แชร์

ย้ายเข้าเมืองหลวง

ผู้เขียน: หนามชมพู
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-01 21:28:31

หลินเวินเซิ่งกลับบ้านมาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เขาเข้าไปหาภรรยาและลูกสาว มองหน้าพวกนางคล้ายจะถามว่าพวกเจ้ามีความคิดเช่นไร

"มีราชโองการให้เลื่อนตำแหน่งเป็นขุนนางในกรมพิธีการ"

หลี่ซูเยี่ยนจับมือสามียิ้มแย้มยินดี

"ข่าวดีเช่นนี้ เหตุใดท่านพี่ถึงไม่ดีใจล่ะเจ้าคะ"

"นั่นสิเจ้าคะท่านพ่อ"

เขาถอนหายใจมองหลินชิงเหยา

"เราต้องย้ายเข้าจวนที่เมืองหลวง"

การย้ายเข้าจวนจะไม่เป็นปัญหาหากหลินชิงเหยาร่างกายแข็งแรง ระยะทางจากอำเภอมู่หานจนถึงเมืองหลวงต้าฉีมิใช่ใกล้ ๆ 

"ต้องเดินทางให้ถึงภายในหนึ่งเดือน"

หลี่ซูเยี่ยนคลายรอยยิ้มเป็นความกังวลใจแทน บุตรสาวคนรองเพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บได้ไม่นานก็ต้องออกเดินทางแล้ว ร่างกายผอมบางของนางจะทนทานได้สักเท่าใดกัน

หลินเม่ยหลิงบีบมือน้องสาวไว้แน่นมองร่างที่นอนบนเตียงอย่างห่วงใยสุดซึ้ง หลินชิงเหยาเห็นว่าทุกคนเป็นห่วงนางมากเกินไปและรู้สึกเหมือนเป็นภาระ นางจึงเอ่ยขึ้นบ้าง

"อย่าห่วงข้าเลยเจ้าค่ะ ระหว่างนี้ข้าจะต้องแข็งแรงให้ได้เจ้าค่ะ"

แววตามุ่งมั่นผิดไปจากเดิมทำให้ทั้งสามคนลอบมองหน้ากันแต่ไม่เอ่ยคำพูดใดออกมา

ก่อนถึงกำหนดเดินทางในอีกเจ็ดวันในจวนเริ่มเต็มไปด้วยความวุ่นวาย หลินเวินเซิ่งต้องเร่งสะสางภารกิจสุดท้ายของอำเภอมู่หาน ทั้งการส่งมอบบัญชีภาษีและฝากฝังราษฎรไว้กับนายอำเภอคนใหม่ที่เพิ่งมาถึง เขาทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อมิให้เสียเกียรติขุนนางที่ฮ่องเต้ทรงไว้วางพระทัย

ทางด้านหลังเรือน หลี่ซูเยี่ยน และ หลินเม่ยหลิง ต่างวุ่นวายกับการจัดเก็บข้าวของที่มีอยู่ไม่มากลงหีบไม้ใบเก่า พวกนางระมัดระวังเป็นที่สุดไม่ให้บุตรสาวคนเล็กต้องหยิบจับสิ่งใดหนักเกินแรง

"ชิงเหยา เจ้าไปนั่งพักเถิด ทำงานหนักเช่นนี้เดี๋ยวจะไข้ขึ้นเอาได้" 

หลินเม่ยหลิงเอ่ยกำชับพลางยกหีบผ้าขึ้นซ้อนกัน

หลินชิงเหยาพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย ทว่าในใจกลับครุ่นคิดถึงแผนการใหญ่ นางรู้แล้วว่าร่างกายนี้พร่องโลหิตและอ่อนแอเกินไป หากดึงดันเดินทางไกลทั้งอย่างนี้ มีหวังได้ไปสิ้นลมกลางทางเป็นแน่

เมื่อสบโอกาสที่ท่านแม่และพี่สาวกำลังวุ่นอยู่กับการนับจำนวนขวดเครื่องหอม ร่างบอบบางของหลินชิงเหยาจึงลอบเข้าสู่ห้องครัวเล็ก ๆ ของจวน

ภายในครัวมีเพียงวัตถุดิบพื้น ๆ อย่างพืชหัวที่เก็บไว้ใต้ดินและสมุนไพรแห้งไม่กี่ชนิด แต่ในสายตาของนางของเหล่านี้คือขุมทรัพย์บำรุงชั้นยอด นางเลือกหยิบหัวไชเท้าแห้ง พุทราจีนสีแดงก่ำ และโสมเศษเล็ก ๆ ที่เหลือจากยาต้มถ้วยเก่าขึ้นมา

นางเริ่มลงมือล้างทำความสะอาดวัตถุดิบด้วยท่าทางคล่องแคล่วผิดจากวิสัยคุณหนูห้องหอ มีดทำครัวที่เคยดูหนักอึ้งในมือคนขี้โรค กลับขยับเป็นจังหวะสม่ำเสมอซอยขิงแก่เป็นแว่นบางเพื่อขับลมและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต นางนำเศษเนื้อไก่ที่เหลือติดกระดูกมาตุ๋นรวมกับสมุนไพรเหล่านั้น ใช้ไฟอ่อนอย่างใจเย็น

ไม่นานนัก กลิ่นหอมกรุ่นที่มิใช่เพียงกลิ่นยาขมปี๋อย่างที่เคยเป็นมาก็ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เป็นกลิ่นที่หอมหวานละมุนแฝงความสดชื่นของขิงและเครื่องเทศบำรุงกำลัง

เมื่อยกขึ้นซด รสสัมผัสของน้ำแกงสีทองใสส่องประกายก็ซึมซาบเข้าสู่ร่างกาย นางสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นไปตามเส้นเลือด ราวกับวิญญาณและร่างกายที่เคยแยกจากกันกำลังเชื่อมเข้าด้วยกันอีกครั้ง

"โภชนาการบำบัด ในโลกก่อนข้าใช้มันเพื่อความงาม แต่ในโลกนี้ ข้าจะใช้มันเพื่อต่อลมหายใจให้ตระกูลหลิน"

ดวงตาที่เคยพร่าเลือนของนางเริ่มกลับมาสดใสมีชีวิตชีวา ในอีกเจ็ดวันที่เหลือ นางต้องปฏิวัติร่างกายนี้ให้แข็งแกร่งที่สุด เพื่อเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่เมืองหลวง

เช้าวันออกเดินทาง ลมเหมันต์ในอำเภอมู่หานยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ แต่บรรยากาศหน้าจวนนายอำเภอกลับเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นจากน้ำใจของเหล่าราษฎร ชาวบ้านหลายสิบชีวิตต่างหอบตะกร้าใส่หมั่นโถวร้อน ๆ และของแห้งมามอบให้ขุนนางน้ำดีอย่างหลินเวินเซิ่งเพื่อเป็นการอำลา

ขบวนเดินทางของตระกูลหลินไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการ มีเพียงรถม้าเก่า ๆ สองคัน คันหนึ่งบรรจุหีบสัมภาระและเครื่องนอน ส่วนอีกคันเป็นที่พำนักของสตรีทั้งสามนาง รถเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้า ๆ ทิ้งเงาของเมืองด่านที่แสนกันดารไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้าสู่เส้นทางคดเคี้ยวพาดผ่านขุนเขา

ภายในรถม้าที่สั่นโยกตามแรงเคลื่อนตัว หลี่ซูเยี่ยนคอยประคองบุตรสาวคนเล็กไว้ในอ้อมอกพลางสำรวจใบหน้าของนางทุกชั่วยาม

"ชิงเหยา หากเจ้ามึนศีรษะหรือรู้สึกระคายคอต้องรีบบอกแม่นะ"

 นางเอ่ยพลางหยิบขวดยาต้มที่เตรียมไว้ขึ้นมาหมายจะป้อน หลินชิงเหยา กลับยิ้มบางแล้วส่ายหน้าเบา ๆ

"ท่านแม่ ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ออกจะรู้สึกปลอดโปร่งด้วยซ้ำ"

นางพูดความจริง ร่างกายที่เคยหนักอึ้งราวกับถูกโซ่ตรวนพันธนาการ บัดนี้กลับเบาสบายขึ้นด้วยผลจากการแอบปรุง สมุนไพรที่นางทำขึ้นอย่างลับ ๆ ในห้องครัวก่อนออกเดินทาง

เมื่อสบโอกาสที่รถม้าหยุดพักริมลำธารเพื่อให้ม้าได้ดื่มน้ำ หลินชิงเหยาจึงหยิบโถกระเบื้องใบเล็กที่ซ่อนไว้ในย่ามออกมา ภายในบรรจุขนมรูปทรงแท่งยาวพอดีคำ สีน้ำตาลเข้มจากน้ำผึ้งป่าและธัญพืชคั่วหอมกรุ่น

"ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ ลองชิมสิ่งนี้ดูเจ้าค่ะ" 

นางยื่นส่งให้ทุกคนด้วยแววตาเป็นประกาย

หลินเวินเซิ่งรับไปพิจารณาด้วยความฉงน

 "สิ่งนี้คือสิ่งใดหรือชิงเหยา ดูแปลกตายิ่งนัก"

เมื่อเขาส่งมันเข้าปาก รสสัมผัสแรกคือความหวานนุ่มลึกของน้ำผึ้ง ตามด้วยความกรุบกรอบของถั่วและกลิ่นหอมชื่นใจของกานพลูและโสมสกัด ความเมื่อยล้าจากการนั่งหลังขดหลังแข็งควบคุมขบวนมาทั้งวันดูจะทุเลาลงอย่างน่าอัศจรรย์ ความร้อนสายหนึ่งแล่นจากลำคอไปสู่ปลายนิ้ว ทำให้ร่างกายที่สั่นเทาจากลมหนาวกลับมามีกำลังอีกครั้ง

"นี่มัน ไม่ใช่ขนมธรรมดา รสชาติของมันช่างประหลาดแต่กลับทำให้ข้าสดชื่นขึ้นมาทันตาเห็น" 

หลินเวินเซิ่งอุทานออกมาอย่างตกตะลึง

หลินเม่ยหลิงที่กำลังเคี้ยวขนมอย่างเอร็ดอร่อยถึงกับเบิกตากว้าง

 "น้องรอง เจ้านำความรู้มาจากที่ใดกัน รสชาติหวานปนขมเล็กน้อยนี้กลับทำให้ข้าหายวิงเวียนรถม้าได้ปลิดทิ้ง"

สองสตรีและหนึ่งบุรุษต่างมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ พวกเขาจำได้ว่าบุตรสาวคนนี้วัน ๆ เอาแต่ติดเตียงกินยาขม แต่ยามนี้นางกลับปรุงโอสถในคราบขนมที่มีฤทธิ์ดีเยี่ยมเช่นนี้ออกมาได้

ตลอดการเดินทางหลังจากนั้น ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของคนในครอบครัวคือความมหัศจรรย์ใจประการหนึ่ง หลินชิงเหยาที่เคยไอจนตัวโยนทุกครั้งที่ต้องลมเย็น กลับนั่งหลังตรงอ่านตำราอย่างสงบนิ่ง ใบหน้าของนางมีสีเลือดฝาดราวกับผลท้อสุก แตกต่างจากหลี่ซูเยี่ยนและหลินเม่ยหลิงที่เริ่มจะมีอาการอ่อนเพลียจากการเดินทางไกล

"ชิงเหยา เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้ฝืนร่างกาย" 

หลี่ซูเยี่ยนยังคงพยายามจะยื่นผ้าชุบน้ำอุ่นให้บุตรสาวด้วยความเคยชิน

"ท่านแม่ เป็นท่านมากกว่าที่ต้องพักผ่อน ขนมแท่งนี้ข้าใส่สมุนไพรขับลมและบำรุงหัวใจเอาไว้ ท่านทานอีกสักชิ้นเถิดเจ้าค่ะ"

 นางกล่าวพลางจัดแจงห่มผ้าให้มารดาอย่างแคล่วคล่อง

ความแข็งแรงและเยือกเย็นของหลินชิงเหยาในยามนี้ สร้างความฉงนปนยินดีให้แก่ทุกคนในตระกูลหลินยิ่งนัก พวกเขาเริ่มรู้สึกว่า การย้ายไปเมืองหลวงครั้งนี้ บางทีอาจมีโชคลาภที่คาดไม่ถึงรออยู่ในร่างของบุตรสาวคนนี้ก็เป็นได้

 

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พลิกโฉมคุณหนูรองขี้โรคแห่งสกุลหลิน   ตอนจบ

    หลังจากที่จวนกั๋วกงและตระกูลหลินผนึกกำลังกันแน่นแฟ้น อำนาจมืดของไทเฮาที่เคยคอยบงการหลายเรื่องก็ค่อย ๆ พังทลายลงทีละน้อย เมื่อหลักฐานการทุจริตและพฤติกรรมกำเริบเสิบสานถูกเปิดโปงทีละคดีแท้จริงแล้วไทเฮาคอยยุยงมู่หรงหว่านเงียบ ๆ ให้เข้าไปสนิทสนมกับจวนกั๋วกงและมักให้คำแนะนำแก่ฮูหยินใหญ่อยู่เสมอลับหลังฮ่องเต้ เพียงเพราะนางต้องการอำนาจของกองทัพตระกูลมู่หรงแม้แต่คดีใส่ร้ายตระกูลหลิน คดีที่เมืองอันหนิงและอีกหลายคดีก็มีนางคอยบงการอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น การไม่ออกหน้ามาตลอดของนางทำให้นางอยู่รอดปลอดภัยและผ่านพ้นการถูกซัดทอดมาเรื่อย ๆฮ่องเต้จึงมีราชโองการเด็ดขาดให้ไทเฮาย้ายไปประทับสำนึกตนที่ตำหนักนอกเมืองหลวง และถอนรากถอนโคนพรรคพวกของนางจนสิ้นซาก วังหลวงและราชสำนักจึงกลับคืนสู่ความสงบสุขและความยุติธรรมอย่างแท้จริงจวนตระกูลมู่หรงได้รับจดหมายจากจวนกั๋วกงยกเลิกการหมั้นหมายและกำหนดการแต่งงาน เหตุผลเพราะมู่หรงหว่านเพิกเฉยต่อฮูหยินกั๋วกง และกระด้างกระเดื่องต่อราชวงศ์ นางจึงถูกบิดาบังคับให้ไปพำนักที่ชายแดนด้วย คอยช่วยดูแลทหารบาดเจ็บเป็นการชดเชยและดัดนิสัยของนาง มีเพียงมู่หรงจ้านที่ไป ๆ มา ๆ เพราะเขาต้

  • พลิกโฉมคุณหนูรองขี้โรคแห่งสกุลหลิน   กำไลหยกสีแดง

    บรรยากาศภายในเรือนเหมยซินของจวนกั๋วกงยามนี้ เปลี่ยนไปจากเมื่อหลายวันก่อนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างที่เปิดออกกว้างเข้ามา กลิ่นอับและกลิ่นควันกำยานรุนแรงถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมอบอุ่นของสมุนไพรและดอกไม้นานาพรรณบนตั่งไม้ ฮูหยินกั๋วกงนั่งส่องกระจกอยู่ เงาร่างที่สะท้อนอยู่ในกระจกมิใช่สตรีซูบซีด ขอบตาดำคล้ำ ใบหน้าหมองคล้ำดุจคนใกล้ตายอีกต่อไป กลับเป็นสตรีวัยกลางคนที่มีผิวพรรณเนียนนุ่ม มีเลือดฝาดระเรื่อตรงพวงแก้ม ริ้วรอยรอบดวงตาดูตื้นลงอย่างน่าอัศจรรย์ด้วยการนวดและการกดจุดขับพิษของหลินชิงเหยา"ฮูหยิน วันนี้ข้านำชาเกสรบัวผสมรากโสมมาให้เจ้าค่ะ ดื่มแล้วจะช่วยให้นอนหลับสนิทและผ่อนคลายจิตใจ"เสียงนุ่มนวลที่คุ้นเคยดังขึ้น หลินชิงเหยาเดินเข้ามาพร้อมถาดชา นางย่อกายทำความเคารพด้วยท่วงท่าอ่อนช้อยสง่างาม ก่อนจะบรรจงรินชาอุ่น ๆ วางลงข้างกายฮูหยินฮูหยินกั๋วกงมองดูสตรีตรงหน้า นัยน์ตาที่เคยดุดันและเต็มไปด้วยอคติต่อตระกูลหลินบัดนี้อ่อนแสงลงมาก นางถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจ"แม่นางหลิน ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย"คำพูดนั้นทำเอาหลินชิงเหย

  • พลิกโฉมคุณหนูรองขี้โรคแห่งสกุลหลิน   ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

    ความเงียบทอดตัวลงคลุมทั่วห้องนอนอันมืดสลัวของเรือนเหมยซินชั่วขณะฮูหยินกั๋วกงจ้องมองสตรีร่างบอบบางตรงหน้าด้วยสายตาตื่นตะลึง อาการปวดศีรษะซีกเดียวดุจมีเข็มพันเล่มทิ่มแทง แน่นหน้าอกจนหายใจไม่ทั่วท้อง และอาการนอนไม่หลับเป็นสิ่งที่นางทรมานมานานหลายปี หมอหลวงมากมายทำได้เพียงจัดยาช่วยให้สดชื่นหรือยาบำรุงหัวใจที่ยิ่งดื่มก็ยิ่งถ่ายท้อง แต่หลินชิงเหยากลับทายอาการเหล่านั้นได้ถูกต้องในประโยคเดียวทว่าทิฐิและอคติบดบังใจขององค์หญิงผู้สูงศักดิ์ยังคงทำงาน"บังอาจ!" ฮูหยินกั๋วกงแค่นเสียงตวาดแก้เขิน แม้น้ำเสียงจะแผ่วลงกว่าเดิมเล็กน้อย "เจ้าคิดว่าเดาอาการมั่วซั่วสองสามคำแล้วข้าจะหลงเชื่อหรือไร ตระกูลหลินเจ้าเล่ห์เพทุบาย หมอหลวงทั้งสำนักยังรักษาข้าไม่ได้ สตรีเนรเทศอย่างเจ้าจะมีปัญญาหรือ"มู่หรงหว่านที่นั่งอยู่ข้างเตียงได้ทีรีบเอ่ยเสริมทันที นางส่งสายตาดูแคลนมาทางหลินชิงเหยา "จริงด้วยเจ้าค่ะท่านป้า พี่จิ้งเฉวียนเป็นคนจิตใจดี อาจถูกคนบางกลุ่มใช้มารยาเสแสร้งเพื่อหวังค้ำชูตระกูลที่ล่มสลาย สตรีที่คลุกคลีอยู่กับแดนเนรเทศ ยาที่ใช้อาจเป็นพิษหรืออาคมสายดำ สมุนไพรในคลังกั๋วกงมีล้นเหลือ หมอหลวงฝีมือดีก็มีมาก ให

  • พลิกโฉมคุณหนูรองขี้โรคแห่งสกุลหลิน   มีคนป่วยต้องรักษา

    บ่ายวันเดียวกัน หน้าประตูใหญ่ของจวนใต้เท้าหลินซึ่งเคยถูกปิดตายด้วยแถบผ้าสีขาวและป้ายยึดทรัพย์ของศาลฎีกามานาน ยามนี้กลับคึกคักไปด้วยผู้คน ทหารจากกรมโยธาธิการและข้าราชบริพารจากวังหลวงกำลังเร่งมือปลดป้ายเก่าออก และยกป้ายไม้สักแผ่นใหม่ขึ้นเหนือประตู ตัวอักษรสลักชื่อจวนอย่างองอาจ ทรงพลัง และเปี่ยมไปด้วยเกียรติยศที่หวนคืนมาหลินชิงเหยาและหลินเม่ยหลิงยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ทั้งสองสวมชุดเนื้อดีที่ฮ่องเต้พระราชทานชดเชยให้ พร้อมด้วยหีบทองคำและแพรพรรณนับสิบหีบที่ขนลำเลียงเข้าไปในจวน หลินเม่ยหลิงมองภาพบ้านอันคุ้นเคยด้วยน้ำตานองหน้า นางยกมือขึ้นปิดปากสะอื้นไห้ด้วยความตื้นตันใจอย่างที่สุด"ชิงเหยา พวกเราได้กลับบ้านแล้ว ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกเราคืนเกียรติยศให้ตระกูลหลินได้แล้วเจ้าค่ะ" หลินเม่ยหลิงเอ่ยเสียงสั่นเครือหลินชิงเหยาเอื้อมมือไปกุมมือพี่สาวไว้แน่น แววตาของนางนิ่งสงบลึกซึ้ง "ใช่แล้วพี่ใหญ่ บ้านของเรากลับคืนมาแล้ว และจะไม่มีใครหน้าไหนมาแย่งชิงหรือทำลายมันได้อีก"ในขณะที่สองพี่น้องกำลังดื่มด่ำกับความทรงจำ เสียงเกือกม้าหนักแน่นก็ดังขึ้น ร่างสูงสง่าของเซียวจิ้งเฉวียนในชุดเครื่องแบบองครักษ์เสื้อแพรสี

  • พลิกโฉมคุณหนูรองขี้โรคแห่งสกุลหลิน   ล้างมลทิน

    บรรยากาศภายในโถงกว้างอึมครึมและกดดันจนอึดอัด ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ต่างยืนเรียงแถวตามลำดับชั้น ต่างคนต่างส่งสายตาประเมินและกระซิบกระซาบกันด้วยความตื่นตระหนก เมื่อขบวนขององครักษ์เซียวจิ้งเฉวียน พร้อมด้วยรองแม่ทัพมู่หรงจ้านเข้ามาใจกลางท้องพระโรงและสิ่งที่ทำให้เหล่าขุนนางต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คือสตรีสองนางในชุดเรียบหรูสง่างามที่เดินตามหลังมา หลินชิงเหยาและหลินเม่ยหลิง สตรีตระกูลหลินที่เคยถูกเนรเทศออกนอกเมืองหลวง พวกนางมาเหยียบเมืองหลวงอีกครั้งด้วยท่วงท่าองอาจ ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อยบนบัลลังก์มังกร ฮ่องเต้ประทับอยู่อย่างสงบ โดยมีม่านมู่ลี่ทองคำซ่อนร่างของไทเฮาประทับอยู่ด้านหลัง พระนางจ้องมองลงมาจากหลังม่านด้วยสายตาเย็นชาดุจเสือจ้องมองเหยื่อ"เบิกตัวขบวนองครักษ์เสื้อแพร" เสียงขันทีขานรับดังสะท้อนก้องเซียวจิ้งเฉวียนและมู่หรงจ้านคุกเข่าลงถวายบังคม ตามด้วยสองพี่น้องตระกูลหลิน ก่อนที่เซียวจิ้งเฉวียนจะลุกขึ้นยืนแล้วชูหีบไม้สักทองขึ้นเหนือศีรษะ"ทูลฝ่าบาท" เซียวจิ้งเฉวียนเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าทรงพลังดังไปทั่วท้องพระโรง "กระหม่อมเซียวจิ้งเฉวียน และรองแม่ทัพมู่หรงจ้าน ได้ปฏิบัติภารก

  • พลิกโฉมคุณหนูรองขี้โรคแห่งสกุลหลิน   ปกป้องนางในดวงใจ

    ไอหมอกยามเช้าตรู่ตลบอบอวลไปทั่วหุบเขา เส้นทางสายนี้สลับซับซ้อนและชันแคบ สองข้างทางเต็มไปด้วยผาหินสูงชันและป่ารกชัฏซึ่งเป็นสถานที่อันตราย เหมาะแก่การตั้งรับและดักซุ่มสังหารยิ่งนักเสียงของล้อเกวียนและเสียงฝีเท้าม้าเดินเหยียบโคลนดังแผ่วเบา ขบวนเดินทางสายลับของเซียวจิ้งเฉวียนเคลื่อนตัวไปอย่างระมัดระวัง เซียวจิ้งเฉวียนและมู่หรงจ้านควบม้าขนาบข้างเกวียนไม้คันเล็กที่หลินชิงเหยาและหลินเม่ยหลิงนั่งอยู่ภายใน ทั้งสองบุรุษตื่นตัวอย่างเต็มที่ ดวงตาสอดส่องทุกความเคลื่อนไหวในพุ่มไม้และบนยอดผา"จิ้งเฉวียน บรรยากาศเงียบสงบเกินไป" มู่หรงจ้านเอ่ยเสียงต่ำพลางเอื้อมมือไปแตะด้ามทวนเหล็กคู่ใจ "ตั้งแต่พวกเราแยกสายกับโม่เฉิน นี่ก็เข้าสู่เขตหุบเขาชั้นในแล้ว แต่กลับไม่มีเสียงนกร้องหรือสัตว์ป่าแม้แต่ตัวเดียว""พวกมันมาถึงแล้ว" เซียวจิ้งเฉวียนตอบเสียงเรียบเย็น นัยน์ตาคู่คมดุจพยัคฆ์วูบแสงสังหาร "สำนักหงส์ดำ มือสังหารของไทเฮา มักใช้อาคมพรางกายและกลิ่นอายพิษเพื่อสยบสิ่งมีชีวิตรอบข้าง"สิ้นคำกล่าวของเซียวจิ้งเฉวียน เสียงพุ่งผ่านอากาศอันเงียบเชียบที่แหลมคมก็ดังขึ้นเข็มพิษสีดำนับร้อยเล่มพุ่งทะยานลงมาจากบนยอดผาทั้ง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status