Masukแพรมุกกับจอมทัพสบตากัน ประโยคนั้นไม่เหมือนหมายเหตุที่พวกเขาพบในระบบทุกประการ แต่กลับเกี่ยวข้องกับเอกสารฉบับเดียวกันอย่างชัดเจน “อชิระ นายเห็นวันที่ในเอกสารหรือเปล่า?” จอมทัพถาม “เห็น วันที่อยู่ก่อนวันเริ่มโครงการสามวัน” จอมทัพนิ่งไปทันที สามวันก่อน ข้อมูลจากฝ่ายกฎหมายระบุว่ามีการลงนามรับมอบเอกสารก่อนวันที่เอกสารถูกจัดทำขึ้นในระบบสามวันเช่นกันแต่ยังไม่มีหลักฐานว่ารายการทั้งสองเป็นเอกสารชุดเดียวกัน “นายมีรูปถ่ายเอกสารหรือเปล่า?” จอมทัพถามต่อ “มี ฉันถ่ายเก็บไว้แล้ว แต่ก่อนส่งให้พวกนาย ฉันอยากรู้เรื่องหนึ่งก่อน” “เรื่องอะไร?” อชิระสูดลมหายใจเข้าลึก เสียงของเขาต่ำลงจนแทบเป็นกระซิบ “พวกนายกำลังตามหาเอกสารฉบับที่หนึ่งอยู่ใช่ไหม?” แพรมุกชะงัก เธอไม่เคยบอกอชิระเรื่องจดหมายของบิดา ไม่เคยเล่าว่าพวกเขาพบซองเอกสารที่ซ่อนอยู่ในบ้าน และไม่เคยส่งข้อมูลจากระบบของฝ่ายกฎหมายให้เขาดู แม้จะเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ แต่เรื่อง The River Crown เป็นเรื่องที่เธอเพิ่งเริ่มสืบค้นอย่างจริงจัง “นายรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?” จอมทัพถา
จอมทัพทวนข้อความนั้นเบาๆ ดวงตาคมจับจ้องลายมือของพีระกิตอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเลื่อนสายตาไปยังชื่อทั้งสามที่เขียนเรียงกันด้านล่าง พ่อของเขา พ่อของแพรมุก และอาคม วัฒนกุล ทั้งสามคนเคยยืนอยู่ในสถานที่เดียวกัน ในช่วงเวลาก่อนที่โครงการ The River Crown จะเริ่มต้นขึ้น “เธอเคยเห็นรูปนี้มาก่อนหรือเปล่า?” เขาถาม แพรมุกส่ายหน้า “ไม่เคยค่ะ ปกติคุณพ่อไม่ค่อยเล่าเรื่องงานเก่าๆ ให้ฉันฟัง ท่านบอกเพียงว่าโครงการบางอย่างในอดีตจบลงไม่สวยนัก และไม่ควรนำกลับมาพูดถึงอีก” “ท่านพูดแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไร?” “นานแล้วค่ะ ตอนนั้นฉันยังไม่ได้สนใจเรื่องธุรกิจมากนัก จึงไม่ได้ถามต่อ” เธอหยุดคิด ก่อนเงยหน้าขึ้น “แต่ฉันจำได้ว่าครั้งหนึ่งคุณพ่อเคยทะเลาะกับใครบางคนทางโทรศัพท์ หลังจากวางสาย ท่านก็สั่งให้คนในบ้านเก็บเอกสารเก่าๆ ออกจากห้องทำงานทั้งหมด” จอมทัพหันมามองเธอทันที “เธอจำได้ไหมว่าเป็นช่วงไหน?” “น่าจะหลายปีก่อนค่ะ ฉันกลับบ้านเร็วกว่าปกติ แล้วบังเอิญได้ยินคุณพ่อพูดว่า เรื่องนั้นมันควรจบไปตั้งนานแล้ว หลังจากนั้นท่านก็เงียบไปหลายวัน” ชายหนุ่ม
ข้อความจากฝ่ายกฎหมายมีเพียงไม่กี่บรรทัด แต่กลับทำให้บรรยากาศภายในห้องทำงานเย็นเยียบลงอย่างประหลาด “ตรวจพบเอกสารเพิ่มเติมในระบบจัดเก็บเก่า เป็นบันทึกการส่งมอบเอกสารของโครงการ The River Crown ระบุชื่อผู้ตรวจสอบ อาคม วัฒนกุล แต่มีหมายเหตุว่ารายการเอกสารที่ส่งมอบไม่ตรงกับบัญชีแนบท้าย และมีการขอแก้ไขรายการภายหลังโดยไม่ปรากฏลายเซ็นผู้อนุมัติ” แพรมุกอ่านจบแล้วขมวดคิ้ว “หมายความว่าเอกสารที่ส่งมอบในวันนั้นมีจำนวนไม่ตรงกับรายการตั้งแต่แรกหรือคะ?” “ยังสรุปไม่ได้” จอมทัพตอบทันที “ข้อความนี้บอกแค่ว่ารายการไม่ตรงกัน และมีคนพยายามแก้ไขข้อมูลภายหลัง แต่เราไม่รู้ว่าเอกสารขาดหายไปตั้งแต่ตอนส่งมอบ หรือถูกนำออกไปในภายหลัง” เขาเลื่อนอ่านข้อความลงไปอีกเล็กน้อย ก่อนหยุดนิ่งอยู่กับบรรทัดสุดท้าย “มีอะไรอีกหรือคะ?” จอมทัพไม่ตอบในทันที เขาอ่านข้อความนั้นซ้ำอีกครั้ง แล้วจึงยื่นโทรศัพท์ให้เธอ “หมายเหตุจากผู้ตรวจสอบ รายการฉบับที่ 01 ให้แยกออกจากบัญชีส่งมอบหลัก ห้ามรวมไว้ในชุดเอกสารสำหรับโครงการ” แพรมุกเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว “เอกสารฉบับที่หนึ่ง…” “ใช่” ชายหนุ่มกล่าวเสียงต่ำ “เราเพิ่งพบว่ามีคนต
จอมทัพไม่ได้เร่งถาม เขารอจนเธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ก่อนเอ่ยเสียงต่ำ “อย่างน้อยเราก็รู้ว่าท่านยังติดต่อเราได้” แพรมุกพยักหน้า แต่ความกังวลไม่ได้ลดลงเลย “คุณพ่อรู้เรื่องเอกสารจริงๆ ค่ะ แล้วท่านก็รู้ด้วยว่าคุณนำทัพทิ้งร่องรอยไว้” “ใช่” “แต่ท่านยังไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้น” จอมทัพเหลือบมองไปยังโต๊ะทำงาน ก่อนจะมองแฟ้มเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่ในลิ้นชักอีกครั้ง “เพราะบางทีท่านอาจยังไม่รู้ว่าใครกำลังจับตาดูเรื่องนี้อยู่ หรืออาจมีเหตุผลที่ทำให้ท่านไม่สามารถพูดได้อย่างอิสระ” แพรมุกก้มลงมองโทรศัพท์ในมือ เธออยากเชื่อว่าบิดาเพียงกำลังจัดการปัญหาบางอย่าง และอีกไม่นานทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ แต่ภาพบ้านที่เงียบผิดปกติ ลิ้นชักที่ถูกเปิดค้างไว้ และแฟ้มสีน้ำเงินที่หายไป กลับทำให้เธอไม่อาจสบายใจได้ “จอมทัพคะ เราควรตรวจดูบ้านให้ทั่วก่อนค่ะ บางทีคุณพ่ออาจทิ้งอะไรไว้ให้เราอีก” ชายหนุ่มพยักหน้า ทั้งคู่เริ่มตรวจสอบห้องทำงานอย่างระมัดระวัง โดยไม่รื้อค้นสิ่งของที่ไม่จำเป็น จอมทัพตรวจดูเอกสารบนโต๊ะ ส่วนแพรมุกเดินไปยังตู้เก็บแฟ้มที่ตั้งอยู่ชิดผ
“แล้วคุณพ่ออยู่ที่ไหนคะ? หนูจะไปรับ” “ไม่ต้องมา พ่อจะกลับไปหาเองเมื่อถึงเวลา” “แต่คุณพ่อ...” “แพร!” น้ำเสียงของพีระกิตเข้มขึ้นอย่างที่เธอไม่ค่อยได้ยิน “ตอนนี้แพรต้องเชื่อฟังพ่อก่อน อย่าเพิ่งตามหาใคร อย่าเพิ่งติดต่อคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และที่สำคัญ...อย่าเพิ่งไปหาอาคม” จอมทัพขยับเข้ามาใกล้ทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น แพรมุกกำโทรศัพท์แน่น “ทำไมคะ? คุณพ่อรู้จักคุณอาคมใช่ไหมคะ?” ไม่มีคำตอบในทันที “คุณพ่อคะ หนูรู้แล้วว่าคุณอาคมเคยเกี่ยวข้องกับการส่งมอบเอกสารของ The River Crown หนูแค่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น แล้วเอกสารฉบับที่หนึ่งอยู่ที่ไหน” คราวนี้ความเงียบจากปลายสายยาวนานกว่าทุกครั้ง เมื่อพีระกิตพูดขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนไปจนแพรมุกต้องกลั้นหายใจ “ใครบอกลูกเรื่องเอกสารฉบับที่หนึ่ง?” แพรมุกชะงัก “หนูพบข้อมูลในเอกสารเก่าของคุณนำทัพค่ะ แล้วก็พบชื่อคุณอาคมอยู่ในบันทึกการส่งมอบเอกสาร” “คุณนำทัพ...” พีระกิตพึมพำชื่อผู้ล่วงลับ ก่อนเงียบไปอีกครั้ง จอมทัพยื่นมือมา แพรมุกจึงส่งโทรศัพท์ให้เขาโดยไม่ต้องพูดอะ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ก่อนจะเงียบหายไปในบ้านหลังใหญ่ ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านในแม้แต่น้อย จอมทัพขมวดคิ้ว เขายกมือขึ้นเคาะอีกครั้ง คราวนี้เพิ่มแรงขึ้นกว่าเดิม “คุณพีระกิตครับ ผมจอมทัพนะครับ แพรก็มาด้วย เราขอเข้าไปพบหน่อยครับ” ยังคงเงียบสนิท ชายหนุ่มลองจับลูกบิดประตู ก่อนพบว่ามันไม่ได้ล็อก เขาผลักบานประตูออกช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองเข้าไปในโถงรับแขกที่เปิดไฟทิ้งไว้เพียงดวงเดียว แสงสีอุ่นจากโคมไฟตกกระทบบนเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง ทว่าบรรยากาศกลับวังเวงผิดปกติ “คุณพีระกิตครับ?” ไม่มีใครตอบ จอมทัพไม่ได้ก้าวเข้าไปลึกกว่านั้นในทันที เขาหันกลับไปมองทางประตูรั้วเพื่อให้แน่ใจว่าแพรมุกยังอยู่ในระยะสายตา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเธอ “เข้ามาได้ แต่ระวังตัวด้วย” แพรมุกรีบลงจากรถแล้วเดินตรงเข้ามาหาเขา ทันทีที่ก้าวพ้นประตูบ้าน เธอก็เรียกบิดาด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจซ่อนความร้อนใจได้อีก “คุณพ่อคะ! แพรมาแล้วค่ะ” เสียงของเธอดังก้องไปตามโถงทางเดิน แต่กลับไม่มีเสียงฝีเท้าของใครเดินออกมาต้อนรับเหมือนทุกครั้ง แพรมุกเดินผ่านห้องรับแขกไปยังห้องทำงานของบิดาอย่างคุ้นเ







