

เจ้าของร่างบางนั่งเหม่อลอยคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง เรื่องมหัศจรรย์คราวนี้นางไม่อาจหาคำตอบให้ตนเองได้ แต่ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสมีชีวิตใหม่นางก็จะใช้สถานะและเส้นทางนี้ในการคืนความยุติธรรมให้ตนเองรวมถึงร่างกายนี้ดั่งที่นางตั้งใจเมื่อครู่ เมื่อตั้งสติได้มั่นคงแล้วหลี่ชิงหยาจึงเข้าไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าพลางสำรวจร่างกาย รอยฟกช้ำจากการถูกทุบตีทั้งร่างแสดงถึงความอ่อนแอได้ชัดเจน นางถูกข่มเหงรังแกมานานเท่าใดแล้วถึงมีสภาพดูไม่ได้เช่นนี้ หลี่ชิงหยาครุ่นคิดระหว่างถูเนื้อตัวและรู้สึกเจ็บปวดเป็นระลอกเมื่อมือสัมผัสร่างกายของตนเอง

นางผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าพลางเหลือบไปเห็นสมุนไพรแห้งที่ซุกเอาไว้ใต้โต๊ะหยิบมันขึ้นมาพิจารณาดูพร้อมกับดมกลิ่นที่มีความหอมเจือจาง

"มีรอยกัดแล้ว กลิ่นคล้ายยารักษาภายใน คงเอาไว้กินแก้ช้ำใน"

นางกัดคำเล็ก ๆ คำหนึ่งเคี้ยวแล้วกลืนลงท้องไป เป็นสมุนไพรแก้ช้ำในจริงอย่างที่คิดตอนแรก จากนั้นนางสำรวจไปรอบห้องที่ค่อนข้างเก่า นางอยู่ที่นี่คนเดียวไม่พบว่ามีผู้ใดมาเกี่ยวข้องด้วย แล้วสมุนไพรแห้งชิ้นนี้เล่ามาจากที่ใดกัน นางนั่งมองอยู่ไม่นานก็เก็บกลับเอาไว้ที่เดิมแล้วลุกขึ้นออกมายืนอยู่หน้าเรือน

แสงแดดอ่อนลงในยามบ่ายสาดส่องลงมากระทบร่างซีดเซียว พอร่างกายได้รับแสงจากแดดพลันทำให้นางรู้สึกอบอุ่นมีพลังขึ้นมาเล็กน้อยสายตาของนางเหลียวมองไปโดยรอบ คนรับใช้ที่ทำงานอยู่บริเวณรอบ ๆ ต่างมองมาเป็นจุดเดียวกัน บ้างกระซิบกระซาบ บ้างหัวเราะขบขันราวกับนางเป็นตัวตลกบนดินที่มองอย่างไรก็ไม่สวยงามดั่งหญิงสาวทั่วไป

เพราะสถานะต่ำต้อยของนางในจวนนี้คนรับใช้ถึงไร้ความเคารพยำเกรง แม้แต่หลี่จือหลินยังไม่ให้ความสำคัญนับประสาอะไรกับผู้อื่น นางเดินออกมาจากด้านหน้ามองผู้คนเหล่านั้นเก็บเกี่ยวภาพเบื้องหน้าเข้าสู่สมองอย่างรวดเร็ว

มีคนมากมายรายล้อมบริเวณลานด้านหน้านางจึงหันหลังกลับเดินเข้าไปในห้อง ฉับพลันก็รู้สึกหน้ามืดขึ้นมา มือผอมแห้งเกาะผนังเดินไปเรื่อย ๆ จนถึงห้องนางไม่รอช้าล้มตัวลงนอนบนพื้นแข็งกระด้างอย่างง่ายดาย ยามที่หลังแนบกับพื้นให้ความรู้สึกเจ็บจากบาดแผลเป็นครั้งคราวจนต้องพลิกตัวนอนตะแคงเอาไว้อยู่ตลอดเวลา

ไม่รู้ว่าการมีชีวิตใหม่เป็นเรื่องน่ายินดีหรือทุกข์ใจ หลี่ชิงหยาคนนี้ไม่มีคุณสมบัติใดที่จะพาตัวเองออกจากกองทุกข์นี้ได้เลย สังขารของนางไม่เอื้ออำนวยให้ใช้งานได้คล่องแคล่ว หากยังขาดการบำรุงที่ดีอย่างนี้คงไม่แคล้วต้องเป็นเหยื่อให้คนอื่นข่มเหงอยู่ร่ำไปซึ่งนางไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น

หลี่ชิงหยานอนนิ่งเพื่อให้อาการหน้ามืดสงบลงครุ่นคิดถึงความทรงจำที่มี ชื่อหลี่ชิงหยาเป็นที่โจษจันไปทั่วถึงชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีนัก ผู้คนข้างนอกต่างร่ำลือว่านางเป็นตัวโชคร้ายที่ทำให้มารดาเสียชีวิตและเป็นสตรีไร้ยางอายชอบมั่วสุมอยู่กับบุรุษเพศมาแล้วนับไม่ถ้วน บิดาของนางได้ยินข่าวนี้ยังหมางเมินและทอดทิ้ง จึงไม่น่าแปลกที่ฐานะคุณหนูใหญ่จะดูต่ำต้อยไร้คนใส่ใจดูแล

จวนเสนาบดีแห่งนี้คนที่ได้รับการประคบประหงมราวกับไข่ในหินมากกว่าคือหลี่เจิน คุณหนูรองผู้งดงามและน่าทะนุถนอม บุตรีเอกที่เลยวัยปักปิ่นมาสามปีแล้วกลับไร้บุรุษมาสู่ขอเพราะมักทำแต่เรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงมาตลอด ทว่าคุณหนูรองกลับตรงกันข้าม มีบุรุษตระกูลใหญ่ส่งแม่สื่อมาทาบทามไว้แล้วหลายคนและยังมีชื่อเสียงดีเลิศที่ยังพอกู้หน้าตระกูลหลี่เอาไว้ได้

เรื่องนี้ต้องยกความดีให้ไป๋เหนียงมารดาของนางที่อบรมบุตรสาวให้อยู่ในขอบเขตที่ดี และหลี่จือหลินที่เอาใจใส่อบรมนางจนมีคุณสมบัติของกุลสตรีครบถ้วนเป็นที่เลื่องลือไปทั้งเมืองหลวง

หลี่ชิงหยาผล็อยหลับไปจนกระทั่งถึงช่วงหัวค่ำท้องไส้ส่งเสียงประท้วงเพราะความหิวโหยปลุกนางให้ตื่นขึ้นมา นางลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก จำได้คร่าว ๆ ว่าห้องครัวอยู่ทิศทางไหนและเดินไปเรื่อย ๆ ความเงียบสงัดทำให้นางเดินได้เร็วขึ้นอาศัยแสงสลัวจากดวงจันทร์นำทางไปไม่ไกลก็ต้องสะดุดลง เส้นทางต่อจากนี้นางไม่เคยรู้จักเพราะนางไม่เคยได้ออกไปไกลกว่านี้ นางจึงอาศัยความรู้จากจวนแม่ทัพของตระกูลหยางมองดูโครงสร้างของจวนคร่าว ๆ แล้วปีนขึ้นไปตามโครงหลังคา ไต่ตามราวไปเรื่อย ๆ และนางก็มาถูกทางจนถึงห้องครัวในที่สุด

นางเดินย่องเบาเข้ามาถึงประตูแง้มเปิดออกเสียงเบา สอดส่ายสายตามองหาอาหารไม่นานก็พบกับซาลาเปาหลายลูก อาศัยความว่องไวคว้าเอามาซ่อนไว้ครึ่งหนึ่งจากนั้นก็ออกจากห้องครัวอย่างรวดเร็วมุ่งหน้ากลับเรือนโดยไม่ลืมถือกาน้ำชาติดมือมาด้วย

ถึงเรือนแล้วนางกินซาลาเปาหลากหลายไส้อย่างเอร็ดอร่อยจนหมดเกลี้ยงตบท้ายด้วยน้ำชารสชาติเย็นชืดจนหมดกา เมื่ออิ่มท้องความง่วงเหงาหาวนอนก็มาเยือนอีกครั้ง คราวนี้นางนอนพักผ่อนได้เต็มที่หลับสนิทจนถึงช่วงสายของอีกวัน

หลี่เจินและไป๋เหนียงไม่มาหาเรื่องหลี่ชิงหยาเป็นเวลาหลายวันแล้วนางจึงได้อยู่อย่างเงียบสงบและรักษาบาดแผลจนหายสนิท นางอยู่อย่างสงบภายในห้องอีกหลายวัน เหตุการณ์ยามที่ไม่มีคนมาก่อกวนสุขสงบเป็นที่สุด หากเลือกได้นางอยากมีบ้านหลังเล็ก ๆ อาศัยอยู่เพียงคนเดียวด้วยซ้ำ

ความสุขของคนเรามักผ่านไปเร็วเสมอเมื่อห้องของหลี่ชิงหยาเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต

"ผลัวะ!"

เสียงถีบประตูสองครั้งเปิดอ้ากว้างต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนถึงหน้าห้อง ลี่เจียวเดินอาด ๆ เข้ามาในห้องราวกับเป็นเจ้านายในจวนนี้ นางยืดหลังตรงเชิดหน้าพร้อมยกมือขึ้นกอดอกมองสำรวจไปทั่วและหยุดสายตาที่ร่างของหลี่ชิงหยาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

"เจ้ามัวแต่เกียจคร้านอยู่ละสิ ขี้เกียจสันหลังยาวอยู่ทำไมตั้งหลายวัน ห้องคุณหนูของข้าสกปรกอย่างกับรังหนูเมื่อไหร่จะไปเก็บกวาดเสียที"

เสียงแหลมของลี่เจียวตวาดหลี่ชิงหยาราวกับนางเป็นขี้ข้าชั้นต่ำที่สุด นางผินหน้ามองสตรีร่างใหญ่เบื้องหน้าที่ยืนทำหน้าข่มขู่เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อก็มิปาน หลี่ชิงหยาจับจ้องไปที่ลี่เจียวไม่วางตา ไม่แปลกใจที่บ่าวรับใช้ปฏิบัติต่อนางเยี่ยงนี้เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าจะเหยียบย่ำข่มเหงได้ถึงขนาดนี้ เป็นเช่นนั้นแล้วก็คงไม่มีบ่าวรับใช้คนใดที่จะพูดจาดีกับนางแน่แล้ว

"ยังกล้ามองหน้าข้าอีกรึ อยากตายหรือไร"

ลี่เจียวถลึงตาใส่นางพลางเดินย่างสามขุมเข้ามาหา ก่อนจะถึงตัวหลี่ชิงหยานางจึงเอ่ยตอบไปว่า

"คนรับใช้ในจวนนี้ข่มขู่เอาชีวิตคุณหนูใหญ่ที่เป็นบุตรสาวเจ้าของจวนและมีตำแหน่งใหญ่โตได้ด้วยหรือ"

ลี่เจียวชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ชิงหยา เกิดอาเพศใดขึ้นนางคนบ้าผู้นี้ถึงกล้าพูดจาโอหังอย่างนี้กับนาง

"เจ้าหลงลืมว่าตนเองสูงส่งตั้งแต่เมื่อไรถึงกล้าพูดเยี่ยงนี้ ไม่กลัวว่าถ้าคุณหนูรู้เรื่องเข้าจะเอาโทษเจ้ารึ"

ลี่เจียวเดือดดาลอ้างถึงหลี่เจินที่เป็นเจ้านายมาข่มขวัญหลี่ชิงหยาต่อ

"น้องหญิงเป็นน้องสาวของข้าถึงจะต่างมารดาแต่ก็นับว่าเป็นสายเลือดเดียวกัน ถ้าเทียบระหว่างพี่สาวกับขี้ข้าอย่างเจ้าคิดว่านางสมควรอยู่ข้างใครล่ะ"

คำพูดเพ้อเจ้อของหลี่ชิงหยาฟังดูตลกจนน่าหัวร่อ ลี่เจียวระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดัง ๆ พร้อมถ่มน้ำลายลงพื้น

"ถุย! จะบอกให้นะขี้ข้าอย่างข้าสูงส่งกว่าเจ้าก็แล้วกัน อย่ามัวแต่ฝันเฟื่องว่าตนเองยิ่งใหญ่รีบไปทำความสะอาดให้เรียบร้อยซะ หากยินยอมทำตามคุณหนูวันนี้ข้าอาจจะใจดีให้เจ้ากินข้าวก็ได้"

ความหยิ่งผยองของลี่เจียวไม่สามารถทำลายด้วยคำพูดของหลี่ชิงหยาลงได้ ตั้งแต่เกิดมานางก็เพิ่งเคยเห็นคนรับใช้กดขี่เจ้านายทั้งยังข่มขู่สารพัด ไม่นึกไม่ฝันว่าจวนเสนาบดีผู้ตรวจราชการผู้ยิ่งใหญ่จะมีบ่าวไพร่ดื้อด้านได้ขนาดนี้

เมื่อเห็นว่าหลี่ชิงหยาไม่ขยับเขยื้อนก็สร้างความโมโหแก่ลี่เจียวเป็นอันมาก นางเดินเข้ามากระชากแขนของหลี่ชิงหยาหมายสั่งสอนให้รู้สำนึกในหน้าที่ที่ควรทำ หลี่ชิงหยาพลิกมือขึ้นมาบิดแขนของลี่เจียวกดข้อมือนางเอาไว้แน่นจนอีกฝ่ายใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

"โอ้ย! ปล่อยข้านะ ข้าเจ็บ"

ลี่เจียวส่งเสียงร้องและตะโกนออกมาอย่างไม่ยอมแพ้หลี่ชิงหยาแค่นหัวเราะเย้ยหยันออกมาสองครั้งมือยังคงบิดแขนนางเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

"เจ้าควรสำนึกบุญคุณพ่อข้าบ้าง มิใช่มาระรานข้าที่เรือนเช่นนี้ คิดว่าออกคำสั่งแล้วข้าจะทำตามหรือ ข้าเป็นใครเจ้าเป็นใครควรสำเหนียกเอาไว้บ้าง จำใส่หัวกลวง ๆ ของเจ้าเอาไว้ว่าเจ้าก็คือทาสของจวนเสนาบดีหลี่จือหลิน ไม่ใช่ข้า!"

หลี่ชิงหยากดเสียงต่ำพูดขึ้นหนักแน่นแผ่ไอสังหารเย็นเยียบออกมาจนสัมผัสได้ถึงความอันตราย ลี่เจียวแหงนหน้ามองนางที่อยู่ด้านบนพลันนึกหวาดกลัวขึ้นมา หลังจากถูกกดตัวเอาไว้ก็ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองลุกขึ้นมาได้อีก

"เจ้า เจ้า"

ยิ่งนางทำท่าจะพูดออกมาก็ถูกบิดข้อมือและกดตัวลงไปอีก ลี่เจียวเริ่มตัวสั่นเล็กน้อยรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมา นางมีรูปร่างใหญ่กว่าหลี่ชิงหยาทว่าไม่มีกำลังแม้แต่จะชันเข่าลุกขึ้นมาพูดต่อปากต่อคำได้ดั่งเช่นเมื่อครู่

"ดูให้เต็มตาว่าเจ้าทำอะไรลงไป กล้าถ่มน้ำลายเน่าเหม็นของเจ้าใส่ห้องของข้ารึ ถ้าอยากให้ข้าปล่อยเจ้าก็เช็ดน้ำลายออกให้สะอาดแล้วข้าจะพิจารณาเจ้าอีกที"

ลี่เจียวก้มลงมองน้ำลายพลางทำหน้าอยากจะอาเจียน นางเป็นถึงคนสนิทของคุณหนูรองผู้เป็นที่รักใคร่ของทุกคน งานชั้นต่ำยังไม่เคยได้แตะต้อง แต่นางต้องมาเช็ดน้ำลายโสโครกนี่ เป็นไปไม่ได้!

"ไม่...ไม่!"

ลี่เจียวส่ายหน้าร้องขึ้นอย่างเสียขวัญเริ่มอยากจะร้องไห้ จะหนีก็หนีไม่ได้เจ็บแขนก็เจ็บแทบทนไม่ไหวยังถูกกดตัวเอาไว้ แล้ว แล้ว ตอนนี้ยังถูกหลี่ชิงหยากดหัวลงไปใกล้พื้นอีกเป็นของแถม

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ตอนจบ

    หลี่ชิงหยา เจิ้นซื่อหมิง หยางเยว่ มารวมตัวกันที่จวนอ๋องสี่ หารือกันถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านมา "ข้าไม่นึกว่าเจ้าจะทำงานได้รวดเร็วเช่นนี้ เจ้าทำเหมือนรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว" นางเงียบไปชั่วครู่ก่อนเอ่ยขึ้น "ข้ารู้มาสักระยะหนึ่งแล้ว" หยางเยว่จึงถามถึงเรื่องหยางเฉี่ยวชิว "แล้วศพเล่า เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร" นางสะดุดกับคำพูดของหยางเยว่อยากบอกความจริงแก่เขาแต่มันคงเป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินไป "ข้าเริ่มสืบเงียบ ๆ มาตั้งแต่วันที่เห็นเครื่องประดับของนางแล้ว ข้าสงสัยจึงหาทางสืบจนรู้ความจริง" ไม่ว่านางจะมีวิธีการอธิบายเช่นไรแต่อาจารย์หย่งหยวนก็ดูออกทั้งคำพูดและท่าทาง นางจะสงบนิ่งเพียงใดก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของอาจารย์ไปได้แต่อาจารย์ก็เลือกที่จะเงียบรอดูท่าทีของหลี่ชิงหยาต่อไป "ข้าบอกพี่ใหญ่แล้วว่านางไม่ธรรมดา" เจิ้นซื่อหมิงเอ่ยขึ้นพลางส่งยิ้มบาง ๆ ให้หลี่ชิงหยา "เรื่องทุกอย่างลงตัวแล้ว คงถึงเวลาที่ข้าจะกลับเสียที" อาจารย์เอ่ยขึ้น "ท่านอาจารย์ไม่กลับไปได้หรือไม่ขอรับ การเดินทางยากลำบากข้าอยากให้ท่านอยู่ที่นี่ อยู่ในจวนตระกูลหยาง" หยางเยว่เป็นห่วงอาจารย์ที่ต้องเดินทางไกลอีกเป็นเดือน อาจารย์

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ส่งมอบหน้าที่

    บรรยากาศในห้องโถงกลับกลายเป็นเงียบงัน ทุกคนที่เคยมาร่วมงานสมรสขององค์ชายสามและพระชายาต่างก็ยืนนิ่งไม่สามารถขยับตัวได้ ใบหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยความตกใจและความไม่เชื่อ หัวใจของพวกเขาหยุดไว้ในชั่วขณะ ทุกสายตาต่างหันไปที่ฮ่องเต้ที่ยืนนิ่งไม่ตรัสคำใดออกมา ว่าที่พระสนมที่เคยยิ้มแย้มท่ามกลางงานสมรส กลับกลายเป็นคนแรกที่ไม่สามารถทนต่อความจริงได้ นางลุกขึ้นจากที่นั่ง ร่างบางสั่นสะท้านปากสั่นพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะร้องไห้ "ไม่จริง องค์ชายสามไม่ทำเช่นนี้!" น้ำตาของหลี่เจินไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ข้าราชบริพารที่อยู่ข้างๆ พยายามเข้าไปปลอบโยน แต่นางกลับสะบัดมือออกอย่างแรง นางยืนเงียบ ๆ มองไปที่องค์กลุ่มคนที่ซุบซิบและมองมาที่นางด้วยความรู้สึกหลากหลาย นางเป็นถึงหลานสาวที่ปรึกษาขุนนาง มาจากตระกูลร่ำรวย บิดาเป็นขุนนางระดับสูงและนางกำลังจะมีชีวิตที่ใฝ่ฝัน คราแรกที่รู้ว่าจะได้แต่งงานเป็นพระสนมนางยังชูคอได้อย่างภาคภูมิใจ ไม่สนใจเรื่องของท่านตาและท่านแม่หันมาสนใจเพียงตำแหน่งพระสนมที่นางกำลังจะสมหวัง แล้วเป็นอย่างไรงานแต่งงานที่กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ก็พังครืนลงต่อหน้าต่อตาโดยคนกลุ่มหนึ่ง ฮองเฮาแ

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ถูกลงโทษ

    ขุนนางฝ่ายตรวจสอบทำงานกันอย่างเข้มข้น คนในงานต่างเฝ้ามองอย่างใจจดใจจ่อ "ทูลฝ่าบาท หลักฐานที่ได้มาเป็นของจริงพะย่ะค่ะ บางอย่างมีของปลอมให้เปรียบเทียบ แสดงให้เห็นว่าตระกูลหยางถูกใส่ร้าย" ฮองเฮากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ดวงตาของนางแสดงถึงความตื่นตระหนกและไม่พอใจ แม้จะพยายามดิ้นรนด้วยคำพูดที่เคยชิน "ไม่จริง! หลักฐานพวกนี้ต้องถูกปลอมแปลง!" นางปฏิเสธรุนแรง แต่คำพูดนั้นกลับดูเปราะบางเกินไปในตอนนี้ หลี่ชิงหยายิ้มเล็กน้อย โดยไม่สะทกสะท้านกับการดิ้นรนของฮองเฮา "ฮองเฮาสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง หม่อมฉันมีคำรับรองจากผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบันทึกการเคลื่อนไหวที่สามารถยืนยันการทำงานร่วมกันของฮองเฮากับบุคคลภายนอก" เมื่อได้ยินคำพูดของนาง ฮองเฮาก็รู้สึกอึดอัดยิ่งขึ้น นางพยายามหาทางปฏิเสธต่อไป แต่ทุกคำพูดกลับยิ่งเพิ่มความสงสัยให้มากขึ้นจนไม่อาจหาทางหลบหนีได้ ในขณะที่ฮองเฮาพยายามดิ้นรนต่อไป หยางเยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ไม่สามารถนิ่งเฉยได้ เขาก้าวไปข้างหน้าและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "ฝ่าบาท เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ตั้งใจเท่านั้น กระหม่อมเองก็มีข้อมูลที่พิสูจน์ได้ถึงความเชื่อมโยงระห

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   งานอภิเษกสมรส

    สองเดือนต่อมา งานสมรสระหว่างองค์ชายสามกับหลี่เจินเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่ตามแบบฉบับของชนชั้นสูงในราชสำนัก พื้นที่จัดงานถูกตกแต่งด้วยดอกไม้สีทองและสีแดงสด มีการประดับประดาด้วยผ้าที่มีลวดลายงดงามกินบริเวณกว้างถึงนอกจวน ท่ามกลางแสงไฟจากโคมระย้าและตะเกียงส่องแสงสว่างทั่วห้อง คนในราชสำนักต่างแต่งตัวอย่างงดงาม มีการร่ายรำและดนตรีประกอบบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความหรูหรา พระราชวังล้วนอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความปีติ บรรดาธงไหมสีชาดประดับมุกปลิวไสวตามสายลม เผยให้เห็นลวดลายมงคลที่ถักทอด้วยด้ายทองคำ ประตูเปิดกว้างขบวนแห่เจ้าสาวแลเห็นมาแต่ไกล ล้อมรอบด้วยเหล่านางกำนัลผู้ถือโคมไฟแดง ส่องทางแห่งชีวิตคู่ให้สว่างไสว หลี่เจินในชุดวิวาห์ไหมแดงลายมังกรทอง งดงามประหนึ่งเทพธิดาแห่งแดนสวรรค์ สายคาดเอวปักลวดลายเมฆมงคลพลิ้วไหวทุกย่างก้าว ผ้าคลุมหน้าไหมโปร่งสีแดงฉลุลายดอกเหมยบดบังดวงหน้างามพริ้มเพรา ยามเจ้าสาวก้าวข้ามกระถางไฟเพื่อความเป็นสิริมงคล เสียงฆ้องกลองก็ดังกึกก้อง บรรเลงเพลงมงคลประสานเสียงพิณก้องไปทั่วบริเวณ องค์ชายสามทรงยืนประทับใต้แท่นพิธี ในฉลองพระองค์ปักลายมังกรห้าเล็บ ท่วงท่าทรงสง่า สายตาแน่วนิ่ง

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   รักษาองค์ชายสี่

    เกือบหนึ่งเดือนต่อมา ในยามสาย แสงแดดทอดผ่านต้นเหมยหน้าจวนท่ามกลางสายลมเย็นเอื่อย อาจารย์หย่งหยวนก้าวลงจากรถม้าอย่างสง่างาม ท่วงท่าของผู้เฒ่ามากประสบการณ์ยังคงมั่นคง สายตาคมกวาดมองรอบจวนองค์ชายสี่ที่ส่งเกี้ยวไปรับในเขตชายแดนของแคว้นซีหนาน "นานกี่ปีแล้วที่ข้าไม่ได้กลับมาเมืองหลวง" เขาพึมพำเบา ๆ ภาพในอดีตผุดขึ้นในห้วงคิด ครั้งหลังสุดบนภูเขาสูงยามเขาถ่ายทอดความรู้เรื่องเครื่องสมุนไพรให้แก่ศิษย์หญิงนางหนึ่ง มือเล็ก ๆ เคยคัดแยกสมุนไพรด้วยความตั้งใจ คำถามฉลาดเฉลียวของนางยังติดอยู่ในใจเขาเสมอ นางคือคนที่เขายอมรับในพรสวรรค์รองจากหยางเฉี่ยวชิว เจิ้นซื่อหมิงและหยางเยว่เดินออกมาต้อนรับ บุรุษทั้งสองคนโล่งใจที่อาจารย์เดินทางมาถึงจวนโดยปลอดภัย "ท่านอาจารย์เดินทางมาเหนื่อยเขิญพักผ่อนก่อนเถิดขอรับ" หยางเยว่เดินตรงเข้าประคองอาจารย์เขาอาจจะดูเหนื่อยล้าจากการเดินทางแต่ก็ยังไม่อยากพักผ่อน "ข้าไม่เป็นไร องค์ชายมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง" อาจารย์หย่งหยวนสังเกตได้ว่าเจิ้นซื่อหมิงมีสีหน้าดีขึ้นกว่าเดิมมากเขาเพียงอยากรู้สถานการณ์ระหว่างรักษาตัวช่วงที่ไม่ได้ดูแล "ข้าทำตามคำแนะนำของท่านอาการเริ่มดีขึ้นเ

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   พบรองแม่ทัพหยาง

    "เจ้าเตรียมตัวรับโทษเป็นคนต่อไป" ไป๋เหนียงถูกลากออกไป นางกรีดร้องดิ้นรน แต่ไม่มีผู้ใดสนใจอีก หลี่เจินเห็นมารดาถูกจับตัวนางจึงไปขอร้องบิดา แต่หลี่จือหลินบอกกับนางว่า "เจินเอ๋อร์ เจ้ากำลังจะได้เป็นสนมอย่ายุ่งเรื่องนี้ดีกว่า ตาของเจ้ากับแม่ของเจ้ามีความผิดก็ต้องว่าตามผิด เจ้ายังเด็กนักข้าไม่อยากเห็นเจ้าต้องได้รับโทษไปด้วย" หลี่เจินได้ฟังดังนั้นนางก็เกิดความหวาดกลัวจึงเชื่อฟังบิดาไม่กล้าแผลงฤทธิ์ทำตัวสงบเสงี่ยมขังตัวเองอยู่แต่ในห้องเท่านั้น หลี่ชิงหยามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเย็นชา ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ส่องกระทบใบหน้าของนาง คล้ายกับเงาสะท้อนของชัยชนะที่กำลังปรากฏขึ้นในที่สุด พลบค่ำแล้วแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทว่าบรรยากาศยังคงเคร่งเครียดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางวัน ภายในห้องหนังสือ หลี่ชิงหยานั่งสงบนิ่งอยู่หน้าชั้นตำรา ทว่าความคิดของนางยังคงหมุนวนไปมา ตั้งแต่เรื่องของไป๋เหอหยุน ไป๋เหนียง แม้ทุกอย่างเป็นไปตามที่นางคาดการณ์ไว้ แต่ก็ปฏิเสธมิได้ว่านางเหนื่อยล้าอยู่ไม่น้อย ทันใดนั้น เสียงรายงานจากคนรับใช้หน้าประตูดังขึ้น "คุณหนูใหญ่ ท่านอ๋องมาขอเข้าพบเจ้าค่ะ" หลี่ชิงหยาช

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status