Partager

ถูกใส่ความ

last update Date de publication: 2025-12-15 21:04:09

ลี่เจียวดิ้นขลุกขลักเริ่มส่งเสียงร่ำไห้หลี่ชิงหยาบีบบังคับนางกดใบหน้าลงพื้นถูคราบน้ำลายไปมาหลายรอบจนกระทั่งเห็นว่าแห้งสนิทแล้วจึงดึงตัวนางขึ้นมา ยิ้มเยาะครั้งหนึ่งกัดฟันกรอดพูดต่อ

"ไปหาน้องหญิงกันเถอะ ข้าพร้อมทำความสะอาดให้คุณหนูรองแล้วล่ะ"

นางลากลี่เจียวไปตามทางเดินถึงร่างของนางจะผอมบางทว่าตอนนี้กลับรู้สึกมีกำลังวังชามากขึ้น คิดถึงเมื่อครู่ที่ลี่เจียวบอกว่าถ้าทำถูกใจอาจจะใจดีให้กินข้าวได้ นั่นแสดงความจริงออกมาให้เห็นแล้วว่าคนพวกนี้ข่มเหงรังแกนางมาเนิ่นนานเพียงใด

'ไม่เห็นจะเป็นไรไม่ให้ข้ากินข้าก็ไม่กิน ห้องครัวก็รู้จักแล้วเดินไปกินที่นั่นยามดึกสบายใจกว่า'

นางทั้งดึงทั้งลากลี่เจียวไประหว่างทางโดยไม่ยั้งมือแม้แต่น้อยสร้างความตกตะลึงให้บ่าวรับใช้ที่ทำงานบริเวณนั้นเป็นอันมาก พวกเขาเห็นเหมือนกันว่าคุณหนูใหญ่ทำสิ่งใดอยู่ทว่าเมื่อสบตากับนางกลับต้องรีบหดคอเพราะแววตาแข็งกระด้างที่กวาดมองมายังพวกเขาชวนให้ขนหัวลุกยิ่งกว่าปีศาจจ้องกินคน

หลี่เจินเดินออกมานอกห้องถือคันฉ่องเดินกรีดกรายไปมา ส่องดูเงาสะท้อนความงามของตนเองยิ้มหวานอย่างภาคภูมิใจ นางเดินมาถึงด้านหน้ามองตรงไปแทบไม่อยากเชื่อสายตากับภาพที่เห็น หลี่ชิงหยาเดินเข้ามาใกล้โยนร่างใหญ่ของลี่เจียวที่ตัวสั่นสะท้านร้องไห้สะอึกสะอื้นลงตรงเท้าหลี่เจินพอดิบพอดี

หลี่เจินจ้องมองหลี่ชิงหยาดวงตาอาฆาต นึกอยากฆ่านางให้ตายคามือให้รู้แล้วรู้รอดให้ได้สักที

"ทำร้ายคนของข้า เจ้าควรรู้เสียบ้างว่าข้าเป็นใคร"

นางประหลาดใจอยู่บ้างว่าคนอย่างหลี่ชิงหยากล้าทำเยี่ยงนี้ได้อย่างไรแต่เพราะความโมโหเลือดขึ้นหน้ามีมากกว่านางจึงลืมสิ้นไป หลี่ชิงหยาพูดเสียงราบเรียบอย่างนิ่งสงบ

"ข้าแค่พาคนมาส่ง"

หลี่เจินเห็นหลี่ชิงหยายืนนิ่งก็เดินมาหาด้วยความเดือดดาล

"เจ้ายังไม่รู้จักคำว่าตายใช่หรือไม่!"

หลี่เจินเงื้อมือขึ้นหมายตบสั่งสอนคนปากดีให้รู้จักเกรงกลัว หลี่ชิงหยาเดินเข้ามาใกล้ท่าทางไร้ความยำเกรงเหมือนที่ผ่านมา ใบหน้าสตรีทั้งสองคนเกือบชิดกันพลางเชิดหน้าขึ้นพูดเสียงต่ำ

"จะเป็นอย่างไรข้าก็คือพี่สาวของเจ้า หัดลดความโอหังลงเสียบ้าง เจ้าทำตัวไม่เคารพพี่สาวแล้วยังจะทำร้ายร่างกายเพื่อปกป้องขี้ข้าคนหนึ่งลองคิดดูว่ามันคุ้มค่าแล้วหรือ หากท่านพ่อรู้เรื่องนี้เข้าไม่กลัวท่านจะอับอายหรือที่บุตรสาวสองคนไร้ความปรองดองกัน ชื่อเสียงดี ๆ ที่สะสมมาอีกเล่า หากบ่าวไพร่พวกนี้เอาไปพูดกันข้างนอกถึงความถ่อยของเจ้า คิดว่าเป็นเรื่องดีเช่นนั้นหรือ"

หลี่ชิงหยายิ้มเย้ยให้กับหลี่เจิน นางได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ ค่อย ๆ ลดมือลงและถอยหลังออกไป เริ่มหายใจหอบกระชั้นอัดอั้นตันใจที่ทำตามอำเภอใจไม่ได้

"เจ้าอย่าปากดีให้มันมากนักนะ"

เมื่อนึกถึงชื่อเสียงที่เป็นดั่งเปลือกทองห่อหุ้มนิสัยหยาบกระด้างจากคนภายนอกเอาไว้มานานหลี่เจินก็ลดเสียงลงแต่ยังไม่วายข่มขู่หลี่ชิงหยา

"ข้าแค่เตือนเจ้าเห็นว่าเจ้าเป็นน้องสาวของข้าหรอกนะ"

หลี่ชิงหยายังคงใช้วิธีนี้พูดให้หลี่เจินเกรงใจถึงจะได้ผลเพียงน้อยนิดหรือไม่ได้เลยก็ตาม เพื่อทบทวนความจำของนางว่ายังมีพี่สาวอีกคนที่ควรเคารพอาศัยร่วมจวนเดียวกับนาง

"หึ เจ้านับเป็นตัวอะไรในจวนแห่งนี้ถึงกล้าหาญมานับญาติกับข้า ท่านพ่อยังเพิกเฉยต่อเจ้าแล้วยังหวังว่าพวกเราจะสนใจเช่นนั้นรึ"

ถึงหลี่เจินจะพูดจาไม่ยำเกรงหลี่ชิงหยาก็มิได้สนใจนาง การลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีของนางมิใช่เรื่องผิดแม้แต่น้อยถึงจะไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างน้อยนับจากนี้ไปคนพวกนี้คงไม่กล้ารังแกนางเช่นที่ผ่านมาอีก

หลี่ชิงหยาหมุนกายเดินจากไปปล่อยให้หลี่เจินเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ตรงนั้น นางเองก็ต้องรักษาชื่อเสียงหากบุ่มบ่ามก่อเรื่องโดยไม่คิดหน้าคิดหลังอีกอาจถูกนินทาจนเสียชื่อมาถึงท่านพ่อ ถึงเวลานั้นเสนาบดีหลี่จือหลินคงด่านางไม่ไว้หน้าเป็นแน่ หลี่เจินหันกลับมาเห็นลี่เจียวนั่งสะอื้นอยู่ข้าง ๆ ก็หงุดหงิดขึ้นมาอดระบายอารมณ์ไม่ได้

"โง่เง่า เจ้าไม่มีสมองหรือไรถึงปล่อยให้มันรังแกได้"

เมื่อลงที่หลี่ชิงหยาไม่ได้นางก็หันมาเล่นงานลี่เจียวแทน

"บ่าวไม่รู้ว่าภูตผีตนใดเข้าสิงนางเจ้าค่ะ ดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยเจ้าค่ะ"

นึกภาพก่อนหน้านี้ลี่เจียวก็อดหวาดเสียวและตื่นกลัวไม่ได้ ไม่นึกว่าตนเองจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบร้ายแรงขนาดนี้

"ถ้าโง่นักเจ้าก็ไปทำความสะอาดห้องของข้า จำเอาไว้ว่าเจ้าต้องทำคนเดียวคนอื่นห้ามช่วย"

หลี่เจินสั่งเฉียบขาดทำเอาลี่เจียวตกตะลึงไม่อยากเชื่อหูตัวเอง นางไม่เคยทำงานหนักเยี่ยงนี้มาก่อนแล้วจะทำคนเดียวไหวได้อย่างไร ลี่เจียวต้องหาทางรอดให้ตัวเอง นางคลานเข้าไปกอดขาหลี่เจินเอาไว้อ้อนวอนขอไม่ทำงานหนักพลางร้องไห้ออกมาเสียงดังส่ายหน้าไม่ยินยอม

"คุณหนูได้โปรดเถิดเจ้าค่ะอย่าซ้ำเติมบ่าวอีกเลย ฮือ ๆ"

หลี่เจินสะบัดขาออกอย่างแรงความคั่งแค้นก่อนหน้านี้ยังไม่จางหายไป นางยกเท้าถีบลี่เจียวจนล้มหงายหลังก่อนไล่ตะเพิดอย่างไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น

"ไสหัวไปให้หมด ไป๊!"

จากนั้นก็สะบัดตัวเดินออกไปไม่สนใจผู้ใดอีกทิ้งความหนักอึ้งและงานทั้งหมดของวันนี้ไว้กับลี่เจียว

หลี่เจินมาหาไป๋หนียงที่ห้องท่าทีของนางบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนัก

"เดินหน้าบึ้งมาหาแม่มีเรื่องร้ายแรงเช่นนั้นรึ"

หลี่เจินทิ้งตัวนั่งลงบนโต๊ะข้างมารดา ในที่ลับตาคนนางไม่ต้องเล่นละครทำตัวเป็นคุณหนูตระกูลผู้ดีแต่อย่างใด ความเป็นตัวตนของนางสามารถแสดงออกต่อหน้ามารดาโดยไม่ต้องเกรงว่าจะมีกิริยาไม่งาม สำหรับไป๋เหนียงที่ตามใจบุตรสาวมาตลอดไม่เคยตำหนิแม้แต่ครั้งเดียว

"ลูกอยากฆ่านางหลี่ชิงหยายิ่งนักท่านแม่ ตบสั่งสอนยังน้อยเกินไปสำหรับนางแพศยาคนนี้"

หลี่เจินกระแทกตัวนั่งลงกำหมัดแน่นพลางทุบโต๊ะดัง ๆ ไป๋เหนียงเห็นความใจร้อนของบุตรสาวก็ถอนหายใจออกมาแรง ๆ

"เจ้าก็ดีแต่ใช้กำลังหัดใช้สมองเสียบ้าง เสียงานเสียการยืดเยื้อมากี่ครั้งแล้วกับความไร้สติปัญญาของเจ้า"

"ท่านแม่!"

ได้ฟังคำตำหนิจากมารดาหลี่เจินก็อดน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้ ไป๋เหนียงเหลือบตามองบุตรสาวเหนื่อยใจกับความเอาแต่ใจของนางที่ไม่ค่อยยอมรับความจริง

"คงเป็นความผิดของข้าที่ทำให้เจ้ากลายเป็นคนแบบนี้ น่าเหนื่อยใจยิ่งนัก เรื่องหลี่ชิงหยาเราต้องจัดการขั้นเด็ดขาดแน่นอน มันไม่ยากหรอกหากคิดจะเอาจริงขึ้นมาเจ้าไม่ต้องกังวลแล้ว"

ไป๋เหนียงเพียงแต่คิดว่าหลี่ชิงหยาแค่ดวงแข็งตายยากมิได้ร้ายกาจจนจัดการไม่ได้

"ข้าก็คิดอย่างนั้น ตอนนี้มันเพิ่งเริ่มแข็งข้อข้าจะไม่ยอมให้มันกล้ามากไปกว่านี้แน่นอนเจ้าค่ะ ต้องคอยเหยียบมันจมดินเอาไว้อย่าให้โผล่หัวขึ้นมาต่อกรกับเราได้อีก"

แววตาของหลี่เจินฉายประกายเย็นเยียบ นึกถึงใบหน้าโง่ ๆ ของหลี่ชิงหยานางก็ยิ้มแย้มออกมาได้ ไป๋เหนียงเห็นความแน่วแน่ของบุตรสาวก็ผงกศีรษะเห็นด้วยพร้อมกับเอ่ยเตือนเบา ๆ

"ระหว่างที่กำลังหาทางกำจัดมันเจ้าก็ใช้ความสามารถของเจ้ากดขี่มันต่อไป หลี่ชิงหยาเป็นคนขี้ขลาดจะตายไป มันจะเก่งกล้าขนาดไหนกันเชียว"

นางเห็นว่าหลี่ชิงหยาอ่อนแอมาตลอด อยู่ ๆ จะลุกขึ้นมาสู้คนภายในชั่วข้ามคืนเห็นจะเป็นไปไม่ได้แน่ สิ่งที่บุตรสาวของนางเพิ่งเจอมาเมื่อครู่อาจเป็นเพียงนิสัยของเด็ก ๆ เท่านั้น หากจะกล้าขึ้นมาบ้างก็คงมีแต่กับบ่าวไพร่หรือหลี่เจินเท่านั้นเองนางยังเชื่อว่าหลี่เจินยังรับมือได้สบาย

หลี่ชิงหยากลับเข้าห้องของตนเองทอดสายตามองออกไปด้านนอกอย่างเหม่อลอย ตระกูลหยางของนางจบสิ้นลง นางอยากรู้ข่าวคราวจากคนข้างนอกบ้าง จะทำเช่นไรได้ คนรับใช้ของนางไม่มีสักคนที่จะไว้ใจไหว้วานให้สืบข่าวได้ ที่สำคัญนางไม่มีเงินติดตัวแม้แต่อีแปะเดียว

"ข้าต้องรอฟังข่าวจากคนข้างนอกหรือไร ไม่ได้การแล้วข้าต้องออกไปเดินเล่นข้างนอกสักหน่อยเผื่อได้ยินอะไรบ้าง"

นางไม่เคยได้รับอนุญาตให้ออกนอกจวนแม้แต่ครั้งเดียวจึงไม่รู้จักโลกภายนอก สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้คือรับฟังข่าวสารจากคนข้างในที่กลับจากข้างนอกเท่านั้น หลี่ชิงหยาออกมาเดินเล่นที่ลานเรือน ช่วงเย็นแสงแดดอ่อนลงเช่นนี้คนในจวนเริ่มทำงานเสร็จหมดแล้ว นางอ้อมไปทางด้านหลังพุ่มไม้ไม่ต้องการให้คนพบเห็นโจ่งแจ้งหาไม่แล้วคงมิได้รับฟังข่าวสำคัญ

"วันนี้คนข้างนอกพูดถึงเรื่องตระกูลหยางแล้วก็ชวนให้คิดว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่ทำตัวเยี่ยงตระกูลนี้ก็คงพบจุดจบเช่นเดียวกัน"

"นั่นนะสิ ข้าฟังแล้วก็ยังไม่อยากเชื่อ แม่ทัพหยางร่วมมือกับต่างแคว้นคิดก่อกบฏทำลายฮ่องเต้ แล้วตอนนี้คุณหนูใหญ่ก็แต่งเข้าจวนอ๋องไปแล้วด้วย นางจะอยู่อย่างไรนะ"

คนรับใช้นั่งพูดคุยกันถึงเรื่องที่ได้ยินมาในวันนี้ พวกนางก็เหมือนคน

อื่น ๆ ได้ยินมาอย่างไรก็เชื่อเช่นนั้น

"นั่นสิ คนในจวนอ๋องแอบคุยกันแล้วข่าวก็หลุดออกมาข้างนอกว่าไม่เคยเห็นนางออกมาข้างนอกอีกเลยหลังจากวันแต่งงาน"

"หรือว่านางตายไปแล้ว"

ทั้งสองคนแลกเปลี่ยนข่าวสารกันแสดงอารมณ์ในการเล่าเรื่องอย่างออกรสออกชาติ

"ไม่น่าเป็นไปได้หรอก อย่าลืมสิวันแต่งงานของนางคือวันที่ตระกูลหยางถูกฆ่าตายหมดแล้วนะ นางคงไม่รู้เรื่องที่บิดาทำเรื่องชั่วช้าหรอก น่าเสียดายตระกูลหยางจงรักภักดีต่อฮ่องเต้มาตลอดไม่คิดว่าจะพบจุดจบเช่นนี้ได้ แต่โทษของพวกเขาก็สมควรแล้ว"

"ข้าก็ไม่เข้าใจสิ่งที่แม่ทัพหยางทำลงไป ไม่ว่าอย่างไรมันก็ไม่คุ้มค่าที่โดนคนทั่วแคว้นก่นด่าสาปแช่ง ที่แม่นางหยางไม่ออกจากจวนอ๋องคงเพราะเหตุนี้กระมัง นางคงกลัวว่าการออกมาข้างนอกไม่ปลอดภัย"

ทั้งคู่วิพากษ์วิจารณ์เรื่องตระกูลหยางน้ำเสียงเจือความสะใจเล็ก ๆ สาปส่งอยู่หลายประโยคที่เห็นแม่ทัพหยางล่มสลายจากการทรยศคนทั้งแคว้น

หลี่ชิงหยาได้ฟังหูของนางอื้ออึงได้ยินเพียงเสียงหึ่ง ๆ ออกมาจากข้างใน แม่ทัพหยางร่วมมือกับกบฏ เด็กอมมือยังรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ นางไม่ยอมเชื่อเด็ดขาดตระกูลของนางจงรักภักดีมาทุกชั่วอายุคน จะคิดเอาชีวิตตัวเองมาทิ้งเพราะเรื่องนี้ยิ่งไม่มีทาง

ความจริงว่าโหดร้ายแล้ว หลังจากการตายของตระกูลยังทิ้งความอัปยศให้ผู้คนก่นด่าไม่จบสิ้น แม่ทัพหยางไม่มีทางเอาชีวิตและชื่อเสียงมาเดิมพันเพื่อหักหลังฮ่องเต้แน่นอน หลี่ชิงหยายิ่งฟังนางก็ยิ่งเจ็บปวดร้าวรานใจกล้ำกลืนก้อนแข็ง ๆ ลงไปในลำคอยากเย็นยิ่งนัก

นางสูญสิ้นแล้วทุกอย่างแต่จะมัวแต่อ่อนแอไม่ได้ น้ำตาของนางเหือดแห้งไปแล้วไม่ควรเรียกมันกลับมาเพื่อหลั่งให้คนต่ำทรามที่มันใส่ความตระกูลหยาง ทั้งคนที่ทำลายนางและตระกูลหยาง ทั้งคนที่ทำร้ายหลี่ชิงหยานางจะชำระแค้นให้จบสิ้นในม้วนเดียวให้จงได้!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ตอนจบ

    หลี่ชิงหยา เจิ้นซื่อหมิง หยางเยว่ มารวมตัวกันที่จวนอ๋องสี่ หารือกันถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านมา "ข้าไม่นึกว่าเจ้าจะทำงานได้รวดเร็วเช่นนี้ เจ้าทำเหมือนรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว" นางเงียบไปชั่วครู่ก่อนเอ่ยขึ้น "ข้ารู้มาสักระยะหนึ่งแล้ว" หยางเยว่จึงถามถึงเรื่องหยางเฉี่ยวชิว "แล้วศพเล่า เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร" นางสะดุดกับคำพูดของหยางเยว่อยากบอกความจริงแก่เขาแต่มันคงเป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินไป "ข้าเริ่มสืบเงียบ ๆ มาตั้งแต่วันที่เห็นเครื่องประดับของนางแล้ว ข้าสงสัยจึงหาทางสืบจนรู้ความจริง" ไม่ว่านางจะมีวิธีการอธิบายเช่นไรแต่อาจารย์หย่งหยวนก็ดูออกทั้งคำพูดและท่าทาง นางจะสงบนิ่งเพียงใดก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของอาจารย์ไปได้แต่อาจารย์ก็เลือกที่จะเงียบรอดูท่าทีของหลี่ชิงหยาต่อไป "ข้าบอกพี่ใหญ่แล้วว่านางไม่ธรรมดา" เจิ้นซื่อหมิงเอ่ยขึ้นพลางส่งยิ้มบาง ๆ ให้หลี่ชิงหยา "เรื่องทุกอย่างลงตัวแล้ว คงถึงเวลาที่ข้าจะกลับเสียที" อาจารย์เอ่ยขึ้น "ท่านอาจารย์ไม่กลับไปได้หรือไม่ขอรับ การเดินทางยากลำบากข้าอยากให้ท่านอยู่ที่นี่ อยู่ในจวนตระกูลหยาง" หยางเยว่เป็นห่วงอาจารย์ที่ต้องเดินทางไกลอีกเป็นเดือน อาจารย์

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ส่งมอบหน้าที่

    บรรยากาศในห้องโถงกลับกลายเป็นเงียบงัน ทุกคนที่เคยมาร่วมงานสมรสขององค์ชายสามและพระชายาต่างก็ยืนนิ่งไม่สามารถขยับตัวได้ ใบหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยความตกใจและความไม่เชื่อ หัวใจของพวกเขาหยุดไว้ในชั่วขณะ ทุกสายตาต่างหันไปที่ฮ่องเต้ที่ยืนนิ่งไม่ตรัสคำใดออกมา ว่าที่พระสนมที่เคยยิ้มแย้มท่ามกลางงานสมรส กลับกลายเป็นคนแรกที่ไม่สามารถทนต่อความจริงได้ นางลุกขึ้นจากที่นั่ง ร่างบางสั่นสะท้านปากสั่นพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะร้องไห้ "ไม่จริง องค์ชายสามไม่ทำเช่นนี้!" น้ำตาของหลี่เจินไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ข้าราชบริพารที่อยู่ข้างๆ พยายามเข้าไปปลอบโยน แต่นางกลับสะบัดมือออกอย่างแรง นางยืนเงียบ ๆ มองไปที่องค์กลุ่มคนที่ซุบซิบและมองมาที่นางด้วยความรู้สึกหลากหลาย นางเป็นถึงหลานสาวที่ปรึกษาขุนนาง มาจากตระกูลร่ำรวย บิดาเป็นขุนนางระดับสูงและนางกำลังจะมีชีวิตที่ใฝ่ฝัน คราแรกที่รู้ว่าจะได้แต่งงานเป็นพระสนมนางยังชูคอได้อย่างภาคภูมิใจ ไม่สนใจเรื่องของท่านตาและท่านแม่หันมาสนใจเพียงตำแหน่งพระสนมที่นางกำลังจะสมหวัง แล้วเป็นอย่างไรงานแต่งงานที่กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ก็พังครืนลงต่อหน้าต่อตาโดยคนกลุ่มหนึ่ง ฮองเฮาแ

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ถูกลงโทษ

    ขุนนางฝ่ายตรวจสอบทำงานกันอย่างเข้มข้น คนในงานต่างเฝ้ามองอย่างใจจดใจจ่อ "ทูลฝ่าบาท หลักฐานที่ได้มาเป็นของจริงพะย่ะค่ะ บางอย่างมีของปลอมให้เปรียบเทียบ แสดงให้เห็นว่าตระกูลหยางถูกใส่ร้าย" ฮองเฮากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ดวงตาของนางแสดงถึงความตื่นตระหนกและไม่พอใจ แม้จะพยายามดิ้นรนด้วยคำพูดที่เคยชิน "ไม่จริง! หลักฐานพวกนี้ต้องถูกปลอมแปลง!" นางปฏิเสธรุนแรง แต่คำพูดนั้นกลับดูเปราะบางเกินไปในตอนนี้ หลี่ชิงหยายิ้มเล็กน้อย โดยไม่สะทกสะท้านกับการดิ้นรนของฮองเฮา "ฮองเฮาสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง หม่อมฉันมีคำรับรองจากผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบันทึกการเคลื่อนไหวที่สามารถยืนยันการทำงานร่วมกันของฮองเฮากับบุคคลภายนอก" เมื่อได้ยินคำพูดของนาง ฮองเฮาก็รู้สึกอึดอัดยิ่งขึ้น นางพยายามหาทางปฏิเสธต่อไป แต่ทุกคำพูดกลับยิ่งเพิ่มความสงสัยให้มากขึ้นจนไม่อาจหาทางหลบหนีได้ ในขณะที่ฮองเฮาพยายามดิ้นรนต่อไป หยางเยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ไม่สามารถนิ่งเฉยได้ เขาก้าวไปข้างหน้าและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "ฝ่าบาท เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ตั้งใจเท่านั้น กระหม่อมเองก็มีข้อมูลที่พิสูจน์ได้ถึงความเชื่อมโยงระห

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   งานอภิเษกสมรส

    สองเดือนต่อมา งานสมรสระหว่างองค์ชายสามกับหลี่เจินเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่ตามแบบฉบับของชนชั้นสูงในราชสำนัก พื้นที่จัดงานถูกตกแต่งด้วยดอกไม้สีทองและสีแดงสด มีการประดับประดาด้วยผ้าที่มีลวดลายงดงามกินบริเวณกว้างถึงนอกจวน ท่ามกลางแสงไฟจากโคมระย้าและตะเกียงส่องแสงสว่างทั่วห้อง คนในราชสำนักต่างแต่งตัวอย่างงดงาม มีการร่ายรำและดนตรีประกอบบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความหรูหรา พระราชวังล้วนอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความปีติ บรรดาธงไหมสีชาดประดับมุกปลิวไสวตามสายลม เผยให้เห็นลวดลายมงคลที่ถักทอด้วยด้ายทองคำ ประตูเปิดกว้างขบวนแห่เจ้าสาวแลเห็นมาแต่ไกล ล้อมรอบด้วยเหล่านางกำนัลผู้ถือโคมไฟแดง ส่องทางแห่งชีวิตคู่ให้สว่างไสว หลี่เจินในชุดวิวาห์ไหมแดงลายมังกรทอง งดงามประหนึ่งเทพธิดาแห่งแดนสวรรค์ สายคาดเอวปักลวดลายเมฆมงคลพลิ้วไหวทุกย่างก้าว ผ้าคลุมหน้าไหมโปร่งสีแดงฉลุลายดอกเหมยบดบังดวงหน้างามพริ้มเพรา ยามเจ้าสาวก้าวข้ามกระถางไฟเพื่อความเป็นสิริมงคล เสียงฆ้องกลองก็ดังกึกก้อง บรรเลงเพลงมงคลประสานเสียงพิณก้องไปทั่วบริเวณ องค์ชายสามทรงยืนประทับใต้แท่นพิธี ในฉลองพระองค์ปักลายมังกรห้าเล็บ ท่วงท่าทรงสง่า สายตาแน่วนิ่ง

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   รักษาองค์ชายสี่

    เกือบหนึ่งเดือนต่อมา ในยามสาย แสงแดดทอดผ่านต้นเหมยหน้าจวนท่ามกลางสายลมเย็นเอื่อย อาจารย์หย่งหยวนก้าวลงจากรถม้าอย่างสง่างาม ท่วงท่าของผู้เฒ่ามากประสบการณ์ยังคงมั่นคง สายตาคมกวาดมองรอบจวนองค์ชายสี่ที่ส่งเกี้ยวไปรับในเขตชายแดนของแคว้นซีหนาน "นานกี่ปีแล้วที่ข้าไม่ได้กลับมาเมืองหลวง" เขาพึมพำเบา ๆ ภาพในอดีตผุดขึ้นในห้วงคิด ครั้งหลังสุดบนภูเขาสูงยามเขาถ่ายทอดความรู้เรื่องเครื่องสมุนไพรให้แก่ศิษย์หญิงนางหนึ่ง มือเล็ก ๆ เคยคัดแยกสมุนไพรด้วยความตั้งใจ คำถามฉลาดเฉลียวของนางยังติดอยู่ในใจเขาเสมอ นางคือคนที่เขายอมรับในพรสวรรค์รองจากหยางเฉี่ยวชิว เจิ้นซื่อหมิงและหยางเยว่เดินออกมาต้อนรับ บุรุษทั้งสองคนโล่งใจที่อาจารย์เดินทางมาถึงจวนโดยปลอดภัย "ท่านอาจารย์เดินทางมาเหนื่อยเขิญพักผ่อนก่อนเถิดขอรับ" หยางเยว่เดินตรงเข้าประคองอาจารย์เขาอาจจะดูเหนื่อยล้าจากการเดินทางแต่ก็ยังไม่อยากพักผ่อน "ข้าไม่เป็นไร องค์ชายมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง" อาจารย์หย่งหยวนสังเกตได้ว่าเจิ้นซื่อหมิงมีสีหน้าดีขึ้นกว่าเดิมมากเขาเพียงอยากรู้สถานการณ์ระหว่างรักษาตัวช่วงที่ไม่ได้ดูแล "ข้าทำตามคำแนะนำของท่านอาการเริ่มดีขึ้นเ

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   พบรองแม่ทัพหยาง

    "เจ้าเตรียมตัวรับโทษเป็นคนต่อไป" ไป๋เหนียงถูกลากออกไป นางกรีดร้องดิ้นรน แต่ไม่มีผู้ใดสนใจอีก หลี่เจินเห็นมารดาถูกจับตัวนางจึงไปขอร้องบิดา แต่หลี่จือหลินบอกกับนางว่า "เจินเอ๋อร์ เจ้ากำลังจะได้เป็นสนมอย่ายุ่งเรื่องนี้ดีกว่า ตาของเจ้ากับแม่ของเจ้ามีความผิดก็ต้องว่าตามผิด เจ้ายังเด็กนักข้าไม่อยากเห็นเจ้าต้องได้รับโทษไปด้วย" หลี่เจินได้ฟังดังนั้นนางก็เกิดความหวาดกลัวจึงเชื่อฟังบิดาไม่กล้าแผลงฤทธิ์ทำตัวสงบเสงี่ยมขังตัวเองอยู่แต่ในห้องเท่านั้น หลี่ชิงหยามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเย็นชา ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ส่องกระทบใบหน้าของนาง คล้ายกับเงาสะท้อนของชัยชนะที่กำลังปรากฏขึ้นในที่สุด พลบค่ำแล้วแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทว่าบรรยากาศยังคงเคร่งเครียดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางวัน ภายในห้องหนังสือ หลี่ชิงหยานั่งสงบนิ่งอยู่หน้าชั้นตำรา ทว่าความคิดของนางยังคงหมุนวนไปมา ตั้งแต่เรื่องของไป๋เหอหยุน ไป๋เหนียง แม้ทุกอย่างเป็นไปตามที่นางคาดการณ์ไว้ แต่ก็ปฏิเสธมิได้ว่านางเหนื่อยล้าอยู่ไม่น้อย ทันใดนั้น เสียงรายงานจากคนรับใช้หน้าประตูดังขึ้น "คุณหนูใหญ่ ท่านอ๋องมาขอเข้าพบเจ้าค่ะ" หลี่ชิงหยาช

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   เก็บไว้กับข้าดีกว่า

    พลันเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นด้านหลังของนาง "มีคนบาดเจ็บก็ต้องรีบรักษา หรือเจ้าทนเห็นคนตายต่อหน้าต่อตาได้ หืม คุณหนูใหญ่" เจิ้นซื่อหมิงเดินนำหน้าพร้อมกับเหล่าองครักษ์รายล้อม มองเลยไปด้านหลังสุดนางพบว่ารั่วหลานก็มากับขบวนนี้ ดวงตามีแววขี้เล่นไม่จางหายไป เจิ้นซื่อหมิงยิ้มบางพลางส่งสัญญาณมือ จากนั้นเหล่า

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   เบื้องหน้าเบื้องหลัง

    หลี่จือหลินยืนมือไพล่หลังมองตามเกี้ยวจากจวนองค์ชายสี่จนกระทั่งลับตาไป เขาไม่รู้ว่าองค์ชายคิดอย่างไรถึงส่งจดหมายมาก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวันทั้งที่หายไปนานนับเดือน ก่อนนั้นเกิดเรื่องใดขึ้นถึงเพิ่งออกมาจัดการเรื่องนี้ การได้เกี่ยวดองกับราชวงศ์ทำให้ใต้เท้าหลี่หนักใจอยู่ไม่น้อย องค์รัชทายาทเริ่มแผนการกด

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ในฐานะคู่หมั้น

    จวนองค์ชายสี่ แม้ร่างกายจะเพิ่งฟื้นจากอาการป่วย แต่หาได้ทำให้บุคลิกองอาจของเขาดูอ่อนแอลงไม่ ใบหน้าคมสันแม้ซีดเซียวเล็กน้อย ทว่าแววตาดำล้ำลึกกลับคมกริบดุจคมมีด ยามทอดมองออกไปนอกศาลา คล้ายกำลังครุ่นคิดเรื่องราวบางอย่าง เขาไปรักษาตัวนานแรมเดือนกลับจวนครั้งนี้สายตามองเห็นสิ่งรอบตัวชัดเจนขึ้น ก่อนหน้าน

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ไม่บอกกล่าว

    แสงตะเกียงน้ำมันส่องริบหรี่ภายในห้องเงียบสงัด หลี่ชิงหยาค่อย ๆ คลี่กระดาษแผ่นบางออก ปลายนิ้วเรียวลากไล้ตามตัวอักษรที่จารึกไว้ แววตาเป็นประกายวาววับสะท้อนแสงไฟราวกับถ้อยคำเหล่านั้นมีความหมายสำคัญยิ่งนัก ทันใดนั้น "อ่านอะไรอยู่หรือ" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเบา ๆ จากริมหน้าต่าง ทำให้ร่างบอบบางสะดุ้งเฮือ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status