Partager

วิญญาณหวนคืน

last update Date de publication: 2025-12-13 18:06:12

"โบยมันเลยอย่ายั้งมือ เอาน้ำเย็นมาสาดแล้วโบยมันอีก!"

เสียงกดต่ำสั่งคนรับใช้ที่พร้อมใจถวายชีวิตให้นางโบยหญิงสาวร่างผอมบางที่ทรุดกายอยู่ตรงหน้า จังหวะการลงมือหนักหน่วงโดยไร้มนุษยธรรมทำให้ไม่แน่ใจว่าร่างของนางยังมีลมหายใจอยู่หรือไม่

"ท่านแม่ มันนิ่งนานแล้วนะเจ้าคะตายหรือยังก็ไม่รู้"

หลี่เจินชะโงกหน้าพร้อมยื่นจมูกมองสตรีอีกคนที่นอนอยู่บนพื้นอย่างรังเกียจพลางสะกิดถามมารดาของนาง

"ตายได้ก็ดี จวนนี้จะได้สูงส่งขึ้นมาเสียที"

ไป๋เหนียงเอ่ยขึ้นยังไม่หายโมโหทั้งที่ระบายโทสะมาครึ่งค่อนวันแล้ว

"โบยมันแล้วสาดน้ำลงไปอีกพอฟื้นขึ้นมาก็โบยต่อไปเข้าใจหรือไม่"

นางยังไม่ยอมเลิกราโดยง่ายครั้งนี้หากยอมให้อีกคนมีชีวิตอยู่ก็เท่ากับเป็นเสี้ยนหนามทิ่มแทงจิตใจไม่รู้จบ สิ่งที่ง่ายดายที่สุดคือทำให้นางหายไปจากโลกนี้เสีย

"ฮูหยินขอรับนางนิ่งไปแล้วขอรับสาดน้ำก็ไม่ยอมฟื้น"

บ่าวรับใช้ผู้ชายรู้สึกผิดสังเกตจึงเข้ามารายงานอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ไป๋เหนียงไม่คิดว่าหลี่ชิงหยาจะเป็นอะไรง่าย ๆ เด็กคนนี้ดวงแข็งจะตายไป คราวก่อนหลี่เจินแกล้งผลักตกน้ำนางยังตะเกียกตะกายขึ้นมาเองได้ โดนโบยก็บ่อยครั้งแล้วคราวนี้คงไม่ใจเสาะชิงตายลาโลกไปก่อนกระมัง

"ปล่อยไว้อย่างนี้แหละ น่าเบื่อจริง ๆ ชิ"

นางสะบัดตัวหมุนกายเดินจากไปอย่างอารมณ์เสีย หลี่เจินเห็นมารดาล้มเลิกง่าย ๆ ก็วิ่งตามไปคัดค้าน

"ท่านแม่จะปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ มันตายหรือไม่ก็ไม่รู้ทำไมท่านถึงไม่สั่งให้คนโบยมันต่อไปเล่า"

หลี่เจินถามขึ้นไม่เข้าใจอารมณ์ของมารดา

"ถ้ามันตายเดี๋ยวคนก็มารายงานเองเจ้าจะกังวลทำไมกัน ถ้าไม่ตายก็แสดงว่ามันหนังเหนียวอยู่เป็นของเล่นของเจ้าไม่ดีหรือไร"

นางสาวเท้ายาวเดินเข้าห้องโดยไม่สนใจบุตรสาวอีก ในยามนี้นางไม่มีกะจิตกะใจจะพูดกับใครแล้ว แค่เห็นหน้านังเด็กนั่นก็พาลให้อารมณ์ไม่ดี ไป๋เหนียงตาพร่าเลือนไปชั่งขณะ หลี่ชิงหยาใบหน้าเหมือนมารดาของนางที่ทำให้ไป๋เหนียงจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว อารมณ์ชั่ววูบทำให้นางสั่งลงโทษลูกเลี้ยงผู้อ่อนแอคนนั้น ความคับแค้นใจทำให้นางไม่ยั้งมือโบยหลี่ชิงหยาจนเหนื่อยแล้วสั่งบ่าวรับใช้มารับช่วงต่อจนกระทั่งนางแน่นิ่งไป

"ตายได้ก็ดี ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าอีก"

นางนั่งพึมพำอยู่ในห้องคนเดียวหลังจากไล่หลี่เจินและบ่าวไพร่ออกไปจนหมดแล้ว ความเหนื่อยล้าและคับข้องใจทำให้นางรู้สึกอ่อนเพลียเอนตัวนอนลงบนเตียงหลับลงอย่างง่ายดาย

ภายในลานหน้าเรือนหลี่ชิงหยาลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางแดดจ้ายามเที่ยงวันเนื้อตัวของนางปวดระบมจากการถูกโบยเป็นเวลานาน ดวงตาคู่งามค่อย ๆ ปรือขึ้นสู้แสงอาทิตย์ นางหลี่ตาหลบแสงแดดใช้มือยันพื้นค่อย ๆ ยันกายขึ้นอย่างทุลักทุเล เมื่อปรับสายตาได้มั่นคงแล้วจึงเหลียวมองดูโดยรอบ

"ที่นี่คือปรโลกหรือไรกัน ข้าน่าจะตายไปแล้วหรือไม่"

ความรู้สึกสุดท้ายของนางคือความแค้นแสนสาหัส อาฆาตมาดร้ายและภาพชายสองคนสลับกันไปมา นางจำความรู้สึกเจ็บปวดทุกข์ระทมก่อนไร้ความรู้สึกได้เป็นอย่างดี ทว่าตอนนี้...

หลี่ชิงหยาก้มลงมองดูสารรูปของตนเองก็อดประหลาดใจไม่ได้

"ข้ายังใส่เสื้อผ้า ที่นี่..."

นางพึมพำเสียงแหบแห้งแทบไม่ได้ยินและยิ่งสร้างความตื่นตะลึงมากยิ่งขึ้นเมื่อเสียงนี้ก็มิใช่เสียงของนาง

"อะไรกัน ข้าเป็นใคร แล้วอยู่ที่ไหน"

นางพยายามลุกขึ้นเดินโซซัดโซเซตามความทรงจำของร่างนี้กลับเข้าห้องของตนเอง ตอนนี้นางสับสนยิ่งกว่าอะไรยังจับต้นชนปลายไม่ถูกจึงอยากใช้เวลาอยู่คนเดียวสักครู่หนึ่งเพื่อตั้งสติใหม่เสียก่อน

หลี่ชิงหยาค่อย ๆ นึกลำดับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ นางมั่นใจว่าตนเองได้ตายไปแล้ว แท้ที่จริงนางคือหยางเฉี่ยวชิวที่กลับมาเกิดใหม่ในร่างของสตรีผู้นี้และที่นี่คงเป็นจวนขุนนางชั้นผู้ใหญ่แห่งหนึ่งของแคว้นซีหนาน เพราะนางสังเกตจากลักษณะของจวนที่เป็นเอกลักษณ์ของแคว้น

แล้วตระกูลของนางล่ะ ท่านพ่อและคนในตระกูลป่านนี้จะเป็นอย่างไรกันบ้าง เมื่อนึกขึ้นได้หลี่ชิงหยาจึงลุกขึ้นวิ่งออกไปข้างนอก ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่หลี่เจินออกมาเดินดูสถานการณ์เมื่อครู่พอดี นางไม่รอช้าถลาวิ่งอย่างทุลักทุเลเข้าไปใกล้จนถึงตัวและเขย่าแขนของหลี่เจิน หลี่เจินยังไม่ทันตั้งตัวปัดมือหลี่ชิงหยาออกอย่างรังเกียจเป็นพัลวัน

"ว้าย! อะไรกันนังบ้านี่ถอยไปนะ"

"ตระกูลหยาง ตระกูลหยางเป็นอย่างไรบ้าง"

นางละล่ำละลักถามไม่ยอมปล่อยหลี่เจินไปง่าย ๆ เพราะเป็นหนทางเดียวที่นางจะได้รู้ข่าวของครอบครัว นางจึงต้องถามคนอื่นเท่านั้น

"เจ้าเป็นบ้าอะไร พูดถึงตระกูลหยางทำไม ปล่อยข้านะ"

หลี่เจินยกเท้าถีบหน้าแข้งของหลี่ชิงหยา นางเซถลาออกไปไม่ไกลจากนั้นก็โผเข้าหาหลี่เจินใหม่อีกครั้ง

"ตอบข้ามา ตระกูลหยางตอนนี้เป็นอย่างไร"

"โอ้ย! ตายหมดแล้วจะสู่รู้เรื่องคนอื่นไปทำไมกัน นังบ้า"

หลี่เจินหลับหูหลับตาตอบออกไปเพราะถูกหลี่ชิงหยาดึงตัวเอาไว้ ไม่รู้ว่านางแพศยาคนนี้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหนถูกโบยอย่างหนักนอกจากไม่ตายยังมีพละกำลังมาดึงทึ้งนางจนแทบล้มได้อีก พอสลัดตัวหลุดออกมาได้หลี่เจินก็ตอบอย่างหงุดหงิดและวิ่งหนีไป หลี่ชิงหยาเมื่อได้ฟังเรื่องที่เจ็บปวดที่สุดนางไม่สามารถประคองตัวเอาไว้ได้ทรุดกายลงกับพื้นอย่างไรเรี่ยวแรง นางตายอย่างอัปยศยังไม่พอตระกูลของนางก็ยังย่อยยับทั้งที่ไม่เคยรู้สาเหตุมาก่อน สิ่งเดียวที่มั่นใจได้ในตอนนี้ก็คือการตายของตระกูลหยางต้องเกี่ยวข้องกับเจิ้นหย่วนอย่างแน่นอน

นึกถึงคนสารเลวผู้นั้นนางก็เกิดนึกเสียใจขึ้นมา เจิ้นหย่วนเป็นถึงพระโอรสของฮ่องเต้ ทั้งหล่อเหลาสง่างามมีความเป็นสุภาพบุรุษผู้อ่อนโยน ทว่าบิดาของนางกลับเอ่ยปากเตือนว่าคนผู้นี้อันตรายยิ่งนัก เขาไม่เคยหวังดีต่อตระกูลหยางและห้ามนางยุ่งเกี่ยวกับคนผู้นี้ แต่นางกลับดื้อรั้นไม่ฟังคำเตือนของบิดาและพี่ชาย ทุกวิธีการที่สามารถบีบให้เจิ้นหย่วนมาเป็นสามีได้นางยินยอมพร้อมใจทำเพื่อให้ได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์ แม้กระทั่งเล่นละครให้ท่านพ่อกดดันฮ่องเต้เพื่อให้ได้อภิเษกสมรสจนสำเร็จก็ตาม

นางได้แต่งงานกับคนที่แอบชื่นชอบมาหลายปีแต่สิ่งที่นางสูญเสียกลับยิ่งใหญ่เหลือคณา มิหน้ำซ้ำยังมีสายตาเกลียดชังคู่นั้นที่มองนางเหมือนเป็นศัตรูกันมาสิบชาติ มันหมายความว่านางหลอกตัวเองและถูกเจิ้นหย่วนหลอกมาตลอด เขามิได้อยากแต่งงานก็จริงแต่ก็ไม่ปฏิเสธเพราะต้องการทำลายนางและตระกูลหยางให้ดับสิ้นไปพร้อมกันนั่นเอง

หลี่เจินวิ่งกระหืดกระหอบหน้าตาตื่นเข้าไปในห้องของไป๋เหนียงหลังจากประสบกับเรื่องน่าสะพรึงมาสด ๆ ร้อน ๆ

"ท่านแม่เจ้าคะ ท่านแม่"

เสียงปลุกเร่งร้อนทำให้ไป๋เหนียงหงุดหงิดและตื่นขึ้นมา

"มีเรื่องอะไรใหญ่โตน่ารำคาญจริงลูกคนนี้"

หลี่เจินมองซ้ายมองขวาพลางเขย่าแขนมารดาเล่าในสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้

"ท่านแม่เจ้าคะหลี่ชิงหยามันยังไม่ตายเจ้าค่ะ แต่ลูกคิดว่ามันต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ ๆ เจ้าค่ะ"

หลี่เจินนึกภาพตอนที่หลี่ชิงหยาวิ่งเข้ามาจับตัวคาดคั้นถามเรื่องคนตระกูลหยาง นางทำหน้าสงสัยแต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นย่นจมูกแทน

"ทำไมพูดอย่างนั้น"

"มันเพ้อเจ้อมากกว่าเจ้าค่ะคงโดนโบยจนแทบไม่รอดแล้วยังโดนน้ำเย็นสาดเข้าไปอีกสมองคงเลอะเลือนเจ้าค่ะ"

นางลืมเรื่องที่หลี่ชิงหยาถามทิ้งไปหันมาสนใจอากัปกิริยาที่ดูแปลกไปแทน ไป๋เหนียงย่นหัวคิ้วเข้าหากัน นางทำโทษหลี่ชิงหยานับว่าคราวนี้ร้ายแรงกว่าทุกครั้งไม่คิดว่าเด็กคนนั้นจะดวงแข็งไม่ยอมตายตามความต้องการ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเจ็บใจหาที่เปรียบไม่ได้

"จะเป็นเสี้ยนหนามทิ่มแทงใจข้าไปจนถึงเมื่อไหร่กัน"

"ท่านแม่เจ้าคะ เรายังมีเวลาอีกมากมันไม่ตายก็ดีข้าจะได้มีคนให้เล่นสนุกไปนาน ๆ กลั่นแกล้งใครก็ไม่สู้นางหลี่ชิงหยาปัญญาอ่อนนั้นสักคน แต่ตอนนี้เราไปดูเครื่องประดับกันดีหรือไม่เจ้าคะ ข้าอยากได้กำไลหยกชิ้นใหม่"

หลี่เจินทำเสียงออดอ้อนมารดาขึ้นมากะทันหัน นางเป็นคนขี้เบื่อวันนี้จึงพักเรื่องของหลี่ชิงหยาเอาไว้ก่อนไปทำเรื่องที่จรรโลงใจแล้วค่อยกลับมาหาเรื่องนางใหม่ก็ยังไม่สาย ไป๋เหนียงชอบสิ่งของเหล่านี้อยู่แล้วก็ไม่ขัดใจหลี่เจิน พูดถึงเครื่องประดับนางมักอารมณ์ดีขึ้นมาได้ทันทีถึงแม้จะกำลังระเบิดโทสะใส่บ่าวไพร่อยู่ก็ตาม

"ไปสิ เจ้าช่างรู้ใจแม่ยิ่งนัก ข้ากำลังเบื่อจวนนี้อยู่พอดี"

ทั้งสองแม่ลูกขึ้นรถม้าประจำจวนออกไปพร้อมด้วยคนรับใช้ใกล้ชิดอีกสองคน หลี่ชิงหยาหยุดร้องไห้แล้ว ยามนี้นางคือหลี่ชิงหยามิใช่หยางเฉี่ยวชิวดั่งเมื่อก่อนแต่เรื่องตระกูลหยางนางต้องสืบรู้ให้ได้ว่าการฆ่าล้างตระกูลเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ นางเดินกลับเข้าห้องของตนเองอีกครั้ง กวาดตามองภาพเบื้องหน้าดูให้ชัดเต็มสองตา สภาพมันดูทั้งเก่าและทรุดโทรมเหมือนห้องเก็บของที่ไม่ใช้งานแล้วและไม่มีการปรับปรุงไม่มีผิดเพี้ยน

นั่นบ่งบอกถึงฐานะของนางในจวนแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี จากความทรงจำของร่างนี้นางเป็นบุตรสาวของฮูหยินเอกผู้ล่วงลับของเสนาบดีผู้ตรวจราชการ หลี่จือหลินแห่งแคว้นซีหนาน นางเคยได้ยินชื่อของเขามาบ้างเพียงแต่ไม่ได้รู้เรื่องราวลึกซึ้ง หลี่ชิงหยาก้มลงมองดูสภาพของตัวเองถึงกับไม่อยากยอมรับ นางเป็นคุณหนูใหญ่จริงหรือ เสื้อผ้าของนางเทียบไม่ได้แม้แต่ของบ่าวรับใช้ในจวนนี้แม้แต่เสี้ยวเดียว สภาพห้องโล่งมีเพียงเตียงไม้เก่าและโต๊ะน้ำชาเก่าคร่ำครึเหมือนของที่ไม่ใช้งานแล้วจัดวางอยู่ในห้องของนาง

"บ่าวชั้นต่ำที่สุดของตระกูลหยางยังมีความเป็นอยู่ดีกว่านี้"

จวนเสนาบดีผู้ตรวจราชการตำแหน่งใหญ่โตแท้จริงแล้วหลังจวนเป็นเช่นนี้เองหรือ ส่วนคนที่พบเจอเมื่อครู่ก็คงเป็นหลี่เจินน้องสาวต่างมารดาของนางสินะ สถานะของหลี่ชิงหยาย่ำแย่ได้ขนาดนี้ น่าสงสัยว่าท่านเสนาบดีหลี่จือหลินดวงตามืดบอดหรือร่วมมือกันกับภรรยารองรังแกบุตรสาวคนโตเช่นนางกันแน่

หากเป็นเช่นนั้นจริงชีวิตของเด็กสาวผู้นี้น่าเห็นใจไม่น้อย ถูกรังแกจากแม่เลี้ยงแล้วบิดาแท้ ๆ ยังเพิกเฉยได้อีก นางคงโดดเดี่ยวไม่น้อยอีกทั้งยังดูอ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจ หากหยางเฉี่ยวชิวที่อยู่ในร่างของนางคิดอ่านทำอะไรต่อไปภายหน้าเห็นทีจะประมาทไม่ได้แม้แต่นิดเดียวมิเช่นนั้นแล้วนางจะต้องพ่ายแพ้หมดรูปให้แก่ศัตรูอย่างง่ายดายซึ่งเป็นสิ่งที่ยินยอมไม่ได้เด็ดขาด

หยางเฉี่ยวชิวตายไปแล้วตระกูลหยางก็จบสิ้นแล้ว ตอนนี้นางคือหลี่ชิงหยาบุตรสาวของเสนาบดีผู้ตรวจราชการ ตำแหน่งนี้นับว่าไม่ใช่เล็กน้อยทว่านางกลับดูเป็นเพียงเศษดินเศษทรายที่ไร้ค่าและถูกเหยียบย่ำในจวนอย่างไร้ความเมตตา

"สิ่งใดที่หลี่ชิงหยาต้องทนทุกข์ข้าจะเรียกร้องคืนมาให้เองเพื่อตอบแทนร่างนี้ของนาง ส่วนเรื่องตระกูลหยางและคนที่ฆ่าข้าก็อย่าหวังว่าจะอยู่ดีมีความสุข"

ปณิธานแน่วแน่ผุดขึ้นมาในทันที หมดเวลาร้องไห้เสียใจให้กับสิ่งที่ดับสูญไปแล้ว ไร้ประโยชน์ที่จะเรียกร้องให้ชีวิตคนฟื้นคืนมา สิ่งที่นางต้องทำคือการล้างแค้นเท่านั้นถึงจะเรียกความยุติธรรมคืนมาให้แก่ตัวเองและตระกูลได้ นางยังเชื่อเสมอว่าการตายของตระกูลหยางไมใช่เรื่องเล็กน้อยและเป็นธรรมอย่างแน่นอน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ตอนจบ

    หลี่ชิงหยา เจิ้นซื่อหมิง หยางเยว่ มารวมตัวกันที่จวนอ๋องสี่ หารือกันถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านมา "ข้าไม่นึกว่าเจ้าจะทำงานได้รวดเร็วเช่นนี้ เจ้าทำเหมือนรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว" นางเงียบไปชั่วครู่ก่อนเอ่ยขึ้น "ข้ารู้มาสักระยะหนึ่งแล้ว" หยางเยว่จึงถามถึงเรื่องหยางเฉี่ยวชิว "แล้วศพเล่า เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร" นางสะดุดกับคำพูดของหยางเยว่อยากบอกความจริงแก่เขาแต่มันคงเป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินไป "ข้าเริ่มสืบเงียบ ๆ มาตั้งแต่วันที่เห็นเครื่องประดับของนางแล้ว ข้าสงสัยจึงหาทางสืบจนรู้ความจริง" ไม่ว่านางจะมีวิธีการอธิบายเช่นไรแต่อาจารย์หย่งหยวนก็ดูออกทั้งคำพูดและท่าทาง นางจะสงบนิ่งเพียงใดก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของอาจารย์ไปได้แต่อาจารย์ก็เลือกที่จะเงียบรอดูท่าทีของหลี่ชิงหยาต่อไป "ข้าบอกพี่ใหญ่แล้วว่านางไม่ธรรมดา" เจิ้นซื่อหมิงเอ่ยขึ้นพลางส่งยิ้มบาง ๆ ให้หลี่ชิงหยา "เรื่องทุกอย่างลงตัวแล้ว คงถึงเวลาที่ข้าจะกลับเสียที" อาจารย์เอ่ยขึ้น "ท่านอาจารย์ไม่กลับไปได้หรือไม่ขอรับ การเดินทางยากลำบากข้าอยากให้ท่านอยู่ที่นี่ อยู่ในจวนตระกูลหยาง" หยางเยว่เป็นห่วงอาจารย์ที่ต้องเดินทางไกลอีกเป็นเดือน อาจารย์

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ส่งมอบหน้าที่

    บรรยากาศในห้องโถงกลับกลายเป็นเงียบงัน ทุกคนที่เคยมาร่วมงานสมรสขององค์ชายสามและพระชายาต่างก็ยืนนิ่งไม่สามารถขยับตัวได้ ใบหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยความตกใจและความไม่เชื่อ หัวใจของพวกเขาหยุดไว้ในชั่วขณะ ทุกสายตาต่างหันไปที่ฮ่องเต้ที่ยืนนิ่งไม่ตรัสคำใดออกมา ว่าที่พระสนมที่เคยยิ้มแย้มท่ามกลางงานสมรส กลับกลายเป็นคนแรกที่ไม่สามารถทนต่อความจริงได้ นางลุกขึ้นจากที่นั่ง ร่างบางสั่นสะท้านปากสั่นพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะร้องไห้ "ไม่จริง องค์ชายสามไม่ทำเช่นนี้!" น้ำตาของหลี่เจินไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ข้าราชบริพารที่อยู่ข้างๆ พยายามเข้าไปปลอบโยน แต่นางกลับสะบัดมือออกอย่างแรง นางยืนเงียบ ๆ มองไปที่องค์กลุ่มคนที่ซุบซิบและมองมาที่นางด้วยความรู้สึกหลากหลาย นางเป็นถึงหลานสาวที่ปรึกษาขุนนาง มาจากตระกูลร่ำรวย บิดาเป็นขุนนางระดับสูงและนางกำลังจะมีชีวิตที่ใฝ่ฝัน คราแรกที่รู้ว่าจะได้แต่งงานเป็นพระสนมนางยังชูคอได้อย่างภาคภูมิใจ ไม่สนใจเรื่องของท่านตาและท่านแม่หันมาสนใจเพียงตำแหน่งพระสนมที่นางกำลังจะสมหวัง แล้วเป็นอย่างไรงานแต่งงานที่กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ก็พังครืนลงต่อหน้าต่อตาโดยคนกลุ่มหนึ่ง ฮองเฮาแ

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ถูกลงโทษ

    ขุนนางฝ่ายตรวจสอบทำงานกันอย่างเข้มข้น คนในงานต่างเฝ้ามองอย่างใจจดใจจ่อ "ทูลฝ่าบาท หลักฐานที่ได้มาเป็นของจริงพะย่ะค่ะ บางอย่างมีของปลอมให้เปรียบเทียบ แสดงให้เห็นว่าตระกูลหยางถูกใส่ร้าย" ฮองเฮากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ดวงตาของนางแสดงถึงความตื่นตระหนกและไม่พอใจ แม้จะพยายามดิ้นรนด้วยคำพูดที่เคยชิน "ไม่จริง! หลักฐานพวกนี้ต้องถูกปลอมแปลง!" นางปฏิเสธรุนแรง แต่คำพูดนั้นกลับดูเปราะบางเกินไปในตอนนี้ หลี่ชิงหยายิ้มเล็กน้อย โดยไม่สะทกสะท้านกับการดิ้นรนของฮองเฮา "ฮองเฮาสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง หม่อมฉันมีคำรับรองจากผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบันทึกการเคลื่อนไหวที่สามารถยืนยันการทำงานร่วมกันของฮองเฮากับบุคคลภายนอก" เมื่อได้ยินคำพูดของนาง ฮองเฮาก็รู้สึกอึดอัดยิ่งขึ้น นางพยายามหาทางปฏิเสธต่อไป แต่ทุกคำพูดกลับยิ่งเพิ่มความสงสัยให้มากขึ้นจนไม่อาจหาทางหลบหนีได้ ในขณะที่ฮองเฮาพยายามดิ้นรนต่อไป หยางเยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ไม่สามารถนิ่งเฉยได้ เขาก้าวไปข้างหน้าและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "ฝ่าบาท เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ตั้งใจเท่านั้น กระหม่อมเองก็มีข้อมูลที่พิสูจน์ได้ถึงความเชื่อมโยงระห

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   งานอภิเษกสมรส

    สองเดือนต่อมา งานสมรสระหว่างองค์ชายสามกับหลี่เจินเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่ตามแบบฉบับของชนชั้นสูงในราชสำนัก พื้นที่จัดงานถูกตกแต่งด้วยดอกไม้สีทองและสีแดงสด มีการประดับประดาด้วยผ้าที่มีลวดลายงดงามกินบริเวณกว้างถึงนอกจวน ท่ามกลางแสงไฟจากโคมระย้าและตะเกียงส่องแสงสว่างทั่วห้อง คนในราชสำนักต่างแต่งตัวอย่างงดงาม มีการร่ายรำและดนตรีประกอบบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความหรูหรา พระราชวังล้วนอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความปีติ บรรดาธงไหมสีชาดประดับมุกปลิวไสวตามสายลม เผยให้เห็นลวดลายมงคลที่ถักทอด้วยด้ายทองคำ ประตูเปิดกว้างขบวนแห่เจ้าสาวแลเห็นมาแต่ไกล ล้อมรอบด้วยเหล่านางกำนัลผู้ถือโคมไฟแดง ส่องทางแห่งชีวิตคู่ให้สว่างไสว หลี่เจินในชุดวิวาห์ไหมแดงลายมังกรทอง งดงามประหนึ่งเทพธิดาแห่งแดนสวรรค์ สายคาดเอวปักลวดลายเมฆมงคลพลิ้วไหวทุกย่างก้าว ผ้าคลุมหน้าไหมโปร่งสีแดงฉลุลายดอกเหมยบดบังดวงหน้างามพริ้มเพรา ยามเจ้าสาวก้าวข้ามกระถางไฟเพื่อความเป็นสิริมงคล เสียงฆ้องกลองก็ดังกึกก้อง บรรเลงเพลงมงคลประสานเสียงพิณก้องไปทั่วบริเวณ องค์ชายสามทรงยืนประทับใต้แท่นพิธี ในฉลองพระองค์ปักลายมังกรห้าเล็บ ท่วงท่าทรงสง่า สายตาแน่วนิ่ง

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   รักษาองค์ชายสี่

    เกือบหนึ่งเดือนต่อมา ในยามสาย แสงแดดทอดผ่านต้นเหมยหน้าจวนท่ามกลางสายลมเย็นเอื่อย อาจารย์หย่งหยวนก้าวลงจากรถม้าอย่างสง่างาม ท่วงท่าของผู้เฒ่ามากประสบการณ์ยังคงมั่นคง สายตาคมกวาดมองรอบจวนองค์ชายสี่ที่ส่งเกี้ยวไปรับในเขตชายแดนของแคว้นซีหนาน "นานกี่ปีแล้วที่ข้าไม่ได้กลับมาเมืองหลวง" เขาพึมพำเบา ๆ ภาพในอดีตผุดขึ้นในห้วงคิด ครั้งหลังสุดบนภูเขาสูงยามเขาถ่ายทอดความรู้เรื่องเครื่องสมุนไพรให้แก่ศิษย์หญิงนางหนึ่ง มือเล็ก ๆ เคยคัดแยกสมุนไพรด้วยความตั้งใจ คำถามฉลาดเฉลียวของนางยังติดอยู่ในใจเขาเสมอ นางคือคนที่เขายอมรับในพรสวรรค์รองจากหยางเฉี่ยวชิว เจิ้นซื่อหมิงและหยางเยว่เดินออกมาต้อนรับ บุรุษทั้งสองคนโล่งใจที่อาจารย์เดินทางมาถึงจวนโดยปลอดภัย "ท่านอาจารย์เดินทางมาเหนื่อยเขิญพักผ่อนก่อนเถิดขอรับ" หยางเยว่เดินตรงเข้าประคองอาจารย์เขาอาจจะดูเหนื่อยล้าจากการเดินทางแต่ก็ยังไม่อยากพักผ่อน "ข้าไม่เป็นไร องค์ชายมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง" อาจารย์หย่งหยวนสังเกตได้ว่าเจิ้นซื่อหมิงมีสีหน้าดีขึ้นกว่าเดิมมากเขาเพียงอยากรู้สถานการณ์ระหว่างรักษาตัวช่วงที่ไม่ได้ดูแล "ข้าทำตามคำแนะนำของท่านอาการเริ่มดีขึ้นเ

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   พบรองแม่ทัพหยาง

    "เจ้าเตรียมตัวรับโทษเป็นคนต่อไป" ไป๋เหนียงถูกลากออกไป นางกรีดร้องดิ้นรน แต่ไม่มีผู้ใดสนใจอีก หลี่เจินเห็นมารดาถูกจับตัวนางจึงไปขอร้องบิดา แต่หลี่จือหลินบอกกับนางว่า "เจินเอ๋อร์ เจ้ากำลังจะได้เป็นสนมอย่ายุ่งเรื่องนี้ดีกว่า ตาของเจ้ากับแม่ของเจ้ามีความผิดก็ต้องว่าตามผิด เจ้ายังเด็กนักข้าไม่อยากเห็นเจ้าต้องได้รับโทษไปด้วย" หลี่เจินได้ฟังดังนั้นนางก็เกิดความหวาดกลัวจึงเชื่อฟังบิดาไม่กล้าแผลงฤทธิ์ทำตัวสงบเสงี่ยมขังตัวเองอยู่แต่ในห้องเท่านั้น หลี่ชิงหยามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเย็นชา ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ส่องกระทบใบหน้าของนาง คล้ายกับเงาสะท้อนของชัยชนะที่กำลังปรากฏขึ้นในที่สุด พลบค่ำแล้วแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทว่าบรรยากาศยังคงเคร่งเครียดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางวัน ภายในห้องหนังสือ หลี่ชิงหยานั่งสงบนิ่งอยู่หน้าชั้นตำรา ทว่าความคิดของนางยังคงหมุนวนไปมา ตั้งแต่เรื่องของไป๋เหอหยุน ไป๋เหนียง แม้ทุกอย่างเป็นไปตามที่นางคาดการณ์ไว้ แต่ก็ปฏิเสธมิได้ว่านางเหนื่อยล้าอยู่ไม่น้อย ทันใดนั้น เสียงรายงานจากคนรับใช้หน้าประตูดังขึ้น "คุณหนูใหญ่ ท่านอ๋องมาขอเข้าพบเจ้าค่ะ" หลี่ชิงหยาช

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ความโชคดีในวันร้าย ๆ

    หลี่ชิงหยาสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาเพราะเสียงดังกอกแกกตรงประตู นางลุกขึ้นไปส่องรูเล็ก ๆ ของผนังที่เป็นรอยขาด ตอนนี้ยังไม่สว่างแล้วใครมาเยี่ยมเยียนนางในยามดึกสงัดเช่นนี้ หลี่ชิงหยานั่งพิงผนังในมุมมืดหายใจแผ่วเบา นางไม่รู้ว่าผู้มาเยือนยามวิกาลมีจุดประสงค์เช่นไร หากเอะอะโวยวายขึ้นมานางอาจมีอันตรายได้เพราะไ

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ถูกลงโทษ

    "เจ้าค่ะ" ซือซือรู้สึกโล่งอกจากน้ำเสียงฟังสบายของหลี่ชิงหยา นางเดินเข้าไปยกถาดแล้วรีบรุดออกไปจากเรือน หลี่เจินมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างคับแค้นใจที่สุด นับเป็นครั้งที่สองแล้วที่นางพลาดท่าให้กับหลี่ชิงหยา "ใครอยากกอดเจ้ากันสกปรกจะตาย" เสื้อผ้าอาภรณ์เปรอะเปื้อนคราบอาหารแต่นางก็ยอมพ่ายแพ้ไม่ได้ อย่าง

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ถูกใส่ความ

    ลี่เจียวดิ้นขลุกขลักเริ่มส่งเสียงร่ำไห้หลี่ชิงหยาบีบบังคับนางกดใบหน้าลงพื้นถูคราบน้ำลายไปมาหลายรอบจนกระทั่งเห็นว่าแห้งสนิทแล้วจึงดึงตัวนางขึ้นมา ยิ้มเยาะครั้งหนึ่งกัดฟันกรอดพูดต่อ "ไปหาน้องหญิงกันเถอะ ข้าพร้อมทำความสะอาดให้คุณหนูรองแล้วล่ะ" นางลากลี่เจียวไปตามทางเดินถึงร่างของนางจะผอมบางทว่าตอนนี

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   เอาใจคุณหนูใหญ่

    หลังจากที่สองคนแม่ลูกหารือกันหลี่เจินไม่เสียเวลาเปล่า นางหาเรื่องมากลั่นแกล้งหลี่ชิงหยาตามความถนัดเหมือนที่เคยทำมา "ลี่เจียว เจ้าทำความสะอาดห้องของข้าแล้วหรือยัง" ลี่เจียวที่เคยหยิ่งยโสว่าตนเป็นคนสนิทของคุณหนูรองก้มหน้างุด หลังจากโดนคุณหนูถีบเมื่อวานวันนี้นางจึงค่อนข้างพูดน้อยและถ่อมตัว "ทำเสร็จ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status