INICIAR SESIÓNเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากทางเดินทำให้จอมทัพหันกลับไปมองอีกครั้ง เขากระชับอ้อมแขนรอบแพรมุกที่กำลังหอบหายใจ ก่อนจะพบว่ามีใครบางคนกำลังฝ่าควันเข้ามาในห้อง“แพรมุกดา!”เสียงเรียกนั้นทำให้หญิงสาวเบิกตากว้างธารธารา!หญิงสาวในชุดสีเข้มก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ทว่าสายตากลับจับจ้องอยู่ที่เอกสารในมือแพรมุกอย่างไม่วางตา“เอาเอกสารมาให้ฉัน!”แพรมุกชะงัก ก่อนจะกอดเอกสารแนบอกแน่นกว่าเดิม“ธารธารา…นี่เธอทำอะไร!”“ส่งมาเดี๋ยวนี้ เอกสารนี่จะทำให้พ่อฉันรอด!” ธารธาราพุ่งเข้าหาเธอ มือคว้ากระชากแฟ้มเอกสารอย่างแรง“อย่านะ!” แพรมุกตะโกน แม้เสียงจะแหบพร่าจากการสูดควัน “นี่เป็นหลักฐานที่ฉันต้องเอาออกไป!”“หลักฐานอะไร! เธอไม่รู้อะไรทั้งนั้น!”ธารธาราออกแรงดึงจนเอกสารบางส่วนหลุดจากมือแพรมุก กระดาษปลิวกระจายไปทั่วพื้น จอมทัพรีบขยับเข้ามาขวาง แต่ธารธารากลับผลักเขาออกอย่างไม่คิดชีวิต“หลีกไป!”“ธารธารา!” จอมทัพตวาด “เธอคิดจะทำอะไร!”“ฉันต้องเอามันไป พ่อฉันรอเอกสารนี่อยู่!”เสียงของธารธาราสั่นอย่างรุนแรง เธอก้มลงคว้าเอกสารที่ตกอยู่บนพื้น ทว่าในจังหวะนั้นเอง อาคมที่กำลังจะหนีออกไปกลับห
จอมทัพก้าวไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ท่ามกลางเสียงเปลวไฟที่ปะทุอย่างรุนแรงชายหนุ่มชะงัก ก่อนจะหันกลับไปมองเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงประตูอีกด้านของห้อง ชายคนนั้นสวมชุดสีดำทั้งตัว ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีเข้ม เขาก้าวฝ่าควันเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวเปลวไฟ ราวกับรู้เส้นทางภายในห้องทำงานแห่งนี้เป็นอย่างดีจอมทัพหรี่ตาลงทันที“แกเป็นใคร!”ชายปริศนาไม่ตอบ สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่เอกสารในอ้อมแขนของแพรมุก ก่อนจะพุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็วเพื่อหมายจะแย่งเอกสารในมือหญิงสาว“ส่งเอกสารมา!”“อย่าแตะต้องเธอ!” จอมทัพตวาดชายคนนั้นไม่สนใจ เขากระชากเอกสารจากมือแพรมุกอย่างแรง หญิงสาวสะดุ้ง รีบกอดมันไว้แน่น แม้ร่างกายจะอ่อนแรงจนแทบไม่มีสติ“ไม่! นี่เป็นหลักฐาน!”“ปล่อย!”ทั้งสองยื้อแย่งเอกสารกันอย่างดุเดือด จอมทัพพยายามใช้แขนข้างหนึ่งประคองแพรมุกไว้ ส่วนอีกข้างคว้าข้อมือของชายปริศนาเอาไว้แน่น“แกคิดจะเอาหลักฐานพวกนี้ไปทำลายใช่ไหม!” จอมทัพกัดฟันถามชายปริศนาออกแรงกระชากกลับอย่างรุนแรง“อย่ามายุ่งเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับแก!”แรงกระชากทำให้แพรมุกเสียหลัก ร่างของเธอเกือบหลุดจากอ้อม
แพรมุกทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ลมหายใจติดขัดจนหน้าอกเจ็บร้าว เธอยกมือขึ้นปิดปาก แต่กลับไม่อาจกลั้นเสียงไอที่ดังออกมาได้“แค่ก...แค่ก...!”ควันดำหนาทึบลอยวนอยู่รอบตัว เปลวไฟลุกลามเข้ามาใกล้จนความร้อนแผดเผาผิวหนัง หญิงสาวพยายามขยับหนี ทว่าขาทั้งสองข้างกลับไร้เรี่ยวแรงมือของเธอยังคงกอดเอกสารไว้แน่นแม้จะหายใจแทบไม่ออก แม้ดวงตาจะพร่าเลือนจนมองไม่เห็นทาง แต่เธอก็ไม่ยอมปล่อยหลักฐานเหล่านี้ไป“จอมทัพ…”เสียงเรียกแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงไฟ“ฉัน…ยังไม่อยากตาย…”น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านแก้มที่เปื้อนเขม่าควัน แพรมุกก้มหน้าลงกอดเอกสารแนบอก ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้เธอไม่อยากตายเหมือนชาติที่แล้วไม่อยากจากคนที่รักไปโดยไม่ได้บอกลาและครั้งนี้…เธอไม่อยากให้จอมทัพต้องสูญเสียใครอีกทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก ตามมาด้วยเสียงตะโกนที่เธอคุ้นเคยที่สุด“แพรมุก!”หญิงสาวเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก“จอมทัพ…?”“แพร! อยู่ตรงไหน!”เสียงของเขาใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงไฟที่ปะทุอย่างรุนแรงแพรมุกพยายามรวบรวมแรงที่เหลืออยู่เพื่อส่งเสียงตอบ แต่ลำคอแห้งผากจนเปล่งออกมา
ภายในห้องทำงาน แพรมุกกอดกล่องโลหะสีดำไว้แน่น เธอพยายามฝืนลุกขึ้นจากพื้น ทั้งที่ทุกครั้งที่สูดลมหายใจเข้า ควันร้อนก็เสียดแทงลำคอจนแสบไปหมด เธอไม่อาจปล่อยให้หลักฐานชิ้นนี้ถูกทำลายได้ แพรมุกเปิดกล่องโลหะออกอย่างรวดเร็ว ภายในมีแฟ้มเอกสารหลายชุดถูกห่อด้วยผ้าสีเข้ม เธอรีบคว้าแฟ้มที่อยู่ด้านบนออกมา ก่อนจะพบว่าบนปกมีตราประทับของบริษัทเก่าแก่ที่เธอคุ้นตา บริษัทของตระกูลมัตซึโตะ...มือของเธอสั่นระริก เธอเปิดแฟ้มออกเพียงเล็กน้อย เห็นรายชื่อผู้ถือหุ้น เอกสารโอนกรรมสิทธิ์ และลายเซ็นที่ถูกขีดฆ่าทับอย่างผิดปกติ ทุกอย่างบ่งชี้ว่ามีใครบางคนพยายามปกปิดความจริงเกี่ยวกับที่ดิน The River Crown มานานหลายปี แต่เธอไม่มีเวลาตรวจสอบมันในตอนนี้แพรมุกยัดเอกสารทั้งหมดไว้แนบอก แล้วหันไปทางประตูที่ถูกเปลวไฟกลืนกิน เธอจำได้ว่าทางออกอีกด้านอยู่ตรงไหน หากฝ่าไปถึงโถงทางเดินได้ เธออาจยังมีโอกาสหนีออกไป หญิงสาวกัดฟันลุกขึ้น ก่อนจะก้าวฝ่ากองเศษไม้ที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ทันใดนั้น... ครืน! เสียงดังสนั่นเหนือศีรษะทำให้เธอชะงัก ตู้หนังสือขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างผนัง
จอมทัพตะโกนสั่ง ก่อนจะหันไปคว้ากุญแจรถจากมือชรินทร์ แต่ยังไม่ทันก้าวออกจากห้อง เสียงโทรศัพท์ของแพรมุกก็ดังขึ้นอีกครั้ง เธอก้มมองหน้าจอ ทว่าเมื่อเห็นข้อความที่เพิ่งปรากฏขึ้น ใบหน้ากลับซีดเผือดลงทันที อย่าปล่อยให้ตู้นิรภัยถูกทำลาย หากมันไม่ถูกเปิด ความจริงทั้งหมดจะถูกฝังไปตลอดกาล ไม่มีชื่อผู้ส่ง แพรมุกกำจี้เงินแน่น ดวงตาจับจ้องไปยังประตูห้องราวกับมีบางสิ่งกำลังเรียกหาเธออยู่ “แพร!” จอมทัพเรียก เมื่อเห็นเธอเดินออกไปอย่างรวดเร็ว แต่หญิงสาวกลับไม่ตอบ เธอวิ่งตรงไปยังบันได ก่อนจะพุ่งขึ้นไปยังชั้นบนที่เป็นห้องทำงานปีกขวาของคฤหาสน์ “แพรมุก!” จอมทัพตะโกนเรียกแล้วรีบวิ่งตามไป ทว่าเมื่อเขาขึ้นมาถึงชั้นบน เปลวไฟสีส้มแดงก็พวยพุ่งออกมาจากห้องทำงานแล้ว ควันดำหนาทึบลอยคลุ้งไปทั่วทางเดิน กลิ่นไหม้ฉุนจนแทบหายใจไม่ออก แพรมุกกลับไม่หยุด เธอใช้ผ้าคลุมจมูกแล้ววิ่งฝ่าควันเข้าไปในห้อง “แพร! กลับมา!” จอมทัพพุ่งตามไป แต่เปลวไฟที่ลุกลามจากประตูห้องทำงานกลับปะทุขึ้นอย่างรุนแรง จนเขาต้องยกแขนขึ้นป้องกันใบหน้า “แพรมุก!” เสียงของเขาดังก้อ
พีระกิตมองจี้เงินในมือแพรมุกอยู่นาน ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ “ฉันรู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างใน แต่ฉันไม่รู้ว่าหลักฐานนั้นจะพาพวกเธอไปพบกับความจริงแบบไหน” “คุณรู้มาตลอด แต่กลับไม่ยอมบอกผม?” จอมทัพถามเสียงเข้ม “เพราะฉันไม่แน่ใจว่าคนที่ฝากจี้ไว้ต้องการให้เธอรู้ความจริงทั้งหมดหรือเปล่า” “แล้วตอนนี้ล่ะครับ?” พีระกิตเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “ตอนนี้ฉันคิดว่าไม่มีใครมีสิทธิ์ปิดบังมันอีกแล้ว” แพรมุกก้มลงมองจี้เงิน นิ้วเรียวลูบผ่านรอยต่อเล็กๆ บนตัวจี้ เธอจำได้ว่ามารดาเคยกำชับไว้เสมอว่าอย่าเปิดมัน หากยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมแต่เวลานั้นมาถึงแล้วหรือยัง “จอมทัพคะ...” เธอเอ่ยเสียงเบา “ถ้าข้างในมีความจริงที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป คุณอยากรู้ไหม?” ชายหนุ่มหันมามองเธอ ดวงตาคมเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา “ผมอยากรู้ว่าใครทำให้ครอบครัวของผมต้องแตกสลาย” เขาตอบ “และผมอยากรู้ว่าทำไมพ่อถึงต้องทิ้งผมไว้” แพรมุกพยักหน้า ก่อนจะใช้ปลายนิ้วกดลงตรงรอยต่อของจี้ เสียงคลิกเบาๆ ดังขึ้น ฝาจี้เงินเปิดออกอย่างช้าๆ ภายในไม่







